-
++kasetloongkim.com++ Forums-viewtopic-"หัวใจเกษตรไท" ห้องที่ 1 (ปุ๋ย จุลินทรีย์ ฮอร์โมน) อยู่ตรงไหน
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - ........... หัวใจเกษตรไท ............ ........ STYLE KIM ZA GASS .......
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

........... หัวใจเกษตรไท ............ ........ STYLE KIM ZA GASS .......
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
kimzagass
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 119

ตอบตอบ: 06/09/2016 3:32 pm    ชื่อกระทู้: ........... หัวใจเกษตรไท ............ ........ STYLE KIM Z ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
คลิกที่ภาพ ดูภาพขนาดใหญ่....




.......... หั ว ใ จ เ ก ษ ต ร ไ ท ..........
........ STYLE KIM ZA GASS ........




เกริ่นกล่าว

GENTLE AGREEMENT :
จริงจัง จริงใจ เสียสละ ให้มากกว่ารับ
พร้อมทำเองสอนวิธีทำ พร้อมซื้อสอนวิธีซื้อ .... ทำใช้ ทำขาย ทำแจก ทำเททิ้ง

อยากทำปุ๋ย แต่....
หาวัสดุส่วนผสมไม่ได้ :
ไปที่ร้าน ให้ ร้าน/เซลล สั่งให้ .... บอกให้สหกรณ์เอาสินค้านี้มาขาย

อยากทำยาสมุนไพร แต่....
ไม่รู้จัก หาซื้อไม่ได้ :
ไปที่ร้านยาไทย .... บอกให้สหกรณ์เอาสมุนไพร สำเร็จรูป/พร้อมใช้ มาขาย

อยากรู้เทคโนโลยี แต่....
ไม่รู้ ไม่เคยเห็น :
อ่านตำรา .... ไปตามสวน ดูหลายๆสวน แล้ว คิด/วิเคราะห์/เปรียบเทียบ ด้วยเหตุและผล

อยากได้โอกาส แต่....
ไม่รู้ ไม่เชื่อ :
ถามคนขาย สินค้านั้นมาจากไหน ไปดูถึงแหล่ง แล้ว คิด/วิเคราะห์/เปรียบเทียบ ด้วยเหตุและผล


ต้นทุนทำเกษตรยุคนี้ ค่าปุ๋ย 30% ค่ายา 30% ค่าเทคโน 20% ค่าเสียโอกาส 20%
ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครทำเป็นมาตั้งแต่อยู่ในท้อง เกิดมาแล้วมาเรียนมาหัดเอาเองทั้งสิ้น
สวมวิญญาณนักปราชญ์ สุ จิ ปุ ลิ .... อ่าน ดู ทำ ใช้ ขาย แจก

---------------------------------------------------------------------------------------

สารบัญ

หัวใจเกษตรไท ห้อง 1 “ปุ๋ย-จุลินทรีย์”

** ต้นทุนค่าปุ๋ยเคมี 30%
** ในธรรมชาติไม่มีตัวเลข ไม่มีสูตรสำเร็จ ไม่มีคันเร่ง ไม่มีบล็อก
** ปัจจัยพื้นฐาน ดิน-น้ำ-แสงแดด/อุณหภูมิ/ฤดูกาล-สารอาหาร-สายพันธุ์-โรค ผิด พลาดปัจจัยเดียว หมายถึง ล้มเหลวทั้งหมด
** ดิน คือ ที่กินที่อยู่ของพืช ดินดีสำเร็จแล้วกว่าครึ่ง ดินเสียล้มเหลวแล้วกว่าครึ่ง
** จุลินทรีย์-ปุ๋ย คนละตัวกัน แต่อยู่ด้วยกัน
** ปุ๋ยถูก + ใช้ผิด = ไม่ได้ผล
** ปุ๋ยผิด + ใช้ถูก = ไม่ได้ผล
** ยุโรปทำเกษตร อินทรีย์-เคมี-ผสมผสาน
** อเมริกาทำนาข้าว ไม่เผาฟาง แต่ทำฟางเปล่าๆ ให้เป็นฟางซุปเปอร์

"ปุ๋ยน้ำทางใบ-สารสมุนไพร" ที่วางขายในท้องตลาด....
** มหาลัยไหน สอนวิธีทำ ........................... คำตอบ คือ ไม่มี
** คณะภาควิชาอะไร สอนวิธีทำ .................... คำตอบ คือ ไม่มี
** ระดับปริญญาตรี หรือโท หรือเอก สอนวิธีทำ ..... คำตอบ คือ ไม่มี



เกร็ดความรู้เรื่องปุ๋ย
(ชนิดของปุ๋ยทางใบ, ข้อดีของการใช้ปุ๋ยทางใบ, ข้อเสียของปุ๋ยทางใบ, คุณสมบัติที่ดีของปุ๋ยทางใบ, วัตถุประสงค์หลักในการให้ปุ๋ยทางใบ, ข้อควรระวังในการใช้ปุ๋ยทางใบ, การใช้ปุ๋ยทางดิน, การใช้ปุ๋ยทางใบ, ข้อดีและข้อจำกัด ปุ๋ยทางใบ)
เกร็ดความรู้เรื่องธาตุอาหารพืช
(ปุ๋ย/ฮอร์โมน ทางใบ VS ทางราก, ส่วนประกอบของกากน้ำตาล, เปรียบเทียบ ข้อดี/ข้อด้อย ระหว่างปุ๋ยอินทรีย์กับปุ๋ยเคมี, ยิบซั่มธรรมชาติ)
สมการปุ๋ยอินทรีย์ (แห้ง)
แหล่งธาตุอาหารพืช และลักษณะพืชขาดสารอาหาร
อินทรีย์นำ เคมีเสริม V.S. เคมีนำ อินทรีย์เสริม
ปุ๋ยอินทรีย์ ไบโอ ซัมมิต (BIO SUMMIT)
ปุ๋ยอินทรีย์ ไบโอ โซลิด
ปุ๋ยอินทรีย์ ซุปเปอร์
ปุ๋ยอินทรีย์ พด.
ปุ๋ยอินทรีย์แบบเติมอากาศ
ปุ๋ยคอก ซุปเปอร์

ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ
น้ำหมักชีวภาพ สูตรกล้อมแกล้ม
สมการปุ๋ยอินทรีย์ (น้ำ)
ปุ๋ยน้ำชีวภาพ สูตรระเบิดเถิดเทิง
น้ำหมักชีวภาพ สูตรก้นครัว
น้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง สูตรฟาจีก้า
น้ำหมักชีวภาพ BMW
น้ำหมักชีวภาพ สูตรสำหรับไฮโดรโปรนิกส์
น้ำหมักชีวภาพสูตรมั่วซั่วซุปเปอร์
น้ำหมักชีวภาพกำจัดวัชพืช

ฮอร์โมนธรรมชาติ
ฮอร์โมนสมส่วน
ฮอร์โมนเขียว
ฮอร์โมนบำรุงราก
ฮอร์โมนเร่งรากกิ่งตอน
ฮอร์โมนจิ๊บเบอเรลลิน (ทำเอง)
ฮอร์โมนก้นครัว

จุลินทรีย์เพื่อการเกษตร
สมการจุลินทรีย์
บทบาทของจุลินทรีย์เพื่อการเกษตร
เกร็ดความรู้เรื่อง "จุลินทรีย์" เพื่อการเกษตร
จุลินทรีย์ธรรมชาติ
จุลินทรีย์ อีแอบ
จุลินทรีย์ อีแอบ ซุปเปอร์
จุลินทรีย์จาวปลวก
จุลินทรีย์หน่อกล้วย
จุลินทรีย์เปลือกถั่วลิสง
จุลินทรีย์ก้นครัว
จุลินทรีย์ฟังก์จัย
จุลินทรีย์ข้าวสุก
จุลินทรีย์นมสด
จุลินทรีย์นมเปรียง
จุลินทรีย์ย่อยสลายฟาง
ขยายเชื้อไตรโคเดอร์ม่า
ขยายเชื้อจุลินทรีย์
ขยายเชื้อเห็ดธรรมชาติ
ทำจุลินทรีย์ผง
วิธีเพาะเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์
ทดสอบจุลินทรีย์
ใช้งานจุลินทรีย์
จุลินทรีย์ ไอเอ็มโอ. (ประจำถิ่น)

ปุ๋ยเคมีทางใบ
ปุ๋ยน้ำทางใบ-ผักใบ (สูตรพร้อมใช้)
ปุ๋ยน้ำทางใบ-ผักใบ (สูตรเข้มข้น)
ปุ๋ยน้ำ-ผักกินดอกและผล (สูตรพร้อมใช้)
ปุ๋ยน้ำ-ผักกินดอกและผล (สูตรเข้มข้น )
ปุ๋ยน้ำ-กล้วยไม้ (สูตรพร้อมใช้)
ปุ๋ยน้ำ-กล้วยไม้ (สูตรเข้มข้น)
สูตรบำรุงต้น หัวเชื้อเข้มข้น (ไบโออิ)
สูตรบำรุงต้น หัวเชื้อเข้มข้น (ไบโอเฮิร์บ)
สูตรเปิดตาดอก หัวเชื้อเข้มข้น (ไทเป)
สูตรบำรุงดอก หน้าฝน
สูตรบำรุงดอกหน้าแล้ง
สูตรบำรุงผล (ยูเรก้า)
สูตรบำรุงผล (อเมริกาโน)
สูตรบำรุงต้น สร้างความสมบูรณสะสม (พร้อมใช้)
สูตรสารลมเบ่งนาข้าว (สูตรพร้อมใช้)
แคลเซียม โบรอน (สูตรเข้มข้น)
สูตรอาหารทางด่วน (สำหรับผลไม้)
สูตรสะสมอาหารเพื่อการออกดอก (สูตรเข้มข้น)
ปุ๋ยไฮโดรโปรนิกส์
สูตรสหประชาชาติ
น้ำตาลทางด่วน (สูตรพร้อมใช้)
น้ำตาลทางด่วน (สูตรเข้มข้น)
ฮิวมิก
เคล็ด (ไม่) ลับ ปุ๋ยเคมีน้ำทางใบ กับ เกษตรกรไทย
ข้อดี-ข้อเสีย ระหว่าง ปุ๋ยทางใบ-ปุ๋ยทางราก
การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ร่วมกับปุ๋ยเคมีในการผลิตพืช
ความสำคัญของการปรับปรุงดินในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน
ดินเสื่อมโทรมและแนวทางการแก้ไข
ความสำคัญของการปรับปรุงดินในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน
ดินเสื่อมโทรมและแนวทางการแก้ไข

...........................................................


หัวใจเกษตรไท ห้อง 2 “ยา”

** ต้นทุนค่าสาร ป้องกัน/กำจัด ศัตรูพืช 30%

** ทั่วโลกมีพืช 2,400 ชนิด เป็นสารสมุนไพรกำจัดโรคพืชได้
** สารออกฤทธิ์ในสมุนไพร คือ กลิ่น - รส - ฤทธิ์

** อเมริกา ซื้อลิขสิทธิ์ราติโนน ในหนอนตายหยาก
** เยอรมัน ซื้อลิขสิทธิ์อะแซดิแร็คติน ในสะเดา
** ฝรั่งเศส ซื้อลิขสิทธิ์แค็ปไซซิน ในพริก

** ศัตรูพืช ในพืชอ่อนแอ แพร่ระบาดรุนแรงกว่าในพืชสมบูรณ์แข็งแรง
** ไม่มีพืชใดในโลก ที่ไม่มีศัตรูพืชประจำเผ่าพันธุ์
** ไม่มีสารเคมีในโลก ไม่มีสารสมุนไพรใดในโลก ทำให้ส่วนของพืชที่ถูกทำลายไปแล้ว ฟื้นคืนดีอย่างเดิมได้ เสียแล้วเสียเลย มาตรการที่ดีที่สุด คือ “กันก่อนแก้”

** พิษสารเคมี .... คนใช้รับ 10 เท่า - คนกินรับ 1 เท่า



สารพัดสูตร
ปัจจัยพื้นฐาน เสริม/ต้าน ศัตรูพืช
การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน

นวตกรรมการเกษตร
สปริงเกอร์
กับดักแมลง
สมการสารสมุนไพร
ศัตรูพืช คือ ใคร ?
ศาสตร์และศิลป์ สารเคมี V.S. สารสมุนไพร

รอบรู้เรื่องแมลง
รอบรู้เรื่องหนอน
รอบรู้เรื่องโรค
ปฏิทิน ลด-ละ-เลิก สารเคมี
บัญญัติ 10 ประการ สมุนไพร
บัญญัติ 10 ประการ สารเคมี
หลักการทำ-หลักการใช้ สารสมุนไพร
สมุนไพร ป้องกัน/กำจัด ศัตรูพืช
แมลงศัตรูพืช กับ สมุนไพร
111 สูตรสารสมุนไพร
สารสมุนไพร สูตรกำจัดหอยเชอรี่
พืชสมุนไพรที่นำมาผลิตสารสกัดธรรมชาติจากพืช
พืชสมุนไพรไล่แมลงสำหรับเกษตรอินทรีย์
20 วิธีไล่แมลงแบบธรรมชาติ
10 ผักสวนครัว กำจัดแมลงตายเรียบ :
พืชสมุนไพรไล่แมลง แทนการใช้สารเคมีสังเคราะห์ (ตอนที่ 2)
น้ำต้มสมุนไพร กำจัดศัตรูพืช ลดต้นทุน ที่ ชัยนาท
สมุนไพรกำจัดวัชพืช

เล่าสู่ฟัง เรื่องยาฆ่าแมลง
งานวิจัยสารสะเดา
หมอกับเกษตรกร
แปลงผักคนบ้า ฝนตกรดน้ำ
หลอกเกษตรกรทั้งนั้นแหละ
มุ้งปลูกผัก โรคมาก
เซียนกล้วยไม้
ต้มแห้ว .... ตาย !
ร้อยมาลัยนิ้วกุด
พิษร้ายของดอกมะลิ
เตือน ระวังฟอร์มาลีน ในพวงมาลัย !
กลิ่นหอมมะลิ แฝงพิษร้าย
ผลกระทบจากสารเคมี ต่อสุขภาพของคนใช้
สารเคมี สัมผัสกับผิวหนังหรือดวงตา
สารเคมี คนใช้ตายก่อนคนกิน
วิธีลดสารพิษตกค้างในผักผลไม้
น้ำต้มสมุนไพร กำจัดศัตรูพืช ลดต้นทุน
หน่วยพิฆาตหนอน
ม้ง จ.ตาก ไม่กินผักตัวเอง
มุ้งปลูกผัก โรคมาก
ส้ม กับ บ.สารเคมี
สาบเสือ สมุนไพร 500 ชื่อ
อันตรายอาหารมียาