-
++kasetloongkim.com++
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรงานสีสันสัญจร... *วัดส้มเกลี้ยง โรงกรองประปาฯ 23 JUN
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรงานสีสันสัญจร... *วัดส้มเกลี้ยง โรงกรองประปาฯ 23 JUN

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10146

ตอบตอบ: 25/06/2018 7:50 am    ชื่อกระทู้: ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรงานสีสันสัญจร... *วัดส้มเกลี้ยง โรงกรองประ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรทางรายการวิทยุ 16 JUL

AM 594 เวลา 08.15-09.00 (จันทร์-ศุกร์)
***************************************************************************************

สวัสดีครับ ท่านผู้ฟังที่เคารพ
กองทัพบกเพื่อประชาชน เสนอรายการสีสันชีวิตไทย วิทยุเพื่อการเกษตร และอาชีพเสริม
ผลิตรายการโดยกองกิจการพลเรือน หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก

@@ สนับสนุนรายการโดย ...
http://www.nimut.com/
* บ.นิมุติ เอ็นจิเนียริ่ง เครื่องย่อยเศษพืช (02) 322-9175-6

http://www.bkgmax.com/kaset/product.html
* ยิบซั่มธรรมชาติ เฟอร์มิกซ์, ธันเดอร์พลัส, ธาตุรอง/ธาตุเสริม มัลติแชมป์ (089) 144-1112

http://www.mysuccessagro.com
* บ.มายซัคเซส อะโกร---ปุ๋ยอินทรีย์ ตราคนกับควาย, กาวเหนียวดักแมลง มายฟิกส์, กลิ่นล่อแมลงวันทอง ฟลายแอต,
สารเสริมฤทธิ์สารสมุนไพร ไบโอเจ๊ต, ถังฉีดพ่นรุ่นใหม่ ใช้แบตเตอรี่ (081) 910-5034

* และ ชมรมสีสันชีวิตไทย วิทยุเพื่อการเกษตรและอาชีพเสริม

กระผม พันโทวีระ ใจหนักแน่น (คิม ซา กัสส์) เป็นผู้ดำเนินรายการ

เช่นเคย รายการเรา 1188 ฝากข้อความ-ฝากคำถาม-ฝากข่าว ที่ (081) 913-4986 โทรศัพท์เข้ารายการคุยกันสดๆ
ออกอากาศไปเลย สร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน (02) 888-0881 และอินเตอร์เน็ต เกษตรลุงคิมดอทคอม ถาม 1 บันทัด ตอบ 1 หน้า
ถนัดช่องทางไหนเลือกช่องทางนั้นตามอัธยาศรัย นักรบไม่ว่ากัน THANK YOU....

------------------------------------------------------------------------------------


ตัวแทนจำหน่าย ปุ๋ยน้ำชีวภาพระเบิดเถิดเทิง, ไบโออิ, ไทเป, ยูเรก้า. (อินทรีย์ – เคมี)
1) ชมรม (ใหญ่) สีสันชีวิตไทย (089) 814-3204 ใกล้ไฟแดง สี่แยกบางแพ ราชบุรี
2) “คุณชาตรี” (081) 841-9874 ทรัพย์ทวีการเกษตร ชัฎป่าหวาย สวนผึ้ง ราชบุรี (ส่งทาง ปณ.)

3) ร.ต.ต.นันท์สุรัตน์ (089) 821-8273 ต.จรเข้เผือก ด่านมะขามเตี้ย กาญจนบุรี (ส่งทาง ปณ.)
4) “คุณล่า” (081) 944-8494 ทุกวันจันทร์ ตลาดนัดวัดอมรญาติ ดำเนินสดวก ราชบุรี

5) “คุณประเสริฐ” (080) 110-4645 บ.เขาดิน หนองแขม เดิมบางนางบวช สุพรรณบุรี
6) “คุณพรพรรณ” (089) 814-7944 พลชัยเกษตรชีวภาพ ตลาดนัดธนบุรี ถ.เลียบคลองทวีวัฒนา
7) “คุณน้ำส้ม” (085) 055-7706 ชมรมฯ สาขาศาลายา หน้า ม.มหิดล พุทธมณฑลสาย 4 (ส่งทาง ปณ.) [/color]

-----------------------------------------------------------------------------------


@@ สารอาหาร (ปุ๋ย) เพื่อการสื่อสาร :
** ปุ๋ยน้ำชีวภาพระเบิดเถิดเทิง : ส่วนผสมหลัก .... อินทรีย์/เคมี (กุ้งหอยปูปลาทะเล, เลือด,
ไขกระดูก, นม, ขี้ค้างคาว, น้ำมะพร้าว, ธาตุหลักตามพืช, แม็กเนเซียม. สังกะสี. รอง/เสริม

** ไบโออิ : ส่วนผสมหลัก .... เคมี (แม็กเนเซียม. สังกะสี. รอง/เสริม)
** ยูเรก้า : ส่วนผสมหลัก .... เคมี (21-7-14, ไคโตซาน, อะมิโนโปรตีน)
** ไทเป : ส่วนผสมหลัก ..... อินทรีย์/เคมี (นม, ไข่, น้ำมะพร้าว, 13-0-46. 0-52-34)

มิได้มีเจตนาโฆษณาผลิตภัณฑ์ แต่ใช้ชื่อผลิตภัณฑ์เพื่อง่ายต่อการสื่อสารข้อมูล เท่านั้น
.... ต้นพืชไม่รู้จักยี่ห้อ ไม่รู้จักเจ้าของสูตร .....
...... ไม่รู้เจ้าของคนปลูก ไม่ฟังโฆษณา .......
...... ต้นพืชรู้จักแต่ส่วนผสมหรือเนื้อใน .......


**************************************************************************************


งานสัญจร 23 JUN วัดส้มเกลี้ยง โรงกรองประปามหาสวัสดิ์ ถ.วงแหวนตะวันตก

ถือเป็นมิติใหม่แห่งงานส่งเสริมการเกษตร การส่งเสริมแบบนี้เป็นแบบ MOUTH TO MOUTH (ปากต่อปาก) FACE TO FACE (ส่วนตัว) ภาษาไทยแบบแปลไทยเป็นไทย เรียกว่า “ใจถึงใจ” ประมาณนั้น

การได้พูดคุยกันแบบ MOUTH TO MOUTH FACE TO FACE ใจถึงใจ ทำให้บรรยากาศ ความรู้สึก ความตั้งใจ ความคิดใหม่ ความจำได้ ต่อเรื่องราวที่พูดคุยกันดีมากๆ

คำพูดบางคำ จากคนบางคน ในบางโอกาส เราได้ฟังแล้วเอามาปรับใช้ จะสามารถแก้ไขสถานการณ์ที่เลวร้ายให้กลายเป็นดีได้ (เซอร์ เชอร์ชิล วิลส์ตั้น รัฐบุรุษอังกฤษ)


https://www.facebook.com/chai.kaset
-------------------------------------------------------------------------------

คำถาม 1 : หัวสปริงเกอร์มีกี่แบบ ?
สมช. : (ดูรูปสปริงกอร์ที่ป้ายไวล์นีลหน้าบู๊ธ)....ลุงคิมครับ หัวสปริงเกอร์มีกี่แบบครับ ?
ลุงคิม : อืมมม เฉพาะแบบที่เห็นในป้ายนั่น ลุงคิมตั้งชื่อมันเองว่า “กะเหรี่ยงหน้าง้ำ” สำหรับต้นไม้ขนาดเล็ก เราดัดแปลงให้กรวยฉีดพ่นน้ำคว่ำลง น้ำที่พ่นออกมาจะครอบคลุมเฉพาะต้นของตัวเอง

สมช. : ดัดแปลงยังไงครับ ?
ลุงคิม : (หยิบหัวสปริงเกอร์ขึ้นมาให้ดู) หัวในป้ายนั่นคือหัวรุ่นนี้ เราก็ถอดหัวแบบหมุนออก แล้วเอาแป้นก้นเว้าใส่แทน เมื่อเปิดวาวล์ส่งน้ำ น้ำที่พ่นออกมาจะคว่ำลง แต่ถ้าเอาแป้นก้นนูน น้ำที่พ่นออกมาจากหงายขึ้น

สมช. : พ่นน้ำ 2 แบบ ผลต่างกันยังไงครับ ?
ลุงคิม : แป้นก้นเว้า กรวยน้ำที่พ่นคว่ำลง ปริมาณน้ำจะลงเฉพาะต้นนั้นต้นเดียว แต่กรวยน้ำหงายขึ้น ปริมาณน้ำจะกระจายทั่วบริเวณเท่าที่รัศมีพ่นน้ำไปถึง

สมช. : แป้น 2 ตัวนี้ ติดมากับหัวสปริงเกอร์เลยเหรอครับ ?
ลุงคิม : ใช่ มาพร้อมกันเลย หัวแบบนี้ซื้อที่บ้านโป่ง ริมทางผ่าน อันละ 2 บาท .... พูดถึงราคาหัวสปริงเกอร์ เคยมี สมช.เราเล่าให้ฟังนะ หัวแบบนี้ที่นนทบุรี อันละ 12 บาท ที่พิจิตร อันละ 38 บาท

สมช. : ทำไมขายแพงจังครับ ?
ลุงคิม : ไม่รู้ คุณไปถามเขาเอาเอง .... แม้แต่วาล์ว 4 หุน (ชี้ที่หม้อปุ๋ย) ที่บ้านโป่ง อันละ 12 บาท ที่ตลาดท่ามะกา อันละ 35 บาท

สมช. : (ยิ้มจืดๆ) ที่ RKK ลุงคิมใช้หัวแบบไหนบ้างครับ ?
ลุงคิม : (หยิบหัวสปริงเกอร์สารพัดแบบขึ้นมาจากถุง ประกอบคำสอน)
* แบบติดเหนือทรงพุ่ม น้ำที่พ่นออกมาเป็นละอองน้ำ 75% เป็นเม็ดน้ำ 25% ละอองน้ำโดนลมแล้วตลบลงไต้ใบทั่วทรงพุ่มได้

* แบบสเปร์ยหมอก ติดเหนือทรงพุ่ม น้ำที่พ่นออกมาเป็นละอองน้ำ 99% เป็นเม็ดน้ำ 1% เปิดกลางวันแดดจัดหมอกน้ำเกิดสายรุ้งเลย

* แบบติดโคนต้น บนพื้น น้ำที่พ่นออกมาเป็นละอองน้ำ 5% เป็นเม็ดน้ำ 95% อันนี้เพื่อให้ได้น้ำมากๆ ต่อต้น

สมช. : ถ้าหัวสปริงเกอร์ไม่มีแป้นบังคับพ่นน้ำ เราทำเองได้ไหมครับ ?
ลุงคิม : ด้ายยยย ไม่มีอะไรที่คนทำไม่ได้ ใครๆก็ทำได้ ยกเว้น...คุณ
-------------------------------------------------------------------------------------

คำถาม 2 : ลำไย หลานไม่เอาด้วย ...
สมช. : (ยืนอยู่หน้าบู๊ธชาตรีฯ จับซองธาตุรอง/ธาตุเสริม อาหารเสริม ดูไปพูดไป) .... ผู้พันครับ ลำไยผมให้หลานทำ มันทำแบบชาวบ้านๆ ทำแบบเดิมๆ ใช้แต่ปุ๋ยสูตรสิ้นคิด ไม่เคยให้ธาตุรอง ธาตุเสริม ใส่แต่ทางราก ไม่เคยให้ทางใบ สารเคมีนี่ฉีดบ้าเลือด ขนาดข้างบ้านมีแมลงลง เขาฉีดสารเคมี สวนเราเอาทันที บอกว่ากันก่อนแก้ ผมเคยบอกมันนะว่า ให้ฟังรายเกษตรที่ทหารเขาพูดซี่ มันก็ไม่ฟัง ซื้อหนังสือไป บอกให้มันอ่าน มันก็ไม่อ่าน
ลุงคิม : คุณบอกมัน มันยังไม่ยอมรับ ผมเป็นคนอื่น มันจะยอมรับเหรอ ?

สมช. : อยากได้ข้อเสนอแนะ ปัญหานี้จะแก้ไขยังไง ?
ลุงคิม : พระพุทธเจ้ายังแก้มิจฉาทิฐิ เทวทัต ไม่ได้เลยคุณ

สมช. : ผมว่านะ อยากให้อะไร เราจัดการเองเลย ดีไหม ?
ลุงคิม : ดี ดีครับ เห็นด้วย.... ลงทุนสร้างเครื่องทุ่นแรง ติดสปริงเกอร์-หม้อปุ๋ย ซี่ ให้มันเห็น ผมว่าเดี๋ยวมันก็ยอมรับเองนั่นแหละ

สมช. : ตกลงครับ สปริงเกอร์-หม้อปุ๋ย ไบโออิ. ยูเรก้า. แคลเซียม โบรอน.
------------------------------------------------------------------------------------

คำถาม 3 : ทำแคลเซียม โบรอน ซุปเปอร์ ...
สมช. : ลุงครับ แคลเซียม โบรอน ที่ทำเสร็จพร้อมใช้แล้วนี้ เราใส่มัลติแชมป์ลงไปด้วยจะได้ไหมครับ ?
ลุงคิม : ด้ายยยย ถ้าไม่กลัวเปลือง .... เอาเป็นว่า ปุ๋ยทางใบ ปกติคุณใช้ยี่ห้ออะไร ?

สมช. : ผมก็ใช้ไบโออิ ยูเรก้า นี่แหละครับ...
ลุงคิม : O.K. อันนี้ชัดเจน ถ้าเป็นยี่ห้ออื่นที่ขายกันในตลาด เขาใส่ธาตุรอง/ธาตุเสริมแล้วหรือเปล่าเราไม่รู้ เพราะเขาไม่ได้บอก หรือเพราะเราไม่ได้ถาม หรือถามแต่เขาไม่บอก เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว

ส่วนแคลเซียม โบรอน.ที่เราทำเอง ถ้าจะใส่ธาตุรอง/ธาตุเสริม ลงไปด้วยก็ได้ จากแคลเซียม โบรอน.ธรรมดาๆ ก็จะกลายเป็น แคลเซียม โบรอน ซุปเปอร์. ไง

อย่าว่าแต่ใส่ธาตุรอง/ธาตุเสริมเลย ใส่อะมิโน ใส่กลูโคสน้ำตาลทางด่วน ใส่ไคโตซาน เสริมด้วยได้ทั้งนั้น คราวนี้ละ จากแคลเซียม โบรอน ซุปเปอร์เดียว จะกลายเป็นแคลเซียม โบรอน ซุปเปอร์ เปอร์ เปอร์ เปอร์

เคยได้ยินไหม มีคนบอกว่า "เดี๋ยวนี้ตาคิมเปอร์ใหญ่แล้ว....(ว่ะ)"

แต่กรณี ไบโออิ ยูเรก้า รวมไปถึงไทเป ระเบิดเถิดเทิง ของเรา เราใส่ ธาตุรอง/ธาตุเสริม ให้แล้ว เพราะฉะนั้น แคลเซียม โบรอน ที่ทำเองก็ไม่จำเป็นต้องใส่ ธาตุรอง/ธาตุเสริม อีก

สมช. : ใส่เยอะๆ สูตรแคลเซียม โบรอน จะไม่เปลี่ยนเหรอ หรือว่าต้นไม้รับแล้วจะไม่เอ๋อเหรอครับ ?
ลุงคิม : ไม่รู้ อันนี้ต้องไปถามต้นไม้เอาเอง บอกแล้วไง ต้นไม้พูดด้วยใบ บอกด้วยราก

สมช. : (หัวเราะ...สมช.ที่ร่วมฟังหัวเราะด้วย)
ลุงคิม : เอาเป็นว่า ถ้าต้นมีโอกาสได้รับจากแหล่งอื่นแล้ว ในแคลเซียม โบรอน.นี้ก็ไม่ต้อง ที่จริงแคลเซียม โบรอน.นี่เขาสุภาพบุรุษดีนะ ให้มากให้เกินยังไง ต้นไม้ก็เฉย แต่ถ้าไม่ได้รับเลย เพราะเราไม่ได้ให้ นั่นแหละเขาถึงจะมีอาการ

สมช. : ตกลงใส่หรือไม่ใส่ดีครับ
ลุงคิม : ถ้าไม่กลัวเปลืองก็ใส่ไปเถอะ ตำรวจไม่จับ อบต.ไม่ว่า...

สมช. : งั้นไม่ใส่ดีกว่าครับ
-----------------------------------------------------------------------------------

คำถาม 4 : วัดค่า พีเอช. ดิน ...
สมช. : ลุงคิมครับ เราตรวจ กรด-ด่าง ดิน ด้วยตัวเองได้ไหมครับ
ลุงคิม : ด้ายยยย บอกแล้ว ใครๆก็ทำได้ ยกเว้นคุณ ไงล่ะ

สมช. : (หัวเราะ) ผมคุยกับเกษตร เกษตรบอกต้องส่งกรมพัฒนาที่ดินครับ
ลุงคิม : นั่นคือทางเลือกหนึ่ง มีทางเลือกอื่นไหม ?

สมช. : นี่แหละครับ ที่ผมอยากรู้...
ลุงคิม : (ล้วงกล่องเครื่องมือ หยิบชุดลิสมัสวัดค่า พีเอช ขึ้นมา แล้วสั่งการ)....ไปหยิบดินที่โคนต้นไม้นั่นมาซักขนาดเท่าลูกมะนาว เอาเนื้อดินแท้ๆนะ เซาะดินลึกลงไปซักข้อนิ้วมือก็ได้

สมช. : (เดินไปที่โคนไม้ใกล้ๆ เพื่อน สมช. 2 คนเข้าไปรวมด้วยช่วยกัน ด้วยความสนใจ)
ลุงคิม : (หยิบขวดน้ำส้มสายชูมา น้ำดื่มมา 1 ขวด เอาแก้วเปล่ามา 1 ใบ เตรียมรอ ได้ดินโคนต้นตามสั่งมาแล้ว.... เริ่มปฏิบัติการ)

- หยิบกระดาษลิสมัสขึ้นมา 1 แผ่น จุ่มลงไปที่น้ำส้มชายชู แกว่งนิดๆเพื่อให้สัมผัสเต็มที่ แล้วนำขึ้นมาเทียบวัดค่า พีเอช ที่ตารางเทียบค่าข้างกล่องให้ทุกคนดู อ่านค่าได้ 2.0 นี่คือเป็นกรดจัด

- หยิบกระดาษลิสมัสขึ้นมาใหม่ 1 แผ่น จุ่มลงไปที่น้ำดื่ม แกว่งนิดๆเพื่อให้สัมผัสเต็มที่ แล้วนำขึ้นมาเทียบวัดค่า พีเอช ที่ตารางเทียบค่าข้างกล่องให้ทุกคนดู อ่านค่าได้ 7.0 นี่คือเป็นกลาง

- ใส่น้ำดื่มลงไปในแก้วที่บรรจุดินโคนต้นไม้ท่วม 2-3 เท่าแล้วคนๆ ๆๆ ดินละลาย คนซ้ำ 2-3-4 รอบ ปล่อยนิ่งให้ดินนอนก้น ขั้นตอนนี้ใช้เวลา 2-3 นาที

- หยิบกระดาษลิสมัสขึ้นมาใหม่ 1 แผ่น จุ่มลงไปที่น้ำละลายดินในแก้ว แกว่งนิดๆเพื่อให้สัมผัสเต็มที่ แล้วนำขึ้นมาเทียบวัดค่า พีเอช ที่ตารางเทียบค่าข้างกล่องให้ทุกคนดู อ่านค่าได้ 7.0 เหมือนในน้ำดื่ม นี่คือดินโคนต้นไม่นี้เป็นกลาง

- ทำทุกอย่าง ทุกขั้นตอนช้าๆ พูดชัดๆ เพราะรู้ว่าคนที่ดูไม่มีพื้นฐานเลย

สมช. : ลุงครับ กระดาษวัดนี่ซื้อได้ที่ไหนครับ ?
ลุงคิม : ลุงคิมซื้อที่ศึกษาภัณฑ์พานิช ที่อื่นอาจจะมีแต่ไม่รู้.... กล่องนี่มี 200 ชิ้น ราคา 500 บาท ก็ว่าไป

สมช. : ที่จริง เกษตรตำบล น่าจะมีเครื่องมือตัวนี้บ้างนะ
ลุงคิม : ถ้าเกษตรมี แล้วลุงคิมจะหากินอะไรล่ะ ว่ามั้ย

สมช. : (หัวเราะ....)
----------------------------------------------------------------------------------

คำถาม 5 : ผัวหนุ่มเมียสาว ที่ปากช่อง 16 ไร่ ...
ลุงคิม : หนูลูก ซื้ออะไรล่ะ ?

