online pharmacy
++kasetloongkim.com++ Forums-viewtopic-ล้มสวนทำนา รุ่น 7 ตอน ข้าว 86 วัน เกี่ยวหนีฝนจ้า
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - ล้มสวนทำนา รุ่น 7 ตอน ข้าว 86 วัน เกี่ยวหนีฝนจ้า
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ล้มสวนทำนา รุ่น 7 ตอน ข้าว 86 วัน เกี่ยวหนีฝนจ้า
ไปที่หน้า 1, 2, 3 ... 15, 16, 17  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1377

ตอบตอบ: 22/03/2013 2:20 am    ชื่อกระทู้: ล้มสวนทำนา รุ่น 7 ตอน ข้าว 86 วัน เกี่ยวหนีฝนจ้า ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ล้มสวน ทำนาแบบน้ำแห้ง ครั้งที่ 3

สวัสดีครับลุงคิม ...และเพื่อนสมาชิกทั้งหลังไมค์ หน้าไมค์ทุกท่าน

ตอนที่ 1 ..ปลูกข้าวด้วยวิธี หว่านน้ำ...

หลังจากที่ผมล้มสวน (เนื่องจากถูกน้ำท่วมเมื่อปลายปี 54) ทำนาผ่านมาแล้ว 2 รุ่น ...ผลที่ได้ ออกมาดี แต่ยังไม่เป็นที่พอใจนัก ....

ครั้งแรก ทำนา 7 ไร่ ใช้พันธุ์ข้าว กข51 ได้ข้าว 6.5 เกวียน ....
ครั้งที่ 2 ได้ข้าว 3 อุ้ม = 7.5 เกวียน ...

ที่ยังไม่เป็นที่พอใจเพราะ นาข้างเคียงอยู่ติดกัน (ด้านทิศใต้) ทำนา 15 ไร่ ได้ข้าว เฉลี่ย 18-19 เกวียน...

ส่วนนาอีกแปลงหนึ่ง-ปรมาจารย์ (คนละเจ้าของ) อยู่ติดกันทางด้านทิศเหนือ ทำนา 8 ไร่ ได้ข้าว 5.5 เกวียน

เนื่องจากข้าว กข51 เป็นข้าวที่เข้าประกันราคาไม่ได้ เพราะเป็นข้าว 3 เดือน (แต่คนที่ทำต่างก็ ตอแหล๋ทางการ โดยเลี่ยงว่าเป็นข้าว 100 วัน) ดังนั้นปีนี้จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนพันธุ์ข้าวเป็น กข41 (ข้าว 120 วัน) จึงจะประกันราคาได้ ...แต่ผมไม่ค่อยสนใจเรื่องประกันราคานัก เพราะถ้าเราทำข้าวออกมาดี ...โรงสีรับซื้อเต็มราคาอยู่แล้ว

ทำนาครั้งแรกนั้น ทั้งอาจารย์ ทั้งปรมาจารย์ และเซียนข้าวแยะมาก รวมทั้ง ยัยถนอม..นา 8 ไร่ได้ข้าว 5.5 เกวียนนั่นด้วย....ไอ้โน่นก็ดี ไอ้นี่ก็ดี เอ็งใส่ไอ้นี่ซีวะ ...ยูเรียน่ะซัดเข้าไปเลย ข้าวมันจะได้เขียวสวย ....

....ฉันไม่ได้ทำอินทรีย์ล้วน ๆ แต่จะทำนาแบบอินทรีย์ผสมเคมี.....

....โฮ๊ย...อย่าทำเล๊ย...เค้าทำกันมานักต่อนักแล้วเชื่อข้าเถอะไม่ได้ แด่.... ร๊อก..

....ของน้าทำแล้วได้ข้าวเท่าไหร่ ...ลงทุนไร่ละเท่าไหร่....

...ของข้าไร่นึง ได้ร่วมเกวียน ขึ้น ๆ ลง ๆ มันก็อยู่แค่นี้แหละ...ลงทุนก็ไม่ได้จดใครจะมานั่งจด มันหยุมหยิม... พอขายข้าวได้กำเงินก้อน ก็พอแล้วไปคิดมากทำไมกันวะ...

แต่ก็นั่นแหละครับ ปีแรก ยังไม่เป็นมวย ใช้ปุ๋ยลุงคิม 80% อีก 20% ไม่ใช่ไม่เชื่อคุณภาพของปุ๋ยลุงคิม เชื่อเต็มร้อย เพราะก่อนที่ผมจะลงมือทำนาเอง ผมเคยบอกให้น้องชายที่เชียงรายทำตามสูตรของลุงคิมได้ผลมาแล้ว แต่...จำเป็นต้องผ่อนสั้นผ่อนยาว เพราะญาติของ ผบทบ. เค้าขายปุ๋ย ขายยา ก็จำเป็นต้องถนอมน้ำใจใช้ของเค้าแซมบ้าง ...ใช้ไม่หมดหรอกครับ ตั้งฝุ่นจับอยู่นั่น....

ทำนารุ่นที่ 2 ใช้ปุ๋ยลุงประมาณ 90% ก็อีหร็อบเดิม เพื่อเป็นการถนอมน้ำใจ ...แต่ก็ซื้อมาตั้งโชว์ซะมากกว่า มารุ่นนี้คงพูดได้เต็มปากว่า ไอ้ที่ซื้อแกมาน่ะ ข้ายังใช้ไม่หมดเล๊ย...

.....ผมใช้ระเบิดของลุงมา 2 รุ่น ดังนั้นรุ่นนี้คงต้องงดใช้ระเบิด เพราะรถเกี่ยวบอกว่า ดินอ่อนมาก ให้หยุดใช้ซักรุ่นนึง ไม่งั้นรถเกี่ยวจะลงไม่ได้ (จม) .........ผมก็คิดว่างั้น ยิ่งใช้รถตีนตะขาบมาปั่นดินด้วยแล้วละก็ เจอขี้เทือกเกินครึ่งหน้าแข้ง ทั้งรถเกี่ยวและคนรับจ้างพ่นปุ๋ย พ่นยา (สมุนไพร) ไม่อยากลง




รูป 1
วันที่15 มีค. ผมนัดรถตีนตะขาบ เจ้าเก่า ให้มาปั่นดิน.... ผมไม่อยู่แต่คนขับรถเค้ารู้แล้วว่าจะทำยังไง เพราะเคยทำมาแล้ว ...นี่เป็นรูปเก่าที่เคยทำผ่านมาแล้วครับ อยากรู้รายละเอียด ต้องเปิดดูกระทู้ 3172 รถตีนตะขาบปั่นดิน...ครับ




รูป 2


รูป 3


รูป 4

รูป 2 – 3 – 4
ผมกลับมาตอนเย็น นา 7 ไร่ก็มีสภาพเป็นแบบนี้ ดูจากรูปคล้ายว่าน้ำลึก...ไม่ลึกครับ ลึกประมาณ ไม่เกิน 6 นิ้วฟุต(1 คืบมือ)....โดยปกติเมื่อปั่นดิน ก็จะหมักดินประมาณ 1 อาทิตย์แล้วปล่อยน้ำออกเพื่อลูบเทือกแล้วชักร่อง แล้วปล่อยให้ดินแห้งหมาด ๆ เพื่อจะหว่านข้าว

แต่ใน รุ่นที่ 3 นี้ ผมจะเปลี่ยนวิธีการหว่านใหม่ จากการหว่านแห้ง เป็นใช้วิธีการหว่านน้ำครับ(ไม่ค่อยมีใครเค้าทำกันหรอกครับ) ดังนั้น หลังปั่นดิน ก็ลูบเทือกแล้วชักร่อง จากนั้นก็ปล่อยน้ำเข้าประมาณไม่เกิน 1 คืบมือ...เพื่อจะหว่านข้าว...

... คนรับจ้างหว่านข้าวบอกว่า ดีจัง เพราะมองเห็นเมล็ดข้าวที่มันตกลงน้ำ จะรู้ว่าตรงไหนหนาไป ตรงไหนบางไป ...ก็บอกย้ำคนหว่านแล้วว่า ให้หว่านบาง ๆ แต่ตรงไหนที่ดูหนาก็เลยตามเลย ส่วนตรงที่ดูว่าหว่านบางไป ให้ปล่อย ไม่ต้องซ้ำ
รุ่น 1 ใช้ข้าว 8 กระสอบ ละ 25 กก. ข้าวขึ้นแน่ หนาปึ๊ก....
รุ่น 2 ใช้ข้าว 7 กระสอบ ข้าวก็ยังขึ้นหนา ...
มารุ่น 3 ใช้ข้าว 6 กระสอบ คิดว่า ก็คงจะยังหนาอยู่ดี .....อยากใช้เครื่องหยอด ยังคิดอยู่ว่า ในดินเลนขี้เทือกลึกแบบนี้ จะลากเครื่องหยอดได้ยังไง




รูป 5


รูป 6


รูป 7

รูป 5 – 6 – 7
จำเป็นต้องสูบน้ำในบ่อเล็ก(เนื้อที่ 200 ตร.วา)ขึ้นมาใช้ก่อน(น้องชาย ผบทบ. ดันสูบซะเกือบติดก้นบ่อ ถือโอกาส วิดจับปลาไปด้วย)




รูป 8


รูป 9

รูป 8 – 9
ปกติผมจะสูบน้ำในคลองขึ้นมาใช้ทำนา แต่ว่า ทำไมผมต้องใช้น้ำในบ่อ เพราะนาติดกันตามรูปนี้ เค้ากำลังจะเกี่ยวข้าว (วันที่ 18 มีค.)จึงต้องปล่อยน้ำออกให้แห้ง ไม่อย่างนั้นรถเกี่ยวลงไม่ได้ เพราะทางน้ำในรูปที่ 9 ใช้ร่วมกัน ต่างถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันละกัน และนาแปลงนี้แหละที่ว่า 15 ไร่ได้ข้าว 18-19 เกวียน ก็ไร่ละ 120 ถังละนะ





รูป 10 ทางน้ำนี้จะไปสู่คลอง เป็นทางน้ำผ่าน ใช้ร่วมกัน....บ้านผมโชคดีที่มีน้ำทำนาได้ทั้งปี




รูป 11


รูป 12


รูป 13

รูป 11 – 12 - 13 ริมคันนา ริมทางเดิน ปลูกตะไคร้ ปลูกกล้วย ได้ประโยชน์ดีกว่าปล่อยให้หญ้าขึ้นรก ....ผมเคยแนะนำให้ ยัยเฉิ่มทำ ถ้ายัยเฉิ่มปลูกตะไคร้รอบคันนา ตัดครั้งหนึ่งน่าจะได้สตางค์ริมหมื่น กล้วยน้ำว้า ขายส่ง หวีละ 10 บาท แต่ถ้ามีเวลาขายเองนะที่ตลาดเค้าขายกัน หวีละ 20 – 25 – 30 บาท ยัยเฉิ่ม น่าจะทำนะ ...เชื่อหรือไม่เชื่อ ตามใจ แล้วคอยดูต่อไป....คงเห็น




รูป 14


รูป 15

รูป 14 – 15
นี่แหละครับข้าวนาติดกัน ไร่ละ 120 ถัง รุ่นนี้เค้าบอกว่า เป็นข้าว กข57




รูป 16


รูป 17

รูป 16 – 17
นี่เป็นนา ยัยถนอม...ที่บอกว่า 8 ไร่ได้ข้าว 5.5 เกวียน เค้าใช้รถไถเดินตาม ทั้งปั่น ทั้งไถ ทั้งคราด ทั้ง ลูบเทือก รวมชักร่อง ตกไร่ละ 280 ...เนื้อที่ 6 ไร่ก็ตก 1,680 + ค่าอาหาร น้ำ รวมแล้วก็ประมาณ 1,800 ...ส่วนของผมใช้รถตีนตะขาบ ไร่ละ 130 ...7 ไร่ก็ 910 บาท + ค่าอาหารก็ประมาณ 1,000 + ค่าชักร่อง 7 ไร่ ๆ ละ 50 บาท = 350 บาท รวมแล้วของผมไร่ละ 1,350 บาทเอง เนื้องานต่างกันลิบลับ





รูป 18 บ่อน้ำสำรองเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่




รูป 19 คลองกว้างประมาณ 10 เมตร ยาว หลายกิโลเมตร น้ำมีทั้งปี ...ตั้งสูบทิ้งไว้เลย จะใช้น้ำเมื่อไหร่ ได้ทันที





รูป 20 ร่องส่งน้ำ เข้า – ออกจากนา





รูป 21 อีแก่ สารพัดประโยชน์คันนี้ ใช้งานมายาวนาน ผมมารับช่วงต่อ คงอยู่ได้อีกนาน...

ก็เป็นอันว่า ปั้นดิน ตีเทือกเสร็จ ....วันที่ 18 มีค. จะหว่านละครับ....เร็วไปหรือเปล่า ...เร็วครับ เพราะ ผมเกี่ยวข้าวรุ่นที่ 2 วันที่ 1 มีค. ...พอวันที่ 2 มีค. สูบน้ำเข้าพร้อมกับใช้จุลินทรีย์หน่อกล้วย หมักกับกลูโคส + กากน้ำตาลนิดหน่อย + ตัวย่อยฟาง ของกรมพัฒนาที่ดิน หมักไว้ เกือบ 15 วัน น่าจะพอดี ๆ หลังจากรถตีนตะขาบปั่นดิน ทั้งหญ้าและฟาง มันก็จมลงดินหมด.....ก็คิดว่า วิธีหว่านน้ำ ข้าวคงไม่เมาตอซัง เพราะหว่านเสร็จก็ปล่อยน้ำออกให้แห้ง จนดินแตกระแหงไปเลย .....


ยังมีต่อครับ



.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 11/11/2014 10:06 pm, แก้ไขทั้งหมด 47 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
toodtoo
สาวดอง
สาวดอง


เข้าร่วมเมื่อ: 13/10/2012
ตอบ: 87

ตอบตอบ: 22/03/2013 8:47 am    ชื่อกระทู้: เริ่มตั้งแต่ทำ รุุ่่นที่ 1 ได้ไหม ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุง ป้า-ยัยเฉิ่ม ..ทิดบัติ ...และ...


พี่ทิดแดงท่านเอย...ขอความกรุณา ลงรูปให้ดูตั้งแต่พี่ทิดทำนารุ่นที่ 1 เลยจะได้ไหม...ไม่มีใครดูไม่เป็นไร มีผม ...ป้า-ยัยเฉิ่ม...กับทิดบัติ ดูสามคนพอแล้ว... อยากเห็นน่ะ เพื่อเป็นวิทยาทาน ...นะ นะ นะ นะ

....อยากเห็นรูปที่ทิดปล่อยนาแห้ง จนดินแตกระแหง แต่ต้นข้าวแตกกอ ใบเขียวปี๋...
....ป้า-ยัยเฉิ่ม กับทิดบัติ...ว่าไงครับ

ขอบคุณครับ....


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
songpon03122526
สาวดอง
สาวดอง


เข้าร่วมเมื่อ: 22/11/2012
ตอบ: 94

ตอบตอบ: 22/03/2013 9:30 am    ชื่อกระทู้: ขอดูรูป ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ลงรูปมาเลยครับพี่ใหญ่ ขอชมหน่อยครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 11000

ตอบตอบ: 22/03/2013 11:08 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

งานเข้า (ว่ะ...) แดงเอ๋ย


.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 28/03/2013 11:46 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1377

ตอบตอบ: 24/03/2013 1:12 am    ชื่อกระทู้: มีของดีมาฝาก ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม ....ยัยเฉิ่ม ...คุณ Hearchzx....คุณทรงพล....เจ้าตุ๊ดตู่....และใครต่อใครอีก ยาว....

ตอนที่ 2 ..มีของดีมาฝาก....

งานเข้าไม่กลัว กลัวผีเข้าครับ ยิ่งตอนนี้หนังผีแม่นาค - ทิดมาก กำลังฉายซะด้วย ...บรื๊อว์ กลัวปี๋จับ....

ก่อนจะไปดูผมทำนารุ่นที่ 3 ต่อ มีของดีมาฝาก ...แต่หากว่า ลุงคิมเห็นว่าเป็นการโฆษณา ผมกราบขออภัย

ผมได้รับข้อมูลจากแม่ริม เชียงใหม่ ...มีคนเค้าส่งมาให้ทาง MMS น่าสนใจ สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจ

เป็นเรื่องของข้าวไรซ์เบอรี่ครับ....อ่านรายละเอียดดูเอาเองนะครับ ...เอาข้อมูลมาลงได้เท่าที่มี....ข้อมูลเพิ่มเติม ผมขอส่งผ่านให้ลุงคิมค้นต่อครับ....(งานเข้ามั่งเด้)


ดูรูปกันเลย


1.




2.




3.




4.


ข้อความมีอยู่ว่า.....

วันนี้ (วันไหนไม่รู้ ไม่ได้บอก) ไปตลาดมาไปเจอข้าวไรช์เบอร์รี่ ราคาแพงพอควร ที่ไม่ได้คัด ราคา 85 บาท/กิโล ที่คัดแล้ว ราคา 140 บาท/กิโล คนชื้อเยอะมาก ถามเขาว่าปลูกเองหรือป่าว เขาบอกว่าปลูกเองแต่ไม่อินทรีย์นะ

พอผมบอกว่า ของผมก็มีนะเป็นข้าวอินทรีย์ คัดแล้วราคากิโลละ 60 บาท เขาบอกว่าขายถูกไปนะ ถ้าไม่ว่าอะไร เขาจะขอซื่อทั้งหมดเลยได้ไหมครับ กลับมาบ้านมานั่งคิดยังไม่ตัดสินใจว่าจะขายหรือไม่ขาย ว่ายังไงกันดีครับ —
…………………….

วันนี้ (วันไหนไม่รู้ ไม่ได้บอก อีกนั่นแหละ) ท่าน อ.สุภัคฯ สาขาพืชไร่ แม่โจ้ มาเอาเมล็ดพันธุ์ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ไป ห้าตัน เพื่อที่จะเอาไปส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก โครงการร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทย ว่างั้นนะ เลยต้องตัดใจขายไป เสียดายจัง....................


ข้อมูลเพิ่มเติม...
...เด็กหนุ่มในรูปโพสเตอร์ ชื่อ เอกลักษณ์ฯ....จบจากแม่โจ้ ...ปลูกข้าวไรซ์เบอรี่ กับข้าวสายพันธุ์อื่นๆ แบบอินทรีย์....ประมาณ 25 ไร่ อยู่ที่ อ.แม่ริม เชียงใหม่..เสร็จแล้วก็สีเป็นข้าวกล้องออกมาขาย ........

25 ไร่ ได้กี่ตันหว่า เพราะ อจ.กับแบงค์กสิกร มาซื้อไปแจกเกษตรกรตั้ง ห้าตัน ...ป่านนี้มิแจกหมดไปแแล้วหรือ .....

....คุณบังอรฯ ขายถังละ 500 (กิโลละ 50 พอลุ้นเพราะมีต้นทุน)....ที่ ม.กำแพงแสน ถังละ 1,200 (ค่าวิชาการแพงโคตร)....แต่ที่สิงห็บุรี ถังละ 1,700 (เว่อร์สุด ๆ )...

....แล้วของยัยเฉิ่ม ที่ไปเอามาจากแปดริ้ว โลละ 70 น่ะ ผลการงอกเป็นประการใดบ้าง เงียบหายไปเลย ....น่าจะดีนะ เพราะนาแปลงนี้ เทือกลึกเกือบถึงเอว ...

...ยัยเฉิ่ม ถามผมว่า ปลูกแล้วจะเอาไปขายที่ไหน....เวรกรรม...ตามที่โพสต์มาให้ดูนี้ เค้าปลูก แล้วสีเป็นข้าวกล้อง แล้วก็ลงประกาศขายในเน็ต นั่งแพ็คใส่กล่องตาม ออร์เดอร์ ....ทำอยู่ที่บ้าน ขายที่บ้าน เพียงแต่เอาของไปส่งที่ไปรษณีย์ เก็บเงินทาง พกง. ..บ้านเอ็งมีโรงสีเล็กอยู่ ทำได้สบายมากส์...อยู่แต่ว่า เอ็งมีข้าวพอให้คนซื้อหรือเปล่าเท่านั้นแหละ .. ทิดอยากทำ แต่โรงสีเล็กใกล้บ้านไม่มี ทางที่เป็นไปได้....ซื้อเครื่องสีข้าวขนาดเล็กเอง อึ๊ยยยย สยึ๋มกึ๋ย แอ๊บแบ๊วจริง ๆ ....

.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 01/04/2013 7:24 am, แก้ไขทั้งหมด 2 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1377

ตอบตอบ: 26/03/2013 11:43 pm    ชื่อกระทู้: ล้มสวน ทำนา ครั้งที่ 3 ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม ...และเพื่อนสมาชิกทั้ง หน้าไมค์-หลังไมค์ ทุกท่าน

ตอนที่ 3 (แม้จะไม่ชอบ แต่จำเป็นต้อง) ฉีดยาคุมหญ้า ตามความเหมาะสม





รูปที่ 1 ขอปรบมือให้ชายนักสู้คนนี้........ถึงขาจะพิการ แต่กำลังกายและกำลังใจไม่ได้พิการไปด้วยครับ ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย ...และขอเป็นกำลังใจให้ ยัยเฉิ่ม รวมทั้งเพื่อน ๆ สมาชิกทุกคนที่ทำนา....ถ้าคิดท้อเมื่อไหร่ ให้นึกถึงชายนักสู้ท่านนี้ครับ...แบบนี้แหละครับทีลุงคิมบอกว่า ...ใจต้องมาก่อน.....






รูปที่ 2 หลังจากที่หว่านข้าวลงน้ำเมื่อ 18 มีค.56 ก็ปล่อยน้ำออก 3 วันผ่านไป (วันนี้ 20 มีค.56) ...น้ำในนาแห้ง อันเป็นผลมาจากการใช้รถตีนตะขาบปั่น และปาดหน้าดินให้เรียบเสมอกัน แล้วจึงใช้รถไถเดินตามลูบเทือก ชักร่อง อีกครั้ง หน้าดินก็จะเรียบเสมอกันดีขึ้น จะง่ายต่อการคุมระดับน้ำ.... แต่...มันจำเป็นที่จะต้องฉีดพ่นยาคุมหญ้า เพราะมันเป็นเรื่องยากส์ ที่จะทำไม่ให้หญ้าขึ้นในนาข้าวโดยไม่ต้องฉีดยาคุม ก็เอาแค่ ตามความเหมาะสม ก็แล้วกันนะครับ





รูปที่ 3 ผมฟังลุงคิมพูดย้ำหลายครั้งว่า ต้นข้าวชอบน้ำเจ๊าะแจ๊ะแค่หน้าดิน หรือแค่รอยตีนควายพอแล้ว ...ปัจจุบันจะไปหาควายมาย่ำในนาให้เกิดรอยตีนคงหายาก เอาแค่รอยตีนคนในภาพนี้แทนก็แล้วกัน คงจะพออนุโลมได้นะครับลุง ขออภัยอย่างยิ่งมา ณ ที่นี้...



