-
++kasetloongkim.com++ Forums-viewtopic-ปัญหาเกษตร ทางวิทยุ-โทรศัพท์ 1 DEC
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - ปัญหาเกษตร ทางวิทยุ-โทรศัพท์ 1 DEC
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ปัญหาเกษตร ทางวิทยุ-โทรศัพท์ 1 DEC

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10425

ตอบตอบ: 01/12/2011 6:58 am    ชื่อกระทู้: ปัญหาเกษตร ทางวิทยุ-โทรศัพท์ 1 DEC ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตร ทางวิทยุ-โทรศัพท์ 1 DEC



**********************************************************

สร้างสรรสังคม....ส่งเสริมคนดี....พัฒนาชีวิต ให้มีคุณภาพ...

กองทัพบกเพื่อประชาชน เสนอรายการสีสันชีวิตไทย วิทยุเพื่อการเกษตรและอาชีพเสริม
ทางสถานีวิทยุ พล.ปตอ. เอเอ็ม 594 เวลา 08.10–09.00 และ 20.05-20.30 ทุกวัน
ผลิตรายการโดย กองกิจการพลเรือน หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก
กระผม พันโทวีระ ใจหนักแน่น (คิม ซา กัสส์) เป็นผู้ดำเนินรายการครับ

เช่นเคยครับ รายการเรา 1188 สายด่วน 4 ตัว ฝากข้อความ-ฝากคำถาม-ฝากข่าว
ก่อนเริ่มรายการที่ โทรศัพท์มือถือส่วนตัว (081) 913-4986

*********************************************************






จาก : (081) 459-74xx
ข้อความ : สวด.ค่ะลุงคิม สวนมะม่วงน้ำลงเรียบร้อยแล้ว จำนวน 100 กว่าต้น ตายไปแค่ไม่ถึง 10 ต้น น้ำท่วมลึกหัวเข่า
นาน 1 เดือนพอดี วันนี้หลายต้นเริ่มโทรม ใบเหี่ยวห้อยลง ปรึกษาลุงคิมว่า จะบำรุงยังไงดีคะ.....หลาน พิษณุโลก

ตอบ :
- ต้นที่รอดตายแน่แล้วให้บำรุง.....
ทางใบ : ให้ไบโออิ + กลูโคส สลับกับ แคลเซียม โบรอน อย่างละ 2 รอบ ห่างกันรอบละ 7 วัน รวมเป็น 1 เดือน เชื่อว่า ทุก
อย่างจะกลับเข้าที่เดิมได้

ทางราก : ให้ปุ๋ยน้ำชีวภาพระเบิดเถิดเทิง 30-10-10 + ยิบซั่ม ซักเดือนละครั้งก็พอ

- ต้นที่ร่อแร่ๆ ทำท่าจะตายมิตายแหล่ ให้ตัดแต่งกิ่งแบบ "ทำสาว" ไปเลย เหลือกิ่งไว้แค่ 10-20% ก็พอ สำหรับให้ต้นหายใจ
แล้วบำรุงต้นด้วยสูตรเดียวกันกับบำรุงต้นที่รอดตาย เชื่อว่า 1 เดือน กิ่งที่ตัดจะแตกยอดใหม่ออกมาให้เห็น รอให้ยอดใหม่ยาวซัก 1
ศอกแขนแล้ว เลือกกิ่งเก็บไว้ กับเลือกกิ่งตัดทิ้ง พร้อมกันนั้นก็ให้ตัดกิ่งที่เคยเหลือไว้ 10-20% ตอนแรก เพื่อเรียกยอดใหม่

หมายเหตุ :
- สารอาหารตัวหลักสำหรับบำรุงฟื้นฟูสภาพต้น ได้แก่ แม็กเนเซียม-สังกะสี อมิโน คีเลต-ยูเรีย-กลูโคส---แคลเซียม โบรอน-กลูโคส
- มะม่วงต้นที่ตัดแต่งกิ่งแบบ "ทำสาว" หลังจากยืนต้นได้แล้ว จะออกดอกติดผล ทั้งคุณภาพและปริมาณดีกว่าเดิม

-------------------------------------------------------------------------------------------




จาก : (087) 662-18xx
ข้อความ : ลุงคิมครับ ระหว่าง "ถั่วลิสง" กับ "ถั่วแระ" อย่างไหนตลาดดีกว่ากัน ผมมีที่ 5 ไร่ น้ำไม่ท่วม เคยปลูกพริกมาก่อน
สู้โรคไม่ไหวเลยหยุดปลูกมา 3 เดือนแล้ว.....ขอบคุณครับ

ตอบ :
- เรื่องตลาดต้องถามคนรับซื้อเท่านั้น
- ใจลุงคิมนะ เล่นทั้ง 2 อย่าง เอาอย่างละ 2 ไร่ครึ่ง
- ถั่วลิสงวันนี้ตลาดในประเทศยังต้องการอีกมาก โดยเฉพาะถั่วลิงสงในถุงยี่ห้อ "โก๋แก่" วันนี้ผลิตไม่พอส่งออก เพราะหาวัตถุดิบไม่ได้
เท่าที่รู้มา โก๋แก่ ส่งเสริมการปลูกถั่วลิสงแถวๆ อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เนื้อที่เป็นหมื่นไร่ ขนาดนี้ยังต้องไปหาพื้นที่ส่งเสริมเพิ่มในอิสาน
อีกหลายมื่นไร่.....ถั่วลิสงต้ม ตลาดก็ดีนะ สืบเสาะดีๆเถอะว่าคนกลางรับซื้ออยู่ที่ไหนบ้าง ก็ไม่พ้นในตลาดขายส่งอีกนั่นแหละ.....คิด
จะเล่นถั่วลิสง ต้องรู้เรื่อง "สายพันธุ" ดีๆ เพราะแต่ละสายพันธุ์ มีข้อดี ข้อเสีย ต่างกัน


ปลูกถั่วลิสง-ถั่วแระ (ถั่วเหลือง-ถั่วเขียว-ถั่วแดง-ถั่วดำ) :
- คลุกเมล็ดพันธุ์ในจุลินทรีย์ "ไรโซเมียม" เมื่อต้นโตขึ้นจะสมบูรณ์ แข็งแรง ให้ผลผลิดี ทั้งคุณภาพและปริมาณ
- จะลินทรีย์ "คีโตเมียม - ไรโซเบียม - ไมครอไรซ่า" มีในรากของพืชตระกูลถั่ว การนำพืชตระกูลถั่วพร้อมรากมาทำปุ๋ยอินทรีย์
แล้วใส่กลับลงไปในแปลงปลูกก็จะได้จุลินทรีย์ดังกล่าว



ประสบการณ์ตรง :
ปลูกถั่วลิสงหน้าฝน ที่ไร่กล้อมแกล้ม บ้าใบแต่ฝักเยอะ....
ช่วงปีแรกของการบุกเบิกไร่กล้อมแกล้ม หลังจากลงไม้ผลประธานลงไปแล้ว ได้มีการปลูกถั่วลิสงแซมแทรกระหว่างต้นไม้ประธาน
วัตถุประสงค์เพื่อเอาผลผลิและเศษซากต้นถั่ว

การบำรุงถั่วใช้ปุ๋ยสูตรบำรุงต้น และวิธีการเดียวกันกับไม้ประธาน ช่วงนั้นเป็นน้าฝน มีฝนตกชุกค่อนข้างมาก ประกอบกับได้รับ "ปุ๋ยน้ำ
ชีวภาพระเบิดเถิดเทิง 30-10-10" เข้าไปด้วย ปรากฏว่าต้นถั่วลิสง ต้นใหญ่สูงระดับเอว ใบใหญ่ขนาดฝ่ามือ จำนวนใบมากจนทรง
พุ่มทึบ นี่คือ อาการบ้าใบชัดเจน แม้กระถึงระยะ "ลงเข็ม" ที่ถั่วลิสงเริ่มเกิดฝักในดิน ก็ยังคงบำรุงด้วยสูตรเดิม เพราะคิดอยู่ว่าจะเอา
"ผลผลิตครึ่งหนึ่ง เศษซากต้นครึ่งหนึ่ง" จึงบำรุงต่อไป

มีคนบอกว่า ปลูกถั่วลิงสงหน้าฝนจะบ้าใบ และไม่มีฝัก จึงตัดสินใจสุ่มถอนต้นขึ้นมาดู ก็พบว่า แม้จะบ้าใบแต่การออกฝักกลับดีมาก ฝักใหญ่
3-4-5 เมล็ดทุกฝัก ฝักประเภท 1-2 เมล็ดน้อยมาก กับต้นถั่วหลายต้นเริ่มเอนลงเพราะระยระหว่างต้นห่างมาก รากที่ข้อตามลำต้นเหนือ
ดินแทงออกมาแล้วเจริญยาวในเนื้อดิน กลายเป็นฝักอีก เป็นถั่วลิสงต่างรุ่น อันนี้ไม่ดี.......ก็มีคนมาพิสูจน์นะ ว่า ถั่วหน้าฝน บ้าใบไม่มีฝัก
พอถอนต้นขึ้นมาให้ดูฝักเท่านั้นแหละ เงียบกริบ ไม่ออกความเห็นอะไรอีกเลย





http://www.212cafe.com/freewebboard/view.php?user=tony&id=279



ราคาสินค้า ถั่วแระลูกผสม (คละ) วันที่ 22 ตุลาคม 2554

เดือน ................ เฉลี่ย .............. สูงสุด ............ ต่ำสุด
ม.ค. ................ 22.20 ............ 24.00 .......... 22.00
ก.พ. ................ 22.00 ............ 22.00 .......... 22.00
มี.ค. ................ 22.00 ............ 22.00 .......... 22.00

เม.ย. ............... 20.52 ............ 22.00 .......... 20.00
พ.ค. ............... 21.26 ............. 22.00 .......... 20.00
มิ.ย. ................ 22.00 ............ 22.00 ........... 22.00

ก.ค. ................ 21.93 ............ 22.00 ........... 21.00
ส.ค. ................ 22.00 ............ 22.00 .......... 22.00
ก.ย. ................ 22.00 ............ 22.00 .......... 22.00

ต.ค. ............... 22.00 ............. 22.00 ........... 22.00
พ.ย. .................. - .................... - ................. -
ธ.ค. .................. - .................... - ................. -




วัน/เดือน/ปี .......... เฉลี่ย ......... สูงสุด .............. ต่ำสุด

22/10/2554 ........ 22 ........... 22 ................. 22
21/10/2554 ........ 22 ........... 22 ................. 22

20/10/2554 ........ 22 ........... 22 ................. 22
19/10/2554 ........ 22 ........... 22 ................. 22
18/10/2554 ........ 22 ........... 22 ................. 22
17
16/10/2554 ........ 22 ........... 22 ................. 22

15/10/2554 ........ 22 ........... 22 ................. 22
14/10/2554 ........ 22 ........... 22 ................. 22
13/10/2554 ........ 22 ........... 22 ................. 22
12/10/2554 ........ 22 ........... 22 ................. 22
11/10/2554 ........ 22 ........... 22 ................. 22

10/10/2554 ........ 22 ........... 22 ................. 22
08
09
07/10/2554 ........ 22 ........... 22 ................. 22
06/10/2554 ........ 22 ........... 22 ................. 22

05/10/2554 ........ 22 ........... 22 ................. 22
03/10/2554 ........ 22 ........... 22 ................. 22
02/10/2554 ........ 22 ........... 22 ................. 22
01/10/2554 ........ 22 ........... 22 ................. 22

30/09/2554 ........ 22 ........... 22 ................. 22
29/09/2554 ........ 22 ........... 22 ................. 22




ราคาสินค้า ถั่วแระโอซีพี 2554

เดือน .......... เฉลี่ย .......... สูงสุด .......... ต่ำสุด
ม.ค. .............. - ............. - ............... -
ก.พ. .............. - ............. - ............... -
มี.ค. .............. - ............. - ............... -
เม.ย. .............. - ............ - ............... -
พ.ค. ........... 20.00 ........ 20.00 ........ 20.00
มิ.ย. ............. - ............... - .............. -
ก.ค. ............. - ............... - .............. -
ส.ค. .............. - .............. - .............. -
ก.ย. .............. - .............. - .............. -
ต.ค. .............. - .............. - .............. -
พ.ย. .............. - .............. - .............. -
ธ.ค. .............. - ............... - .............. -



http://www.taladsimummuang.com/dmma/Portals/PriceListItem.aspx?id=030004030

---------------------------------------------------------------------------------------------




จาก : (082) 638-41xx
ข้อความ : น้ำที่บ้านลงหรือยังคะ ติดเกาะสนุกดีไหม เมื่อไหร่ลุงคิมจะเข้าไร่กลัดกลุ้มคะ เดือนที่แล้วไป 2 ครั้ง ไม่เจอลุงคิม
ไม่สนุกเลยค่ะ อยากไปหาใจจะขาดอยู่แล้ว ใจจริง จาก.....คนไม่มีชื่อนะคะ

ตอบ :
- วันนี้ 3 ธ.ค. น้ำในบ้านหมดแล้ว น้ำบนถนนหน้าบ้านหมดแล้ว เหลือแต่น้ำบนถนนหน้าหมู่บ้าน (พุทธมณฑลสาย 3) ยังลึกน้องๆหัวเข่า
- แบบนี้ คาดว่า เสาร์ที่ 10 ธ.ค. น่าจะไปได้นะ

---------------------------------------------------------------------------------------------




จาก : (083) 663-74xx
ข้อความ : ลุงคิมครับ ในเน็ต ช่วยเขียนต่อเรื่อง "กุหลาบวาเลนไทน์-กุหลาบแจ๊คพ็อต" เร็วๆเถอะครับ ผมมีสวนกุหลาบ 5 ไร่
ปีน้ำทำแจ๊คพ็อตแน่ ได้แค่ 1 ไร่ใน 5 ไร่ก็คุ้มแล้ว ลุงคิมว่าไหมครับ.....ขอบคุณ กุหลาบ ชลบุรี

ตอบ :
- ลงให้แล้วครับผม

---------------------------------------------------------------------------------------------




จาก : (084) 757-90xx
ข้อความ : เช้านี้ขอให้พูดเรื่องเทคนิคการปลูกผักกะเฉด.....

ตอบ :

“กระเฉดชะลูดน้ำ” ผักภูมิปัญญาชาวบ้าน ของดีแห่งทุ่งกบินทร์ฯ


เกษตรกรผู้ปลูกผักกระเฉด หนีปัญหาราคาตกและตลาดตาย ได้นำภูมิปัญญาของชาวบ้านปรับเปลี่ยนวิธีการปลูก โดยผลิตสินค้า
“ผักกระเฉดชะลูดน้ำ” (ไร้นม) ส่งขายตลาดมีรายได้นับพันบาทต่อวันตลาดต้องการจนผลิตไม่ทัน จากภูมิปัญญาชาวบ้านแท้ ๆ สามารถ
สร้างชื่อเสียงให้กับอำเภอกบินทร์บุรี จนมีคำขวัญประจำอำเภอที่ว่า

“ผักระเฉดชะลูดน้ำ เลืองนามด่านหนุมาน ปราการภาคบูรพา แร่มีค่าทองคำ ต้นแม่น้ำบางประกง ดงข้าวโพดแหลมทอง ถิ่นของนกเป็ดน้ำ
งามล้ำหนองปลาแขยง” เกษตรกรผู้ปลูกผักกระเฉดบ้านวังขอน หมู่ที่ 10 ต.เมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี มีรายได้งามกับการปลูก
ผักกระเฉดขายผักกระเฉดที่ว่าไม่ใช่ผักกระเฉดธรรมดาหรือที่เราเรียกกันว่าผักกระเฉดปอดที่เราเคยรับประทานกันเอามาทำแกงส้ม
ลวกจิ้มน้ำพริก ผัดไฟแดงร้อน ๆ และอีกหลายอย่างที่จะสรรหาเอามาทำรับประทานกัน แต่ผักกระเฉดของชาวบ้านแห่งนี้เป็นผักกระเฉดสูตร
ใหม่ ที่เรียกกันว่า “ผักกระเฉดชะลูดน้ำ” หรือ ”ผักกระเฉดไร้นม” ก็ใช้นำมาประกอบอาหารเหมือนกับผักกระเฉดปอด แต่ว่าเรื่องคุณภาพและ
รสชาดแล้วห่างกันลิบลับทีเดียว ท่านที่ไม่เคยได้ยินชื่อหรือยังไม่เคยได้ลองลิ้มชิมรส คงสงสัยว่าผักกระเฉดที่ว่านี้มันมีวิธีการทำและมีหน้า
เป็นอย่างไร จึงสามารถสร้างชื่อเสียงสร้างรายได้อย่างงามให้กับเกษตรกรที่นี่

นายสมควร ฤทธิกำแหง อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 77 ม.10 ต.เมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี เป็นผู้หนึ่งที่มีอาชีพปลูกผักกระเฉดขายมาตั้งแต่สมัยรุ่น
ปู่ย่าตายาย ได้เปิดเผยความเป็นมาของการทำผักกระเฉดชะลูดน้ำว่า เมื่อก่อนมีอาชีพทำนามีนาประมาณ 30 ไร่ และเมื่อหมดหน้าจะปลูก
ผักกระเฉดขายสลับกันไป แต่จะปลูกผักเพียง 2 ไร่ ก็เป็นผักกระเฉดตามตลาดทั่ว ๆ ไป ซึ่งราคาตอนสมัยนั้น 1 กำประมาณ 10 ยอดเพียง
ราคา 1 บาท หากเป็นเวลานี้ก็กำละ 3 บาท ส่วนหนึ่งของการปลูกผักได้ปลูกไว้ที่แควหนุมานมาในปีหนึ่งได้เกิดน้ำท่วม น้ำได้ท่วมผักกะเฉด
ที่ปลูกไว้ทั้งหมดจนจมอยู่ใต้น้ำ พอได้ 2-3 วันก็ออกไปดูผักกระเฉดที่คิดว่าคงจะเน่าหมดแล้ว แต่ปรากฏว่ามียอดพุ่งขึ้นมาเหนือน้ำเลยลอง
เก็บมา กับมียอดสวยกรอบ ขาวสะอาด และที่สำคัญสิ่งที่ติดกับผักกระเฉดที่เป็นสีขาวที่เรียกว่า นม ได้หลุดหายไป เลยลองเก็บไปจำหน่าย
ปรากฏว่าคนซื้อไปติดอกติดใจ แม่ค้าในตลาดสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก ต่อมาก็เลยน้ำผักระเฉดตัดแล้ว เอามาจมน้ำไว้ผลที่ได้ออกมาก็เหมือนผัก
กะเฉดที่ถูกน้ำท่วมเหมือนกัน

“วิธีทำก็ไม่ยากก็ปลูกผักกระเฉดเหมือนเดิมแต่ถ้าต้องการให้เป็นผักกระเฉดแลูดน้ำก็ต้องหาแหล่งน้ำ ลึกประมาณ 150-160 ซ.ม. จากนั้นก็
ตัดยอดยาวประมาณ 1 เมตร มัดรวมเป็นกำ น้ำไปปักกับไม้แล้วกดลงไปให้ถึงดิน ทิ้งไว้ประมาณ 2 วัน ยอดก็จะอยู่ระดับผิวน้ำพอดี แล้วก็ทำ
การเก็บขึ้นมาทำความสะอาด ตกแต่ง ให้น่ารับประทาน การทำก็จะหมุนเวียนกันทุกวันเก็บขึ้นมาก็เอาของใหม่ลงปลักใต้น้ำเลย ตอนนี้ปลูกไว้
ประมาณ 2 ไร่ เก็บมาทำกระเฉดชะลูดน้ำวันละ 200-300 กำ จะมีรายได้ 700-900 บาท / วัน ตอนนี้มีเกษตรทำผักกระเฉดชะลูดน้ำ
ประมาณ 10 กว่ารายเท่านั้น ใครทำมากก็ได้มากตั้งแต่ 400-500 บาท จนวันละพันกว่าบาทก็มีจากเดิมที่เป็นกระเฉดธรรมดาและมาดัด
แปลงเป็นกระเฉดชะลูดน้ำนั้น มีรายได้มากว่าครึ่งหนึ่งทีเดียว”

ด้านตลาดตอนนี้ทำไม่ทันมีทั้งพ่อค้าจากตลาด และร้านอาหารที่กรุงเทพ ฯ บางรายต้องมาเอาถึงที่จึงจะได้ผักไป ส่วนปัญหานั้นยังไม่มีสาร

เคมีก็ไม่ได้ใช้ จะมีใส่ปุ๋ยตอนปลูกทีเรียกบ้างเท่านั้น แหล่งน้ำที่นี่ไม่มีปัญหาน้ำไม่ขาดปลูกได้ตลอดปี น้ำขึ้นก็ขยับขึ้นน้ำลงก็ขยับตามน้ำ
ลงไป ทั้งหมดของกระเฉดสูตรใหม่ ที่คนที่นี่เรียกกันว่า “ ผักกระเฉดชะลูดน้ำ” หรืออีกขื่อหนึ่งเรียกกันว่า “ผักกระเฉดไร้นม” เป็นผักเกิดขึ้น
จากภูมิปัญญาของชาวบ้านโดยแท้ สามารถสร้างความเป็นอยู่ สร้างเศรษฐกิจชุมชน ให้เข้มแข็งตามหลักนโยบายของรัฐบาลลูกหลานมีงาน
ทำมีรายได้ชนิดที่เรียกว่าอยู่ได้อย่างสบายเลยทีเดียว ไม่ต้องทิ้งถิ่นฐานออกจากบ้านไปทำงานที่อื่นแค่ปลูกผักกระเฉดขายก็มีรายได้อย่าง
น่าอิจฉาเลยทีเดียว

ผักกระเฉดสูตรดังกล่าวหลายคนเชื่อว่าคงยังไม่เคยรับประทานอย่างแน่นอน กะเฉดชนิดนี้ จะกรอบไม่เหนียว ยอดขาวสะอาดที่สำคัญปราศ
จากจากสารพิษ 100% สามารถไปเป็นอาหารจานเด็ดในมื้อต่อไปในบ้านได้อย่างดี ผักกระเฉดสูตรใหม่ปัจุบันเป็นสินค้าที่สร้างชื่อเสียงให้
กับอำเภอกบินทร์บุรีเป็นอย่างมาก

หากท่านที่มีโอกาสลองแวะเวียนมาซื้อหาไปรับประทานดูว่า รสชาดอร่อยอย่างที่ร่ำลือขนาดไหน หรือท่านที่กำลังมองหาอาชีพสักอาชีพหนึ่ง
อาชีพนี้รับรองว่าสร้างรายได้ได้อีกนาน หากสนใจลองสอบถามรายละเอียดตาที่อยู่ตามนี้ ายสมควร ฤทธิกำแหง 77 ม.10 ต.เมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี
จ.ปราจีนบุรี โทรศัพท์ ๐๑–๗๙๓–๐๘๕๖

ธนู บุญเพ็ง…รายงาน

http://www.ist.cmu.ac.th/riseat/archives/Mar_03/News/27030301.html


คลิก....
http://www.kasetloongkim.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=1959&postdays=0&postorder=asc&start=1200&sid=001c283c6be04ca9020cc05931a92a8c
1,357. ทำนา 100 ไร่ สู้กะเฉด 20 ไร่ ไม่ได้





http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=211694



ราคาสินค้า ผักกะเฉดมัด 2554

เดือน ............. เฉลี่ย ............ สูงสุด ............ ต่ำสุด
ม.ค. ............ 319.03 ........ 350.00 ......... 240.00
ก.พ. ............ 297.50 ........ 400.00 ......... 70.00
มี.ค. ............ 210.97 ........ 350.00 ......... 120.00

เม.ย. ...... 272.59 .... 400.00 .... 200.00

พ.ค. ............ 204.00 ......... 258.00 ......... 140.00
มิ.ย. ............ 195.00 ......... 250.00 ......... 150.00
ก.ค. ............ 217.58 ......... 350.00 ......... 100.00

ส.ค. ............ 267.58 ......... 350.00 ......... 240.00
ก.ย. ............ 278.67 ......... 300.00 ......... 250.00
ต.ค. ............ 243.81 ......... 350.00 ......... 100.00

พ.ย. ............... - ................. - .................. -
ธ.ค. ............... - ................. - ................... -


วัน/เดือน/ปี ........... เฉลี่ย ........... สูงสุด ........... ต่ำสุด

22/10/2554 ........ 100 ............ 100 ............ 100
21/10/2554 ........ 140 ............ 140 ............ 140

20/10/2554 ........ 150 ............ 150 ............ 150
19/10/2554 ........ 150 ............ 150 ............ 150
18/10/2554 ........ 120 ............ 120 ............ 120
17/10/2554 ........ 150 ............ 150 ............ 150

15/10/2554 ........ 170 ............ 170 ............ 170
14/10/2554 ........ 170 ............ 170 ............ 170
13/10/2554 ........ 170 ............ 170 ............ 170
12/10/2554 ........ 350 ............ 350 ............ 350
11/10/2554 ........ 300 ............ 300 ............ 300

10/10/2554 ........ 350 ............ 350 ............ 350
09/10/2554 ........ 300 ............ 300 ............ 300
08/10/2554 ........ 350 ............ 350 ............ 350
07/10/2554 ........ 300 ............ 300 ............ 300
06/10/2554 ........ 350 ............ 350 ............ 350

05/10/2554 ........ 300 ............ 300 ............ 300
04/10/2554 ........ 300 ............ 300 ............ 300
03/10/2554 ........ 300 ............ 300 ............ 300
02/10/2554 ........ 300 ............ 300 ............ 300

http://www.taladsimummuang.com/dmma/Portals/PriceListItem.aspx?id=010117010

---------------------------------------------------------------------------------------------




จาก : (084) 918-60xx
ข้อความ : อ้อยหลังตัด ใช้อะไรบำรุงครับ ใช้รถตัด.....คนท่ามะกา

ตอบ :
อ้อย คือ พืชตระกูลหญ้า การขยายพันธุ์ตามธรรมชาติอย่างหนึ่ง คือ "แตกหน่อ" การแตกหน่อของอ้อยมี 2 ลักษณะ คือ เกิดขึ้นมา
จากรากใต้ดิน เรียกว่า "หน่อ" กับที่เกิดจากตุ่มตาหรือข้อของลำต้นที่อยู่เหนือดิน เรียกว่า "ตะเกียง" ..... หน่อที่เกิดจากใต้ดิน
เมื่อโตขึ้นจะเป็นต้นใหม่ที่สมบูรณ์ดีกว่าตะเกียง ดังนั้น หลังจากตัดต้นแม่ไปแล้วจึงควรทำลายตอที่เหลือ ไม่ให้ตาที่ข้อแตกตะเกียงได้

การตัดอ้อยด้วยแรงงานคน จะเหลือตอชัดเจน ตอที่เหลือจะสูงหรือต่ำอยู่ที่ฝีมือคนตัด ส่วนอ้อยที่ตัดด้วยเครื่อง นอกจากสามารถปรับ
ใบมีดให้สูงหรือต่ำตามต้องการได้แล้ว ล้อรถตัดที่มีขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก กับรถบันทุกอ้อยที่ตัดแล้ว ล้อรถทั้งสองชนิดจะเป็นตัวช่วย
ย่ำตอให้แตกจนไม่อาจแตกตะเกียงหรือหน่อใหม่ขึ้นมาได้.....หลังจากตัดอ้อยออกจากแปลงไปหมดแล้ว ควรสำรวจตอ ตอใดที่ยังไม่ถูก
ทำลายก็ควรทำลาย เพื่อให้ได้หน่อที่จะเกิดใหม่ดีและจำนวนมากๆ

การทำลายตอ ภาษาชาวไร่อ้อยเรียกว่า "เจียนตอ"

หลังเจียนตอเสร็จ ควรเกลี่ยเศษใบอ้อยที่เหลือจากการตัดอ้อยให้กระจายทั่วแปลง ไม่ควรเผาทิ้งเด็ดขาด เพราะในเศษซากใบอ้อยมี
ธาตุซิลิก้า ซึ่งเป็นธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืชตระกูลหญ้าอย่างอ้อยเป็นอย่างมาก.....เกลี่ยเศษซากใบอ้อยแล้ว รดด้วย "ปุ๋ยน้ำชีวภาพ
ระเบิดเถิดเทิง 5 ล./ไร่" สาดให้ทั่วแปลง แล้วตามด้วยน้ำรดทับให้โชกๆ น้ำยิ่งมากยิ่งดี ให้น้ำมากๆเหมือนฝนตก ให้น้ำจนเต็มร่อง
ระหว่างแถวปลูกได้ยิ่งดี

การให้น้ำหลังเจียนตอเป้นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะน้ำเท่านั้นที่จะทำให้ตออ้อยแตกหน่อใหม่ "มาก/น้อย-ดี/ไม่ดี" อยู่ที่ขั้นตอนนี้
เพราะฉนั้นต้อง (เน้นย้ำ.....ต้อง) ให้น้ำให้จงได้

สังเกตุ : อ้อยตอหนึ่งได้ 12 ตัน, อ้อยตอสองได้ 6 ตัน, อ้อยตอสามได้ 3 ตัน .... สาเหตุที่ตอเพิ่มขึ้นแต่ผลผลิตกลับลดลง สาเหตุ
มาจากไม่ได้น้ำ โดยเฉพาะหลังเจียนตอ เมื่อตอไม่ได้น้ำจึงแตกหน่อใหม่น้อย เมื่อหน่อใหม่น้อยก็ได้ผลผลิตน้อยเป็นธรรมดา ..... หลักนิยม
ที่ชาวไร่อ้อยนิยมปฏิบัติ คือ ตั้งแต่ เจียนตอ-ต้นโต-ตัด ไม่เคยให้น้ำเลย ปีใดฝนดี หรือมีฝนตรงกับช่วงที่อ้อยกำลังต้องการน้ำ ปีนั้นจะได้ผล
ผลิตดี ..... การให้น้ำแก่อ้อยที่เหมาะสม คือ ให้ 4 ครั้ง (ครั้งแรก หลังเจียนตอ, ครั้งที่สอง เริ่มย่างปล้อง, ครั้งที่สามและสี่ อ้อยโตถึงตัด
ระยะนี้อาจเสริมเพิ่มอีก 1 ครั้ง ถ้าแล้งจัดๆก็จะเป็นการดี (ข้อมูล : ม.สุรนารี/ ม.นเรศวร) ..... การลงทุนให้น้ำ นอกจากช่วยให้ได้ตอเพิ่ม
ขึ้น (ลดต้นทุนปลูกใหม่) แล้ว ปริมาณและคุณภาพผลผลิตแต่ละรุ่นยังเพิ่มขึ้นอีกด้วย



หลักการและเหตุผล :
- ฤดูกาลตัดอ้อย คือ หน้าแล้ง ถ้าไม่แล้ง รถตัดอ้อย-รถขนอ้อย คงเข้าไม่ได้
- อ้อยที่ถูกตัดต้นไปแล้ว ส่วนตอที่เหลือจะเจริญเติบโตต่อด้วยการแตกหน่อ จึงมีความต้องการน้ำ
- การให้น้ำทันหลังเจียนตอเสร็จภายในไม่เกิน 3 วัน (ม.สรุนารี/ม.นเรศวร) จะช่วยให้แตกใหม่ดี

- สารอาหารพืช จุลินทรีย์ และสารอาหารสำหรับจุลินทรีย์ประจำถิ่น ในระเบิดเถิดเทิงฯ นอกจากเป็นประโยชน์ต่ออ้อยโดยตรงแล้ว
ยังช่วยย่อยสลายเศษซากใบอ้อยให้กลายเป็นอินทรีย์สารสำหรับอ้อยและดินอีกด้วย


การบำรุงอ้อย :
- หลังตัดอ้อย-เจียนตอ ....... เกลี่ยเศษใบอ้อยให้กระจายทั่วแปลงเสร็จแล้วรดด้วย "ปุ๋ยน้ำชีวภาพระเบิดเถิดเทิง 30-10-10 (5 ล.
ผสมน้ำพอให้ทำงานได้ง่าย)/ไร่ ภายใน 3 วัน สาดให้ทั่วแปลงแล้วรดน้ำตามมากๆ ยิ่งมากยิ่งดี เหมือนฝนตก จะช่วยให้การแตกหน่อใหม่
ดีมาก จำนวนมาก

- บำรุงหน่ออ้อย ...... ให้ "ปุ๋ยน้ำชีวภาพระเบิดเถิดเทิง 30-10-10 (2 ล. ผสมน้ำพอให้ทำงานได้ง่าย)/ไร่ เดือนละ 1 ครั้ง (รวม 3 ครั้ง)
พร้อมกับรดน้ำทับมากๆ ยิ่งมากยิ่งดี เหมือนฝนตก

- บำรุงอ้อยระยะปล้องถึงตัด.....ให้ "ปุ๋ยน้ำชีวภาพระเบิดเถิดเทิง 8-24-24 (2 ล. ผสมน้ำพอทำงานได้ง่าย)/ไร่/เดือน รวม 3 ครั้ง พร้อม
กับให้น้ำมากๆ ยิ่งมากยิ่งดี เหมือนฝนตก

หมายเหตุ : อ้อยเป็นพืชอวบน้ำ ถ้าไม่ให้น้ำ เขาจะเอาน้ำที่ไหนไปสร้างความอวบ

-------------------------------------------------------------------------------------------------





จาก : (088) 462-30xx
ข้อความ : ลุงคิมครับ พูดเรื่องมะนาว ตั้งแต่เตรียมดิน......

ตอบ :
ถามสั้นๆ แต่คำตอบยาวมาก ขนาดเขียนหนังสือได้เป็นเล่มๆนั่นแหละ ถ้าพูดแบบไม่มีเอ้อนะครับอ้า อ้านะครับเอ้อ ก็ 3-8 ชม.โน่น
ทนฟังไหวเรอะ เพระฉนั้นคลิกไปอ่านตามลิงค์ที่ยกมาให้ก่อนก็แล้วกัน อ่านแล้วถามมาเป็นประเด็นๆ ..... น่าจะดีกว่านะ ว่ามั้ย


คลิก.
http://www.kasetloongkim.com/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=74
มะนาว.....

-------------------------------------------------------------------------------------------------





.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©