สมช. : (ยิ้มกว้างเต็มใบหน้าทั้งสองคน ยืนอยู่หน้าบู๊ธชาตรีฯ) .... หลายอย่างครับ
ลุงคิม : ปลูกอะไร ทำอะไรล่ะ อยู่ที่ไหนล่ะ

สมช. : ครับ มีที 16 ไร่ อยู่ปากช่องครับ ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะปลูกอะไรครับ
ลุงคิม : อืมมม น้ำตรงนั้นดีไหม ?

สมช. : ดีครับ
ลุงคิม : ดี .... น้ำมาจากไหน

สมช. : บาดาลครับ
ลุงคิม : บาดาล .... มีน้ำตลอดปีไหม ?

สมช. : ตลอดปีครับ
ลุงคิม : อืมมม ตาให้แนวคิด ลงทุเรียนชัก 5 ไร่ ลงแตงโมซัก 1 ไร่ ลงแคนตาลูปซัก 1 ไร่ .... ทำทุเรียนระยะชิด 100 ต้นต่อไร่ แตงโม 1 ไร่ แบ่งเป็น 2 โซน แคนตาลูป 1 ไร่ แบ่งเป็น2 โซน แต่ละโซนปลูกห่างกัน 1 เดือน แบบนี้จะทำให้มีผลผลิตออกตลาดทุกเดือนเลย

สมช. : น่าสนใจครับ
ลุงคิม : แค่สนใจเท่านั้นเหรอ ทำทุเรียนหมอนทองนอกฤดู ทำแตงโม แคนตาลูป สี่เหลี่ยม เท่าไหร่ก็ไม่พอขายนะ

สมช. : ครับ
ลุงคิม : เป็นตัวของตัวเอง มีคนทำได้เราก็ต้องทำได้ เอาน่า ไม่มีใครเก่งกว่าใครหรอกนะ คนเรา แพ้/ชนะ กันที่โอกาสนะ

สมช. : ครับ
--------------------------------------------------------------------------------

คำถาม 6 : ทำกับดักแมลงวันทอง....
สมช. : กับดักแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดสีเหลือง แมลงวันทองติดเต็มแล้ว อะไรล้างกาวเหนียวออก จะได้ใช้ใหม่ได้
ลุงคิม : ด้ายยย แต่มันคุ้มกันเหรอ ซื้อทินเนอร์ แอลกอฮอร์ มาล้างฟิวเจอร์บอร์ด แม้แต่ซื้อฟิวเจอร์บอร์ดใหม่ กับมีวิธีอื่นอีกไหม ?

สมช. : ไม่คุ้มหรอกครับ
ลุงคิม : (หยิบตัวอย่างกับดักทีทำโชว์ให้ดู) ทำแบบนี้ไง.... เอาแผ่นพลาสติกใส่ครอบแผ่นฟิวเจอร์บอร์ด แล้วสเปร์ย์กาวเหนียวบนแผ่นพลาสติก พอแมลงวันทอง หรือแมลงอะไรก็สุดแท้ติดจนเต็มแล้วเราก็ถอดแผ่นพลาสติกออก แล้วใส่แผ่นใหม่ สเปร์ยกาวเหนียว ลงไปแทน แบบนี้เปลืองแต่แผ่นพาสติกเท่านั้น เอาไหม ?

สมช. : เอาครับ ทีแรกไม่รู้ นึกว่าพ่นกาวเหนียวลงบนแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดตรงๆเลย
-----------------------------------------------------------------------------------

คำถาม 7 : แก้วมังกร ใช้อะมิโน ....
สมช. : ผู้พันครับ ผมต้องขอบคุณผู้พันเป็นอย่างสูงเลยครับ
ลุงคิม : ขอบคุณเรื่องอะไรเหรอ ? .... เปลี่ยนเป็นเงินได้ไหม ?

สมช. : แก้วมังกรครับ ปีที่แล้วแก้วมังกรปี กับตอนต้นปีนี้แก้วมังกรนอกฤดู ของผมออกดอกดีมากเลยครับ
ลุงคิม : แล้วผมไปเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ ?

สมช. : เกี่ยวครับ เกี่ยวมากด้วย เพราะคำแนะนำจากผู้พันนี่แหละครับ ผมถึงมาถึงวันนี้ได้.... เริ่มจากบำรุงต้นสร้างความสมบูรณ์สะสม ผมก็ใช้ไบโออิ. ไทเป. ยูเรก้า. มาซื้อที่คาราวานชาตรีฯ นี่แหละครับ
ลุงคิม : แค่นี้น่ะเหรอ ?

สมช. : ไม่ใช่แค่นี้ครับ ผู้พันพูดคำว่า “ซุปเปอร์” ขึ้นมา ผมก็เลยใส่ “อะมิโน” เสริมเติมเพิ่มบวกลงไปในปุ๋ยผู้พันทุกสูตรแล้วใช้ ใช้ประจำตลอดปี ต้นก็เลยมีความสมบูรณ์สะสมสูงกว่าปกติ
ลุงคิม :: (พูดเลียนแบบเป๊ะ แสดงว่าฟังวิทยุประจำ) เอางี้นะ

สมช. : ครับ
ลุงคิม : แปลงข้างบ้านเขาเอาด้วยไหม ?

สมช. : เหมือนเดิมครับ ไม่เอาหรอกครับ
ลุงคิม : เฮ่ออออ นี้คือปัญหาใหญ่ของลุงคิม 24 ปี ขึ้นไปที่ 25 ของงานส่งเสริมเกษตร ยังเปลี่ยนใจคนไม่สำเร็จ

สมช. : ผู้พันคงต้องทำต่อไปแหละครับ
ลุงคิม : จนกว่าจะได้ครบทั้ง 22 ล้านคน .... ยังงั้นเหรอ ?
-----------------------------------------------------------------------------------

คำถาม 8 : เมล็ดแตงโม ไคโตซานเร่งรากงอก ....
สมช : ลุงคิม ฉันเอาเมล็ดแตงโมแช่ในไคโตซาน แช่นานแค่ 6 ชม. แล้วเอาไปห่มต่อไม่ถึง 6 ชม. โอ้โฮ เมล็ดงอกดีมากเลย งอกทุกเมล็ด แต่ละเมล็ดรากใหญ่รากยาว เอาไปปลูกก็โตเร็วเพราะรากเขาสมบูรณ์
ลุงคิม : ไคโตซานอย่างเดียวเหรอ ?

สมช. : อย่างเดียว อย่างเดียวจริงๆ แล้วที่เมล็ดก็ไม่ได้เอากรรไกตัดเล็บขลิบจมูกเมล็ดก่อนด้วย
ลุงคิม : อืมมม ที่จริง สารอาหารที่ส่งเสริมการงอกของรากของเมล็ดคือ ไคโตซาน. กับ โบรอน. ก็เลยแนะนำให้ใช้ยูเรก้า.กับแคลเซียม โบรอน. เอา 2 อย่างเลย แสดงว่าแค่ไคโตซานอย่างเดียวก็ใช้ได้ ส่วนที่ว่าไม่ต้องขลิบปลายเมล็ดแล้วรากยังแทงออกมาได้ดีก็เพราะประสิทธิภาพของเจ้าไคโตซานนี่แหละ

สมช. : แบบนี้ พืชอย่างอื่นที่ต้องเพาะเมล็ดก็ทำแบบนี้ได้ด้วยน่ะซี
ลุงคิม : ใช่ เมล็ดคือเมล็ด ถ้าพืชได้กินสารอาหารตั้งแต่ยังเป็นเมล็ดจะส่งผลดีไปถึงต้นที่โตขึ้นไหม ? ... แล้วเมล็ดที่แช่ในสารเคมีล่ะ สารเคมีไม่ใช่สารอาหารแต่เป็นสารพิษ แล้วเมล็ดได้กินสารพิษตั้งแต่ยังไม่งอก ไม้ต้นนั้นจะเป็นยังไง

สมช. : จริงๆด้วย
---------------------------------------------------------------------------------

คำถาม 9 : ส่วนผสมทำไทเป ....
ลุงคิม : นั่นซื้ออะไรไปเยอะแยะเลย
สมช. : (ยิ้มกว้างเต็มใบหน้า สะท้อนความภาคภูมิใจ) ซื้อกลูโคส 13-0-46, 0-52-34, ธาตุรอง/ธาตุเสริม, อะมิโน,

ลุงคิม : เอาไปทำฮอร์โมนไข่ใช่ไหม ?
สมช. : ใช่ครับ ผมเอาไปทำไทเป

ลุงคิม : แล้วน้ำส้มสายชูล่ะ ยิสต์ล่ะ แล้วก็สีล่ะ หาที่ไหน ?
สมช. : ที่ร้านแถวบ้านผมมีขายครับ

ลุงคิม : เออดี นี่จะทำกี่ลิตรล่ะ
สมช : ตามสูตรในหนังสือ 100 ลิตรครับ

ลุงคิม : 100 ลิตร .... ทำใช้หรือทำขายเนี่ยยยย
สมช. : ทั้งใช้ ทั้งขาย แต่ไม่ได้เททิ้งครับ

ลุงคิม : เอา ๆๆ ขายสิ่งที่ถูกต้อง ได้เงิน ได้บุญ
สมช. : ครับ ขอบคุณผู้พันมากครับ
---------------------------------------------------------------------------------

คำถาม 10 : ทุเรียนเพาะเมล็ดมีรากแก้ว ....
สมช. : คุณลุงครับ เห็นข่าวเขาซื้อขายเมล็ดทุเรียนกัน เขาเอาไปเพาะ แล้วเอาไปปลูก แบบนี้ปลูกแล้วทุเรียนไม่กลายพันธุ์เหรอครับ ?
ลุงคิม : กลายซี่

สมช. : อ้าว แล้วเขาทำไมถึงให้ปลูกทุเรียนจากเพาะเมล็ดล่ะ
ลุงคิม : อ๋อออ รู้แล้ว ที่เขาเพาะเมล็ดน่ะ เขาไม่ได้เอาไปปลูกโดยตรงหรอก เขาเอาไปทำตอสำหรับทาบกิ่งต่างหาก ก็เหมือนกับไม้ผลยืนต้นอย่างอื่นๆนั่นแหละ

สมช. : งั้น ถ้าเราปลูกต้นตอจากเพาะเมล็ดก่อน แล้วเปลี่ยนยอดก็ได้ซิครับ
ลุงคิม : ช่ายยยย ดี ดีด้วย ดีมากๆ ต้นที่มีรากแก้วหาอาหารแล้วก็ยึดลำต้นได้ดีกว่าต้นไม่มีรากแก้ว ไม่ใช่แค่นี้นะ เสริมรากด้วยเป็นไร เอาตอละ 3 รากไปเลย

สมช. : ดีครับ
ลุงคิม : ทำทุเรียนแฟนซีซี่ ต้นเดียว 10 สายพันธุ์ .... มึงเอ๊ยยย ไม่พอแจก
----------------------------------------------------------------------------------

คำถาม 11 : ทุเรียนล้นตลาดทำยังไง .... ?
สมช. : ลุงครับ ทุเรียนปลูกกันมาก จะล้นตลาดไหมครับ ?
ลุงคิม : ล้น อะไรที่มีมากกว่าคนกินคนซื้อ เขาเรียกว่าล้นตลาดทั้งนั้น

สมช. : แล้วเราควรทำยังไงครับ
ลุงคิม : คุมต้นทุน สร้างคุณภาพ แปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม ทำนอกฤดู ส่งเสริมการตลาด

สมช. : 4 อย่างแรก เข้าใจ แต่อย่างสุดท้าย การตลาด เราต้องทำยังไงบ้างครับ
ลุงคิม : ไปหาคนรับซื้อ แล้วคุยกับเขาว่า เขาต้องการอะไร ? อย่างไร ? แค่ไหน ? เมื่อไหร่ ? มีรายละเอียดข้อตกลงอะไรพิเศษบ้างไหม ?

สมช. : ไม่ใช่ง่ายๆ เลยครับ
ลุงคิม : ถูกต้อง อะไรที่ทำเป็นทำได้ก็ไม่ยาก แต่อะไรที่ทำไม่เป็นทำไม่ได้มันยากเป็นธรรมดา แล้วอั้ยที่เขาขายๆกันน่ะ มันเกิดเองหรือว่ามีคนทำขึ้น

สมช. : ทำซิครับ
ลุงคิม : ก็นั่นน่ะซี รึจะปล่อยให้ล้นตลาดอยู่อย่างนั้น เอาน่าาา ระหว่าง มะม่วง เงาะ มังคุด ล้นตลาด กับทุเรียนล้นตลาด จะเหมือนหรือต่างกันไหม ?

สมช. : ต่างครับ ทุเรียนยังราคาสูงกว่า
ลุงคิม : ก็ใช่น่ะซี แล้วถ้าเป็นนอกฤดูอีกล่ะ อย่างไหนจะดีกว่ากัน

สมช. : ทุเรียนครับ
ลุงคิม : แล้วถ้าเป็นทุเรียนทอดกรอบล่ะ

สมช. : ดีครับ แต่ทำไม่เป็นครับ
ลุงคิม : นี่แหละ เพราะตอนที่อยู่ในท้องแม่ไม่หัดทำ โตขึ้นมาถึงทำไม่ได้ ทำไม่เป็น ยังไงล่ะ

สมช. : ครับ
ลุงคิม : คนเราไม่มีใครเก่งกว่าใครหรอกนะ แต่คนเรา แพ้/ชนะ กันที่โอกาส

เรื่องผลไม้หรือผลผลิตทางการเกษตรทุกชนิดที่ล้นตลาด ไม่อยากเชื่อว่าผู้ส่งเสริม ทั้งรัฐบาลและราชการ ไม่รู้ว่า “แปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม” ได้ คุณว่ามั้ย...

* ทุเรียนผง เอาไปทำไอศกรีม ทำเค้ก ทำทอดกรอบ
(สิงค์โปร์ทำไอศกรีมทุเรียน สั่งทุเรียนผงจากมาเลเซีย.... โรงงานทำทุเรียนผงของไทยอยู่ที่จันทบุรี http://www.cgfreezedry.com/index.php/th/component/content/category/9-articles 086-417-3155)

* เงาะ ลำไย ลิ้นจี่ สับปะรด ข้าวโพด มะม่วง กล้วย ฯลฯ.... ทำแช่อิ่มบรรจุกระป๋อง

ผลไม้กระป๋อง ไม่ใช่แต่แจ๊คหม่า. จีนประเทศเดียว ประชากร 1,600 ล้านคน ต้องการกิน
แจ๊คหม่ำ.จาก 20 ประเทศ ประชากร 1,600 ล้านคน ก็ต้องการกินเหมือนกัน
แล้วทำไมประเทศไทยไม่สนับสนุน ที่ไม่สนับสนุนเพราะมันไม่มีเงินทอง .... มั้ง

ในเมื่อภาครัฐไม่ส่งเสริม ภาคประชาชนก็ส่งเสริมตัวเอง รวมกลุ่มเข้าหุ้นทำเองเลย ไม่ต้องรอต่างชาติมาลงทุน


สมช. :(เสียงอ่อยๆ) ครับ
---------------------------------------------------

คำถาม 12 : ต้นทุเรียน สูง ใหญ่ กว้าง ?
สมช. : ผู้พันครับ ต้นทุเรียนเก่า อายุ 10-20 ปี ต้นใหญ่ขนาดคนโอบ สูงเท่าเสาไฟฟ้า อันนี้เราตัดแต่งทรงพุ่มแบบมะม่วงไร่กล้อมแกล้มได้ไหมครับ ?
ลุงคิม : คงไม่ได้หรอกนะ เพราะมะม่วงกับทุเรียนมีอะไรๆ หลายๆ อย่างที่ต่างกัน แต่ถ้าจะตัดแต่งสร้างทรงพุ่มใหม่แบบสวนทุเรียนที่โป่งน้ำร้อน จันทบุรี ละก็ทำได้

สมช. : ที่นั่นเขาทำยังไงครับ
ลุงคิม : เดิมต้นสูงเท่าไหร่ก็สุดแท้ เขาตัดเหลือสูง 5 ม. ขนาดทรงพุ่มกว้างเท่าไหร่ก็สุดแท้ เขาตัดทิ้งเหลือความกว้างทรงพุ่มแค่ 6 ม.

สมช. : แล้วออกลูกดีไหมครับ ?
ลุงคิม : อันนี้ไม่รู้ เห็นในข่าว เขาขอกว่า ทุเรียนสวนนี้ส่งออกไต้หวัน 99% แล้วก็ส่งได้ทุกปีๆด้วย

สมช. : แล้วสปริงเกอร์ล่ะครับ ต้นทุเรียนสูง สปริงเกอร์ขึ้นถึงหรือครับ ?
ลุงคิม : ปัญหาอยู่ตรงที่น้ำถึงขึ้นไปหาหัวสปริงเกอร์บนยอดไม่ได้ ที่ขึ้นไปไม่ได้ก็เพราะระบบการติดตั้งนั่นแหละ ถ้าจับหลัก “แรงดัน แรงอัด” ละก็ รับรองว่าได้

ที่ไร่กล้อมแกล้มเคยทำมาแล้ว ต้นมะม่วงติดมากับสวน ต้นสูงขนาดสันจั่วบ้าน 2 ชั้น ประมาณ 10 ม.ขึ้นแหละมั้ง 3 ต้น ติดสปริงเกอร์เหนือยอดต้นละ 3 หัว เปิดน้ำพร้อมกัน 10 นาที น้ำเปียกใบทั่วทรงพุ่ม ทั้งใต้ใบบนใบ น้ำผ่านใบตกลงดินโคนต้น เปียกโชกยังกับฝนตกซักครึ่งชั่วโมแน่ะ

สมช. : อื้อฮือ...
ลุงคิม : ที่จริงต้นที่ตัดกลิ่งให้เหลือสั้นลง เปรียบเสมือนโจรแขนด้วน กิ่งแบบนี้จะใหญ่แข็งแรง ตอนที่มีลูกไม่ต้องโยงกิ่งด้วย กรณีทุเรียนต้นสูง บางต้นกิ่งล่างสุดอยู่สูงจากพื้นมาก อันนี้ถ้าเราเสียบกิ่งใหม่ที่โคนต้น เกือบชิดดิน แล้วบำรุงเลี้ยงตามปกติ คุณว่ามันจะออกดอกติดลูกได้ไหม

สมช. : ได้ครับ
ลุงคิม : ก็นั่นน่ะซี คุณก็รู้นี่ แล้วทำไมไม่ทำล่ะ รู้ไหม นั่นทำให้เราสูญเสียโอกาสไปไม่ใช่น้อยเลยนะ

สมช. : ครับ
-------------------------------------------------------------------------------------

คำถาม 13 : อยากให้ทำหนังสือเรื่องสปริงเกอร์ ....?
สมช : ผู้พันครับ ขออนุญาตเสนอแนะครับ
ลุงคิม : เชิญ ยินดี

สมช. : อยากให้ผู้พันทำหนังสือสปริงเกอร์ครับ
ลุงคิม : อือออ GOOD IDEA แต่ NO I.Q. (ว่ะ)

สมช. : เป็นยังไงครับ
ลุงคิม : ขาดทุนซี่ ขนาดหนังสือหัวใจเกษตรไท มินิ วันนี้ได้ทุนคืนแล้ว ที่เหลือแจกแบบปอเต็กตึ๊งซะดีไหม ?

สมช. : ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกครับ
ลุงคิม : กำลังคิดอยู่เหมือนกันว่า หนังสือฉบับวิธีทำสปริงเกอร์ ทำเล่มเล็กๆ ราคาถูกๆ เอาให้ถูกที่สุดเท่าที่จะถูกได้ แต่รายละเอียดต้องครบนะ แล้วเอามาแถม ซื้อหัวใจเกษตรไท 1 เล่ม แถมหนังสือสปริงเกอร์ 1 เล่ม

สมช. : ดีครับ
ลุงคิม : ก็ว่างั้นแหละ ที่จริงคนที่อ่านหนังสือที่ผมเขียนแล้วเอาไปทำตาม ทั้งทำใช้ ทำขาย ประสบความสำเร็จเยอะแยะ แม้แต่คนที่คนไม่ได้เรียนสาขาเกษตร แล้วอ่าน อ่านแล้วทำ ก็ประสบความสำเร็จได้ กับคนที่ทำแบบเดิม ทำแบบไม่มีข้อมูลทางวิชาการ ทำเกษตรทำแล้วขาย ขายแล้วขาดทุน รุ่นแล้วรุ่นเล่า ก็ยังยึดติดทนทำแบบเดิมๆอยู่อย่างนั้น ที่จริง การเกษตรเรานี่ ถ้าไม่รวยก็ขออย่าให้เป็นหนี้ก็น่าจะพอแล้วนะ แต่ถ้ารวยด้วยก็ดีขึ้นไปอีก ว่ามั้ย

สมช. : ใช่ครับ
ลุงคิม : ที่จริง ผมอยากได้ขอเสนอแนะ ทำอย่างไร เกษตรกรไทยถึงจะเลิกยึดติดแบบเดิมๆ แล้วปรับเปลี่ยนวิธีการทำใหม่ ทำอย่างมีหลักวิชาการรองรับ

สมช. : คงต้องใช้เวลาครับ
ลุงคิม : ช่ายยย เห็นด้วย ผ่านมาแล้ว 24 ปี ขึ้นปีที่ 25 ถ้างั้นคงต้องทำต่อไปอีก 24 ปีซะละมั้ง

สมช. : ครับ
ลุงคิม : O.K. รับพิจารณานะ คอยฟังข่าวก็แล้วกัน....ขอบคุณครับ
----------------------------------------------------------------------------------

คำถาม 14 : หม้อปุ๋ยทำยังไง ....?
สมช. : ลุงครับ หม้อปุ๋ยนี่ทำยังไงครับ ?
ลุงคิม : ฮึ ถามแปลก .... วิธีก็ทำอย่างที่เห็นนี่แหละ แต่ถ้าจะถามว่า ตัดขวด ต่อขวด ยังไง หรือวิธีใช้ ใช้ยังไง ?

สมช. : ครับ ตรงที่เป็นขวดนี่ เราใช้ พีวีซี.ขนาดของมันเองได้ไหมครับ ?
ลุงคิม : ด้ายยย ใหญ่กว่าเล็กกว่า ได้ทั้งนั้น แต่ถ้าใช้ พีวีซี. มันทึบ มองเนื้อปุ๋ยที่วิ่งไปกับน้ำไม่เห็น เราจะไม่รู้เลยว่าเนื้อปุ๋ย ไป/ไม่ไป-ไปเร็ว/ไปช้า

สมช. : ครับ
ลุงคิม : อืมมม ลุงคิมว่านะ การได้ทำกับมือ การได้ใช้งานจริงกับมือ ซักครั้งสองครั้ง นั่นแหละคุณถึงจะเห็นภาพ แต่อธิบายด้วยการพูดอย่างเดียว คนฟังแค่ฟัง ฟังแล้วคงทำไม่ได้หรอกนะ

สมช. : ครับ
ลุงคิม : หาโอกาสไปดูของจริงที่ไร่กล้อมแกล้มซักครั้งซี่ เอาน่า เขาเรียนมหาวิทยาลัยตั้ง 4 ปี ยังทำไม่ได้เลย คุณแค่ฟังคำอธิบายอย่างเดียวจะทำได้เหรอ ?

สมช. : ครับ
ลุงคิม : หม้อปุ๋ยหน้าโซนตัวนี้ ลุงคิมคิดขึ้นมาเอง จดทะเบียนลิขสิทธิ์ได้เลยนะ มี สมช.เราไปเห็นแล้วบอกว่า หม้อปุ๋ยหน้าโซนของนอกMADE IN USA โรงงานอยู่บางปู อันละ 20,000 เวลาใช้งานต้องลดวาวล์แรงดันลง เพื่อแบ่งแรงดันน้ำที่ไปหัวสปริงเกอร์มาที่หม้อปุ๋ย นั่นแหละเนื้อปุ๋ยในหม้อปุ๋ยถึงจะไป แต่แรงพ่นน้ำที่หัวสปริงเกอร์กลับลดลง รัศมีพ่นน้ำเลยแคบลงด้วย แต่ของเราไม่เป็นยังงั้น ทุกอย่างยังแรงแล้วก็เร็วตามปกติ

สมช. : ครับ
ลุงคิม : ที่จริงหม้อปุ๋ยหน้าโซนมีตั้งหลายแบบให้เลือก มีแม้แต่หม้อปุ๋ยที่ปั๊มไว้ให้เลือกด้วย ลองไปดู เสร็จแล้วจะเลือกเอาแบบไหนก็เลือก หรือจะเลือกทั้ง 2 แบบเลยก็ได้

เท่าที่มีข้อมูล คนที่เอาปุ๋ยลุงคิมไปใช้แล้วได้ผลดี
ผลผลิตเพิ่ม .... จำนวนผลต่อต้นไว้ผลมากขึ้น คุณภาพปริมาณดีขึ้นชัดเจน
ต้นทุนลด ...... เปรียบเทียบที่ซื้อกับที่ทำเอง ราคา-ประสิทธิภาพ
อนาคตดี ...... เครดิตดี ความน่าเชื่อถือสูง คนกลางคนกินยอมรับ จองล่วงหน้า

เคยใช้ได้ผล อยู่ๆเลิกใช้ซะเฉยๆ บอกว่า การฉีดพ่นทางใบ 7วันครั้ง 10วันครั้ง ถี่เกินไป ไม่มีเวลา
ปัญหานี้ต้นสาเหตุที่แท้จริง คือ "เครื่องมือฉีดพ่น" ประเภททำงานด้วยมือ ทำงานที่ละต้นๆ ๆๆ ต้นละหลายๆครั้ง ตามชนิดของสารที่ฉีดพ่น

พอแนะนำ "สปริงเกอร์/หม้อปุ๋ยหน้าโซน-ถังปุ๋ยที่ปั๊ม" กลับบอกว่าแพง ทั้งๆที่ ประสิทธิภาพ/ประสิทธิผล ของเนื้องาน กับอีกหลากหลายหลักเศรษฐศาสตร์การลงทุน ที่ว่า "ระยะสั้น-ระยะปานกลาง-ระยะยาว.... บำรุงเต็มที่-ได้ผลเต็มที่....บำรุงเต็มที-ได้ผลเต็มที" กระนั้นก็ไม่ยอมรับ

ถึงจุดนี้อยากบอกว่านี่แหละ “คนเรา แพ้/ชนะ กันที่โอกาส” อย่างเช่น คุณเห็นอย่างนี้แล้วยังไม่รับ หรือ คุณปล่อยให้โอกาสลอยหลุดมือไปเอง เพราะ หม้อปุ๋ย-สปริงเกอร์ นี่แหละทีเป็นตัวช่วยในการทำงานได้ ทำได้ครั้งละหลายๆต้น/โซน วันละหลายๆโซน ทั่วทั้งสวน แรงงานคนเดียว เดี๋ยวเดียวเสร็จ

น้ำ-ปุ๋ย-ยา-ฯลฯ ไปทีละอย่าง หรือพร้อมกันทั้ง 3 อย่าง รอบเดียวเสร็จ
เลือกเวลาใช้งาน เช้า-สาย-เที่ยง-บ่าย-ค่ำ ตามความจำเป็น ถูกต้อง และเหมาะสม

การให้ ปุ๋ย/ยา ทางท่อ ไปกับระบบน้ำ อเมริกาใช้มากว่า 50 ปีแล้ว ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมประเทศไทยไม่เอามาใช้ ไม่เอามาส่งเสริม

คิดคำนวณตามหลักเศรษฐศาสตร์ ระหว่าง “สปริงกอร์/หม้อปุ๋ย" กับ "สะพายเป้-ลากสายยาง-แอร์บลาสส์-เรือปากเป็ด” เนื้อที่เท่ากัน

- สปริงเกอร์/หม้อปุ๋ย : ลงทุนครั้งเดียว รุ่นแรกก็ได้ทุนคืนแล้ว อายุใช้งาน 10-20-30 ปี, ทำงานได้วันละหลายรอบ (ตี.5 สาย เที่ยง บ่าย ค่ำ) ตามต้องการ, ค่าไฟฟ้าต่อรอบ, ค่าแรงงาน, ใช้เวลาน้อยมาก, ใช้พื้นที่ปลูกน้อย (ระยะชิด)

* สปริงเกอร์ระบบอิสราเอล ต้นทุนไร่ละหลายหมื่น สปริงเกอร์ระบบไร่กล้อมแกล้ม ต้นทุนไร่ละหมื่นเดียว สปริงเกอร์ระบบภูมิปัญญาพื้นบ้าน ต้นทุนไร่ละครึ่งหมื่น

* มะม่วงไร่กล้อมแกล้ม ระยะชิด 1โซน 50ต้น ฉีดพ่นทางใบ ใช้เวลา 3-5 นาที แรงงานคนเดียว .... ลากสายยางฉีดพ่น ต้นละ 5 นาที รวม 250 นาที
* กรณีศึกษา ทุเรียน (ไม้ผลอื่นๆ ระยะปลูกปกติ) ต้นสูงเท่าเสาไฟฟ้า แบ่งเป็นโซน ๆละ 10 ต้น ฉีดพ่นทางใบ ใช้เวลา 3-5 นาที แรงงานคนเดียว.... ลากสายยางฉีดพ่น ต้นละ 10 นาที รวม 200 นาที

* แปลงผักสวนครัว แบ่งเป็นโซน ๆละ 1 ไร่ ฉีดพ่นทางใบลงถึงทางรากได้ ใช้เวลา 3-5 นาที แรงงานคนเดียว.... ลากสายยางฉีดพ่น 10ร่อง/แถว ๆละ 10 นาที รวม 200 นาที

* สปริงเกอร์/หม้อปุ๋ย คือ เครื่องฉีดพ่นที่สามารถฉีดพ่น ปุ๋ย (อินทรีย์/เคมี) ยา (สมุนไพร/สารเคมี) อย่างเดียวเดี่ยวๆ หรือ 2 อย่างพร้อมกันได้

- สะพายเป้ : ทำงานได้น้อยครั้ง ได้พื้นที่ครั้งละน้อยมากๆ ต้นสูงฉีดพ่นไม่ถึง เหนื่อย
- ลากสายยาง : ทำงานได้น้อยครั้ง ได้พื้นที่ครั้งละน้อยมากๆ สิ้นเปลืองไฟฟ้า เหนื่อย
- เรือปากเป็ด : ทำงานได้มาก ได้พื้นที่ครั้งละมาก สิ้นเปลืองน้ำมัน สิ้นเปลืองพื้นที่ เหนื่อย
- แอร์บลาสส์ : คันละล้าน ทำงานได้มาก ได้พื้นที่ครั้งละมากๆ สิ้นเปลืองน้ำมัน สิ้นเปลืองพื้นที่เพราะต้องมีพื้นที่ให้แอร์บลาสส์วิ่ง เหนื่อย

ระบบสปริงเกอร์ที่ติดกันทั่วไปแบบเปิดวาวล์ทีละร่องทีละแถว ครั้งละ 3-4-5 แถว/ร่อง
เปิดแล้ว 2-3หัวแรก = แรง, 2-3หัวกลาง = กลาง, 2-3หัวท้าย = ค่อย, ไม่ออก
สปริงเกอร์ระบบนี้ ส่ง ปุ๋ย/ยา ไปทางท่อ ไปพร้อมกับระบบน้ำไม่ได้ เพราะการติดตั้งผิดระบบ จึงต้อง ให้น้ำ ให้ปุ๋ย ให้ยา แยกกันคนละครั้ง .... สิ้นเปลือง (ทุกอย่าง) โดยใช่เหตุ

สวนไม้ผล สวนต้นไม้ ใหญ่/สูง ติดสปริงเกอร์แต่ทางราก จะให้ทางใบต้อง ฉีดพ่น/ทำงาน ต่างหาก ทั้งๆที่หัวสปริงเกอร์บนพื้นตัวนั้น หากต่อสูงขึ้นไปจนถึงยอดก็ให้ทางใบได้แล้ว

หรือติดตั้งหัวสปริงเกอร์สำหรับให้ทางใบและทางรากมีวาวล์แยกที่โคนต้น
จะให้ทางใบ เปิดวาวล์ทางใบ ปิดวาวล์ทางราก
จะให้ทางราก เปิดวาวล์ทางราก ปิดวาวล์ทางใบ

ประหยัดปุ๋ย ............. ทำเอง ............. ต่อรอบ ต่อปี ต่อ 10-20-30 ปี
ประหยัดยา ............. สารสมุนไพร ....... ต่อรอบ ต่อปี ต่อ 10-20-30 ปี
ประหยัดเวลา ........... ไฟฟ้า ............. ต่อรอบ ต่อปี ต่อ 10-20-30 ปี
ประหยัดแรงงาน ........ ทำเองคนเดียว ..... ต่อรอบ ต่อปี ต่อ 10-20-30 ปี

ไม่เอา เพราะ ........... ใจไม่เอา. ไม่เชื่อ. ทำไม่เป็น. เป็นไปไม่ได้. แพง. ล้าสมัย.



สมช. : ครับ
------------------------------------------------------------------------------------

คำถาม 15 : ปลดหนี้ ...
สมช. : ลุงคิมครับ ทำยังไง เกษตรกรถึงจะปลดหนี้ได้ครับ ?
ลุงคิม :
- “หนี้นี้ท่านได้แต่ไรมา” ..... หนี้ คือ เงินที่ยังติดค้าง จะต้องใช้คืน

* กูรู ว่า ผลมาจากเหตุ :
1. เป็นหนี้เพราะ .............. อยากได้ของที่ต้องการมาใช้ก่อน
2. เป็นหนี้เพราะ .............. ไม่สามารถหมุนเงินได้ทัน
3. เป็นหนี้เพราะ .............. มีค่าใช้จ่ายมากกว่ารายได้
4. เป็นหนี้เพราะ .............. มีนิสัยใช้เงินเกินตัว
5. เป็นหนี้เพราะ .............. ต้องการสร้างธุรกิจของตนเอง
6. เป็นหนี้เพราะ .............. ค้ำประกันให้ผู้อื่น
7. เป็นหนี้เพราะ .............. การพนัน
8. เป็นหนี้เพราะ .............. ความประมาท
https://moneyhub.in.th/article/8-สาเหตุ-เป็นหนี้/


* ลุงคิม ว่า (1) :
- จ่ายมากกว่ารับ .......... แก้ไขโดย ลด/ตัด/ปรับ รายการจ่าย
- ขายได้น้อยกว่าลงทุน .... แก้ไขโดย ลด/ตัด/ปรับ รายการต้นทุน
- ทุนสูงเพราะซื้อ ........... แก้ไขโดย รวมกลุ่ม/รวมรุ่น ซื้อ
- ได้ผลไม่คุ้มทุน ........... แก้ไขโดย ทำให้ถูกต้องตามสมการเกษตร
- ทำเอง ................... แก้ไขโดย ทำคนเดียว รวมกลุ่มทำ
- ความรู้.................... แก้ไขโดย จับหลักการ ปุ๋ย/ยา/เทคโน/โอกาส, ฟังคิดถามเขียน - อ่าน ดู ทำ ใช้
- แผนล่วงหน้า ............ แก้ไขโดย เลิก/ปรับวิธีการทำแบบเดิม เป็นวิธีการทำแบบใหม่ตามยุคสมัยของโลก

* ลุงคิม ว่า (2) :
- ทำแบบเดิมคงไม่มีอะไรดีกว่าเดิม หรือแย่ลงกว่าเดิม....
- ทำตามคนที่ล้มเหลวจะล้มเหลวกว่า ทำตามคนที่สำเร็จจะสำเร็จยิ่งกว่า....
- ผลผลิตไม่เพิ่ม ต้นทุนไม่ลด อนาคตไม่ดี ....
- ทำแล้วขาย ขายแล้วขาดทุน รุ่นแล้วรุ่นเล่า ....
- ยาก/ง่าย อยู่ที่ใจ ....
- คนที่จะช่วยเราได้ คือ คนในกระจก ....

* ข้อคิด จากหนังสือหัวใจเกษตรไท :
GENTLE AGREEMENT : จริงจัง จริงใจ เสียสละ .... ให้มากกว่ารับพร้อมทำเองสอนวิธีทำ พร้อมซื้อสอนวิธีซื้อ .... ทำใช้ ทำขาย ทำแจก ทำเททิ้ง

อยากทำปุ๋ย แต่.... หาวัสดุส่วนผสมไม่ได้ : ไปที่ร้าน บอก ร้าน/เซลล์ สั่งให้ .... บอกให้สหกรณ์เอาสินค้านี้มาขาย

อยากทำยาสมุนไพร แต่.... ไม่รู้จัก หาซื้อไม่ได้ : ไปที่ร้านยาไทย .... บอกให้สหกรณ์เอาสมุนไพร สำเร็จรูป/พร้อมใช้ มาขาย

อยากรู้เทคโนโลยี แต่.... ไม่รู้ ไม่เคยเห็น : อ่านตำรา ไปสวน ดูหลายๆสวน แล้ว คิด/วิเคราะห์/เปรียบเทียบ ด้วยเหตุและผล

ไม่รู้ ไม่เชื่อ : ถามคนขาย สินค้านั้นมาจากไหน ไปดูถึงแหล่ง แล้ว คิด/วิเคราะห์/เปรียบเทียบ ด้วยเหตุและผล

ต้นทุนทำเกษตรยุคนี้ : ค่าปุ๋ย 30% ค่ายา 30% ค่าเทคโน 20% ค่าเสียโอกาส 20%

ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครทำเป็นมาตั้งแต่อยู่ในท้อง เกิดมาแล้วมาเรียนมาหัดเอาเองทั้งสิ้น
สวมวิญญาณนักปราชญ์ สุ จิ ปุ ลิ .... อ่าน ดู ทำ ใช้ ขาย แจก



สมช. : ลุงคิมครับ ทำยังไง เกษตรกรถึงจะปลดหนี้ได้ครับ ?
ลุงคิม :ทำยังไงเหรอ .... ทัมใจ เท่านั้นแหละ 24 ปี ต่อปีที 25 ทั้งที่คิดเอง ทั้งที่ สมช.เราบอก เหมือนกัน คือ “ใจ” เท่านั้น เพราะใจไม่เอา รู้ทั้งรู้ก็ไม่เอา

สมช. : แล้วคนที่ใจพร้อมแล้วแต่ไม่มีความรู้เลย
ลุงคิม : อ่านหนังสือ แล้วทำตามโผในหนังสือนั้นเลย

สมช. : ในหนังสือบอกให้ใช้ปุ๋ย สูตรนั้น/สูตรนี้ ฮอร์โมนตัวนั้น/ตัวนี้ แต่ร้านขายปุ๋ยตามบ้านมีมีขาย
ลุงคิม : อันนี้ต้องช่วยตัวเอง .... สั่งซื้อทาง ปณ. ที่ชาตรีฯ .... บอกให้ร้านในเขตบ้านตัวเองสั่งให้ ราคาเท่าไหร่ก็ว่าไป .... บอกให้สหกรณ์บ้านตัวเองเอามาขาย ....

วันนี้ลุงคิมใช้วิธีให้ร้านขายปุ๋ยใกล้บ้าน พุทธมณฑลสาย 4 สั่งให้ ราคาเท่าไหร่ก็ว่ามา กับหลายอย่างก็เอาไปจากชาตรีฯ นี่แหละ

สมช. : ขอบคุณครับ
---------------------------------------------------------------------------------

คำถาม 16 : ถ้าลุงคิมเป็นนายก จะส่งเสริมเกษตรยังไง .... ?
สมช. : ลุงคิมครับ ในฐานะที่ลุงคิมเป็นทหารเก่า ขอถามลุงคิมว่า ถ้าลุงคิมเป็นนายก ลุงคิมจะส่งเสริมการเกษตรยังไง ?
ลุงคิม : (หัวเราะในลำคอ) อย่าไปคิดอะไรให้เกินตัวเลย ถึงวันนี้อยากจะบอกว่า ต่อให้อีก 500 นายกก็ทำไม่ได้ เพราะผู้รับการส่งเสริมไม่ปรับตัวเอง คือ ไม่รับนั่นเอง

อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร หรือกรมวิชาการเกษตร อันนี้จำไม่ได้ แต่ภารกิจหน้าที่ไม่ต่างกันหรือไปด้วยกัน พูดเต็มปากว่า “ส่งเสริมมันยังไง มันก็ไม่เอา....”

นายกทุกนายก ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี ถึงนายกสมาคม มีหน้าที่กำหนดนโยบาย ไม่ใช่ผู้ปฏิบัติ ราชการต่างหาก คือ ผู้ปฏิบัติ

ข้าราชการมีหน้าที่นำ นโยบาย-แผนการ-โครงการ-ฯลฯ ไปแปลงเป็นการปฏิบัติ
เพราะฉะนั้น งานนี้ต้องพุ่งเป้าไปที่ราชการ

การเกษตรเนี่ย ว่ากันตามลำดับสายการบังคับบัญชา (CHAIN OF COMMAND) ด้านเกษตร ตั้งแต่ ปลัดกระทรวง. อธิบดี. ผู้อำนวยการ. หัวหน้ากอง. หัวหน้าแผนก. เกษตรภาค. เกษตรจังหวัด. เกษตรอำเภอ. เกษตรตำบล. นักการ. ยามหน้าประตู. ทุกตำแหน่งมี หน้าที่-ความรับผิดชอบ ตามพระราชกฤษฎีกาทั้งนั้น สูง/ต่ำ-มาก/น้อย ตามตำแหน่ง


สมช. : ยากนะลุง ราชการไทย เช้าชามเย็นชาม
ลุงคิม : ที่จริงจะโทษราชการอย่างเดียวก็ไม่ได้ ใจคอเกษตรกรจะรอให้ราชการไปส่งเสริมถึงบันไดบ้านทุกบ้านเลยเหรอ

สมช. : แต่ก็น่าจะทำอะไรให้มากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้นะลุง
ลุงคิม : ก็ใช่ แต่ผู้รับการส่งเสริมต้องขยับตัวเองบ้าง รวมกลุ่มแล้วสร้างโอกาสให้ได้พบกับราชการผู้ส่งเสริม เรียกว่าพบกันครึ่งทางน่ะ ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีนะ....

เอางี้ซี่ .... 4-5บ้าน 10บ้าน ทำเกษตรแบบเดียวกัน พืชก็พืชประเภทเดียวกัน เลี้ยงสัตว์ก็สัตว์เดียวกัน บ้านอยู่ใกล้กัน รวมกลุ่มกัน เชิญเกษตรด้านนั้นมากินข้าวเย็นที่บ้าน กินข้าวนะไม่ใช่กินเหล้า ขืนกินเหล้ามันจะกลายเป็น เหล้าก็เหล้ากู กับก็กับกู เมามามันจะเต๊ะกู อันนี้เป็นเรื่องแน่ ....

แล้วพูดคุยกับเกษตรถึง ปัญหา-ความสำเร็จ-แผนการ-โครงการ เท่าที่ตัวเกษตรกรเองจะมี “กึ๋น” ตั้งคำถาม เชื่อเถอะบางเรื่องบางอย่างถ้าเกษตรไม่รู้ เดี๋ยวท่านก็สอบถามไปที่ หน่วยงาน-เพื่อนฝูง-ผู้รู้ เอาคำตอบมาให้เอง....

ว่าแต่ว่า “ใจ” น่ะเอาไหม ?



สมช. : ครับ
ลุงคิม : ถึงบอกไงว่า คนที่จะช่วยเราได้ คือ คนในกระจกเท่านั้น...
------------------------------------------------------------------------------------

คำถาม 17 : ทำไมเกษตรไม่สอนให้ทำแคลเซียม โบรอน .... ?
สมช. : เจ้าหน้าที่เกษตรเรียนเกษตรมาโดยตรง แล้วทำไมไม่ส่งเสริมให้ทำแคลเซียม โบรอน ใช้เองบ้างครับ ?
ลุงคิม : คงไม่ใช่แคลเซียม โบรอน. อย่างเดียวหรอกนะ ปุ๋ยทางใบสูตรอื่นๆ สารพัดสูตร ที่เกี่ยวข้องกับพืชโดยตรงก็น่าจะส่งเสริม

สมช. : เขาทำไม่เป็นหรือเปล่า ?
ลุงคิม : อันนี้คุณต้องไปถามเจ้าตัวเขาเอาเอง

สมช. : เกษตรบ้านเรา นอกจากไม่ส่งเสริมให้ทำเองแล้ว ยังส่งเสริมให้ซื้อ ซื้อทุกอย่าง ซื้อหนัก อีกด้วย
ลุงคิม : ก็อย่างที่บอกเมื่อกี้นี้นี่แหละ ต้องช่วยตัวเองเท่านั้น ทำไมต้องรอเกษตรด้วย ในเมื่อมีคนมาสอนถึงบ้านแบบนี้น่าจะออกมาเรียนรู้กันเอง ว่ามั้ย

สมช. : ครับ
ลุงคิม : คิดดู รอบๆวัดส้มเกลี้ยงนี่ มีเกษตรกรโดยตรงหรือคนสนใจด้านการเกษตร กี่หมื่นกี่แสนคน แต่สนใจเรียนรู้วิธีการทำปุ๋ยแค่ไม่กี่สิบคน

สมช. : เขาไม่สนใจครับ
ลุงคิม : ก็นั่นน่ะซี แล้วทำยังไงเขาถึงจะสนใจล่ะ บอกเลย ที่เกษตรไม่อยากเข้ามายุ่งเกี่ยวก็เพราะ ความไม่สนใจของเกษตรกรนี่แหละ พูดง่ายๆก็คือ เขาไม่อยากเปลืองตัวนั่นแหละคุณ
สมช. : จริงครับ
ลุงคิม : เพราะฉะนั้น ต้องคนในกระจก เท่านั้น...
----------------------------------------------------------------------------------

คำถาม 18 : ทำไมสอนแต่แคลเซียม โบรอน .... ?
สมช. : ผู้พันครับ ผู้พันมีปุ๋ยตั้งหลายสูตรแล้วทำไมสอนทำแต่แคลเซียม โบรอน.ล่ะครับ ?
ลุงคิม : ตชด.ขอร้อง ขอแค่นี้ก็ให้แค่นี้ไงล่ะ

สมช. : หมายความว่า ถ้าขอให้สอนสูตรอื่นบ้างก็สอนได้ ใช่ไหมครับ ?
ลุงคิม : ได้ จะเอาสูตรไหนควรบอกกันล่วงหน้าหน่อย เพราะจะต้องเตรียมวัสดุอุปกรณ์การสอนหลายๆอย่าง รวมถึงสถานที่ด้วย

สมช. : ที่นี่กับที่ไร่กล้อมแกล้ม ที่ไหนดีกว่ากันครับ ?
ลุงคิม : ที่ไร่กล้อมแกล้มน่าจะดีกว่ามั้ง .... ถ้าจะให้สอนจริงๆกันจริงๆ ก็รวมกลุ่มกันมาซี่ ไม่ใช่มาแค่ 2 คน บ้านเดียวกันแค่นี้ อย่าลืมว่า คนสอนก็มีหัวใจเหมือนกันนะ

สมช. : ครับ
-------------------------------------------------------------------------------------

คำถาม 19 : เกษตรอินทรีย์ ทัศนะลุงคิม เป็นอย่างไร .... ?
สมช. : ลุงคิมครับ เดี๋ยวนี้ประเทศไทยส่งเสริมเกษตรอินทรีย์กันมาก ทำอะไร ทำยังไง ก็เกษตรอินทรีย์ทั้งนั้น เรียกเหมือนกันแต่การปฏิบัติไม่เหมือนกัน แล้วมาตรฐานจริงๆอยู่ที่ไหน
ลุงคิม : มาตรฐานจริงๆก็อยู่ที่คนทำนั่นแหละ อินทรีย์ๆ ที่พูดกัน ส่วนใหญ่หมายความถึง ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ไม่ใช้สารเคมียาฆ่าแมลงเท่านั้น งานนี้ต้องพิจารณาเป็นตัวๆไป ... ในส่วนของลุงคิมต้องแยกทั้ง 2 อย่างออกจากกัน คือ ปุ๋ยกับสารเคมี

ปุ๋ย อินทรีย์/เคมี :
ปุ๋ย คือ สารอาหารของพืช มี 2 อย่าง คือ ปุ๋ยเคมีกับปุ๋ยอินทรีย์ ในปุ๋ยเคมีมีสารอาหารมาก ในปุ๋ยอินทรีย์มีสารอาหารน้อย พืชบางชนิดต้องการใช้สารอาหารมาก บางชนิดต้องการใช้น้อย

พืชบางอย่างเราต้องการให้ได้ผลผลิตระดับเกรด เอ. จัมโบ้ เราก็ต้องให้เขากินอาหารมากๆ เท่าที่เขาต้องการจริง นั่นคือ ให้ปุ๋ยเคมี

พืชบางอย่าง แม้เราต้องการให้ได้ผลผลิตระดับเกรด เอ. จัมโบ้ ไม่ต้องให้เขากินอาหารมากๆ แค่ให้กินเพียงเล็กน้อยก็พอ นั่นคือ ให้ปุ๋ยอินทรีย์

นอกจาก "เกษตรอินทรีย์" แล้ว ยังมีเกษตรแบบอื่นอีก เช่น เกษตรออร์แกนิก, เกษตรปลอดภัย, เกษตรธรรมชาติ, เกษตรยั่งยืน, อีกสารพัดชื่อแบบการทำการเกษตร ทั้งจากภาคราชการและภาคเอกชน ถึงวันนี้จะทำเกษตรแบบไหน ให้ใช้หรือไม่ใช้ "ปุ๋ยเคมี/สารเคมี" ก็ให้ไปถามหน่วยงานนั้น รู้แล้วก็เอามาปรับสำหรับตัวเอง

วันนี้คนเอาคำว่า “เคมี” มารรวมกัน แล้วเหมาจ่ายเป็นตัวเดียวกัน

สำหรับทัศนะของลุงคิมต่อปุ๋ย คือ อินทรีย์เคมีผสมผสานตามความเหมาะสมของพืชของตลาด

สารเคมี :
สารเคมี คือ สารกำจัดศัตรูพืช เป็นสารที่ได้จากสังเคราะห์ เนื้อแท้ลึกๆ คือ “ยาพิษ” ซึ่งเป็นอันตรายทั้งต่อมนุษย์ สัตว์ พืช ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ทั้งคนผลิตและคนกิน ทั้งปัจจุบันและอนาคต

สรรพคุณ หรือสารออกฤทธิ์ หรือตัวยา ที่มีผล “โดยตรง และ/หรือ โดยอ้อม” ต่อศัตรูพืช คือ “กลิ่น รส ฤทธิ์”

โรคที่เกิดกับพืชมี 2 ชนิด คือ โรคมีเชื้อ และโรคไม่มีเชื้อ.... โรคมีเชื้อ แก้ไขด้วยยา .... โรคไม่มีเชื้อแก้ไขด้วยสารอาหาร

ในพืชที่สมบูรณ์แข็งแรงมากกว่า การระบาด/การขยายพันธุ์ ของศัตรูพืช (ทั้งโรคมีเชื้อ และโรคไม่มีเชื้อ) จะ รุนแรง/รวดเร็ว แล้วสร้างความเสียหายแก่พืช น้อยกว่าและช้ากว่า ในพืชที่มีความสมบูรณ์แข็งแรงน้อยกว่า

ความสมบูรณ์แข็งแรงในพืช คือ ภูมิต้านทานที่ช่วยให้พืชต่อสู้กับศัตรูพืชได้ด้วยตัวเอง (สมเด็จฟ้าชายชาร์ล แห่งอังกฤษ....สารคดีดิสคัพเวอรี่)

มาตรการ "ป้องกัน" ดีกว่าและได้ผลกว่าการ "กำจัด"
มาตรการทั้งปวงได้แก่ ความสมบูรณ์แข็งแรง, ป้องกัน+กำจัด, ไอพีเอ็ม,

สำหรับทัศนะของลุงคิมต่อสารสมุนไพร คือ วันนี้เรามีสารสมุนไพรทำหน้าที่แทนสารเคมีได้ แต่ต้องใช้ให้เป็นเท่านั้น

สมการปุ๋ยเคมี :
ปุ๋ยถูก + ใช้ผิด = ไม่ได้ผล
ปุ๋ยผิด + ใช้ถูก = ไม่ได้ผล
ปุ๋ยผิด + ใช้ผิด = ไม่ได้ผล ยกกำลังสอง
ปุ๋ยถูก + ใช้ถูก = ได้ผล ยกกำลังสอง

“ปุ๋ยถูก” หมายถึง ถูกสูตร-ถูกประเภท-ถูก พีเอช.-ถูกปริมาณ-ถูกทุกอย่างที่เกี่ยวกับตัวปุ๋ย อาหารที่ครบ 5
“ใช้ถูก” หมายถึง ถูกพืช-ถูกดิน-ถูกน้ำ-ถูกอุณหภูมิ-ถูกเครื่องมือ-ถูกทุกอย่างที่เกี่ยวกับตัวพืช

สมการปุ๋ยอินทรีย์ :
วัสดุหลักถูก+วัสดุเสริมถูก+จุลินทรีย์ถูก+วิธีทำถูก+อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องผิด = ไม่ได้ผล
วัสดุหลักถูก+วัสดุเสริมถูก+จุลินทรีย์ถูก+วิธีทำผิด+อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องผิด = ไม่ได้ผล
วัสดุหลักถูก+วัสดุเสริมถูก+จุลินทรีย์ผิด+วิธีทำผิด+อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องผิด = ไม่ได้ผล
วัสดุหลักถูก+วัสดุเสริมผิด+จุลินทรีย์ผิด+วิธีทำผิด+อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องผิด = ไม่ได้ผล
วัสดุหลักผิด+วัสดุเสริมผิด+จุลินทรีย์ผิด+วิธีทำผิด+อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องผิด = ไม่ได้ผล ยกกำลังห้า
วัสดุหลักถูก+วัสดุเสริมถูก+จุลินทรีย์ถูก+วิธีทำถูก+อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องถูก = ได้ผล ยกกำลังห้า

- ทุกหัวข้อต้อง “ถูก” เท่านั้น จึงจะ = ได้ผล
- หัวข้อใดหัวข้อหนึ่งเพียงหัวข้อเดียว “ผิด” = ไม่ได้ผลทันที

สมการสารสมุนไพร :
ตัวสมุนไพรถูก + ตัวศัตรูพืชถูก + วิธีทำถูก + ชนิดพืชถูก + วิธีใช้ผิด = ไม่ได้ผล
ตัวสมุนไพรถูก + ตัวศัตรูพืชถูก + วิธีทำถูก + ชนิดพืชผิด + วิธีใช้ผิด = ไม่ได้ผล
ตัวสมุนไพรถูก + ตัวศัตรูพืชถูก + วิธีทำผิด + ชนิดพืชผิด + วิธีใช้ผิด = ไม่ได้ผล
ตัวสมุนไพรถูก + ตัวศัตรูพืชผิด + วิธีทำผิด + ชนิดพืชผิด + วิธีใช้ผิด = ไม่ได้ผล ยกกำลังสาม
ตัวสมุนไพรผิด + ตัวศัตรูพืชผิด + วิธีทำผิด + ชนิดพืชผิด + วิธีใช้ผิด = ไม่ได้ผล ยกกำลังห้า
ตัวสมุนไพรถูก + ตัวศัตรูพืชถูก + วิธีทำถูก + ชนิดพืชถูก + วิธีใช้ถูก = ได้ผล ยกกำลังห้า

สมช. : ครับ ขอบคุณครับ
------------------------------------------------------------------------------------

คำถาม 20 : ใครเป็นครูของลุงคิม .... ?
สมช. : ผู้พันเป็นทหาร ไม่ได้เรียนมาทางเกษตร แต่มีความรู้ด้านเกษตร ขอทราบว่าใครเป็นครูของผู้พัน
ลุงคิม : แน่นอน ไม่มีใครในโลกที่เกิดมาแล้ว “รู้” ทุกอย่างด้วยตัวเอง แม้แต่พระศาสดา สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ยังต้องเรียน.... คนที่เป็นครูของลุงคิม คือ....

ดร.อรรถ บุญนิธี
อ.สำรวจ ดอกไม้หอม
ดร.สุริยา ศาสนรักษ์กิจ
มาซาโอะ ฟูกูโอกะ (ญี่ปุ่น)
ดร.โช (เกาหลี)
เกษตรกรไทย/เทศ ทั้งที่สำเร็จและล้มเหลว
ฯลฯ

การเป็นศิษย์ของครูเหล่านี้ ทำได้ทั้ง "ฟัง" ท่าน พูด/สอน, "อ่าน" เรื่องที่ท่านเขียน, “ดู” งานที่ท่านทำ .... ฟัง-อ่าน-ดู แล้ว เอามา คิด-วิเคราะห์-เปรียบเทียบ-ปรับ เป็นของตัวเอง

สมช. : วันนี้ยังติดต่อกับครูอยู่หรือเปล่า...
ลุงคิม : ไม่ได้ติดต่อเลย แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่า ทุกท่านอยู่สุขสบายดีไฉนด้วย

สมช. : ถ้าผมจะบอกว่า ผู้พันก็คือครูของผมเหมือนกันจะได้ไหมครับ ?
ลุงคิม : เรื่องนี้ไม่มีลิมิต มันอยู่ที่ใจของแต่ละคนเท่านั้น แต่อยากบอกว่า....
- มีครูเยอะๆน่ะดี
- อย่าสร้างกรอบล้อมตัวเอง
- อย่าทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว
- เปิดตัวเปิดใจรับข้อมูลความรู้
- เรียนรู้ต้องทำตลอดชีวิต
- อีกเยอะแยะภาษิต 24 ล้อ...

สมช. : ครับ .... ขอบคุณครับครู
-----------------------------------------------------------------------------------




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©