รูป 4


รูป 5

รูปที่ 4–5 ผลของการหว่าน (ข้าวลง) น้ำ แล้วเปิดน้ำออก มันดูดีตรงที่ว่า ข้าวลีบ ข้าวไม่เต็มเมล็ด มันจะลอยไปติดข้างคันนา หรืออาจลอยออกไปตามร่องระบายน้ำลงคูเล็ก ๆ ข้างนา ส่วนเมล็ดข้าวดีมันจะจม พอน้ำแห้งจะมีดินเลนเคลือบผิวนิดหน่อย และรากข้าวเริ่มเกาะดิน การที่ข้าวเปื้อนโคลน นกไม่ลงกิน...คือ ปกติหว่านแห้งแม้จะใช้น้ำขม ๆ ผสมไบโออิ + กลูโคส +....แต่นกก็ยังลงกิน ต้องคอยนั่งเฝ้านก เผลอ ๆ คนเฝ้าก็หลับนก

ยังไง ๆ เพื่อน ๆ อย่าเอาวิธีการ บ้า ๆ นี้ไปใช้นะครับ เกิดทำไม่ได้ผลเดี๋ยวจะมาด่าผม.... มันเป็นการทำแบบบ้า ๆ ของผมคนเดียว...ลุงคิมไม่เกี่ยว เพราะลุงคิมไม่เคยพูดถึงวิธีการหว่านน้ำ...




รูป 6


รูป 7

รูปที่ 6–7 ตรงจุดที่ตั้งสูบนี้ เป็นจุดที่ใช้สูบน้ำเข้า–ออก เป็นบริเวณที่ทำงานสะดวกหลาย ๆ อย่างครับ เรียกตามสมัยใหม่ว่า จุดเอนกประสงค์ เวลาสูบน้ำออกหมด ปลาจะมาตกคลั่กอยู่บริเวณนี้ (ทวิบาท–สัตว์สองเท้าทั้ง คน และ นก จะมารอปลาอยู่ตรงนี้แหละ...กรรมของปลา ตายน้ำตื้นจริง ๆ )





รูปที่ 8 ลำรางนี้กว้างประมาณ 1 เมตร ไปสุดปลายนา ยาวประมาณ เกือบ 500 เมตร เก็บน้ำได้เพียงพอ ถ้าแล้งจริง ๆ ยังมีบ่อน้ำสำรองอีก 2 บ่อ 200 ตร.วา และ 1 ไร่ น้ำไม่เคยแห้งบ่อ ทั้งสองบ่อนี้ผมขุดเตรียมเอาไว้ตั้งแต่ตอนเริ่มทำสวนครับ ...อันนี้จำมาจากยายว่า อยู่ที่ไหนต้องขุดบ่อน้ำ แล้วปลูกบัวสาย จะมีน้ำใช้ มีสายบัวไว้กิน สุดท้ายมีปลาให้จับโดยไม่ต้องเลี้ยง ที่สำคัญ ขุดบ่อเอาดินขึ้นมาทำโคกเพื่อใช้ปลูกบ้าน.....ตอนนั้นยังเด็กไม่รู้เรื่อง ได้แต่จำเอาไว้ มาเห็นผลความคิดคนโบราณก็ตอนนี้แหละ





รูปที่ 9 ต้น กกนา พืชไม่พึงประสงค์ สำหรับชาวนา ชาวสวน แต่บ้านจัดสรรชอบเอาไปเป็นไม้ประดับ.... ตอนทำนารุ่นที่ 1 ผมถอนขึ้นมาจะโยนทิ้ง พอดีมันมีกระถางอยู่ใกล้ ๆ ผมก็เอาใส่กระถางตั้งเอาไว้ริมทาง 10 กว่ากระถางได้มั๊ง มีคนขับรถปิ๊คอัพผ่านมา เค้าถามขอซื้อ ผมก็บอกว่าต้นไม้ให้ฟรี แต่ขอค่ากระถาง ใบละ 50 เค้าควักเงินส่งให้ 500 บอกให้ผมยกขึ้นรถทั้งหมดเลย .... ขำกันทั้งบาง ...ทิดแดงขาย กกนา ได้กระถางละ 50 บาท ป่านนี้มิไปแพร่พันธุ์เต็มหมู่บ้านแล้วมั๊ง หมู่บ้านไหนไม่รู้





รูปที่ 10 ตลอดแปลงนา จะมีร่องระบายน้ำลงลำรางเป็นระยะ ๆ ...มีคนถามว่า ทำไมร่องระบายน้ำของผมมันลึกจัง ผมก็ไม่รู้ว่าจะตอบยังไง คงเป็นเพราะรถปั่นดินทำเทือกไว้ลึกครึ่งหน้าแข้งละมั๊ง





รูปที่ 11 เส้นแบ่งเขตระหว่างแปลงนาตะวันออก (ขวามือ) กับตะวันตก (ซ้ายมือ) คือนาด้านซ้ายเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ มันลุ่มมาก ก็เลยทำคันกั้นเอาไว้ เพื่อเป็นการควบคุมน้ำ





รูปที่ 12 มองย้อนไปทางตะวันออก พื้นนาค่อนข้างจะเรียบเสมอกัน ผลมาจากการใช้รถตีนตะขาบปั่นดิน แล้วลูบเทือก ซึ่งผลงานดีกว่า เร็วกว่า ถูกกว่า ใช้รถไถเดินตาม





รูปที่ 13 ร่องระบายน้ำที่ค่อนข้างลึก เนื่องจากขี้เทือกมันลึก ทำให้การระบายน้ำค่อนข้างดี





รูปที่ 14 การหว่านข้าว แม้จะหว่านให้บางแค่ไหน เมล็ดข้าวก็ยังไม่กระจาย ข้าวคงจะขึ้นแน่นอีกนั่นแหละ





รูปที่ 15 มองจากกลางแปลงนา จากตะวันออกไปตะวันตก จะเห็นว่า พื้นนาจะลุ่มขึ้น





รูปที่ 16 มาถึงสุดปลายนาด้านตะวันตก จะเห็นได้เลยว่า นาบริเวณนี้ลุ่มจัด น้ำยังไหลออกไม่หมด เพราะน้ำจะไหลจากตะวันออก (ดอน) มาตะวันตก (ลุ่ม)





รูปที่ 17 เดินกลับมาถึงจุดนี้ เจอสิ่งแปลกปลอมนอกเหนือจากที่ต้องการ ...ขวดกรัมม๊อกซูน , ไกรโฟแสบ, โกลด์ 2 เอ , แล้วก็ ดีเกลือ ในถุงก๊อปแก๊ป..พร้อมขวดน้ำยาล้างจาน...






รูปที่ 18 ท่านผู้นี้ เจ๊ใหญ่ พี่สาว เจ๊รอง - ผบทบ...แกทะเลาะกับผัวที่ไร ก็หอบผ้าหอบผ่อนมาอยู่กับน้องสาวทุกที....กูจะมาอยู่กับมึงจนวันตาย กูไม่เอากะมันแล้ว .น่านว่าเข้าไป....พอผัวมาง้อวันแรก ๆ ก็เล่นตัวหน่อย พอสองสามวัน ก็หอบผ้ากลับไปแล้ว....กูไม่อยู่กับมึงแล้ว ขอกลับไปตายกับผัวกู...(อันนี้ผมพูดเองในใจนะครับ)....เป็นแบบนี้จนชินแล้วครับ........แต่แกมาอยู่ก็ดีครับ ไม่เคยเป็นภาระให้ยุ่งยาก ช่วยงานได้ทุกอย่าง ขอให้บอกว่าจะทำอะไร... จนผมเกรงใจ ...

...เจ๊ใหญ่ จะทำอะไรน่ะ.....
.ข้าจะผสมยาฉีดหญ้าริมคันนากับริมร่องซะหน่อย เริ่มจะขึ้นยาวแล้ว เดี๋ยวเอาไม่อยู่ ....

...แล้วเจ๊เอายาอะไรฉีด.....
...ข้าก็เอา กรัมม๊อกซูน , ไกรโฟแสบ, โกลด์ 2 เอ , แล้วก็ ดีเกลือ

...เอาผสมกันทีเดียวหมดเลยเหรอ....
...เออ..(ดีว่ามาทันเห็นนะ แกไปเอาส่วนผสมสูตรนี้มาจากไหนวะเนี่ย...แต่ละอย่างมันผสมกันได้ที่ไหน)

..เจ๊ใหญ่...ไอ้กรัมม๊อกซูน , ไกรโฟแสบ, โกลด์ 2 เอ ไม่ต้องใช้ ชั้นเป็นโรคภูมิแพ้ไอ้ยานี่ เหม็นแล้วแน่นหน้าอก...(ตอแหล๋เพื่อถนอมน้ำใจผู้อาวุโส คงไม่เป็นไรนะครับ บัวไม่ช้ำ น้ำไม่ขุ่นอีกด้วย)...ให้ใช้ ดีเกลือ กับ น้ำสีดำ ๆ ในขวดที่ชั้นวางไว้บนโต๊ะหน้าบ้านนั่น..เจ๊ใหญ่ไม่ได้หยิบมาซิถ้า ..เดี๋ยวชั้นจะไปเอามาให้. เจ๊ใหญ่เอาดีเกลือ 3 – 4 ช้อน ละลายน้ำก่อน แล้วเดี๋ยวเอาไอ้น้ำดำ ๆ ในขวด 100 ซีซี + น้ำ 1 เป้ (20 ลิตร) ...
...มันจะเอาอยู่เรอะ...

...พรุ่งนี้เจ๊ใหญ่ก็จะเห็นเอง.....
..หญ้าตายเรอะ....

....เจ๊ใหญ่.....
..ไอ้เวร....

(น้ำสีดำ ๆ ที่ว่าคือ....30-10-10 + น้ำส้มสายชู + แอลกอฮอล์ล้างแผล ส่วนผสม 40:30:30) เมื่อ + ดีเกลือ และน้ำยาล้างจาน เข้าไป รสคงจะ เปรี้ยว เค็ม ซ่า ...ทุกอย่าง Over Dose หญ้าไม่ตายให้มันรู้ไป

...เพื่อนสมาชิก...ห้ามทำบ้า ๆ ตามผมนะครับ หญ้าตาย แต่ข้าวและต้นไม้อื่น ๆ จะตายไปด้วย จะมาว่าผมไม่ได้....





รูปที่ 19 ยาคุมหญ้าในนาข้าวครับชื่อสามัญ เพรทิลาคลอร์... 7 ไร่ใช้ไปขวดครึ่ง(1.5 ลิตร) และน้ำเขียว ๆ ในขวด 5 ลิตรนั่นอะไร...ยูเรก้า + กลูโค๊ส มั๊ง...





รูปที่ 20 นี่แหละครับ เจ้าสายชล..มือโปรตัดหญ้า ตัดยอดข้าว พ่นยา หว่านปุ๋ย หว่านข้าว คู่กับเจ้า นพรัตน์ค่าบริการไร่ละ 50 บาท





รูปที่ 21 ...ไอ้ทิดเอ็งไม่ต้อง ข้าทำเอง ...เจ๊ใหญ่กำลังตวงยาคุมหญ้าลงเป้....ส่วนเจ้าสายชลกำลังเทน้ำลงเป้....โปรดสังเกต น้ำที่ผสมมันออกสีคล้ำ ๆ... ก็มันเป็นน้ำ + 30-10-10 + ไบโออิ + ยูเรก้า + กลูโค๊ส + น้ำสมุนไพร... แล้วก็ + ยาคุมหญ้า ....6 in 1 ม้วนเดียวจบ....

....น้ำอะไรของเอ็งวะไอ้ทิด สีออกดำ ๆ ....
....อ๋อ น้ำมนต์หลวงตาคิม....

....วัดไหนวะ ..
...วัดโคกอีแร้ง...

...ดังเหรอ อยู่ที่ไหนวะ ไม่เคยได้ยินชื่อ....
....ดังระเบิดเลยเจ๊ใหญ่ อยู่ท่ามะกา...

...ให้หวยแม่นมั๊ยวะ....
ตอบโดยไม่ต้องคิด..โฮ๊ย ไม่แม่นร๊อก โดน แหล่ก ทุกงวด...

ขืนตอบว่าให้หวยแม่น ผมงานเข้าแน่ ๆ …




รูป 22


รูป 23


รูป 24


รูป 25

รูปที่ 22 – 25 สองมือโปรกำลังพ่นยาคุมหญ้าในนาข้าว โปรดสังเกต ความลึกของขี้เทือก ไอ้เจ้าสองคนบ่นเลยว่า ...ขี้เทือกลึก ก้าวขาไม่ค่อยออก...




รูป 26


รูป 27


รูป 28


รูป 29


รูป 30

รูปที่ 26 – 30 สองเป้แรกผ่านไป เป้ที่ สาม สี่ ห้า หก กำลังตามมา....นา 7 ไร่พ่นยา + น้ำมนต์หลวงตาคิมไป 6 เป้





รูปที่ 31 มาเจอของสิ่งนี้ เกือบครึ่งกระสอบ ซุกไว้ในกองฟาง....

...เจ๊ใหญ่...What is this…นี้คืออะไร.....
..ข้าว่าจะเอาไว้ซ่อมไอ้ที่มันหว่านห่างเกินไป.....

...ไม่ต้องเลยเจ๊ใหญ่ที่เคารพ แค่นั้นพอแล้ว ....
...มันดูห่างไปนา ...รากงอกแล้วเอ็งจะให้ทำยังไง....

...เอาไปให้ทิดคต(สามีเจ๊ใหญ่)ให้ไก่กิน....
...ข้าไม่ยุ่งกะมัน....

...แน่เรอะป่าวววว....
...เออซีวะ....

...งั้นชั้นเอาไปให้เอง จะได้บอกว่า..เจ๊ใหญ่ฝากความคิดถึงมา....
...เอ็งไม่ต้องยุ่ง.....พร้อมกับดินก้อนเบ้อเริ่ม ลอยข้ามหัว หลบแทบไม่ทัน




รูป 32


รูป 33

รูปที่ 32 – 33 ข้าวของนาแปลงที่อยู่ติดกัน ที่บอกว่า 1 ไร่ ได้ 120 ถัง ผมถ่ายไว้เมื่อ 15 มีค.56 วันที่ผมทำเทือก




รูป 34


รูป 35


รูป 36

รูปที่ 34 - 36 มาถึงวันที่ 20 มีค.56 เกี่ยวไปแล้ว ซึ่งได้ข้าวตามที่บอก คือ 120 ถัง / ไร่





รูปที่ 37 มาลุ้นนาแปลงนี้กันดีกว่า ....อยู่เลยนาแปลงที่อยู่ติดกับผมมานิดเดียว เป็นพี่น้องกัน





รูปที่ 38 นาแปลงนี้แหละครับที่ใช้รถตีนตะขาบปั่นดิน ตีเทือกมาหลายครั้งหลายครา (รูปที่ 37, 38 นาแปลงเดียวกันครับ)




รูป 39


รูป 40


รูป 41


รูป 42

รูปที่ 39 – 42 ดูรวงข้าวซะก่อนว่าสวยงาม รวงแน่นแค่ไหน .นาแปลงนี้..120 ถัง/ไร่เหมือนกัน....




รูป 43


รูป 44


รูป 45

รูปที่ 43 – 45 ตัวอย่างของนาข้าว 120 ถัง/ไร่ เป็นนาแห้งน้ำแบบลุงคิมบอก ผมทำตามลุงคิม แล้วก็บางเรื่องใช้ ครูพัก ลักจำ เอาจากนาสองแปลงนี้แหละ ถ้าผมทำนา 7 ไร่ได้ 8.5 เกวียนเมื่อไหร่ ก็เท่ากับผมจะได้ข้าว 120 ถัง/ไร่ เช่นเดียวกัน




รูป 46


รูป 47

รูปที่ 46 – 47 เห็นถุงกองอยู่หัวคันนา... อะไรหว่า ดูเป็นก้อนแข็ง ๆ ....หยิบมาบี้ดู ยุ่ยเป็ยผง....ว๊าว ปุ๋ยหมักนี่หว่า ...เค้าไม่ได้ใช้ปุ๋ยลุงคิม แต่เค้าใช้ปุ๋ยหมักใส่นา ตามด้วยปุ๋ยเคมี มิน่าล่ะ ข้าวถึงได้ดี ตอนที่ลมแรงข้าวแถบนี้ล้มพังพาบราบกับพื้น แต่นาสองแปลงนี้ข้าวไม่ล้ม





รูปที่ 48 นี่แหละครับ ยัยถนอม ตัวจริงเสียงจริง เจ้าของนา 8 ไร่ได้ข้าว 5.5 เกวียน มือโปรระดับอาจารย์ที่บอกวิธีการทำนาให้ผมตั้งแต่ทำนารุ่นที่ 1 .....ผมมาถ่ายรูปนาที่กำลังทำเทือก

.....น้าหนอม ...ชั้นจะถ่ายรูปนาของน้า ไปลงอินเตอร์เน๊ต...
...เฮ๊ย ...งั้นเอารูปข้าไปลงด้วย อยากเห็นว่ามันเป็นยังไง เดี๋ยวให้ข้า แจ๊คชั่นก่อน ...
ท่ายัยถนอมถือโทรศัพท์นี่มาดเหลือกิน

...เค้าเรียก แอ๊คชั่น ไม่ใช่ แจ๊คชั่น ...
..เออ เหมือนกันละน่ะ .......แล้วข้าจะรู้ได้ยังไง ว่าเอ็งเอารูปข้าลง..

...เดี๋ยวชั้นจะบอกไอ้ร๊อค (หลานยัยหนอม) ว่าจะเปิดดูได้ยังไง ลงคอมแล้วจะบอกอีกที....

ยัยหนอมถือถังกำลังหว่านซ่อมข้าวบริเวณที่แกเห็นว่า หว่านไว้บางเกินไป แต่ความจริงหนามากแล้ว.....นา 8 ไร่ ใช้ข้าว 10 กระสอบ

....หว่านหนา ๆ ข้าวขึ้นแยะ รวงก็แยะ ได้ข้าวเยอะ ( 8 ไร่ 5.5 เกวียน) ของเอ็ง หว่านบางไป(7 ไร่ 7.5 เกวียน)...พูดไปสองไพบึ้ย....นิ่งเสียตำลึงทอง....




รูป 49


รูป 50


รูป 51

รูปที่ 49 – 51 เป็นการทำเทือกแบบใช้รถไถเดินตาม ซึ่งทำกันมาแต่ดั้งเดิม ตอนแรก ๆ มันก็ดี แต่หลัง ๆ ดินมันเจอปุ๋ยเคมีตกค้าง ดินมันก็แข็ง เทือกจากรถไถเดินตามมันก็จะเป็นแบบที่เห็นนี้

....น้าหนอม ทำไมไม่เอารถตีนตะขาบลงปั่นดินล่ะ เทือกลึกดีจะตายไป ไร่นึง 130 บาท เอง ....

....รถมันหนัก กลัวดินมันแน่น รากข้าวไม่เดิน ข้าวจะไม่งาม....

มือไร้อันดับอย่างผม คงไม่กล้าแนะนำมือโปรอย่าง ยัยถนอม หรอกนะครับ สูตรใครก็สูตรใคร...



ยังมีต่อ...


.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 01/04/2013 7:26 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1377

ตอบตอบ: 28/03/2013 2:32 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม ...และเพื่อนสมาชิกทั้งหลังไมค์ หน้าไมค์ทุกท่าน

ตอนที่ 4 ...(ฟังลุงคิมพูดจนเปลี่ยนทัศนคติ)...จึงเกืดแรงบันดาลใจให้คิดอยากทำนา

มีเพื่อน ๆ ถามผมหลังไมค์ว่า...ผมไม่เคยทำนามาก่อน ทำนาแค่ 2 รุ่นได้ข้าวไร่ละเกวียน ทำได้ยังไง.....

ความจริง ผมควรจะตอบคำถามนี้ในหัวข้อ ล้มสวน ทำนา ครั้งที่ 1 แต่เมื่อถามตรงนี้ ก็ตอบตรงนี้

ขอตอบตรงนี้ว่า ...ไม่ทราบครับ ไม่ได้พูดยวน แต่พูดตามรู้สึก เพราะผมไม่มีความรู้เรื่องการทำนามาก่อนเลย มองเห็นคนอื่นเค้าทำก็ทำตามเค้า และก็ทำตามที่ลุงคิมแนะนำ ...จับแพะ ชนแกะ นำมาประยุกต์กัน เพราะ..ลุงบอกอย่างหนึ่ง คนที่ทำนาเค้าทำอีกแบบหนึ่ง แล้วผมจะเชื่อใครวะเนี่ย.... แต่ได้เห็นว่า คนทำนามาตลอดชีวิต มันก็ได้อย่างที่เห็น ตรงตามที่ลุงคิมพูดทุกอย่าง .... ตัดสินใจ ลองเชื่อลุงคิมดูซักครั้ง รุ่นเดียว แค่ 3 เดือน ถ้าไม่ดีก็เปลี่ยนใหม่ได้....

- คนข้างบ้านบอก เอ็งต้องใส่ยูเรียหนักเข้าไว้ ข้าวจะได้งาม ใบเขียว ...แต่ลุงคิมบอก ยูเรียเลิกใช้ไปเลย...ครั้นพอถึงเวลาข้าวโดนลมแรงหน่อย... ข้าวยูเรียล้มระเนระนาดราบกับพื้นทั้งแปลง ..

- เฮ้ย ไอ้ทิด ข้าวต้องเอาน้ำใส่แยะ ๆ ...แต่ ลุงคิมบอก นาข้าวให้มีน้ำเจ๊าะแจ๊ะ ท่วมแค่รอยตีนควาย (คน) พอแล้ว .ดูจากนาใกล้บ้าน..ข้าวน้ำสูงเป็นคืบ.. ข้าวต้นสูง โรคแมลงชอบ เพลี้ยกระโดดลงกิน....ส่วนข้าวน้ำเจ๊าะแจ๊ะ จนถึงน้ำแห้งดินแตกระแหง.... ข้าวต้นเตี้ย แตกกอดีจัง รวงแยะอีกต่างหาก โรคแมลงไม่ค่อยมี ...

... เฮ้ย ไอ้ทิด ข้าวเอ็งน่ะ หว่าน 16-20-0 + ยูเรียอีกหน่อย ไร่ละกระสอบ ข้าวจะได้งาม....ลุงคิม.บอก ใช้ 16-8-8 .. 2 ครั้ง ๆ ละ .10 กก.ต่อไร่ (รวม 20 กก.ต่อไร่) พอแล้ว

... คนฟังรายการลุงคิมข้างบ้านบอก....เอ็งเชื่อตาคิม ระวังจะออกลูกเป็นลิงนะมึง.... ออกลูกเป็นลิงก๊อดีซีวะ จะได้เอาไว้ฝึกให้ขึ้นมะพร้าว ไม่ต้องจ้างอั้ยจี๊ดมาขึ้น ประหยัดเงินค่าขึ้นมะพร้าวไปลูกละ 2 บาท

... ทั้งหมดคือส่วนหนึ่งที่บรรดาปรมาจารย์ปลูกข้าวในละแวกบ้านให้คำแนะนำ แต่ละคนเมื่อเกี่ยวข้าวแล้วก็ได้อย่างที่เค้าเคยได้ไร่นึงไม่ถึงเกวียน ก็มีบ้างที่ได้ไร่ละเกวียน แต่ต้นทุนเท่าไหร่ ไม่รู้ เพราะเค้า

บอกว่าไม่เคยคำนวณ ขายข้าวได้เงินแล้วก็แล้วกัน...

อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างที่ผมทำได้ ไม่ได้แม่นสูตร แม่นหลักการ แต่ ศรัทธา และความเชื่อมั่น ครับ ที่สำคัญ .ใจครับ...ใจต้องมาก่อนตามที่ลุงคิมชอบพูด....

ผมทำสวนมาทั้งชีวิต ไม่เคยคิดจะทำนา .... หลังน้ำท่วมมหาวินาศปลายปี 54 – ต้นปี 55 สวนผมล่มสลาย มะม่วง (เป็นร้อยต้น) และต้นไม้บางต้นอายุ 25 ปีขึ้นไป แช่น้ำอยู่ 2 เดือนครึ่ง สำลักน้ำตายเกือบหมด ผักชีฝรั่ง 6 ไร่กว่า มองหาซากไม่เจอ เหลือแต่ ซาแรน คลุมแปลง กับชุดสปริงเกลอร์ที่จมน้ำ มองดูแล้ว มันมีความรู้สึกที่บอกไม่ถูก...แทบจะสิ้นเนื้อประดาตัว หมดกำลังใจจนไม่คิดอยากจะทำอะไรต่อ ปล่อยสวนจนสารพัดหญ้าขึ้นรกเต็มไปหมด ...

ผมฟังรายการเกษตรเกือบทุกรายการตั้งแต่ตีห้า จนถึงแปดโมงเช้า....ไอ้โน่นก็ดี ไอ้นี่ก็ดี อ้างชื่อคนที่ใช้ว่าใช้แล้วดี อัดเสียงมาออกอากาศ....ผมก็ฟังและมองหาว่า มีใครที่อยู่ใกล้ในละแวกบ้านที่พอจะแอบย่องไปดูจากของจริงได้บ้าง .... ผมดั้นด้นไปมาหลายราย สอบถามข้อมูล สรุปได้ว่า....แต่ละราย เป็นหนูทดลองยาทั้งนั้น.... แปลงนาที่ต้นข้าวดูสวย ๆ เดี๋ยวก็มีรถเอาป้ายมาปักกี่รายต่อกี่รายไม่รู้.... แล้วให้เจ้าของนายืนถือขวดปุ๋ยขวดยาเพื่อถ่ายรูป เสร็จแล้วก็ยกปุ๋ยและยานั้นให้ลองใช้...ใช้แรก ๆ ของฟรี ก็ดีอยู่. พอซื้อมาใช้จริง ๆ ...พูดได้คำเดียวว่า ...ทามมาย ถึงทาม กับฉานด้ายยย .....

เมื่อต้นปี 54 หมุนคลื่นมาเจอคลื่นวิทยุลุงคิม...ฟังครั้งแรก ๆ ...DJ อะไรวะ ปากจัดชิบโหง แต่ฟังแล้วมันส์ได้อารมณ์.... ถึงลูกถึงคน โดนใจจริง ๆ ต่อจากนั้น....รายการอื่น ๆ เลิกฟังหมด ฟังแล้วเสียเวลา ฟังรายการอื่น ๆ ไม่เคยคิดจะอัดเสียงไว้ฟัง เพราะพายเรือในอ่าง วกไปวนมาก็มีโฆษณาอยู่แค่นั้น แต่ฟังรายการลุงคิม ได้รู้อะไรเพิ่มขึ้นมากมาย ลองทำตามหลายอย่าง ทำแล้วได้ผลตามที่ลุงบอก ที่ไม่ได้ผลมีมั๊ย มีครับ เพราะสภาพภูมิทัศน์ที่แตกต่างตามท้องถิ่น....เลยคิดจะอัดเสียงลุงเอาไว้ฟัง กว่าจะรู้ (ลูกเค้าบอก) ว่า มือถือมันอัดเสียงได้ โง่ซะตั้งหลายเดือน....เริ่มอัดเสียงที่ลุงออกอากาศมาตั้งแต่ 16 พ.ค. 2554 ถึงวันนี้ 600 กว่าไฟล์แล้วมั๊ง กำลังจะทยอยลงในเว็ปลุงคิมนี่แหละ.....ใครอยากอัดเสียงไปฟัง โหลด หรือ Copy ไปได้เลย แต่ลุงคิมเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์นะครับ (มีไม่ครบทุกวันนะ วันไหนว่างก็ได้อัด วันไหนไม่ว่างก็ไม่ได้อัด)

ตลอดเวลาก็ได้แต่ฟัง ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน กลัวจนขนหัวลุกว่า ปลายปี 55 น้ำมันจะท่วมซ้ำอีกหรือเปล่า ที่สุด...มันไม่ท่วม...ถามแม่บ้านว่า ...เจ๊ ..จะทำอะไรต่อดี. ... แม่บ้านบอกว่า....อะไรที่มันขึ้นในสวนก็ทำไอ้นั่นแหละ ถามอยู่ได้ รำคาญ………โอ้โฮเฮ๊ย เจ๊กู ตอบได้โดนใจดีจริง ๆ ....ในเมื่อเค้าแนะนำมา เราก็ต้องลองดูซิว่า ในสวนมีอะไรขึ้นมาบ้าง

.... เดินบนคันล้อมเข้าไปได้ไม่ถึง 100 เมตร ต้องถอยกลับ หญ้ารกท่วมหัว ..กลัวลูกสาวพญานาคจะรัดเอาตัวไปอยู่เมืองบาดาล ...คงต้องใช้...เจ้าสายชล กับเจ้า นพรัตน์ มือโปรรับตัดหญ้าสองคน ลุย เราก็คอยบัญชาการ ...ไอ้ต้นนี้ตัด ไอ้ต้นนี้เอาไว้ก่อน...เช่นว่า มะเขือพวง แคดอกขาว พริก สะเดา ต้นตะกู มะขามเทศ และ....ฯลฯ พวกนี้ขึ้นเองเต็มไปหมด ก็บอกมือโปรว่า มะเขือพวง แคดอกขาว พริก สะเดา ไม่ว่าต้นเล็กหรือใหญ่ให้เว้นเอาไว้ก่อน นอกนั้น ตัด …

เมื่อคันล้อมเดินไม่ได้ ก็ลงมาเดินในร่องที่เคยปลูกผักชีฝรั่ง พอเดินได้ไม่รกนัก แต่่ผักบุ้งยอดแดง เลื้อยคลุมเต็มไปหมด ยอดยาวสวย อวบยังกะสาวแรกรุ่น..... นึกถึงที่เจ๊บอกว่า.. อะไรที่มันขึ้นในสวนก็ทำไอ้นั่นแหละ เกิดไอเดีย ปิ๊ง. ….เด็ดยอดผักบุ้งแดงกำขายซีวะ ของไม่ต้องลงทุน ลงแรงอย่างเดียว กำหนึ่งก็ สองหัวแม่มือกับสองนิ้วชี้ชนกัน บีบแน่น เอาตอกมัด กำละ 10 บาท แม่ค้ารับซื้อผักบอก ...น้า ทำให้หนูวันละ 50 กำ มัดใส่ถุงนี่ ถุงละ 10 กำ บ่ายสามโมงหนูมารับ ……เกษตรลุงคิมคือสังคมแห่งการแบ่งปัน ดังนั้น ....ยายป่อง แกอยู่ว่าง ๆ มาช่วยข้ากำผักบุ้ง กำเสร็จเอาไปเลย กำละ 2 บาท ...ไม่ถึง 2 ชั่วโมง ยายป่อง รับเงินสด ๆ ไปแล้วค่ากำผักบุ้ง 50 กำ 100 บาท... เดินย้ายก้นยิ้มกริ่ม เข้าวงป๊อกเด้งไปตามกิจวัตร....

และหลังจากผ่านไป 3 วัน สองรูปหล่อ นพรัตน์-สายชล ก็ลุยตัดต้นไม้บนคันล้อมโล่งไปหมด รอให้ย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยคงเป็นปี ..เครื่องย่อยเศษพืช....ก็ไม่มีซะด้วย... คงต้องรอให้แห้งก่อนแล้วคงต้องฌาปนกิจ ....

มีต้นไม้ที่รอดตายหลังน้ำท่วม ..มะพร้าวต้นใหญ่เหลือประมาณ ไม่ถึง 100 ต้น (ต้นเล็กตายเรียบ) มะม่วง เหลือ 4 ต้น จากเกือบ 200 ต้น...ที่เห็นขึ้นเป็นดงก็มี มะเขือพวง เมื่อ ปี 55 กิโลละ 20-25 บาท ณ วันนี้ กิโลละ 35 บาท เพราะมะเขือพวงหน้าแล้งจะไม่ค่อยมีลูก แต่ แคลเซี่ยม – โบร่อน กับ ไบโออิ + ไทเป.. ทำให้มะเขือพวง มีลูกไม่เคยขาดต้น ...แต่แม่ค้าข้าวแกงบ่น มะเขือพวงทิดแดงขั้วเหนียวบรรลัย...คงเป็นฤทธิ์ของ แคล – โบ ทำให้ขั้วดอกติดดี...ใช่หรือเปล่าไม่รู้ เดาเอาเอง

หลังจากที่ คันล้อมสวนมันโล่งโปร่งตา มะเขือพวง แคดอกขาวขึ้นระเกะ ระกะเต็มไปหมด .ก็เลยคิดว่า ปลูกแคดอกขาวกับมะเขือพวงให้เป็นเรื่องเป็นราวก็แล้วกัน การดูแลไม่ยุ่งยาก. ก็ค่อย ๆ จัดระเบียบให้ต้นแคกับมะเขือพวงให้ขึ้นเป็นแถวเป็นแนว โดยตัดต้นที่อยู่นอกแถวนอกแนวทิ้ง ปลูกใหม่ แซมมะละกอไปด้วย...ประกอบกับ นาที่อยู่เหนือลม เวลาเค้าฉีดยาฆ่าหญ้า ละอองปลิวตามลมมาโดนยอดผักบุ้งในร่อง ทำให้ยอดหงิก เอาเครื่องตัดหญ้าตัดยอดทิ้ง ยอดที่ออกใหม่ก็ไม่พุ่ง จะปลูกอะไรต่อดีล่ะ...

ได้ฟังลุงคิมพูด (ล้างสมอง) อยู่บ่อย ๆ ว่า ชาวนารอดประเทศไทยรอด ชาวนารอดประเทศไทยรอด.... ก็เลยอยากลองทำนา

ผมบอกเจ๊เลยว่า.....เจ๊ ชั้นจะล้มสวน ทำนนานะ ....
เจ๊ร้อง... หา...ไม่เคยทำจะไหวเหรอทิด...

...เออน่า ไม่ลองก็ไม่รู้ ลองดูซักรุ่น...

แต่ว่าก่อนที่ผมจะลงมือเอง ...เมื่อต้นเดือน มิย.54 น้องชายที่อยู่เชียงราย บอกว่า มีความจำเป็นบังคับที่จะต้องลงมือทำนาปลูกข้าวไว้กินเอง....กรุณาอ่านกระทู้ 2471...จะปลูกข้าวหอมที่เชียงราย...ขอให้ผมช่วยหาข้อมูลให้ด้วย... งานเข้าแล้วกู....จะให้ไก่ไปว่ายน้ำแทนเป็ด..

แต่เนื่องจากใจคิดอยากทำนาเป็นทุนอยู่แล้ว ..ผมจึงจำต้องศึกษา ฟัง คิด ถาม จด และ อ่าน ...ผมอยู่นครปฐม ปลูกข้าวในกระดาษ น้องชายอยู่เชียงรายเป็นคนลงมือทำ ลุงคิมคือคำตอบสุดท้าย.....ซึ่งก็ได้แนะนำให้น้องชายปลูกข้าวประสบผลสำเร็จ ไม่อายใคร ...ทำยังไง....นอกจากทำตามลุงคิมแนะนำแล้ว ทำแบบคนบ้าครับ ดูรูปกันเลย



รูปที่ 1 นอกจากถูกลุงคิม ล้างสมองทางวิทยุแล้ว....หนังสือเล่มนี้ คือแรงบันดาลใจที่ทำให้คิดอยากทำนา...ได้มาจากวัดท่าตำหนัก คุณชาตรีบอกว่า นี่เป็นเล่มสุดท้ายนะพี่ ... เป็นตำราปลูกข้าวของลุงคิมความหนาประมาณ 70 หน้ากระดาษ A4 ราคา 50 บาท แต่เนื้อหาเกินคุ้ม





รูปที่ 2 ลุงคิมพูดและอ้าวถึงอยู่บ่อย ๆ ....สุดยอดวิทยายุทธของการปลูกข้าว หรือ ตำราปลูกข้าวของ อีรี่ [IRRI – (International Rice Research Institute)] มี 229 หน้า เป็นภาษาอังกฤษ .....กว่าจะอ่านได้รู้เรื่อง เปิด Dict. กันมือหงิก





รูปที่ 3 เล่มนี้เป็นฉบับ IRRI ที่แปลเป็นภาษาไทยแล้ว ผมมีแต่ปก ส่วนเนื้อหาข้างในไม่มีครับ





รูปที่ 4 เล่มนี้ก็เป็นฉบับ IRRI ที่แปลเป็นภาษาไทยแล้วเช่นกัน มี 162 หน้า
(คนที่รูปลงหน้าปกนี่ ป่านนี้ งั่กแล้วมั๊ง)





รูปที่ 5 เล่มนี้ คล้ายกับของ IRRI แต่ขึ้นหน้าปกว่า ระบบการเพิ่มผลผลิตข้าว..(รพข.) (System of Rice Intensification) หรือระบบ SRI – การปลูกข้าวต้นเดี่ยว





รูปที่ 6 อันนี้เป็นตำราปลูกข้าวของคนโบราณ ...ไม่ลองก็ไม่รู้ ลองดูก็ไม่เสียหาย....ถ้าไม่มีส่วนเป็นความจริง ปู่ของปู่ เค้าคงไม่เขียนเป็นตำราไว้หรอก...เพื่อนกะเหรี่ยงของผมบนดอย ยังมีตำราปลูกข้าวของเค้าเองเลยครับ




รูปที่ 7 เมื่อน้องบอกว่าจะปลูกข้าวสายพันธุ์ไหน ผมก็ศึกษาข้าวสายพันธุ์นั้น แต่อยู่ห่างกันคนละทิศ..จะทำยังไงดีเพื่อจะบอกน้องว่า เมื่อถึงเวลานั้น เมื่อถึงวันนี้ เอ็งจะต้องทำอะไรบ้าง....ผมจึงทำตารางหรือ Chart ขึ้นมาแผ่นหนึ่ง จะมีรายละเอียดกำหนดวันลงไปเลยว่า เอ็งจะหว่านกล้าวันที่เท่าไหร่ วันไหนจะถอนกล้าไปปลูก วันไหนพ่นยาสมุนไพร วันไหนให้ปุ๋ย ....คือกำหนดลงไปว่า นับจากวันที่หว่านข้าว....ปลูกข้าวไปแล้วกี่วัน ถึงวันนั้นต้องทำอะไร ไปจนถึงวันเก็บเกี่ยว....เรื่องไหนไม่รู้ จริง ๆ ถึงจะโทรถามลุง....ลุงคร๊าบบบบ…..อะไรอีกวะ....

....ผมส่งปุ๋ยลุงคิมไปให้น้องที่เชียงราย โดยผ่านรถ 10 ล้อรับขนส่ง พร้อมส่งแผ่น Chart ไปให้ด้วย ย้ำเลยว่า เอ็งต้องทำตามนี้ ถึงวันนั้น ๆ เอ็งต้องทำอะไรบ้าง ทำได้หรือไม่ได้ เพราะอะไรว่ามา ....ทั้งใช้โทรศัพท์ ทั้งส่งรูปมาให้ดู แล้วผมก็ส่งให้ลุงคิมพิจารณา....สุดท้าย น้องทำนา 2 รุ่น ช่วยปลดหนี้ให้แม่ยายเอาโฉนดคืนจาก ธกส ได้สำเร็จ...เอากะมันซี่...(หนี้มันแค่นิดหน่อยเองครับ) มาตอนนี้น้องชายปลูกข้าวเป็นรุ่นที่ 5 แล้วมั๊ง ไม่ค่อยได้โทร.มาถาม นอกจากสั่งให้ซื้อปุ๋ยลุงส่งไปให้ ....ถึงวันนี้เค้าเรียนรู้และมีประสบการณ์แล้วว่า เวลาไหนจะต้องทำอะไรบ้าง ส่วนผม ยังคงต้องตามล่าหาความจริง เพื่อเพียรพยายามว่า ทำอย่างไรถึงจะได้ข้าวไร่ละ 120 ถังอย่างนาแปลงที่อยู่ติด ๆ กัน

การทำนาแบบคนบ้าแต่ละรุ่นของผม และน้องชาย ก็ได้อาศัย Chart นี้เป็นแนวละครับ ไม่ต้องมานั่งจำ ดูและทำตาม Chart ได้เลย ปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม...





รูป 8


รูป 9


รูป 10


รูป 11

รูปที่ 8 – 11 หลังจากพ่นยาคุมหญ้าผ่านไป 1 วัน .เดินออกมาดูแปลงข้าว..ไม่มีอะไรเกิดขึ้น(ในกอไผ่) เหตุการณ์ปกติ หน้าดินเริ่มแห้ง....




รูป 12


รูป 13


รูป 14


รูป 15

รูปที่ 12 – 15 มะม่วงโชคอนันต์ต้นนี้ เป็น 1 ใน 100 กว่าต้นที่รอดตายจากน้ำท่วม (สองเดือนครึ่ง) ดูแล้วไม่น่าจะรอด เพราะเนื้อไม่แทบไม่เหลือ มีแต่เปลือกหุ้มเป็นกระพี้....แถมออกลูกมาให้เป็นครั้งที่ 3 หลังจากน้ำลดเมื่อต้นปี 55




รูป 16


รูป 17


รูป 18

รูปที่ 16 – 18 เป็นมะม่วงกะล่อนอีก 1 ต้นที่รอดตาย เนื้อเหมาะที่จะทำมะม่วงกวน ส่วนเมล็ดเอาเพาะทำต้นตอไว้ทาบกิ่ง





รูปที่ 19 มะพร้าวพันธุ์ ทะเลบ้า...เนื้อหนา ออกลูกตั้งแต่ต้นยังไม่สูงมาก แต่ไม่ดีตรงที่ ทะลายห้อย ไม่นั่งบนทาง





รูปที่ 20 ต้นมะอึกครับเป็นไม้ประดับสวน ... สวนไหนไม่มีมะอึก ไม่น่าจะเป็นสวน ...ส่วนมากจะขึ้นเอง ...ลูกสุกใส่น้ำพริกปลาทู อร่อยมาก ใส่แกงก็ไม่เลว...




รูป 21


รูป 22


รูป 23


รูป 24

รูปที่ 21 – 24 ที่ตรงนี้พื้นที่ เอนกประสงค์ เนื้อที่ประมาณ 200 ตร.วา ปลูกสารพัดที่จะปลูก...เคยปลูก ชะอม กับมะกรูดตัดใบมาก่อนโดนน้ำท่วมตายเรียบ แต่ตอนที่ ยัยเฉิ่ม บอกว่าจะปลูกมะกรูดตัดใบ
ผมเห็นว่าใช้เนื้อที่ พอ ๆ กัน บังเอิญได้รับแจกกิ่งมะนาวแป้นพวงมา 10 กิ่ง เลยคิดว่า จะลองปลูกมะนาว ดูซักรอบ ...ในรูปที่ 24..ตอนกิ่งเพื่อขยายพันธุ์ครับ และระหว่างที่รอปลูกมะนาว ก็ปลูก มะละกอ พริก มะเขือ .....เก็บเบี้ยใต้ถุนร้านไปพลาง ๆ ก่อน ดีกว่าปล่อยที่ให้ว่างเอาไว้....ซึ่งได้บอกแนะนำ ยัยเฉิ่ม ไปแล้ว.......เชื่อหรือไม่เชื่อ ตามใจ...แล้วคอยดูต่อไป....คง....เห็น...





รูปที่ 25 ที่แปลงนี้อยู่ใกล้บ่อน้ำบ่อเล็ก(ประมาณ 200 ตร.วา) ขนาดว่าสูบน้ำออกเข้านาไปแล้ว น้ำยังเหลือลึกเลยเอว




รูป 26


รูป 27

รูปที่ 26 – 27 นอกจากทรัพย์ในดินแล้ว ...ผลพลอยได้ อันนี้เป็น สินในน้ำ ครับ ปลูกบัวสาย หรือสายบัว ตามที่ยายเคยบอกไว้ การหายใจของบัว จะช่วยให้น้ำสะอาด ....นอกจากเก็บกิน...สายบัวลอกเปลือกแล้ว ณ.วันที่ 28 มีนาคม 56 กิโลละ 15 บาทครับ ....ยัยเฉิ่มชอบพูดว่า ปลูกแล้วไม่รู้จะขายที่ไหน ....โถ...เวรกรรม....แถวบ้านผมคนที่ปลูกบัวสายเป็น ลำไพ่ ก็มี ทิดแดง ..ยัยโกย... ไอ้ค้างคาว...ผู้.ใหญ่ส่ง...อีแมะ(ปม.) ... อีแห้ง...ใครอีกหว่า ..ทิดยัง ....เก็บครั้งหนึ่งรวมกันแล้วก็กว่าร้อยกิโล ..แม่ค้ารับผักเอาหมด ....

ทำไมผมชอบยก ยัยเฉิ่ม เป็นตัวอย่าง ...ความสนิทเหมือนพี่น้อง..ความเห็นใจ อยากให้ ยัยเฉิ่ม ได้ผุดได้เกิด (หลุดจากหนี้สิน) ก่อนตาย น่ะครับ ...ปลูกหญ้า ยังขายได้เลยน้อง...หญ้าอะไรวะ ...หลายอย่าง ...แต่ หญ้าหนวดแมว ตากแห้ง อัดใส่แคปซูล ขาย ขวดนึงเป็นร้อย...ช่วยขับปัสสาวะ....คนเป็นขัดเบา ปัสสาวะบ่อย ต้องกิน โรคนี้ชอบเป็นกับคนมีกะตังค์




รูป 28


รูป 29


รูป 30


รูป 31


รูป 32


รูป 33


รูป 34


รูป 35

รูปที่ 28 – 35 ไหน ๆ ก็พูดถึงบัวแล้ว อากาศร้อน ๆ แทบจะเป็นบ้าแบบนี้ มองดูดอกบัวหลากสี พืชน้ำแล้ว คงพอจะช่วยทำให้เย็นขึ้นบ้างนะครับ




รูป 36


รูป 37


รูป 38


รูป 39

รูปที่ 36 – 39 ...เป็นต้นไม้ที่ไม่บอกคงไม่รู้ ....ต้นกระท่อม ไม้ต้องห้าม ครับ ขึ้นโด่เด่อยู่ท้ายสวน... มีคนมาเก็บใบอยู่ประจำ ในรูป 37 มีใครมาตอนกิ่งด้วย โถ ได้แต่กินใบ ไม่รู้จักกระท่อมดีพอ ....กระท่อมน่ะ ตอนกิ่งให้เสียเวลา เอากิ่งไปปักก็ขึ้นแล้ว ...ผมเคยตัดทิ้ง แต่ ตำรวจขอร้องว่าอย่าตัด....มียังงี้ด้วยแฮะ ....เค้าบอกเหตุผลว่า คนกิน(เคี้ยว)กระท่อมแล้ว มันจะไม่ไปเสพยา เพราะฉะนั้น ติดกระท่อมดีกว่าติดยา ...เออแน่ะ ...แล้วอีกอย่าง คนกินกระท่อม ทำงานอึด สู้งาน สู้แดด แต่ไม่สู้ฝน คนกินกระท่อม ขี้หนาวครับ อันนี้จริงเลยแหละ....ใครอยากได้บอก จะส่งกิ่งพันธุ์ไปให้ทาง EMS ....

ยังมีต่อจ้า....


.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 28/03/2013 9:58 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 11000

ตอบตอบ: 28/03/2013 9:56 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

DangSalaya บันทึก:




รูปที่ 1 นอกจากถูกลุงคิม ล้างสมองทางวิทยุแล้ว....หนังสือเล่มนี้ คือแรงบันดาลใจที่ทำให้คิดอยากทำนา...ได้มาจากวัดท่าตำหนัก คุณชาตรีบอกว่า นี่เป็นเล่มสุดท้ายนะพี่ ... เป็นตำราปลูกข้าวของลุงคิมความหนาประมาณ 70 หน้ากระดาษ A4 ราคา 50 บาท แต่เนื้อหาเกินคุ้ม

.



คุย ไม่ได้โม้....

น่าจะเรียกว่า "เอกสาร" มากกว่าจะเรียกว่า "หนังสิอ หรือ ตำรา" นะ เพราะซีลอกซ์แล้วเอามาเข้าเล่มธรรมดาๆเท่านั้น
จำได้ว่าจัดทำ 3 ครั้ง ๆละ 500 เล่ม ทั้งขายทั้งแจก....ขาดทุนหรือกำไร ไม่รู้

เคยแจกเอกสาร "ปุ๋ยน้ำชีวภาพ สูตรกล้อมแกล้ม (ทำเอง)" ประมาณ 100,000 ชุด ๆละ 3 แผ่น สมช.หลายท่านได้ต้นฉบับไปแล้ว ถ่ายเอกสารมาร่วมแจก บางท่านมาครั้งละ 10,000 ชุด ยังมี ผู้ฟังรายการวิทยุรู้ข่าว ขอมา แล้วส่งทาง ปณ. .... เอกสารบางชิ้นไปถึงอเมริกา แปลเป็นภาษาอังกฤษพร้อมอ้างแหล่งที่มาเรียบร้อย มีเพื่อนทหารอเมริกันเคยไปร่วมรบในเกาหลีรุ่นเดียวกัน อยู่ซานฟรานซิสโก แคลิฟอร์เนีย ได้เอกสารชิ้นนี้แล้วโทรมาคุยด้วย....มันบอกว่า เกษตรกรไทยโบราณจัง "ปุ๋ยน้ำชีวภาพแบบนี้ เกิดในอเมริกาเมื่อ 60-70 ปีที่แล้ว เดี๋ยวนี้เขาพัฒนาไปไกลกว่านี้มากแล้ว....." ลุงคิมจึงสงสัยไงว่า คนไทยที่ไปเรียนที่อเมริกา เขาไปเรียนอะไรกัน ทุกวันนี้พ่อแม่ญาติพี่น้อง (มัน) ยังเผาฟางอยู่เลย

POCKET BOOK เรื่อง "ปุ๋ยน้ำชีวภาพ สูตรกล้อมแกล้ม (ทำเอง)" มีคนมาขอลิขสิทธิ์เอาไปแปลเป็นภาษามาเลเซีย ลุงคิมตอบ O.K. ขอแค่หนังสือที่แปลเรียบร้อยแล้วเล่มเดียวเท่านั้น .... เอาไว้คุย

อาจารย์ ม.เชียงใหม่ อ่าน POCKET BOOK ภูมิปัญญาพื้นบ้านเกษตรไทย แล้วโทรศัพท์มาขอบคุณและให้กำลังใจ อยากให้ทำต่อ ก่อนที่ข้อมูลเหล่านี้จะสูญหายไปกับยุคสมัย เพราะไม่มีใครกล้า (เน้นย้ำ....กล้า) ทำ ขืนทำขายมีแต่คำว่า ขาดทุนขาดทุนและขาดทุน....แต่ของเราได้กำไรแฮะ

อาจารย์ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ แจ้งชื่อขอเป็น สมช.ประจำ หนังสือทุกเล่ม ออกเมื่อไรส่งไปเมื่อนั้น แต่ลุงคิมตอบปฏิเสธ เพราะเราทำหนังสือ "รายสะดวก" อ๊อกก็ช่าง ไม่อ๊อกก็ช่าง ที่นี่ สถานีรถไฟบ้านป๊อกแป๊ก ที่นี่ สถานีรถไฟบ้านป๊อกแป๊ก

หนังสือในเครือเกษตรใหม่ ติดอันดับ "TOP 5" ของหนังสือจำหน่ายหมดเร็ว ของสำนักพิมพ์ ซีเอด ตั้งแต่เล่มแรกถึงเล่มสุดท้าย

POCKET BOOK ปุ๋ยน้ำชีวภาพ สูตรกล้อมแกล้ม (ทำเอง) เล่มเดียวได้ "หลายแสน" .... เบ็ดเสร็จรวมหนังสือที่เป็น MAGAZINE 5 ปี, POCKET BOOK อีกหลายเล่ม เกี่ยวกับเกษตรล้วนๆ ทุกเล่มทุกอย่าง "ไม่มีโฆษณา" ได้เงินมาเฉียด "10 ล้าน" .... ทั้งกินทั้งเที่ยวสไตล์ชายชาติทหาร เกิดเป็นชายหมายมากว่าชาติเชื้อ ถึงปะเสือก็จะสู้ดูสักที กินอย่างหมู อยุ๋อย่างหมา เที่ยวอย่างลูกเขยเจ้าพระยา ยังเหลือเงิน ซื้อรื้อสร้าง ไร่กล้อมแกล้มได้


เอกสารตัวนี้ "เกษตรานุสติ ฉบับนาข้าว" จัดทำเมื่อราว 10 ปีที่แล้ว วันนี้ข้อมูลหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป ในลักษณะ UPDARE กว่าเก่ามาก

ทั้งหมดทั้งสิ้นในเอกสารเล่มนี้ลงไปในเน็ต คลิกไปที่ "เมนูหลัก - นาข้าว - เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย เรื่องนาข้าว" เห็นมีหลายเว้บนะที่ช่วยเผยแพร่ต่อ

อย่าลืม ข้อมูลทั้งหมดได้มาจากประสบการณ์ตรง ตามประสาคนชอบ ฟัง คิด ถาม เขียน อ่าน ดู ทำ มิใช่ข้อมูลจากวิชาการ จึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงทางวิชาการได้ ..... แบบนี้ใครก็เขียนได้ ถ้าใจเอา


แม้แต่ "คุณสมพงษ์ นนท์อาสา" บก.หนังสือสมรภูมิ (วันนี้ปิดตัวเองไปแล้ว) มาติดต่อ บอกว่า เขียนทำไมหนังสือเกษตร กลับมาเขียนนิยายแนว สงคราม-ผี-เซ็กส์ ดีกว่า ....

คำตอบ คือ "รับพิจารณา" ....
คำคม คือ เขียนนิยายได้ อยากเป็นอะไรก็เขียนไป แล้วทำไมต้องมาจับงานเกษตรให้คน "ด่า" ด้วย....


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
cherm
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 17/11/2011
ตอบ: 210

ตอบตอบ: 28/03/2013 1:50 pm    ชื่อกระทู้: อีกมุม ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีค่ะ ลุงคิม

น่าจะมีเยอะกว่านี้นะค่ะ ลุงคิม ผลงานของลุงนะคะ

นิยายสงคราม ของ คิมซากัสส์ | Facebook
www.facebook.com/.../นิยายสงคราม...คิมซากัสส์/165009150... - แคช
นิยายสงคราม ของ คิมซากัสส์. 18 likes · 1 talking about this.


http://www.kasetloongkim.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=265
หนังสือชุดผลงานของ คิม ซา กัสส์...


http://www.tarad.com/_tarad/_templates/b/_modules/gotolink2.php?http://www.thaidk.com/kimsakat.html
รับซื้อหนังสือเก่าของ คิม ซา กัสส์....ให้ราคาดี


http://www.thaiairsoftgun.com/board/index.php?topic=51.1215
หน่วยปฏิบัติการล่าสังหาร...


http://book-d-d.tarad.com/product.detail_827758_th_4663859
นักฆ่ากระสุนแก๊สพิษ....


เอามาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ ให้เจ้าคนที่ "ด่า" ลุงคิม รู้ซะมั่งว่า "โม้" กับ "คุย" ต่างกันอย่างไร

ยัยเฉิ่ม เจ้าค่ะ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Sombutt
สาวดอง
สาวดอง


เข้าร่วมเมื่อ: 19/05/2011
ตอบ: 85

ตอบตอบ: 28/03/2013 9:23 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

kimzagass บันทึก:
DangSalaya บันทึก:




รูปที่ 1 นอกจากถูกลุงคิม ล้างสมองทางวิทยุแล้ว....หนังสือเล่มนี้ คือแรงบันดาลใจที่ทำให้คิดอยากทำนา...ได้มาจากวัดท่าตำหนัก คุณชาตรีบอกว่า นี่เป็นเล่มสุดท้ายนะพี่ ... เป็นตำราปลูกข้าวของลุงคิมความหนาประมาณ 70 หน้ากระดาษ A4 ราคา 50 บาท แต่เนื้อหาเกินคุ้ม

.



คุย ไม่ได้โม้....

น่าจะเรียกว่า "เอกสาร" มากกว่าจะเรียกว่า "หนังสิอ หรือ ตำรา" นะ เพราะซีลอกซ์แล้วเอามาเข้าเล่มธรรมดาๆเท่านั้นจำได้ว่าจัดทำ 3 ครั้ง ๆละ 500 เล่ม ทั้งขายทั้งแจก....ขาดทุนหรือกำไร ไม่รู้

.


กราบสวัสดีครับลุงคิม...ไฮ ..ทิดแดง ..ยัยเฉิ่ม...เจ้าตุ๊ดตู่....

สุขภาพของผม แข็ง และ แรง ดีครับ แต่เสียงพูดไม่มี...ไม่พูดก็ดีครับ ไม่มีเรื่องกับใคร...ว่าจะเขียน นิยายน้ำเน่า ต่อ ยังไม่มีโอกาส เพราะนั่งนาน ๆ มันยังเจ็บ เสียว ๆ อยู่บ้าง....ผม ชี้นิ้ว ทำนาผ่านมา รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ 4 แล้วครับ ผลงานเป็นที่ประทับใจจ๊อร์จ แต่ไม่ประทับใจ พี่เมียซักเท่าไหร่ ....มาทีหลังเสือกดังกว่า...

ขออนุญาตบอกว่า เกษตรานุสติ ฉบับนาข้าว..
มันไม่ใช่ทั้ง เอกสาร หนังสือ หรือ ตำรา...แต่มันเป็น ตำนาน ครับ เพราะมันหาไม่ได้อีกแล้ว

ผมได้รับอนุเคราะห์จากพี่ชาย Xerox ส่งไปให้ทั้งเล่มเลย ได้รับตั้งแต่ผมทำนาครั้งแรกเมือ มิย.2554 ที่พิเศษสุดคือ ภายในเล่มมีการ Comment ไว้หลายแห่ง
มีรูปมา แชร์ ให้ดูครับ


1 -


2 -


3-

1 - 3 กว่าจะได้ ระเบิดเถิดเทิง ออกมาซักหยด มีกรรมวิธีการทำถึง 3 ขั้นตอน ...แล้วก็ต้องหมักทิ้งไว้เป็นปี ๆ ....ซื้อเอาดีกว่าครับ





4 - อันนี้ทำเองพอได้ แต่ทำไม่ดี เหม็นไข่เน่า อิ๊บอ๋าย....





5- อันนี้ทำเองได้ ฮะบาย ..แต่ต้องเรียงลำดับให้ถูกว่าใส่อะไรก่อน อะไรหลัง ไม่งั้นจะเกิดสารแขวนลอย แล้วจะบอกว่า สูตรของเค้าไม่ดี นะจ๊ะซิบอกไห่





6- นี่ก็เช่นกัน กว่าจะจับจุดได้ กว่าจะได้ที่ กว่าจะคนให้ส่วนผสมเข้ากัน คนกันเมื่อยตุ้ม เพราะมันต้องคนแบบ Slowmotion





7- อันนี้สูตรธรรมดา ส่วนสูตรลำดับที่ 5 เป็นสูตร ซูเปอร์...ต่างกันอย่างไร ต่างกันตรงที่ อันหนึ่งมีคำว่า ซูเปอร์ อีกอันนึงไม่มีคำว่า ซูเปอร์ ยังไงล่ะ





8- ชื่อบอกว่าเป็นฮอร์โมนทางด่วน คำว่า ด่วน มี 4 ระดับ.. ด่วน....ด่วนมาก....ด่วนที่สุด..และ ด่วนอิ๊บอ๋าย...ดังนั้น ด่วนระดับไหน ..ไม่ลองใช้ ไม่รู้ ...





9- อันนี้ทำแล้วห้ามปิดฝาแน่นนะครับ ปิดฝาแน่นจะเปิดไม่ออก พอเปิดออก มันพ่นฟู่พุ่งใส่หน้า เข้าตา ตาแทบบอด แสบตาอีกต่างหาก ฮอร์โมนตาคิมนี่ โคตรแรงเลย





10 - อยู่เชียงรายจะไปหา ขี้ค้างคาว แท้ ๆ ได้ที่ไหน จะใช้ ขี้ค้างคน แทนก็ไม่กล้า กลัวปุ๋ยจะดีเกินไป เดี๋ยวต้นไม้เคยตัว ไม่ใส่ไม่โต





11- คำว่า สมุนไพรนี่นะ มันไร้ขอบเขต ไร้พรมแดน เกินจินตนาการ ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือบรรทุกเครื่องบิน สะเดา สาบเสือ ฟ้าทะลายโจร บรเพ็ด ชิงช้าชาลี หมาก .....สิ่งที่อยู่รอบตัวคุณที่มองเห็นด้วยสายตา...สมุนไพร เอามาใช้ได้ทั้งนั้น....





12 - เรื่องในเล่ม พี่ชายผม Comment ไว้ทั้งเล่ม มีเขียนอะไร ๆ แทรกเพิ่มเติมไว้ด้วยนะ สบายแฮเลยเรา





13- เนื่องจากที่เชียงราย ปุ๋ยบางสูตรหาไม่ได้ ด้านหลังปก มีสูตรบอกส่วนผสมปุ๋ยไว้ให้ด้วย





14 - สูตรปุ๋ยแปลก ๆ ที่หาซื้อได้ยาก บางสูตรต้องผสมเองครับ อาจได้สูตรไม่เท่าตามของจริง แต่ก็ได้สูตรใกล้เคียง เช่น สูตรที่มีขาย 16-8-8 แต่เมือผสมเองแล้วได้สูตร 18-8-8 หรือได้สูตร 19-8-8 หรือ 31-8-8 หรือ 21-10-10 ..ซึ่งใช้แทนกันได้ แต่ให้ลดปริมาณการใช้ลงหน่อย ก็แค่นั้นเอง





15 - เป็นการแสดงความรักของพี่ที่มอบให้น้องที่ไม่ต้องมีคำอธิบาย...แต่ประทับใจครับ


จะเห็นว่า ในแต่ละรูปที่ผมนำเสนอ จะมีข้อความหรือเส้นที่โยงใย ยังกับลายแทง แสดงว่า พี่แก อ่านทะลุปรุโปร่ง มิน่า ทำนา 2 รุ่นได้ไร่ละเกวียน...ทิดแดงเคยบอกผมว่า ....กูจะทำให้ได้ไร่ละ 120 ถังเท่าทิดจีน หรือกว่านั้น(ทิดจีน คือคนทำนาอยู่ข้างบ้านทิดแดงที่นครปฐม)...ขอเอาใจช่วยนะทิด...ส่วนดินเชียงราย จะทำข้าวให้ได้ไร่ละ 100 ถังคงต้องลุ้นกันสุดตัว.. กำลังพยายามให้ทิดแดงติดต่อ รถตีนตะขาบ เอาไปลุยเชียงรายซักรอบ ค่าปั่นไร่ละ 300 จัดให้ไปเลย .....เพราะที่เชียงราย ใช้รถ คูโบบ้า...ไร่ละ 480 - 500 มันอะไรกันนักกันหนา


ลืมบอกไปครับว่า ตารางปลูกข้าว ที่พี่ชายทำให้ เป็นตารางที่ใช้ได้ดีมาก ๆ ครับ ...ดูตาราง ดูปฎิทิน ถึงกำหนดวันนั้น วันนี้ ต้องทำอะไร ทำตามนั้น ไม่พลาด อาจคลาดเคลื่อนไปบ้าง เราก็ปรับเอาตามความเหมาะสม...

อีกอย่าง ปุ๋ยของลุงคิมทุกสูตร ...แรงมาก ครับ ให้ใช้ต่ำกว่าที่กำหนดหรือลดปริมาณลงเถิดจะเกิดผล เช่นลุงบอก 20 ซีซี / น้ำ 20 ลิตร อาจจะต้อง 20 ซีซี / น้ำ 30 ลิตร ...ถ้าเห็นว่า ผสมแล้วน้ำใส ๆ ใส่เพิ่มอีกนิด...เป็นมาแล้ว พริกแม่ยายใบหงิก ทั้งแปลง ...ผมต้องเอาสำลีอุดหูไปหลายวัน...


ยัยเฉิ่ม ชอบกิน สตรอเบอรี่ ....ลองปลูกที่ โพธารามดูนะ ให้ทำแบบนี้ อาจได้กิน..แห้ว....(คิดถึงเอ็งว่ะ)



ไร่บางแห่งที่เชียงรายเค้าทำแบบนี้แล้วจ้า

ขอบคุณครับลุง...บ๊าย บายทุกคนก่อนครับ
.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Sombutt เมื่อ 29/03/2013 7:04 am, แก้ไขทั้งหมด 2 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1377

ตอบตอบ: 28/03/2013 11:35 pm    ชื่อกระทู้: ล้มสวน ทำนา ครั้งที่ 3 ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม ...และเพื่อนสมาชิกทั้งหลังไมค์ หน้าไมค์ทุกท่าน

ตอนที่ 5 หลังหว่าน ปล่อยให้หน้าดินแห้งจนแตกระแหง

ก่อนเข้าเรื่อง ผมมีรูป...จะเรียกว่าอะไรดีล่ะครับ... ผู้มีแววจะสืบทอดเจตนารมณ์ ดูรูปเลยครับ




รูปที่ 1 ลูกของน้องสาว แม่ไปทำงานต่างจังหวัด ฝากลูกให้เลี้ยงตั้งแต่แบเบาะ... แสบไม่เบา....ปกติประมาณ 20.05 เป็นเวลาที่ผมอัดเสียงลุงคิม ไอ้เจ้าตัวเล็กนี่เค้าจะทำการบ้านอยู่ข้าง ๆ ....พอลุงคิมพูดเค้าก็ได้ฟังไปด้วย...จากการที่ฟังเป็นประจำ เค้าบอกว่า

....พ่อๆ โตขึ้นหนูจะเรียนเกษตรลุงคิม... (ถ้าจะเอาแน่เว๊ยเฮ้ย....)

ที่โรงเรียน...จะมีรายการฝึกให้เด็กทำการเกษตรซึ่งแทบจะทุกโรงเรียนก็ว่าได้ ครูจะบอกให้เด็กเพาะถั่วงอก...แต่เจ้าตัวแสบเค้าบอกว่า

....หนูไม่เพาะถั่วงอกนะพ่อ.... หนูจะทำเกษตรลุงคิม.....

มันจะทำอะไรของมันวะ....เค้าไปเอาขี้เลนริมนาใส่กล่องพลาสติค แล้วขอข้าวเปลือกหอมนิลลงเพาะ..
.
...เอากี่เม็ดดีพ่อ.....
...กล่องเล็กนิดเดียว สิบเม็ดพอนะลูก...

พอมันงอกยาวราวซักนิ้วมือ เค้าก็เอาไปส่งครู ...กลับจากโรงเรียน ยิ้มหน้าบานมาเลย...

...พ่อ ๆๆ หนูได้คะแนนเต็มเลยนะ.. คุณครูกับเพื่อน ๆ มาดูกันใหญ่เลย...

เสียดายที่ตอนนั้นผมไม่ได้ถ่ายรูปไว้....จากนั้นมา เค้าก็เอาวางบนหลังคาข้างนอกชาน.. พอน้ำแห้งผมก็บอกให้เค้าคอยเติมน้ำ ก็เอาปุ๋ยลุงนั่นแหละ ผสมน้ำให้เค้า....เค้าทำเค้าเอง....วันเวลาผ่านไป.....ข้าวมันก็ออกรวง …



รูปที่ 2 - 5 ...กระบะข้าวหอมนิลที่ออกรวง... หลังจากที่เค้าเอาไปให้คุณครูกับเพื่อน ๆ ดูอีกครั้ง คงภูมิใจนะครับว่า ที่เค้าทำไม่ใช่แค่เพาะถั่วงอก แต่เป็นการปลูกข้าวในกระบะ แล้วมันออกรวง มีเมล็ด มีเนื้อข้าว. เด็ก 6 ขวบ อนุบาล 3 ยังทำได้ ..ถ้าหากวันข้างหน้า เค้าได้เรียนรู้มากขึ้น และทำจริง ๆ ผลจะเป็นอย่างไร...

ผมเอากระบะนี้ไปให้ยัยเฉิ่มดู ก่อนวันเอารถตีนตะขาบไปปั่นดิน เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจ แต่ยัยเฉิ่มจะอ่านการกระทำของผมออกหรือไม่ I don’t know what you seen. มองต่างมุมครับ...[/color]




รูปที่ - 6


รูปที่ 7


รูปที่ 8


รูปที่ 9


รูปที่ 10

รูปที่ 6 – 10 จากวันที่ 20 มีค.56 ฉีดยาคุม + ปุ๋ยและสมุนไพรสูตร 6 in 1 ถึงวันนี้ 25 มี.ค. 56 ผ่านไป 5 วัน หน้าดินแห้งแตกระแหง ...ต้นกล้าข้าวที่โดนยาคุมหญ้า แต่ได้รับปุ๋ยไปพร้อมกัน ไม่มีการแสดงออกว่าจะเหี่ยวเฉาหรือสลดให้เห็น...ขอให้ดูใบข้าวในรูปที่ 6 ใบตั้งตรง เขียวสวย ....สูตรคนบ้า ทำแบบบ้าๆ ถ้าคุณใจไม่ถึงอย่าลองเสี่ยงครับ....[




รูปที่ 11


รูป 12

รูปที่ 11 – 12 จากดินเละ ๆ เวลาผ่านไปแค่ 5 วัน ดินแห้งแตกระแหงลึกแค่ไหน อยากรู้ เอามือล้วงลงไป ลึกถึงสองข้อนิ้วมือ




รูป 13


รูป 14


รูป 15


รูป 16


รูป 17


รูป 18

รูปที่ 13 – 18 น้ำในนาก็แห้ง น้ำในร่องน้ำก็แห้ง ผมกะว่า จะปล่อยให้แห้งให้ถึงที่สุด ๆ อีกซัก สี่ ห้า วัน ถึงวันที่ 30 มีค. จึงจะสูบน้ำเข้า เพราะคิดว่า ยังไง ๆ ข้าวที่ได้รับสารอาหารพร้อมยาคุมหญ้า คงจะทนอยู่ได้ไม่เหี่ยวเฉา เพราะน้ำในดินมีความชื้นมากพอ.....





รูปที่ 19 รอยที่ย่ำลงในเทือก ลึกเกือบคืบ คุณลองเอาคืบวัดที่เท้าคุณดูว่า ลึกประมาณแค่ไหน เกือบครึ่งหน้าแข้งมั๊ยครับ





รูปที่ 20 ริมคันล้อม ปล่อยที่ว่างไว้ไม่เกิดประโยชน์ หญ้าจะขึ้นอีกต่างหาก ทีแรกว่าจะปลูกตะไคร้ แต่คิดแล้ว ปลูกไม้โตเร็วดีกว่า ...ปลูกแคดอกขาว สลับกับ มะละกอ ต้นแคในรูปนี้อายุประมาณ 15 วัน





รูปที่ 21 ชาวนากับการเผาฟาง....ชาวนากับยูเรีย...ชาวนากับยาฆ่าหญ้า ....ชาวนากับการหว่านข้าวหนา ชาวนากับยาฆ่าแมลง ...ชาวนากับหนี้ ....ยังไง ๆ ก็เลี่ยงไม่ได้





รูปที่ 22 ตอมะม่วงเขียวเสวยอายุ 25 ปี ที่ถูกน้ำท่วมตาย เสนผ่าศูนย์กลาง ฟุตกว่า ๆ




รูป 23


รูป 24

รูปที่ 23 – 24 ปลูกแซมใหม่ด้วย มะม่วงอกร่องทอง ....วันก่อน ผมซื้อข้าวเหนียวมะม่วงมากิน ข้าวเหนียวมูล กก.ละ150 มะม่วงน้ำดอกไม้ กก.ละ 80 แต่อกร่องทอง กก.ละ 160 – 180 มี 4 ลูก ๆ ละ 40 – 45 บาท




รูป 25


รูป 26

รูปที่ 25 – 26 เขียวเสวยที่รอดตายจากน้ำท่วมอีกต้นหนึ่ง เป็นเขียวเสวยทวาย ออกลูกทั้งปี ในรูป 25 มีลูกหร๋อมแหร๋ม ในรูป 26 กำลังออกดอก คิดว่าจะทำสาว ก็กลัวจะตายเพราะตอนนี้อากาศ ร้อนเหลือกำลัง...คงต้องรอไปอีกหน่อย





รูปที่ 27 ปกติเห็ดมะม่วง ดอกจะเป็นสีขาว เหนียว ผัดกินอร่อย แต่เห็ดนี้เห็ดอะไรไม่รู้ สีแปลกดี




รูป 28


รูป 29

รูปที่ 28 – 29 นึกออกแล้วครับว่าเห็ดอะไร ....เห็ดคิมซู่ กับ เห็ดคิมซ่า ครับ ...โดน !~@#$*&^.... แน่ ๆ ตู….ซ้าธุ...ขอเจริญพร





รูปที่ 30 มีที่ว่างเหลือ หาอะไรก็ได้ ปลูกมันเข้าไป ตะไคร้ มะเขือ มะละกอ....ดีกว่าทิ้งที่ว่างปล่อยให้หญ้าขึ้น ปลูกทิ้ง ๆ เอาไว้... หลับ ๆ ตื่น ๆ เดี๋ยวก็ขายได้เงิน




รูป 31


รูป 32

รูปที่ 31 – 32 โชคอนันต์ครับ จิ้ม ๆ เอาไว้ ตามประสาคนมือบอน มันก็พอมีลูกให้ได้กิน ....ต้นยังเล็ก ปล่อยลูกเอาไว้ ต้นมันโทรมนะมึง ....ผมก็ไม่เห็นว่า มันออกลูกตั้งแต่ต้นเล็ก ๆ ต้นมันจะโทรม ดูใบซีครับ เขียวปี๋ มันแผล็บ




รูป 33


รูป 34


รูป 35


รูป 36


รูป 37


รูป 38

รูปที่ 33 – 38 ผมย่องมาดูนา.. ยัยหนอม ...จะเห็นว่า การทำขี้เทือกด้วยรถไถเดินตาม ขี้เทือกไม่ลึก ย่อมเป็นเช่นนี้แลฯ ผมเพียงแต่เปรียบเทียบให้เห็นนะครับ ลุงคิมเคยบอก การเตรียมดินได้ดีเท่าไหร่ ผลผลิตที่ได้จะดีตามไปด้วย...


รูป 39

รูปที่ 39 ดินบริเวณนี้ ยัยหนอมเคยปลูกไผ่หวานมาก่อน โดนน้ำท่วมตายหมดเหมือนกัน ก็เลยขุดตอไผ่ออกแล้วปรับที่ทำนา

เค้าว่ากันว่า ดินขุยไผ่หรือดินโคนไผ่ เป็นดินที่ใช้ปลูกต้นไม้ได้ดี คงต้องลองขุดเอาไปปลูกไม้กระถางดู ....แล้วจะรายงานผลให้ทราบต่อไปครับ


ยังมีต่ออีกนะ....
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1377

ตอบตอบ: 30/03/2013 11:59 pm    ชื่อกระทู้: ล้มสวน ทำนา ครั้งที่ 3 ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม ...และเพื่อนสมาชิกทั้งหลังไมค์ หน้าไมค์ทุกท่าน


ตอนที่ 6 ...ผิดแผน ผิดโผ ผิดความคาดหมาย ...

...เหตุเกิดเพราะการที่ไม่ประสานงาน (คุย) กันก่อน


มาถึงวันนี้ 27 มี.ค. 56 ข้าวที่หว่านมีอายุได้ 10 วันแล้ว หน้าดินแห้งแตกระแหงลึกลงกว่าเดิม อากาศร้อนมาก ๆ ...แต่ต้นกล้าข้าวมันก็ยังเขียวเป็นปกติดี ไม่มีทีท่าว่าจะเหี่ยวเฉา ก็คิดว่ารอให้หน้าดินแห้งกว่านี้อีกซัก 3 วัน วันที่ 30 มี.ค. 56 จะขึ้นน้ำ สาเหตุที่ข้าวไม่ชะงักจากยาคุมหญ้า คงมาจาก (เดาเอานะ) 30-10-10 + ไบโออิ + ยูเรก้า + กลูโคส + น้ำสมุนไพร .... อันนี้ไม่รู้จริง ๆ ทำไปแบบบ้า ๆ เพื่อประหยัดค่าจ้างฉีดยา (ไร่ละ 70 บาท) ฉีดปุ๋ย (ไร่ละ 50 บาท) ฉีดรวมกันไปเลย เสียทีเดียว ไร่ละ 70 บาท ..... ออกไปตลาดตอนเช้า กลับมาเจอของดี ได้เรื่องเลย นึกฉุนจนพูดไม่ออก.....ดูรูปครับ



รูป 1


รูป 2


รูป 3
รูปที่ 1 – 3 เจ๊ใหญ่ทำเรื่องซะแล้ว...ให้ไอ้ทิดลูกชายมาตั้งเครื่อง ตั้งสูบวิดน้ำเข้านา วุ่นละซีตู


....เจ๊ใหญ่ จะทำอะไรน่ะ....
....ข้าเห็นหน้าดินมันแตกระแหงลึกโบ๋ ...ข้าวมันแลหงอย ๆ ก็เลยให้ไอ้ทิดมาช่วยตั้งสูบ วิดน้ำเข้าช่วยข้าวมันหน่อย ไม่งั้นข้าวจะงัน.......

....เจ๊ใหญ่ ฉันว่าจะรออีกซัก 3 วันถึงจะวิดน้ำเข้า....
....โฮ๊ย เอ็งไม่เคยทำนา เพิ่งจะมาทำ..จะมารู้ดี ข้าวมันหงอย ใบสลดออกอย่างงั๊น ไม่วิดน้ำเข้าได้ยังไง…

พูดไปก็จะเป็นการเถียงผู้ใหญ่....เข้าตำรา พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง....ผมถึงได้บอกว่า ผิดแผน ผิดโผ ผิดความคาดหมาย ... (เหตุเกิดเพราะการที่ไม่ประสานงาน(คุย)กันก่อน)
….งั้น เจ๊ใหญ่ไปดูอะไรกะฉันก่อน แป๊บเดียวเอง....




รูปที่ 4 กล้าข้าว 10 วัน น้ำแห้ง หน้าดินบางแห่งยังชื้น ๆ อยู่




รูปที่ 5 ส่วนที่แห้ง ต้นข้าวก็ยังเขียว ...ไม่เห็นว่าตรงไหนจะสลด เหี่ยว เฉาแต่ประการใด




รูป 6


รูป 7
รูปที่ 6–7 เมื่อวันก่อนดินระแหงลึกแค่ สององคุลี(สองข้อนิ้วมือ) มาวันนี้ลึกถึง สามองคุลี (สามข้อนิ้วมือ)....ใต้ดินน้ำยังมี ดินยังเละติดมือ...อีก 3 วันข้าวคงอยู่ได้ไม่ตายแน่ ๆ ....เจ๊ใหญ่ พูดเสียงอ่อย


.....เออน่า ไหน ๆ ก็ ไหน ๆ ..ขึ้นน้ำก่อนหน้า วันสองวัน ก็เหมือนกันแหละน่า ....อีหนอม(ยัยถนอม)ขึ้นน้ำก่อนเอ็งซะอีก ...
....นั่นมัน ยัยหนอม..8 ไร่ 5 เกวียนครึ่ง นี่ฉัน แดง ศาลายา คนละคนกัน...(ครั้นจะบอกว่า 7 ไร่ 7 เกวียนครึ่ง ก็กลัวกระเทือนทรางเจ๊ใหญ่...จะว่าตีวัวกระทบคราด ตียัยหนอมกระทบเจ๊ใหญ่ก็ได้นะ เพราะแกก็ทำข้าวได้ไร่นึงไม่ถึงเกวียนเหมือนกัน.)




รูปที่ 8 นกพิลาบลงมาหาข้าวกิน ...ขอบอก..ข้าวข้าแช่น้ำขมปี๋ แถมจมโคลนอีกต่างหาก..ไม่ได้แอ้มหรอกเว๊ย แต่ก็แกล้งไล่นกเสียงดัง ...ชูว์ ๆๆๆๆ . เดี๋ยวพ่อจับมาตุ๋นซะหรอก...


....เอ็งเคืองข้าเรอะ ที่ขึ้นน้ำเร็วไป...
...ป่าวเคือง ป่าวโกรธ ....ขึ้นน้ำแค่เปียกหน้าดินพอนะ เดี๋ยวฉันคอยดูเอง ...




รูปที่ 9 ไม่ได้คิดว่าจะให้ดูรอยเท้า...แต่ให้ดูความลึกของขี้เทือก ว่ามันลึกมากหรือน้อยกว่าที่คุณ(คนทำนา)เคยทำแบบเดิม ๆ...




รูปที่ 10 เพื่อให้แน่ใจว่า ใต้ดินมันเปียก แฉะ หรือแห้ง...งัดดินจากรอยแตกระแหงขึ้นมาดูกันเลย




รูปที่ 11 ดินเปียกไม่ถึงกับแฉะ ลักษณะนี้ ต้นไม้ทุกชนิดที่ปลูกบนดินชอบ ยกเว้นต้นไม้บางประเภท...ลุงคิมพูดเสมอว่า เปียก ชื้น แฉะ แช่ ชุ่ม โชก ....ข้าวที่เพื่อนกะเหรี่ยงปลูกบนดอย น้ำใต้ดินแทบจะไม่มีเลย เพียงแค่ชื้นจากน้ำค้างเท่านั้น....ธรรมชาติของข้าว ก็เหมือนหญ้าทั่ว ๆ ไป ชอบแค่ เปียก ชื้น เท่านั้น ไม่ได้ชอบ แฉะ แช่ ชุ่ม โชก ....จากที่ผมปลูกข้าวมา 2 รุ่น .จับจุดได้ว่า ให้หน้าดินแค่เปียกชื้น ข้าวจะต้นเตี้ย แตกกอดี โรคไม่ค่อยมี ...



รูป 12


รูป 13


รูป 14


รูป 15
รูปที่ 12–15 การหว่านน้ำ จะเป็นแบบนี้แหละครับ คือ ข้าวบางส่วนจะงอกขึ้นเป็นต้น บางส่วนที่มีเลนคลุมอาจจะงอก หรืออาจจะไม่งอก ทำให้แทนที่ข้าวจะงอกเต็มพรึ่ดแน่นไปหมด ข้าวจะขึ้นห่าง ...เจ๊ใหญ่บอกว่า


..แบบนี้ หญ้าขึ้นเต็มละเอ็งเอ๊ย.....
....ถึงเวลารู้เองแหละเจ๊ว่าจะเป็นยังไง....


ครับ คอยดูกันต่อไปก็แล้วกัน....ไม่นานเกินรอ ผมถึงได้บอกไงล่ะครับว่า ถ้าคุณใจไม่ถึง อย่าหว่านน้ำ อย่าทำบ้า ๆ แบบผม แต่คุณเชื่อเถอะว่า ถึงเวลาข้าวแตกกอ มันจะเบียดกันแน่นเอี๊ยด....เพื่อนกะเหรี่ยงบนดอยปลูกห่างกันเป็นศอก พอข้าวแตกกอยังขึ้นเบียดกันแน่นไม่มีที่เดิน....




รูปที่ 16 มุมมองในระยะใกล้ อาจมองไม่ค่อยเห็นต้นข้าว แต่ที่มองไกลออกไป ต้นข้าวมันขึ้นเขียว




รูป 17


รูป 18


รูป 19
รูปที่ 17 – 19 เปรียบเทียบให้ดู ..รูป 17 วันที่ 20 มีค. ก่อนฉีดยาฆ่าหญ้าสูตรพิสดาร ริมร่องน้ำ ...รูป 18, 19 วันที่ 27 มีค. หลังฉีดพ่นไปแล้ว 7 วัน ..โดยปกติผมจะใช้เครื่องตัดหญ้าตัดเอา ....แต่เจ๊ใหญ่แกฝังใจว่า หญ้าต้องฉีดยาฆ่าหญ้า แล้วก็เอายาต่างคุณสมบัติการใช้งานมาผสมกัน(ไกรโฟซ่า + กรัมม๊อกซู่ + โกลด์2 เอ)โดยคิดของตัวเองว่า มันจะฆ่าหญ้าได้ดีขึ้น .....พูดไปก็ไล้ฟ์บอย... ก็เลยนิ่งเสียดีกว่า ตำลึงทอง




รูปที่ 20 พอน้ำเริ่มเข้านา ปลาเล็กปลาน้อยก็ไหลตามน้ำเข้ามา นกยางแสนรู้ก็มาคอยอาหารจานเด้ด




รูปที่ 21 แม้จะตีเทือกเรียบแค่ไหน แต่ก็ยังมีบางส่วนลุ่ม บางส่วนดอน ...กว่าจะปรับให้พื้นนาเสมอกัน ต้องปรับอีกหลายรอบ




รูป 22


รูป 23
รูปที่ 22 – 23 ระหว่างนาลุ่ม(ซ้าย)กับนาดอน(ขวา) ลักษณะแบบเดียวกับนา ยัยเฉิ่ม ต้องทำคันกั้น มิฉะนั้นจะควบคุมระดับน้ำไม่ได้




รูปที่ 24 น้ำเริ่มซึมเข้าตามรอยแตกระแหง ณ วันนี้ ดินเริ่มอ่อนตัว พอจะเดินได้ แต่พรุ่งนี้ คงเดินไม่ได้เพราะดินจะนิ่ม ย่ำก็จม จะเห็นข้าวที่งอกมีน้อยกว่าข้าวที่ยังไม่งอก แบบนี้แหละดี ...แต่เปลืองเมล็ดพันธุ์โดยใช่เหตุ เอาไว้ทบทวนคราวหน้าว่า จะหว่านน้ำต่อโดยลดจำนวนพันธุ์ช้าวลงอีก หรืออาจจะใช้เครื่องหยอดเมล็ด(ซึ่งยังไม่เคยมีใครทำ)




รูปที่ 25 น้ำเข้าบริเวณที่นาดอน




รูปที่ 26 ส่วนนาลุ่ม กั้นน้ำเอาไว้ก่อน จะเปิดน้ำเข้าภายหลัง




รูปที่ 27 มองจากต้นนาทิศตะวันออกไปตะวันตก




รูปที่ 28 ลูกนกกวักครับ ...ต้องเลี้ยงตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ ถึงจะเชื่อง




รูป 29


รูป 30
รูปที่ 29 - 30 พ่อ กับ แม่ นกกวักครับ เลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก เชื่องมาก




รูป 31


รูป 32


รูป 33
รูปที่ 31 – 33 นาติดกันที่บอกว่าได้ข้าว 120 ถัง / ไร่ ยังไง ๆ ก็ต้องเผาฟาง ...ผมคิดว่า ถ้าไม่เผาแล้วหมักฟางแบบนี้ อาจจะได้ข้าวถึง 130 – 140 ถัง ขนาด มือโปร ยังเผาฟาง แล้ว มือแป อย่างผมคงไม่บังอาจจะไปแนะนำให้เค้าเลิกเผาฟาง




รูป 34


รูป 35
รูปที่ 34 – 35 นี่เป็นนา ยัยถนอม สูบน้ำเข้าก่อนเจ๊ใหญ่ สองวัน แต่เห็นบอกว่า เครื่องเสียส่งไปซ่อม ไม่อย่างนั้นป่านนี้ น้ำท่วมต้นข้าวไปแล้ว




รูปที่ 36 ใครไม่รู้ สอยมะพร้าวอ่อนเพื่อจะกิน แต่ปรากฏว่า มันแก่ไปหน่อย เนื้อแข็ง แต่ไม่ถึงกับกะลาดำ(กำลังทำมะพร้าวเผาได้) ดีเลย ผมจะได้ผ่าเอาน้ำมะพร้าวมาใช้ผสมปุ๋ย




รูปที่ 37 ต้นแคดอกขาว อายุ 15 วัน อีกซักเดือนคงเก็บดอกได้แล้ว




รูปที่ 38 ละแวกบ้านของผมเค้าปลูกรักกันแยะครับ แกะดอกแล้ว กิโลละ 40 บาท ถ้าหน้าหนาว กิโลละ 200 – 250 อันนี้ ผมปลูกไว้ดูเล่น แต่ไม่กล้าทำ เพราะยางรัก แรงมาก กัดนิ้วมือเปื่อยหมด ขนาดใส่ถุงมือยาง ถ้าถุงรั่วเมื่อไหร่แม้แค่เพียงรูเข็ม ก็ต้องเปลี่ยน ไม่อย่างนั้น มือพังหมด เวลาเก็บก็ต้องคลุมหน้าคลุมตาแบบสาวแขก ต้องใส่แว่นตามิดชิด อย่าให้ยางรักกระเด็นเข้าตาเป็นอันขาด เค้าบอกว่า สุดแสบถึงทรวง..




ยังมีต่อครับ

.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
toodtoo
สาวดอง
สาวดอง


เข้าร่วมเมื่อ: 13/10/2012
ตอบ: 87

ตอบตอบ: 01/04/2013 6:43 am    ชื่อกระทู้: ตำราปลูกข้าว ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุง.....พี่ทิดแดง

ตำราปลูกข้าวมี่นำเสนอในตอนที่ 4 น่ะ พอจะแบ่งปันให้น้อง ๆ ได้อ่านกันบ้างไหม .. ซีร็อกซ์ เลย ค่าใช้จ่ายเท่าใดบอกมา....

รูปที่ 11 ในตอนที่ 6 ซ้ำกับรูปที่ 10 ครับ

รูปที่ลงเว็ป ลงแยะ ๆ น่ะดีแล้ว จะได้มองเห็น เคลีย ทุกขั้นตอน ....เปิดให้พ่อกับแม่ดู พ่อบอก....ไม่น่าเป็นไปได้ แบบนี้หญ้ากินตาย....เพราะธรรมดาที่พ่อเคยทำจะเปิดน้ำแทบจะท่วมยอดข้าว ....แต่แม่บอกว่า ...ขนาดแกเปิดน้ำท่วมข้าว หญ้ายังขึ้น แต่ดูในรูปนี่ยังไม่เห็นหญ้าขึ้นซักต้น....

ทีนี้พอจะสรุปเบื้องต้นได้ไหมว่า ตั้งแต่ปั่นดินจนมาถึงปัจจุบัน ทิดจ่ายค่าอะไรไปบ้าง ประมาณเท่าใด จะได้บอกให้พ่อกะแม่รู้

แล้วไอ้เกร็ดความรู้วิชาการปลูกพืชแซมนั้น ดีจริง ๆ ทำให้เกิดความคิดว่า ระหว่างรอข้าวโต จะปลูกอะไรรอบคันนาหรือตามที่ว่างที่พอจะปลูกได้ ดีกว่าปล่อยให้หญ้าขึ้น.....ทิด มะกอ ที่ทิดปลูกพันธุ์อะไรน่ะ


ขอบคุณครับ



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 11000

ตอบตอบ: 01/04/2013 4:26 pm    ชื่อกระทู้: Re: ตำราปลูกข้าว ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

toodtoo บันทึก:


แล้วไอ้เกร็ดความรู้วิชาการปลูกพืชแซมนั้น ดีจริง ๆ ทำให้เกิดความคิดว่า ระหว่างรอข้าวโต จะปลูกอะไรรอบคันนาหรือตามที่ว่างที่พอจะปลูกได้ ดีกว่าปล่อยให้หญ้าขึ้น.....ทิด มะกอ ที่ทิดปลูกพันธุ์อะไรน่ะ

.



ยอมตัดเนื้อที่นาปลูกข้าว ปรับคันนาให้กว้าง 3 ม. จำนวน 1-2-3 ร่อง ตามความเหมาะสมกับแปลงนา ปรับดินทำแปลงถาวรบนคันนานั้น แล้วปลูกพืช อายุสั้น ฤดูกาลเดียว พุ่มเตี้ย เช่น พริกฯ มะเขือฯ ข่า ตะไคร้ ผักชีฯ กะเพรา โหระพา แมงลัก ฯลฯ

พริกขี้หนูหอม กก.ละ 100-200 บาท หน้าสวน
พริกเหลือง กก.ละ 50-80 บาท หน้าสวน
มะเขือพวง กก.ละ 50-80 บาท หน้าสวน
ข่าอ่อน กก.ละ 60-120 บาท หน้าสวน
ผักชีแจ็คพ๊อต กก.ละ 180-250 บาท หน้าสวน


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1377

ตอบตอบ: 02/04/2013 4:32 am    ชื่อกระทู้: Re: ตำราปลูกข้าว ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

toodtoo บันทึก:
สวัสดีครับลุง.....พี่ทิดแดง

ตำราปลูกข้าว.. น่ะ พอจะแบ่งปันให้น้อง ๆ ได้อ่านกันบ้างไหม ..

ใจเย็น ๆ ไอ้น้อง เดี๋ยวจัดให้...เปิดอ่านที่หลังไมค์ และที่ อีเมล์....

รูปที่ 11 ในตอนที่ 6 ซ้ำกับรูปที่ 10 ครับ

แก้ไขให้แล้ว ..Thanks..

ทีนี้พอจะสรุปเบื้องต้นได้ไหมว่า ตั้งแต่ปั่นดินจนมาถึงปัจจุบัน ทิดจ่ายค่าอะไรไปบ้าง ประมาณเท่าใด จะได้บอกให้พ่อกะแม่รู้

...ขอเวลารวบรวมนิดนึง แล้วจะบอก ....

แล้วไอ้เกร็ดความรู้วิชาการปลูกพืชแซมนั้น ดีจริง ๆ ทำให้เกิดความคิดว่า ระหว่างรอข้าวโต จะปลูกอะไรรอบคันนาหรือตามที่ว่างที่พอจะปลูกได้ ดีกว่าปล่อยให้หญ้าขึ้น.....

....ลุงคิม Comments ให้แล้วว่าควรจะปลูกพืชอะไร บน หรือ รอบ คันนา ...


ทิด มะกอ ที่ทิดปลูกพันธุ์อะไรน่ะ

ไม่แน่ใจว่าเป็นพันธุ์ โกโก้ หรือเปล่านะ ก้านมันดำ ...ได้เมล็ดมาจาก เจ้าหน้าที่ FB.(food & beverage)ของสนามกอล์ฟให้มา ...โดนปุ๋ย (ไทเป) ลุงคิม ต้นสูงไม่ถึงเอว ดัน (ตอแหล๋) ออกดอกที่ยอด ...กรูจะบ้าตาย...อยากรู้วิธีเก็บเมล็ดมะละกอไม่ให้กลายพันธุ์แบบชาวสวนโบราณ....คอยติดตาม


ขอบคุณครับ

ร้อนมากว่ะ แถวบ้านเอ็งไม่ร้อนมั่งหรือไง....ดูรูปคลายร้อนหน่อยมั๊ย...



ไปยืนแถวบ้านเอ็ง ..ฝุ่นเข้าจิ๋มแน่ คันตายโหงเลย....


.



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1377

ตอบตอบ: 02/04/2013 6:29 am    ชื่อกระทู้: Re: ตำราปลูกข้าว ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

kimzagass บันทึก:
toodtoo บันทึก:


แล้วไอ้เกร็ดความรู้วิชาการปลูกพืชแซมนั้น ดีจริง ๆ ทำให้เกิดความคิดว่า ระหว่างรอข้าวโต จะปลูกอะไรรอบคันนาหรือตามที่ว่างที่พอจะปลูกได้ ดีกว่าปล่อยให้หญ้าขึ้น.....ทิด มะกอ ที่ทิดปลูกพันธุ์อะไรน่ะ

.



ยอมตัดเนื้อที่นาปลูกข้าว ปรับคันนาให้กว้าง 3 ม. จำนวน 1-2-3 ร่อง ตามความเหมาะสมกับแปลงนา ปรับดินทำแปลงถาวรบนคันนานั้น แล้วปลูกพืช อายุสั้น ฤดูกาลเดียว พุ่มเตี้ย เช่น พริกฯ มะเขือฯ ข่า ตะไคร้ ผักชีฯ กะเพรา โหระพา แมงลัก ฯลฯ

พริกขี้หนูหอม กก.ละ 100-200 บาท หน้าสวน
พริกเหลือง กก.ละ 50-80 บาท หน้าสวน
มะเขือพวง กก.ละ 50-80 บาท หน้าสวน
ข่าอ่อน กก.ละ 60-120 บาท หน้าสวน
ผักชีแจ็คพ๊อต กก.ละ 180-250 บาท หน้าสวน


.


ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับลุง

ขออนุญาตเพิ่มเติมนิดนึงครับคือ
กรณีที่ปลูกบนคันนา ให้บอกเพื่อนบ้านที่อยู่เหนือว่า ก่อนฉีดยาฆ่าหญ้า ให้บอกกันก่อน แล้วก็ให้เอามุ้งตาข่ายเขียวกั้นบังทางลมเอาไว้ อย่างน้อยก็หนักเป็นเบา ไม่อย่างนั้น ต้นไม้ที่ปลูกเอาไว้จะโดนละอองยาฆ่าหญ้าไปด้วย โดยเฉพาะ ใบมะเขือพวง อ่อนไหวมีประสาทสัมผัสที่ว่องไวมาก แค่กลิ่น ใบก็เป็นจุดแล้วครับ ....

และขอบอกว่า ถ้าเราบอกเค้าแล้วขอให้มีพยานไว้ด้วย เกิดเค้าไม่ทำตามคือฉีดยาฆ่าหญ้าโดยไม่บอกเราล่วงหน้า เกิดต้นไม้ของเรามีอันเป็นไป ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้ครับ โดนกันมาหลายรายแล้วด้วย ...

ขอบคุณครับ


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1377

ตอบตอบ: 02/04/2013 7:09 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม ...และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน


ตอนที่ 7 ...เห็นกระสอบปุ๋ย 46 -0 – 0 ถึงกับผวา

วันที่ 28 มีค.56 ข้าวที่หว่านมีอายุได้ 11 วันแล้ว ก็คิดว่าวันนี้จะไม่ออกไปดูข้าวในนา แต่ตอนบ่ายแก่ ๆ มองจากบ้านออกไปเห็นอะไรสีฟ้า ๆ มาตั้งอยู่ปากทางเข้านา นึกในใจว่า ใช่ ไม่ใช่....คว้ากล้องได้เดินออกไปดูให้รู้แน่....



รูปที่ 1 ใช่เลย ใช่จริง ๆ 46 – 0 – 0 ยอดฮิตขวัญใจชาวนา 3 กระสอบของผู้ใด มาตั้งอยู่ตรงนี้...หรือว่าเจ๊ใหญ่ ทำกูอีกแล้ว …ยังไม่เจอตัว เก็บความสงสัยไว้ในใจก่อน และเมื่อเจอเจ๊ใหญ่....

.....เจ๊ใหญ่ คนสวยจ๋า...ยูเรียของใครจ๊ะ ใครสั่งให้เอามาส่ง จ๊ะ....

….ของอีหนอมมัน...ข้าออกไปตลาดมา มันฝากสั่งเลยสั่งร้านทิดแกละให้มัน....

....เฮ้อ โล่งอกไปที.. นึกว่าเจ๊ทำฉันอีกซะแล้ว.....สอบละเท่าไหร่เจ๊....

....ข้ารู้น่ะ อี ..(เจ๊รอง)มันบอกข้าแล้วว่าเอ็งไม่ใส่ยูเรีย...สอบเท่าไหร่ไม่รู้ แต่สามสอบ 2,880. เอ็งลองคิดดูถี สอบเท่าไหร่.....

.... 2,880 หาร 3 ....ก็ตกสอบละ 960.- ..เดี๋ยวนะถามทิดแกละก่อน....

...โหล ........ทิดแกละเหรอ...ทิดแดงนะ... 46-0-0 ลูกเท่าไหร่...(คำตอบ..760.-)
แล้ว 16-20-0 ล่ะ ..(คำตอบ.760.- เท่ากัน )
แล้ว 16-8-8 หรือ 18-8-8 ล่ะ มีป่ะ. ลูกเท่าไหร่....(คำตอบ ไม่มี มีแต่ 18-12-6 ลูกนึง 770.-)
โอเค ขอบคุณ ใช้เมื่อไหร่จะบอก......เจ๊ม่วยเป็นไงมั่ง.....(คำตอบ...เดิม ๆ ) เป็นไงหว่า เดิม ๆ นี่น่ะ


...โห เจ๊ใหญ่ เงินสดลูกละ 760.- เอง

...กูว่าแล้ว เงินก็พอมี บอกให้ซื้อสดไม่เอา เงินเชื่อโดนกดซะอีกลูกละ 200 ...3 ลูกก็ 600.-....

....แล้วของเจ๊ใหญ่ล่ะ ยังใส่ยูเรียอยู่อีกหรือ...

...ของข้าซื้อสด ข้าใส่นิดหน่อยเอง ไม่ใส่มันดูยังไงก็ไม่รู้ เหมือนข้าวมันจะไม่งาม ....

ครับ ยูเรีย กับ 16-20-0 ขวัญใจชาวนา ไม่ใส่มันจะตายซะให้ได้....ราคาเงินสดแถวบ้านผมกระสอบละ 760.- บาท ถ้าเงินเชื่อ ร้านค้าบวกเพิ่มอีกกระสอบละ 200.- เป็น 960.- บาท ถ้านา 100 ไร่ ใช้ปุ๋ยไร่ละ 1 กระสอบ ก็เท่ากับ 200 x 100 ต้องจ่าย(ต้นทุน)เพิ่มอีก 20,000 บาท ข้าวเกือบ 2 เกวียนเชียวนะนี่....ฟังแล้วเหนื่อยแทน...

น่าเป็นเอเย่นต์ขายปุ๋ยจังว่ะ....ได้กำไรสามเด้งเลย....

เด้งที่ 1 ตามหลักการค้าทั่วไป ร้านค้าซื้อปุ๋ยจากเอเย่นต์ ตกลงว่า ราคาต่อ 1 ลูก 1000.- เครดิต 3 เดือน แต่ถ้าจ่ายเงินสดภายใน 30 วัน จะได้ส่วนลด 10 % ก็เท่ากับได้กำไรแล้ว 100.- ....

เด้งที่ 2 จากราคาซื้อ 1000 พ่อค้าคงต้องขาย ถูกที่สุดในราคาขายสดก็ 1100 ...ได้กำไรตรงนี้อีก 100.-

เท่ากับได้กำไร 2 เด้ง 200 ต่อปุ๋ย 1 ลูก

เด้งที่ 3 ขายเงินเชื่อ ก็คงต้องขาย 1300 กำไรที่พ่อค้าจะได้ก็เท่ากับ 300 + ส่วนลด 100 = ได้กำไร 400 ต่อปุ๋ย 1 ลูก

ถ้าขาประจำ หรือซื้อเป็นร้อยลูก ก็ลดให้อย่างมีบุญคุณว่า ลดให้ลูกละ 25 - 50 เหลือ 1275 - 1250 ขายให้เอ็งเท่าทุนนะเนี่ย...

ปีหนึ่งพ่อค้ารายย่อยขายแค่ปุ๋ยอย่างเดียว 1000 ลูก ก็ได้กำไร 400,000 ...ถ้าขายเป็น 10,000 ลูกล่ะครับ ....ว่ากันไป




รูป 2


รูป 3


รูป 4


รูป 5


รูป 6


รูป 7


รูป 8


รูป 9

รูปที่ 2 – 9 ไหน ๆ ก็เดินออกมาแล้ว เลยเข้าไปดูข้าว ดูน้ำซักหน่อยก่อน ...หลังจากที่เจ๊ใหญ่แกสูบน้ำเข้านาเมื่อวาน ติดเครื่องไว้จนถึงเย็นก็ดับเครื่อง ปล่อยให้น้ำไหลเข้านาตอนกลางคืน น้ำก็เข้าท่วมข้าว ระดับน้ำสูงบ้าง ต่ำบ้าง ประมาณเท่าที่เห็นในรูป.....ระดับน้ำสูงวันนี้ไปหน่อย ไม่เป็นไร เดี๋ยวเปิดคันให้น้ำไหลระบายเข้านาทางลุ่ม ระดับน้ำนาทางดอนก็จะลดระดับลงไปเอง จะเห็นว่า น้ำซึมลงเต็มในร่องดินที่แตกระแหง ซึ่งอีกไม่นาน ดินก็จะขยายตัว รอยแตกระแหงจะหายไปเอง

การสูบน้ำเข้านา ผิดความคาดหมายไปนิดนึงก็ตรงที่ว่า เจ๊แกใจร้อนไปหน่อย...คิดเอาเองตามประสาคนทำนาที่ทำตาม ๆกันมา แต่ไม่เคยศึกษาว่า ข้าวชอบอะไร และไม่ชอบอะไร ..... ซึ่งถ้าปล่อยให้ดินแห้งแตกระแหงลึกกว่านี้อีกสองสามวัน แม้หน้าดินจะแห้งมากขึ้น แต่ข้าวไม่ตายหรอกครับ น้ำใต้ดินมันซึมขึ้นมาได้ ขณะเดียวกัน รากข้าวก็จะยาวเพื่อเข้าไปหาแหล่งน้ำ เมื่อดินแตกระแหงลึกมากกว่านี้ เวลาปล่อยน้ำเข้า น้ำก็จะซึมลงดินลึกมากยิ่งขึ้น ดินก็จะดูดซึมน้ำได้มากขึ้น พอเราปล่อยข้าวให้น้ำแห้งเจ๊าะแจ๊ะแค่หน้าดิน ก็จะมีน้ำใต้ดินเพียงพอที่จะให้ข้าวกินไปได้อีกนาน และเมื่อมีน้ำแค่หน้าดิน ข้าวมันจะไม่สูงหนีน้ำ เมื่อข้าวขึ้นสูงไม่ได้ ก็จะแตกกอออกทางข้าง เมื่อข้าวแตกกอมาก รวงก็มากตาม และถ้าปลูกข้าวให้มีระยะห่าง (30 x 30 หรือ 35 x 35 ซม.)ข้าวจะแตกกอ 30 – 60 ต้นต่อกอ รวงข้าว 30 – 60 รวงต่อกอ เมล็ดข้าวจะมากขนาดไหน...

การที่ผมมีรูป ให้ดูเยอะแยะ อย่ารำคาญเลยครับ หรืออย่าคิดว่าผมโอ้อวด อะไรเลยนะครับ หามิได้ แต่ผมมีเหตุผล

1- ผมต้องการให้เพื่อน ๆ มือใหม่ที่กำลังคิดจะทำนาได้ดูเป็นแนวทางเพื่อเอาไปปรับปรุงให้เหมาะสมกับสภาพนาของคุณเอง ดูจากรูปจะเห็นได้ชัดกว่าคำอธิบาย ดูหลาย ๆ รูปจะดีกว่าดูรูปเดียว...สำคัญว่า ใจคุณกล้าพอที่จะทำอย่างผมหรือเปล่าเท่านั้นแหละ....ที่ผมกล้าทำเพราะ อาจารย์ผมแยะ นาติดกันก็ 120 ถัง / ไร่ นาห่างออกไปเพิ่งเกี่ยวเมื่อวานซืน 130 ถัง / ไร่ มีปัญหาอะไร ถีบรถไปหาแป๊บเดียวรู้เรื่อง ....ส่วนนา 8 ไร่ ได้ข้าว 5.5 เกวียน ก็ดูไว้ศึกษา เพื่อเปรียบเทียบ...

2- เนื่องจากผมไม่เคยทำนามาก่อน ผมถ่ายรูปเก็บเอาไว้ดูเพื่อเปรียบเทียบ เพื่อศึกษา ว่า สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดในนาข้าว มันเป็นเพราะอะไร จะแก้ไขอย่างไร.....และได้พยายามใช้แนวทางบางอย่างจากประสบการณ์ในการทำสวน เอามาประยุกต์ใช้กับการทำนา มีเพื่อนบางคนอยากเห็น ผมก็คิดว่าเอาลงเพื่อให้เพื่อนที่อยากเห็นได้ดู และ นารุ่นที่ 3 นี้ จะลูกผี ลูกคน หรือลูกเทวดา ยังไม่รู้เพราะอากาศ ร้อนมากสุด ๆ น้ำในบ่อทั้งลึก ทั้งกว้าง ยังร้อนเลยครับ




รูป 10


รูป 11


รูป 12


รูป 13


รูป 14


รูป 15


รูป 16


รูป 17


รูป 18

รูปที่ 10 – 18 การที่ได้ฟังลุงคิมพูดทางวิทยุ ผมนำมาประยุต์กับการปลูกข้าวของผมที่ผ่านมา ทำให้รู้ว่าข้าวต้องการน้ำระดับแค่หน้าดิน ตามในรูปนี้เท่านั้น ....ถ้าบริหารจัดการดี ๆ ตั้งแต่แรกตอนเตรียมดินหญ้าจะไม่ค่อยมีขึ้น





รูปที่ 19 บ่อน้ำสำรองบ่อเล็ก เนื้อที่ประมาณ 200 ตร.วา ความจริงควรปล่อยน้ำเข้าให้เต็มบ่อ ...ใช่ครับ แต่ยังปล่อยตอนนี้ทีเดียวยังไม่ได้ เพราะเพิ่งจะเอาบัวสาย หรือสายบัวลงปลูก ขืนปล่อยพรวดเดียวเต็มบ่อ บัวจะจมน้ำ สุดท้ายบัวก็จะตาย หรือไม่ก็ถูกปลานิลกินใบหมด ...จึงต้องค่อย ๆ เปิดน้ำเข้าทีละน้อย ๆ เพื่อให้บัว ยืดตัวยาวตามความสูงของระดับน้ำทีละน้อย ๆ เมื่อน้ำเต็มบ่อ และบัวออกดอก พอดอกโผล่ปริ่มน้ำ สายบัวในบ่อนี้จะยาวประมาณ 2 เมตร(ตามความลึกของบ่อ) สายหนึ่งตัด 4 ท่อน ...กอหนึ่งมี 10 ดอก ก็จะได้สายบัว 40 ท่อน น้ำหนักจะประมาณ 4 – 5 กิโลกรัม มัดกำละ 1 กิโล ได้ 4 – 5 กำ ปลูกไว้แค่ 10 กอ เดือนหนึ่งเก็บดอกได้ 2 ครั้ง คุณจะมีผลพลอยได้จากสายบัว ...

ชาวสวน ต้องเก็บเบี้ยใต้ถุนร้านแบบนี้แหละครับ วันหนึ่ง ไอ้โน่นนิด....ไอ้นี่หน่อย ดอกแคขาวซัก 20 กิโล มะเขือพวงซัก 20 กิโล ใบตอง ยอดผักบุ้ง ใบยออ่อน ใบโหระพา ใบกระเพรา ใบแมงลัก สะระแหน่ ใบยี่หร่า พริก ชะอม ฯลฯ ....เรียกว่า จัดไปตามออร์เดอร์ครับ วันไหนติดงานจะหยุดต้องโทรบอกแม่ค้า...ไม่งั๊นโดนแม่ค้าด่า มาเสียเที่ยว ... ถ้าของเค้าขาดจริง ๆ เค้าจะบอก เก็บให้หน่อยเหอะ โล สองโล ก็ยังดี ...ถึงขนาดว่า เอาไฟฉายเสียบหน้าผาก ออกไปส่องเก็บตอนกลางคืนก็ยังมี....แม้กระทั่ง ขี้ ยังขายได้เลยครับ....(ใบ)ขี้เหล็กยังไงล่ะ ...ขี้เหล็ก สะเดา มะขามอ่อน ไม่มีดอกก็ขายยอดอ่อน ใบอ่อนได้ ...ทำยังไงถึงจะให้ ขี้เหล็ก สะเดา กับมะขาม มียอดอ่อนหน้าแล้ง อย่างตอนนี้น่ะมะขามออกฝักแก่ก็มี แห้งแแล้วก็มี ถ้าอยากกินใบมะขามอ่อน อดใจรอซักครึ่งเดือนได้กินแน่ ....ของกล้วย ๆ เด็ก ๆ เล่นขายของ





รูปที่ 20 – ใครบอกว่า ขี้เหล็กหน้าแล้งไม่มีดอก ...รูปนี้ถ่ายเมื่อ 1 เมษา 56 ..แค่เศษน้ำปุ๋ยลุงคิมที่เหลือติดก้นถัง เอาน้ำเติมเพื่อล้างถัง จะเททิ้งก็เสียดาย ปรับหัวฉีด ให้พุ่งไกล กด ปื๊ด ๆๆๆ ใครจะไปนึกว่า ขี้เหล็กหน้าแล้งจะออกดอก...แม่ค้ารับซื้อผักบอก มีเท่าไหร่หนูเอาหมด ....จัดไปเลย




รูป 21


รูป 22

รูปที่ 21 – 22 เมื่อ 20 กพ.56 ปลูกมะนาวแป้นพวงได้ไม่ถึงเดือน รากเพิ่งจะเริ่มเดิน ตอนกิ่งมันเลย

(1)....เฮ๊ย รากเพิ่งจะเริ่มเดิน ตอนกิ่งได้แล้วเหรอ...

(2) เฮ๊ย หน้าแล้ง ใครเค้าตอนต้นไม้กัน ไม่ออกรากหรอกเอ็งเอ๊ย....

...รากเพิ่งเริ่มเดิน ตอนกิ่งไม่ได้หรือไง ..ก็ตอนอยู่นี่ไงล่ะ.....




รูป 23


รูป 24


รูป 25

รูปที่ 23 – 25 วันที่ 28 มีค.56 ครบเดือน ไปเรียกสองคนที่พูดมาเลย ...มา(แหกตา)ดูซะว่าในถุงนี่ใช่รากมันหรือเปล่า

.....ก็เอ็งมันลูกชาวสวน เอ็งก็ทำได้น่ะซี.....แล้วเอ็งจะเอาลงปลูกเมื่อไหร่.....

เป็นงั้นไป นี่หนอปากคน.....

....เดือนหน้า เมษา หลังสงกรานต์ น้าสองคนอยากได้มั๊ยล่ะ จะให้คนละกิ่ง....

....ปลูกกลางเดือนเมษา อากาศกำลังร้อนจัด มันจะตายซะก่อนน่ะซี.....

....งั้นรอไปก่อน ตอนนี้ชั้นไปตอนกิ่งบ้านโยมที่กรุงเทพฯเอาไว้ เดือน พฤษภา คงจะตัดได้ไว้เอาตอนโน้นก็แล้วกัน....

หมายเหตุ รูป 24 เป็นกิ่ง ชะอมครับ ทั้งมะนาวและชะอม อีกไม่กี่วันคงตัดกิ่งได้แล้ว





รูปที่ 26 มะกรูดตัดใบ โตค่อนข้างช้ามาก อยู่คู่กับ ต้นยี่หร่า เดี๋ยวนี้แม่ค้าชอบใบยี่หร่า เค้าบอกว่าใส่แกงกลิ่นมันหอมชวนกินดี.....ยิ่งถ้าเป็นกลิ่นเนยผสมยี่หร่า แบบกลิ่นสาวแถว สแกนดิเนเวีย นะครับ ชวนสยึ๋มกึ๋ย ดีนักแล ฯ





รูปที่ 27 เรียกฟักหรือแฟง สายพันธุ์ไม่ทราบ แต่ลูกหนึ่งหนักต้องให้ได้ 9 ขีด ถึง 1.2 กิโล ถ้า 1 กิโลราคาจะดีกว่า เพราะถือเป็นมาตรฐาน ลูกนี้ยาวประมาณ สองคืบมือ ใหญ่เกินไปและแก่เกินแกง จะเก็บเมล็ดพันธุ์ครับ




รูป 28


รูป 29

รูปที่ 28 – 29 ขณะที่ ยัยฉิ่ม เริ่มจะปลูกมะกรูดตัดใบ ผมมีที่เหลือประมาณ 300 ตร.วา คิดว่าจะลองปลูกมะนาว แต่ขณะที่รอกิ่งตอนมะนาว ผมเลยปลูก มะละกอ ...ต้นนี้สูงยังไม่ถึงเอว น้องชายเจ๊รอง ผสมปุ๋ยผิด เอาไทเปผสมลงไปด้วย ไอ้เจ้าต้นนี้ มันคงฟิตจัด แทนที่จะแตกใบอ่อน ดันออกดอกที่ยอด แต่เป็นดอกตัวผู้ซะฉิบ





รูปที่ 30 ลูกนี้ผมว่าบางคนไม่รู้จัก บางคนไม่เคยเห็น ลูกสะเดาครับ ต้นนี้ดอกมันแสนจะขม เลยปล่อยให้ติดเป็นลูก จะเอาเมล็ดไว้ทำสมุนไพรขม ๆ ยังไม่รู้เลยว่าจะเอาเมล็ดไปบดที่ไหน .....





รูปที่ 31 ผมรัก(ชอบกิน)มะเขือเปราะ ....แต่มะเขือเปราะไม่รักผม....




รูป 32


รูป 33


รูป 34

รูปที่ 32 -34 ผมไม่รักมะเขือพวง แต่มะเขือพวงรักผม... หน้าแล้งแบบนี้ ราคาหน้าสวน กก.ละ 40 - 50 บาท ถามที่ตลาดโลละ 80 โห ..ลูกเหี่ยวเป็นมะเขือเผา.. ..ของผมแม่ค้าบอกว่า ลูกสวย นวล เต่งตึง .....ของมันแน่อยู่แล้วน้อง...




รูป 35


รูป 36

รูปที่ 35 – 36 สวนใครไม่รู้ ทีแรกเค้ามาเช่าที่ปลูกผัก ก็ดีอยู่ วันดีคืนดี หันมาปลูกกุหลาบร้อยมาลัย....สภาพเป็นอย่างที่เห็น หญ้าขึ้นเต็ม เข้าตำรา เค้าชอบกุหลาบ แต่กุหลาบไม่ชอบเค้า น่าจะปลูกผักอย่างเก่าจะดีกว่า เห็นตัดผักแต่ละครั้ง เต็มรถ 6 ล้อ....แต่ไม่กล้าแนะนำ เดี๋ยวโดนเค้าด่า....เรื่องอะไรของมึง.....

ครับนอกจากนาข้าวแล้ว ผมก็มีสิ่งละอันพันละน้อยสอดแทรกวิธีการปลูกต้นไม้ต่าง ๆ เข้ามาด้วย ...

อย่าไปทำนาอย่างเดียวครับ...มีที่ว่างปลูกมันเข้าไป ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด พริก แค กล้วย อ้อย ...ฯลฯ ดีกว่าให้หญ้าขึ้นคลุม เหลือกินเหลือใช้ยังแจกเพื่อนบ้านได้ เหลือแจกก็ยังขายได้พอค่าน้ำแข็ง ทำแล้วสนุก เพลิน ไม่มีเวลาว่างที่จะไปวุ่นวายกับใคร ....อย่าคิดว่า ปลูกแล้วจะขายให้ใคร ถึงเวลาจะรู้เอง ....ขนาดว่าปลูกมะละกอไว้ ลูกยังไม่มีเลย แม่ค้าบอก น้า มะกอน้าฉันจองนะ เอาเบอร์โทรให้ไว้ด้วย ....ผมคงไม่ผูกขาด เพราะแม่ค้าหลายคน ...แบ่ง ๆ กันไปครับ




รูป 37


รูป 38

รูปที่ 37 -38 เออ ใครอยากได้ แคดอกแดง เอาไปปลูกไว้ดูเล่น สีสวยดีนะครับ กินก็ได้ ปลูกเป็นไม้ประดับก็ได้ ฝักใกล้แก่เก็บเมล็ดได้แล้ว ใครอยากได้บอกที่อยู่หลังไมค์ ....จัดส่งให้ฟรี ไม่มีเก็บเงินทาง พกง. ...แคดอกแดงใส่ถุงดำ ขายต้นละ 50 บาทแน่ะ ในขณะที่แคดอกขาว(ต้นเตี้ย)ใส่ถุงดำ ต้นละ 15 บาท....ผมว่าจะลองเอาใส่กระถางโตหน่อย ปล่อยให้ต้นสูงซัก 2 ฟุต ให้มันออกดอก คงน่าดูดีเหมือนกัน เพราะธรรมดาแคดอกขาวพันธุ์เตี้ย ต้นสูงไม่ถึงเมตรก็เริ่มมีดอกแล้ว....



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1377

ตอบตอบ: 02/04/2013 8:56 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม ...และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน

ตอนที่ 8 ...การทำนาในพื้นที่ลาดเอียง

เนื่องจากสภาพพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ธรรมชาติน้ำย่อมไหลจากที่สูงลงที่ต่ำเสมอ ถ้าดูจากแผนที่ จ.นครปฐม พื้นดินจะลาดเอียงลงสู่ทะเลทาง จ.สมุทรสงคราม น้ำจึงไหลจากนครปฐมลงไป สมุทรสงคราม พื้นที่แถบบ้านผมก็จะเป็นไปในลักษณะนี้ คือดินลาดเอียงจากตะวันออก ไปตะวันตก และน้ำจะไหลจากตะวันออก ไปตะวันตก ไปลงสู่แม่น้ำท่าจีน ตรงบริเวณ บ้านห้วยพลู อ.นครชัยศรี

การทำนาในพื้นที่กว้าง ๆ โดยไม่มีคันนา จะต้องปรับพื้นที่ให้เสมอทุก 3 – 5 ปี ...ส่วนนาของผมมีเนื้อที่แค่ กะป๊อย เดียว.. ด้านกว้าง ๆ นิดเดียว แต่ยาว 500 เมตร กว่า จำเป็นต้องกั้นคันเป็นสามตอน ปลายนากั้นไว้แล้ว เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ ต้นนา บางครั้งกั้น บางครั้งไม่กั้น แต่ปีนี้ต้องกั้น เพราะทางตะวันออกดอนจัด ไปลุ่มปลาย

คืนวันที่ 29 มีค. เจ๊ใหญ่บอกว่า จะต้องตัดกลางเพื่อกั้นคัน ซึ่งผมก็เห็นดีด้วย บอกว่าพรุ่งนี้ช่วยกันทำ


รูป 1


รูป 2


รูป 3

รูปที่ 1 – 3 เจ๊ใหญ่ออกนาตั้งแต่เช้า ผมออกไปสาย เจ็ใหญ่กั้นคันยาวประมาณ 50 เมตร เกือบเสร็จแล้ว ...

….เจ๊ใหญ่ ทำไมไม่เรียก....

....เฮ่ย ของแค่นี้...ทำมาซะยิ่งกว่านี้ ..เห็นเอ็งกำลังรดน้ำต้นไม้ เลยไม่เรียก...




รูป 4


รูป 5


รูป 6

รูปที่ 4 – 6 พื้นนาที่ลาดเอียง ปรับพื้นที่ได้ไม่เสมอกัน จะมีปัญหา ลุ่ม – ดอน แบบนี้แหละครับ กระทบผลผลิตข้าวหรือไม่ ....กระทบแน่นอนครับ เต็ม ๆ เลยแหละ




รูป 7


รูป 8


รูป 9


รูป 10


รูป 11

รูปที่ 7 – 11 ถ้าควบคุมหน้าดิน ให้มีน้ำได้ขนาดนี้ทั้งแปลง ผมคิดเอาเองนะครับว่า ผลผลิตข้าวจะออกมาดีแน่ ๆ ...ลุงคิมกรุณา Comments ด้วยครับ





รูปที่ 12 ระดับน้ำใต้ดินประมาณนี้ครับ





รูปที่ 13 ข้าวอายุ 13 วัน ถอนต้นขึ้นมาดู ความยาวจากรากถึงปลายใบประมาณ 9 นิ้ว ความยาวจากปลายรากถึง โคนต้น 3 นิ้ว เมล็ดข้าวยังไม่หลุด เพราะยังมีสารอาหาร(แป้ง)ให้ข้าวดูดกินอยู่เลยครับ





รูปที่ 14 เทียบเป็น เซนติเมตร ความยาวจากรากถึงปลายใบประมาณ 23 ซม. ความยาวจากปลายรากถึง โคนต้น 7 ซม.




รูป 15


รูป 16


รูป 17

รูปที่ 15 – 17 ดูภาพในระยะใกล้ครับ….ขอเรียนถามลุงคิมครับว่า ...ข้าวระยะนี้ ผมเห็นบางคนใส่ปุ๋ยโดยเฉพาะ ยูเรีย เพื่อให้ข้าวใบขียว แต่จากการที่ข้าวได้รับสารอาหารจากตอนที่เตรียมดิน และข้าวยังไม่สลัดเมล็ดแบบนี้ ผมไม่ทราบว่า จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยให้ข้าวอีกในระยะนี้หรือไม่

เนื่องจากผมไม่ใช่นักวิชาการ และไม่ค่อยชอบอ้างอิงวิชาการมากนัก ชอบทำแบบชาวบ้าน ทำง่าย ๆ ทั้งหมดที่นำเสนอ จากประสบการณ์ เพื่อต้องการเรียนรู้ จากของจริง ณ ปัจจุบัน วันนี้( 2 เมย.56)


ขอบคุณครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1377

ตอบตอบ: 09/04/2013 12:17 am    ชื่อกระทู้: นา 15 ไร่ ได้ข้าว 18 เกวียน (ของนาข้างเคียงครับ) ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม ...และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน

ตอนที่ 9 ...นา 15 ไร่ ได้ข้าว 18 เกวียน

ผมกำลังศึกษาอยู่ว่า เค้าทำได้ยังไง....นาแปลงนี้ อยู่ถัดจากนาที่อยู่ติดกับผมมาอีกแปลงหนึ่ง เดินจากนาแปลงที่ติดกับผมมาประมาณ 150 เมตร เป็นพี่น้องกัน เนื้อที่ 15 ไร่เท่ากัน แต่ละรุ่นทำข้าวได้ระหว่าง 17 – 19 เกวียนเหมือนกัน

เค้าบอกว่ามีอยู่ปีนึง เคยทำได้ถึงเกือบ 20 เกวียน ปีนั้นหลังเกี่ยวข้าวเสร็จมีหนังฉลองทุ่ง ไม่มีคนดูเพราะ ใครจะลุยนาที่เกี่ยวข้าวเสร็จ ดินยังชื้นอยู่ เลยฉายให้เจ้าที่ดู.....

ผมเคยนำเสนอรูปตีนตะขาบปั่นดินมาครั้งหนึ่ง ในกระทู้ที่ 2471 รายละเอียดลองเปิดอ่านดูนะครับ ผมขอนำรูปจากกระทู้นั้นมาเปิดเรื่องตรงนี้อีกครั้ง



รูปที่ 1 เมื่อวันที่ 6 ธค.2555 นาแปลงนี้นำรถตีนตะขาบปั่นดินมาปั่นนา ผมเห็นมาหลายครั้ง แต่ตอนนั้นผมยังไม่ได้คิดจะทำนาก็เลยไม่ได้สนใจเท่าไหร่ เพียงแต่ดูก็นึกว่า ทันสมัยมากเพราะดินที่ปั่นราบเป็นหน้ากลอง และฟางกับหญ้า ถูกปั่นแล้วย่ำ(กด)จมลงดิน เห็นตอนนั้นแล้วทึ่งมาก ๆ ดีกว่าใช้รถไถเดินตามเป็นร้อยเท่า งานเร็วกว่า งานละเอียดกว่า





รูปที่ 2 จากวันนั้นถึง วันที่ 20 มีค. 56 เวลาผ่านไป 3 เดือน 20 วัน ข้าวในแปลงนาผืนนี้ก็เริ่มสุก




รูป 3


รูป 4

รูปที่ 3 – 4 วันที่ 1 เมย. 56 เจ้าของนาบอกว่า 3 เดือน 25 วัน ข้าวในนาแปลงนี้ก็ได้ฤกษ์เกี่ยว ...เจ้าของนา(คนคลุมหน้ามิดชิด ใส่หมวกยืนกลางนานั่นแหละ) จะเรียกสาวแก่คงไม่ได้ เพราะเป็นนางสาวแต่ยังไม่แก่ เรียกตามภาษาพื้นบ้านว่า สาวทึมทึก (ยังกะมะพร้าวห้าวแน่ะนิ)

ชีวิตเริ่มต้นจาก ZERO จะแปลว่าศูนย์คงไม่ได้ เพราะบ้านของเธอ ไม่ได้อดอยาก ปากแห้ง เพียงแต่ตอนโน้น ต้องเช่าที่เค้าทำกินจนปัจจุบันมีนาเป็นร้อยไร่ มีรถเกี่ยวข้าวของตัวเอง 2 คัน มีรถ 10 ล้อบรรทุกข้าว 2 คัน มีรถเทรลเล่อร์ บรรทุกรถเกี่ยว 2 คัน ..เค้าทำได้ยังไง ....

...แล้วตอนโน้น รอดหูรอดตาผมไปได้ยังไง มันเข้าทำนอง .....ลุงคิมรักมะยงชิด แต่มะยงชิดไม่รักลุงคิม.... น่าน ว่าเข้าไปน่าน... แล้วมันไปเกี่ยวกับลุงคิมตรงไหนวะเนี่ย......ก็จับแพะ ชนแกะ ผมดึงมาเกี่ยวเองแหละ...มันเป็นบุพเพสันนิบาต ไม่ใช่ บุพเพสันนิวาส ครับ คือถ้าบุพเพสันนิวาส คู่กันแล้วต้องไม่แคล้วกัน... ความจริง เราเป็นเพื่อนกันครับ ...เพื่อน คือ เพื่อน ต่างคนก็ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยไปกว่าเพื่อน มันก็เลยเป็นเพื่อนกัน เรื่องมันก็จบ..




รูป 5


รูป 6

รูป 5 – 6 รถเกี่ยวสภาพใหม่ 2 คันทันสมัย ใช้ ไฮดรอลิคบังคับเกือบทุกอย่าง

....เฮ้ย ไอ้หวิง (ลงขึ้นคำว่า ไอ้นี่คงไม่ต้องพูดคำอื่นแล้วมั๊ง ถึงได้บอกว่า มันเป็นบุพเพสันนิบาตไงล่ะ) รถเอ็งใหม่เอี่ยมอ่อง ไฮโดรลิคเพียบเลยนิเอ็ง.... How Many ..ยี่เจ้ย เฮ้ยคันเท่าไร...
...Thirtyfive สามสิบห้า ซาจับโหงว แป๊ะบ่วง (3,500,000)..... (รถเกี่ยวข้าวคันละ 3 ล้านห้า สองคัน เจ็ดล้าน ไม่รวมอย่างอื่น ๆ)

....ทำไมแขวนสายพานไว้แยะจัง.....
...เอาไว้เปลี่ยนเวลามันหย่อนมากหรือขาด....

....แล้วเวลาเกี่ยวข้าวล้มราบกับพื้นล่ะ .....
....อ๋อ คันใหม่นี้มีระบบ Sensor ล้มมาก ล้มน้อย สูง หรือต่ำ มันจะสั่งไปที่หนวดกุ้งให้ลงไปตวัดต้นข้าวขึ้นมา....

.....โห ไฮเทคจริงนิเอ็ง ....
....อ๋า ไม่ได้ซิ เดี๋ยวไม่ทันสมัย....

....ค่าเกี่ยว ไร่เท่าไหร่....
....คนอื่นข้าวธรรมดา 250 ข้าวล้ม 300 ถ้าข้าวของทิด 500 ขาดตัว....

...อ้าวเฮ้ย ทำไมงั้นล่ะ....
...ไม่รู้ คิดเอาเอง พูดเล่นน่ะ สำหรับทิด คิดพิเศษอยู่แล้ว เกี่ยวให้ฟรียังได้เลย.....

....ข้า อัลไซเม่อร์ คิดไม่ออกว่ะ แต่ก็ขอบใจเอ็งว่ะ.......เอ็งไม่คิดจะรับสมัคร คนคุมรถเกี่ยวมั่งรึ....
....สายไปแล้วทิด....

...สายห่ะอะไรล่ะ นี่จะบ่ายสองโมงเย็นอยู่แล้ว....งวดนี้ กะได้เท่าไหร่....
...กลัวจะไม่ถึง 17 น่ะนะ ดูข้าวไม่ค่อยจะมีน้ำหนัก....(ความจริงได้ถึง 18 เกวียน)

....เอ็งใช่ข้าวอะไร....
....กข 47 ....

พอดี นาที่ติดกับ ไอ้หวิง กำลังเอารถตีนตะขาบมาปั่นดิน......

...เฮ้ย ทิดใบ เอารถตีนตะขาบใครมาปั่นดินวะนั่น ข้าดู ๆ ไม่ใช่รถทิดศักดิ์นี่หว่า คันก็เล็กกว่า ขับเร็วยังกะจะแข่ง แรลลี่.....
.....ก็ไม่ใช่น่ะซี ของคนคลองเจ๊ก ฝีมือสู้ทิดศักดิ์ไม่ได้เลย ริมคันนาก็ไม่เก็บให้เค้า ...(คำว่าเก็บหมายถึง ปาดดินขึ้นริมคันนาให้เรียบเสมอกัน)....

....ก็มันขับวนซ้าย แล้วไอ้ตัวปาดดินข้างคันนามันอยู่ทางซ้าย มันจะปาดดินขึ้นคันนาได้ยังไง ทิดศักดิ์เค้าขับวนขวา เวลาจะปาดดินขึ้นข้างคันนา เค้าจะเข้าไปชิดคันนาแล้วกดแทร็กข้างซ้ายลง พอรถวิ่งมันจะดันดินทะลักเข้าตัวปาด ดินมันก็จะทะลักขึ้นข้างคันนา เอ็งดูซี่....
….เออจริงอย่างที่ทิดบอกว่ะ ....




รูป 7


รูป 8


รูป 9

รูปที่ 7 – 9 รถคันนี้เล็กกว่าคันของทิดศักดิ์ที่เคยนำเสนอมาแล้ว ขับเร็วเกินไป ขี้เทือกไม่ลึก เพราะใบมีดที่ใช้ปั่นดิน เล็ก และสั้นกว่ารถของทิดศักดิ์ ผลงานออกมาดูไม่ดีเลย




รูป 10


รูป 11

รูปที่ 10 – 11 การขับรถวนซ้าย จะเห็นริมคันนายังมีหญ้าไม่ถูกย่ำ ยาวทั้งแถบ และคันนาเว้า ๆ แหว่ง ๆ ไม่เรียบ ขี้เทือกไม่ดี ผมคงไม่ใช้บริการ และจะไม่แนะนำให้เพื่อน ๆ ใช้บริการแน่ ๆ ครับ ...ดูแล้วไม่เข้าตากรรมการ ผมเลยถ่ายรูปมาให้เพื่อน ๆ ดูแค่นี้เอง




รูป 12


รูป 13


รูป 14

รูปที่ 12 – 14 ใครเก็บมะพร้าวน้ำหอมลงมาทั้งทะลายแล้วไม่กิน เขย่าดูมันเริ่มคลอน แสดงว่า เนื้อแก่ เกินไป กินอ่อนไม่ได้ เลยวางทิ้งเอาไว้ยังกับเป็นของไม่มีค่า ไม่ใช่ของเอ็งนี่หว่า.....เอาไปทำอะไรดีครับ





รูปที่ 15 ปอกครับ ปอกเพื่อจะเอาน้ำ ปอกมะพร้าวลูกเล็ก ๆ สองลูก จะไปยากอะไรกัน แป๊บเดียวก็เสร็จ





รูปที่ 16 ได้มาแล้วครับ น้ำมะพร้าวประมาณ 1 แก้ว...





รูปที่ 17 ผสมปุ๋ยกันเลยครับ 30-10-10 + น้ำหมักรกหมูจากโพธาราม + น้ำมะพร้าว ผสมเสร็จน้ำดำปี๋เลย ใส่ขวดระบบกะเหรี่ยงเวนจูล่า (ของผม กะเหรี่ยงโลโซ ของลุงคิม กะเหรี่ยง เวนจูรี่ - กะเหรี่ยงไฮโซครับ) ต่อสายตรงลงไปที่หัวกะโหลกดูดน้ำ พอเปิดสวิทซ์ไฟ หัวกะโหลกจะดูดน้ำและปุ๋ยเข้าไป ผ่านออกทางสายยางพร้อมกันทีเดียวเลย เวลาที่เริ่ม 12.42





รูปที่ 18 เวลา 13.07 น้ำปุ๋ยหมดขวด 5 ลิตร ใช้เวลาประมาณ 25 นาที ผมใช้ปั๊ม 2 นิ้ว ดูดน้ำได้ ประมาณ 500 ลิตร / นาที แต่ผ่าน Load ที่สายยาง น้ำอาจเหลือซัก 300 ลิตร / นาที ....ใช้เวลา 25 นาที ก็จะได้น้ำปลายท่อประมาณ 7,500 ลิตร

ส่วนผสมปุ๋ยความเข้มข้น อย่างละ 100 ซีซี + น้ำ 5 ลิตร เมื่อไปผสมกับน้ำในท่อดูดแล้ว ปุ๋ยจะเจือจางลงอีก ...ปุ๋ยสูตรนี้ ฉีดลงดินครับ อาจจะถูกใบที่อยู่ด้านล่างบ้าง ไม่ยาก พอปุ๋ยหมดขวด 5 ลิตร ปล่อยสักพักก็จะเป็นน้ำเปล่า เราก็พ่นไปที่ใบอีกรอบ พอใบเปียกก็พอ ทำง่าย ๆ ครับ อย่าไปทำอะไรให้มันยุ่งยากครับ .....


ยังมีต่อ


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1377

ตอบตอบ: 09/04/2013 12:57 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม ...และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน

ตอนที่ 10 ...( 2 เมษา 56) ข้าวอายุ 16 วัน…ยังไม่ได้ใส่ปุ๋ยซักแหมะเดียว

พอดีเดินเข้าสวน ก็เลยแวะเข้าไปดูนาซะหน่อย


รูป 1


รูป 2


รูป 3


รูป 4


รูป 5


รูป 6

รูปที่ 1 – 6 ข้าวอายุ 16 วัน ก็ยังปล่อยน้ำแห้งแค่หน้าดินอยู่อย่างนี้ ลองลงไปเหยียบดินดูแล้ว ดินนิ่มมาก ๆ ...แต่ข้าวดูไม่โต ไม่เขียว .

เจ๊ใหญ่บอกว่า ....ไอ้ทิด ข้าว่า เปิดน้ำเข้าอีกหน่อยเหอะ ข้าวมันดูไม่โตเอาซะเลย ...
..ผมต้องการแบบนี้แหละครับเจ๊ใหญ่... ต้องการข้าวต้นเตี้ย ข้าวไม่ต้องขียวมากนัก ขอให้แกร่ง แตกกอมาก ๆ ก็พอ ….

ผมก็เลยชี้ให้เจ็ใหญ่ดู เปรียบเทียบ ข้าวที่อยู่บนที่ดอน(แห้ง) กับข้าวที่อยู่ในที่ลุ่ม(แช่น้ำ) ความสูงไม่ต่างกันมากนัก





รูปที่ 7 ความสูงของต้นข้าว ที่แช่น้ำอยู่ในที่ลุ่ม ....ความรู้สึกของผมคิดว่า ความแข็งแรงมันต่างกันนะ





รูปที่ 8 ดงมะพร้าวน้ำหอมครับ ส่วนมากจะมีศูนย์รับเพาะเมล็ดกล้วยไม้ มาขอซื้อเอาไปผสมวุ้นอาหารสำหรับเพาะกล้วยไม้...ราคาขึ้นลงตามกลไกราคาตลาดลูกละ ....3 – 10 บาท อย่างช่วงหน้าร้อนแบบนี้ ลูกละ 8 บาทครับ



ยังมีต่อครับ..


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ampolk
สาวดอง
สาวดอง


เข้าร่วมเมื่อ: 14/01/2013
ตอบ: 50

ตอบตอบ: 09/04/2013 11:19 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ผมขอมาดูต่อด้วยคนครับทิดแดง ลงไวไวนะครับ รอดูอยู่
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 11000

ตอบตอบ: 09/04/2013 11:19 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

DangSalaya บันทึก:




นี่ไง ภาพถ่าย 1 ภาพ แทนคำพูด 1,000 คำ แม้ไม่มีคำอธิบาย ใช้จินตนาการ
ตามหลักวิชาการเอาก็ได้....


รูป 7
น้ำใต้ผิวดินขนาดนี้ ไม่โดนแดดเผา ไม่ระเหยหายไปในอากาศท่ามกลางแสงลม
สายแดด อยู่ได้เดือนกว่า ไม่เดือนกว่าก็เต็มเดือน ไม่เต็มเดือนก็เกือบเดือน




รูป 8
ตั้งข้อสังเกตุ "น้ำมาจากไหน....?" วันเวลาผ่านไป แม้ระดับน้ำผิวดินจะต่ำลง
เรื่อยๆ แล้วรากข้าวจะยาวตามลงไปด้วยไหม เทคนิคนี้ไม่ใช่ไม่มีใครแนะนำ แต่
ชาวนาไม่ใส่ใจทำเอง อ้างว่ายุ่งยาก เสียเวลา แถวนี้ไม่มีใครทำ พ่อแม่ไม่เคยนำ
ทำ ใช่หรือไม่ ?




รูป 9
ฝนไม่ตกนาน 1 เดือน หรือ 2 เดือน ตราบใดที่น้ำไต้ผิวดินยังมีอย่างนี้ ต้นข้าวก็
อยู่ได้ แต่ถ้าฝนไม่ตกเลยถึง 2 เดือนเต็มๆ งานนั้นค่อยยอม แล้วแต่ละปีหน้าแล้ง
ฝนมันหายนานเกิน 2 เดือนเลยเหรอ เดี๋ยวพายุโซนร้อนก็มา หรือไม่ฝนหลวงก็มา



รูป 10
ดินนาแปลงนี้มีอินทรีย์วัตถุช่วยกักเก็บน้ำไว้ไต้ผิวดินให้ นอกจากได้น้ำแล้ว ยังได้
สารอาหารจากอินทรีย์วัตถุโดยตรง กับสารอาหารที่คนใส่ให้ และจุลินทรีย์

เพื่อความกระจ่าง ไปดูเนื้อดินแปลงที่ไม่มีอินทรีย์วัตถุ มีแต่เนื้อดินเพียวๆ แล้ว
เปรียบเทียบกับดินในแปลงนี้ซิ

ถ้าชาวนาอาชีพบอกว่า "ไม่รู้..." .... ก.ไม่เชื่อ (ว่ะ)




รูป 11

รูปที่ 7 – 11 ถ้าควบคุมหน้าดิน ให้มีน้ำได้ขนาดนี้ทั้งแปลง ผมคิดเอาเองนะครับว่า ผลผลิตข้าวจะออกมาดีแน่ ๆ
...ลุงคิมกรุณา Comments ด้วยครับ





แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 10/04/2013 6:54 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1377

ตอบตอบ: 14/04/2013 4:18 pm    ชื่อกระทู้: 4 เมย.56 ข้าวอายุ 18 วัน ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน

ตอนที่ 11 ...( 4 เมษา 56) ข้าวอายุ 18 วัน…

...ผมก็ยังไม่ได้ใส่ปุ๋ยซักแหมะเดียวอีกนั่นแหละ….แต่พ่นสมุนไพรไป 3 ครั้ง

เจ๊ใหญ่บอกว่า ....เอ็งพ่นอะไรกันนักหนาตั้งแต่ไก่โห่วะ เสียเวลา...พ่นยา....(ชื่อยาเคมี) ไปเลย รู้แล้วรู้รอด...
....เรื่องของฉันน่าเจ๊ใหญ่....แล้ววันนี้ ได้เลขเด็ดหรือยัง ขูดกันซะจนแม่ตะเคียนแสบผิวหมดแล้ว..

....ยัง เห็นไม่ค่อยชัดว่ะ..เอ็งมีเลขอะไรมั่งล่ะ ....
ตอบโดยไม่ต้องคิด...010....

....ไอ้เวร ทะลึ่ง....
....อ๊า นี่แหละเลขล้อค...เชื่อฉันเหอะน่า...



มาดูรูปกันเลยครับ


รูป 1


รูป 2


รูป 3

รูปที่ 1 – 3 นาบริเวณที่ลุ่ม(สะใจเจ๊ใหญ่) แต่อย่าคิดว่าน้ำลึกนะครับ สูงไม่เกิน 2 องคุลี (สองข้อนิ้วมือจ๊ะ)




รูป 4


รูป 5


รูป 6


รูป 7


รูป 8

รูปที่ 4 – 8 นาบริเวณที่ดอน(สะใจโก๋) น้ำซึม ๆ ปริ่ม ๆ แค่รอยดินแตกระแหง
ดูความเจริญเติบโตของข้าวแล้ว ไม่แตกต่างกัน แต่ข้าวนาดอน ดูจะแข็งแรงดีกว่าซะด้วยซ้ำไป

ระหว่างนาบริเวณลุ่ม กับนาดอน ผมชี้ให้เจ๊ใหญ่ดูความเจริญเติบโต และความแข็งแรงของต้นข้าว ...ความเชื่อมั่นแบบเดิม ๆ ของแกก็ยังคิดว่า ข้าวนาลุ่มจะดีกว่า

...ซัดปุ๋ยได้แล้วไอ้ทิด ดูข้าวมันหงอย ๆ อีหนอมมันซัดยูเรียไปแล้ว 3 กระสอบ ข้าวเขียวปี๋ .....

...ยัง.. แล้วก็ อย่านะ เจ๊ใหญ่ .....(ปุ๋ยที่เจ๊ใหญ่อยากให้ซัด คือ ยูเรีย ครับ ผมถึงต้องย้ำคำว่า อย่านะ...)

ผมเปรียบเทียบระหว่างข้าวกล้าอายุ 18 วัน ในพื้นที่นาลุ่มน้ำขัง กับพื้นที่นาดอน …ซึ่งถ้าผมทำนาดำ อายุกล้า 18 – 20 วันขนาดนี้น่าจะถอนไปดำได้แล้ว(มั๊ง นะ) เมื่อถอนกล้าไปดำ ก็รออีกประมาณ 10 – 15 วัน ข้าวถึงจะตั้งตัวได้ใหม่ ก็จะเริ่มให้ปุ๋ยเร่งเจริญเติบโต ซึ่งชาวนามืออาชีพก็จะใช้ ยูเรีย แล้วตามด้วยปุ๋ยเร่งแตกกอ ก็จะใช้ 16-20-0 ความเข้าใจของผมถูกหรือเปล่าครับลุง

แต่ผม(ยัง)ไม่ได้ทำนาดำและคงไม่ได้ทำเพราะไม่มีคนดำนา อย่างดีก็ทำนาหยอด ..ดังนั้น ผมก็จะรอไปอีกซัก 10 – 15 วันจึงจะให้ปุ๋ยเร่งเจริญเติบโต และเร่งแตกกอ ....ช้าไปหรือเปล่า ...ไม่น่าจะช้า เพราะตอนตีเทือก ปุ๋ยที่ผมใส่เอาไว้น่าจะเพียงพอแล้ว และดูจากต้นข้าว ไม่มีทีท่าว่าจะขาดสารอาหาร.....ซึ่งก็หมายความว่า ตอนตีเทือก ถ้าใส่ปุ๋ยตามคำแนะนำของลุงคิม ต้นข้าวจะอยู่ได้นานเป็นแรมเดือนโดยไม่ต้องใส่ปุ๋ยเพิ่ม....แต่คุณจะต้องประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่นาของคุณเองนะครับ …จะทำยังไง...Oh ! It’s up to you. จะทำยังไงก็ได้ ตามใจคุณ....

อย่างที่นาของผมเป็นนาดินเหนียว หมดหน้านาแล้ว ถ้าปล่อยทิ้งเอาไว้ให้ดินแห้ง ดินจะแข็งโป๊ก ...ผมใช้ 30-10-10 แบบเต็มสตีมมาแล้ว 2 รุ่น ถ้ารุ่นนี้ขืนใช้เต็มพิกัดแบบเดิม มีหวัง รถเกี่ยวไม่กล้าลงนา เพราะรถจะติดหล่ม และคนรับจ้างฉีดปุ๋ยพ่นยา ก็ไม่อยากลง เพราะขี้เทือกมันลึก ก้าวขาไม่ค่อยออก....ผมก็ลด 30-10-10 ลง 60 % ใช้จิ๊ดเดียว แล้ว + ปุ๋ยปลาหมักทำเอง(แต่สู้ของที่ยัยเฉิ่มหมักไม่ได้ เจ๋ง แจ่ม แจ๋ว) + จุลินทรีย์หน่อกล้วยทำเอง + 18-8-8 (ผสมเองโดยใช้ 16-16-16 + 46-0-0 อัตรา 1 : 0.5 โดยปริมาตร) ทั้งนี้ เนื่องจากว่า ผมยังไม่แน่ใจว่า 18-8-8 ที่ขายในท้องตลาดปัจจุบัน จะเต็มสูตรหรือไม่ ก็เมื่อสองสามปีที่ผ่านมา ในท้องตลาดมี 16-8-8 ขาย แต่มาตอนนี้ 16-8-8 หายไปกลายเป็น 18-8-8 มาแทน เปลี่ยนกระสอบ เปลี่ยนเลขตัวหน้าจาก 16 เป็น 18 ก็หลอกขายชาวนาได้แล้ว ...ทำไมถึงเปลี่ยนจาก 16-8-8 เป็น 18-8-8 ...ก็ชาวนานี่แหละ ชอบปุ๋ยตัวหน้าสูง ๆ ...ตัวหน้า 16 กูว่ามันน้อยไปนามึง...... พ่อค้าหัวใสก็ สเปรยส์ ยูเรียเพิ่มเข้าไปอีกหน่อย ก็กลายเป็น 18-8-8 แล้วก็เพิ่มราคาไปอีกกระสอบละร้อยกว่าบาท สบายพ่อค้าไป….เป็นเสียอย่างนี้แหละพี่น้องเอ๋ย ดังคำเขาเอ่ยชอบของแพงไม่ชอบของถูก ....นอกจากนี้ก็มีปุ๋ยสูตร 18-12-6 ออกมาขาย ซึ่งนัยว่า จะมาแทน 16-20-0 ..

......มันมีโรงงานรับจ้างผลิตปุ๋ยตามสั่งอยู่แถวท่ามะกา ไปทางไร่กล้อมแกล้ม....ลุงคิมผ่านทุกบ่อย... ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำ ลงสะพานเลี้ยวซ้าย ไปอีกไม่ไกลนักจะมีโรงงานไม่มีชื่อ รับทำปุ๋ยสั่งตัด ....ผมรู้ได้ยังไง ก็หลานชายของผมมันทำงานอยู่ที่นั่น ....อาแดง จะเอาสูตรไหนบอก เดี๋ยวผมผสมให้ ราคาโรงงาน แต่ที่โรงงานไม่มีกระสอบนะ ต้องเอากระสอบมาใส่เอง อาพิมพ์แบรนด์มาเลย ตรามดแดงกินแห้ว.... ถ้า 5 ตันขึ้น ผมเอาไปส่งให้ที่บ้าน....




รูป 9


รูป 10


รูป 11


รูป 12

รูปที่ 9 – 12 เป็นนายัยถนอม นาเคมีล้วน ๆ อยู่ใกล้นาผมทางทิศเหนือ(นา 8 ไร่ได้ข้าว 5.5 เกวียน) หว่านข้าวก่อนผมเพียงวันเดียว เมื่อกล้าอายุ 10 วัน หว่านปุ๋ยยูเรียไปแล้ว 3 กระสอบ ฉีดยากันหนอนกอไปแล้ว(ยาอะไรผมไม่ได้ถาม) ด้วยเหตุนี้ เจ๊ใหญ่ถึงได้บอกว่า ข้าวยัยถนอมเขียวปี๋ น้ำในนาค่อนข้างสูง ผมเพียงเพื่อจะเปรียบเทียบข้าวยัยถนอม มือโปร กับข้าวของผม มือแป




รูป 13


รูป 14

รูปที่ 13 – 14 ใกล้ค่ำ หกโมงเย็น โฮ๊ย ควันอะไรกันนักกันหนา กลบไปหมด หายใจหายคอไม่ออก ควันจากการเผาฟางครับ กลางวันไม่(เสือก)เผา มาเผาตอนจะกินข้าวเย็น ...ตะโกนถามไปว่า....นาใครวะ...มีเสียงตะโกนลอยลมมาว่า ....นาน้าเจียม.....

เวรย่อมระงับด้วยการทำเวร ถ้าไม่ทำเวรโดนครูตี เฮ๊อ กัมมุนา วัตตะตี โลโก...สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม .


อ้อ ครับ ตอนบ่าย ...เจ๊ใหญ่ เดินยิ้มหน้าบาน หิ้วของพะรุงพะรัง แหกปากลั่น..

...ไอ้ทิดโว๊ย ...กูถูกหวยโว๊ย...
...ออกอะไร....

....เลขเด็ดของมึงนั่นแหละ ...
....หา 010 น่ะนะ ไหนว่าฉันทะลึ่งไงล่ะ...

...เออน่า นั่นแหละ เต็งเลยมึง ...
...แทงไปเท่าไหร่ แล้วถูกเท่าไหร่...

...เออน่า หมดเค้า....เด้งหน้า เด้งหลัง เต็ง โต๊ด กูเล่นแม่งทุกดอก ลูก ๆ หลาน ๆ มาโว๊ย วันนี้ป้า กะ ยายเลี้ยง...

...เค้าเรียกหวยจับยี่กี หรือหวยปิงปองอะไรนี่แหละ ผมไม่เคยเล่นกะเขาซักที



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1377

ตอบตอบ: 14/04/2013 5:57 pm    ชื่อกระทู้: 7 เมย.56 ข้าวอายุ 21 วัน ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม ...และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน

ตอนที่ 12 ...( 7 เมษา 56) ข้าวอายุ 21 วัน…ผมก็ยังไม่ได้ใส่ปุ๋ยซักแหมะเดียวอีกนั่นแหละ

ดูรูปกันเลยครับ


รูป 1


รูป 2


รูป 3


รูป 4


รูป 5


รูป 6


รูป 7


รูป 8


รูป 9

รูปที่ 1 – 9 ผ่านไป 21 วัน ข้าวกล้าของผมก็ยังอยู่ในนาแบบ ลุ่ม ๆ ดอน ๆ ฉีดพ่นสมุนไพรไป 3 ครั้ง แต่ปุ๋ยยังไม่ได้ใส่ ไม่ลองก็ไม่รู้ว่า ประสิทธิภาพของปุ๋ย กับข้าวในนาของผม ...30 วัน จะอยู่ได้ไหม





รูปที่ 10 ลองดูรูปนี้นะครับ ข้าวในนาลุ่ม ก็ไปอย่าง ข้าวในนาดอนก็ไปอย่าง แต่ข้าวกอนี้ อยู่บนคันนาสูงจากระดับพื้นนาเกือบศอกแขน มีแค่น้ำซึม ๆ พอชื้น ๆ แต่ข้าวมันแตกกอ งามอยู่ได้อย่างไร ....ดูรูปถัดไปอีกรูปหนึ่งครับ





รูปที่ 11 ข้าวกอนี้อยู่กลางคันนา หน้าดินแห้งแตกระแหง แต่ข้าวกอนี้โดดเดี่ยว ใบเขียว ยืนหยัดอยู่ได้ยังไง ได้เพียงแค่น้ำจากใต้ดินซึ่งลึกจากคันนาลงไปเป็นศอกแขน....น่าจะเป็นบทพิสูจน์ว่า ข้าวงอกงามอยู่ได้เพียงแค่ให้มีความชื้นและธาตุอาหารใต้ดินเพียงพอตามที่ข้าวต้องการ

ข้าวสองกอนี้ ผมบอกเจ๊ใหญ่ว่า อย่าถอนทิ้ง ...คงจะมีกออื่น ๆ อีก ยังไม่ได้เดินสำรวจทั่วแปลง

ผมอยากให้คุณเก็บข้อมูลนี้ไปทดลองกับนาของคุณนะครับ โดยเฉพาะ นาที่น้ำขาดแคลนหรือนาน้ำน้อย ในการนี้ ผมพยายามทำตามแบบที่เพื่อนกะเหรี่ยงที่ทำนาแห้งน้ำบนยอดดอย ที่อาศัยน้ำจากน้ำค้าง และความชื้นจากเมฆ... อาจจะได้ข้าวน้อย แต่ข้าวที่ได้มีคุณภาพสูง กินอร่อยกว่าข้าวที่น้ำมาก

ที่ผมรู้เพราะ เคยเปรียบเทียบข้าวกล้องหอมนิล ปลูกที่สุพรรณบุรี ปลูกที่ อ.กุดชุม ยโสธร และปลูกบนดอยที่ปาย และบ้านวัดจันทร์ ปรากฏว่า ข้าวกล้องหอมนิลปลูกบนดอย กินอร่อยที่สุด รองลงมาคือข้าวกล้องหอมนิลที่อ.กุดชุม ยโสธร และข้าวกล้องหอมนิลสุพรรณบุรี ส่วนข้าวกล้องหอมนิลที่อื่น ๆ ผมไม่ทราบครับ




รูป 12


รูป 13


รูป 14


รูปที่ 12 – 14 ศัตรูตัวร้ายของชาวนา หอยเชอรี่ ...เปลือกหอยเชอรี่ ใหญ่ ๆ แบบนี้ ล้าง แล้วใช้เครื่องขัดให้ดี ๆ สีจะมีลายสวย ใช้ทำโมบายได้สวยทีเดียว ว่าง ๆ จะลองจัดให้ดู....ถ้าหอยขมตัวขนาดนี้นะคุณเอ๊ย แกงคั่วอร่อยอย่าบอกใคร แต่แถวบ้านของผมไม่ค่อยมีปัญหาครับเพราะอะไร........ดูรูปที่ 15





รูปที่ 15 พอจะมองเห็นนะครับ ยืนนิ่งอยู่กลางนา วันนี้มาน้อยตัว ปกติมาเป็นฝูง ....นกปากห่างครับ บางวันลงนาเป็นร้อย ๆ ตัว นกปากห่างจะหาหอยกินครับ ดังนั้นหอยเชอรี่แถวบ้านผมจะถูกนก
ปากห่างกินหมด ส่วนปู ก็จะมีนกยางครับ จับกินหมด





รูปที่ 16 เนื่องจากนาของผมไม่ใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลง เป็นที่รวบรวมนกนานาชนิด เจี๊ยวจ๊าวไปหมด นี่เป็นไข่นกเป็ดน้ำครับ โตขนาดไข่ไก่แจ้ประมาณไข่นกกระทา ...บางครั้งก็เจอไข่เต่า (กินอร่อยนะครับ กินดิบ ๆ ก็ได้ ไข่แดงมันดี)


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1377

ตอบตอบ: 14/04/2013 8:20 pm    ชื่อกระทู้: 13 เมษา ข้าวอายุ 27 วันแล้ว ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม ...และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน

ตอนที่ 13 ...( 13 เมษา 56) ข้าวอายุ 27 วัน…ผมก็ยังไม่ได้ใส่ปุ๋ยอีกนั่นแหละครับ


เมื่อวันที่ 11 เมษายน 56 ที่ผ่านมา หลังเที่ยงวันมีลมพายุฝน แรงมาก น้ำฝนลงเต็มนา ท่วมข้าวสบายใจเจ๊ใหญ่ไปเลย....ก็คิดว่าจะเปิดท่อระบายน้ำออก แต่ติดขัดที่ว่า นา(120ถัง/ไร่)อยู่ติดกันทางทิศใต้ กำลังจะหว่านข้าว ก็ต้องปิดน้ำให้พื้นนาแห้ง ถ้าผมเปิดน้ำก็จะซึมเข้านาเขา ข้าวที่หว่านไว้ก็จะลอยน้ำ ....แต่น้ำท่วมข้าวของผมอีกสองสามวันไม่เป็นไร ผมก็เลยต้องปิดน้ำไว้ก่อน ให้นาข้างเคียงหว่านข้าว แล้วฉีดยาคุมหญ้าให้เรียบร้อยซะก่อน …การใช้น้ำในทางน้ำร่วมกัน ก็ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยพึ่งพากันแบบนี้แหละครับ




รูปที่ 1 วันที่ 13 เมย. จุดที่ปิด – เปิด น้ำเข้า – ออกจากนา บริเวณนี้ ปกติน้ำในลำรางด้านนอก จะน้อยกว่าน้ำในแปลงนา แต่ตอนนี้ ระดับน้ำสูงพอ ๆ กัน ด้วยความจำเป็นตามที่บอก





รูปที่ 2 มองไปทางด้านมุมขวามือโน่น เอ๊ะ อะไร ทำไมใบข้าวออกสีเหลือง ๆ





รูปที่ 3 เดินมาดู มันเหลืองแปลก ๆ นะ





รูป 4


รูป 5

รูปที่ 4 – 5 จุดนี้ข้าวเหลืองเป็นทางยาวเลย ...เกิดจากอะไรใครรู้บ้าง เป็นหญ้าโดนฉีดยา(โดนต้นข้าวด้วย)ครับ แต่ผมขี้เกียจลงลุยน้ำในนา เพราะทั้งขี้เทือก ทั้งระดับน้ำ สูงเกือบถึงเข่า ...ผมกะว่า หลังจากปล่อยน้ำออกจะลงไปลุยเอายาตามือห้านิ้วลงไปถอน เพราะมีบริเวณนิดเดียว.......เจ๊ใหญ่ทำกรูซะแล้ว …อยู่ไหนล่ะเนี่ย ...นั่งฝันถึงเลขเด็ดอยู่โน่น....

...เจ๊ใหญ่ ขอนิมนต์ อัญเชิญ ตรงนี้ หน่อยครับ....ยังไม่ทันจะพูด เจ๊ใหญ่แกชิงพูดก่อนว่า

.. ข้าเห็นหญ้ามันขึ้นแซม กลัวจะเอาไม่อยู่ เลยเอายาหญ้าลงไปฉีด...

...เจ๊ใหญ่ ก็รู้ว่า ฉันชอบอะไร ฉันไม่ชอบหรือเกลียดอะไร ฉันกะว่า ถ้าทิดจีนฉีดยาคุมจะปล่อยน้ำออก แล้วจะลงไปถอน ถ้ามันยาวจริง ๆ ฉันจะเอา [color=blue]อีหวึ่ง ลงไปตัด เจ๊ใหญ่ไม่น่าเลย….[/color] (อีหวึ่ง คือ เครื่องตัดยอดข้าวหรือตัดยอดหญ้าแบบใช้มอเตอร์เล็ก ๆ ติดใบมีดคัตเตอร์ ครับ ตัดยอดข้าว ยอดข้าวดีด ยอดหญ้า ดีจริง ๆ )

....นิดเดียวเอง.....

....ไม่ว่าจะนิด จะหน่อย จะมากหรือน้อย ห้ามเอายาฉีดหญ้ามาฉีดอีกเด็ดขาด ใช้แค่คุมหญ้าครั้งแรกหนเดียวพอ ถ้าหญ้าขึ้น ใช้ อีหวึ่ง เดินตัดเอา แล้วตรงที่เจ๊ใหญ่ฉีดยาหญ้า ข้าวมันงันแล้ว ฉันจะเดินถอนทิ้งให้หมด แล้ว ถอนจากที่ใกล้ ๆ ไปดำแซมเอา ถ้าเจ๊ใหญ่ไม่รังเกียจ ทำให้ฉันด้วยก็แล้วกันนะ...




รูป 6


รูป 7


รูป 8


รูป 9

รูปที่ 6 – 9 ข้าวขึ้นน้ำ ข้าวขึ้นน้ำ และ ข้าวขึ้นน้ำ...น้ำมากเกินสำหรับการทำนาของผม ...พอปล่อยน้ำออกคราวนี้คงจะให้ปุ๋ยเร่งโตพร้อมเร่งแตกกอได้แล้วละครับ




รูป 10


รูป 11


รูป 12


รูป 13

รูปที่ 10 – 13 นี่คือผลของการใช้ยาฆ่าหญ้า สูตรบ้า ๆ บอ ๆ (30-10-10 + น้ำส้มสายชู + แอลกอฮอล์ล้างแผล ส่วนผสม 40:30:30) เมื่อ + ดีเกลือ และน้ำยาล้างจาน จะเห็นว่า มันแห้งตายนิ่งสนิทอยู่แบบนี้ ...และ แคต้นเล็ก ๆ ที่ปลูกเอาไว้ ก็ยังอยู่ได้




รูป 14


รูป 15

รูปที่ 14 -15 นี่คือผลของยาฆ่าหญ้า 3 ชนิดของเจ็ใหญ่ ไกรโฟแสบ + กรัมม๊อกซูน + โกลด์ 2 เอ
ผมชี้ให้เจ็ใหญ่ดู แกก็ได้แต่มองดูเฉย ๆ ไม่เห็นจะพูดว่าอะไร ...คงแก้ยาก เพราะมันฝังเข้ากระดูกดำมานานแสนนานซะแล้ว




รูป 16


รูป 17

รูปที่ 16 – 17 ทิดจีนหว่านข้าวไปแล้ว ตั้งแต่เย็นวันที่ 11 เมย.56 (หลังพายุฝนผ่านไปแล้ว) มาถึงวันนี้ 13 เมย.55 ได้ 3 วัน ก็มาฉีดยาคุมหญ้า ปล่อยน้ำออกทางร่องน้ำที่ติดกับผมนี้ แนวต้นมะพร้าวด่ช้านขวามือ (รูปที่ 17)




รูป 18


รูป 19


รูป 20


รูป 21

รูปที่ 18 – 21 นาของคนที่ทำข้าวได้ 120 ถัง/ไร่ คุณดูความลึกของร่องน้ำ(รูปที่ 19)ที่ระบายน้ำออกจากนาซีครับ อันเป็นผลจากการใช้รถตีนตะขาบปั่นดิน


คงจะมีต่ออีกละครับ...

.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า 1, 2, 3 ... 15, 16, 17  ถัดไป
หน้า 1 จากทั้งหมด 17

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©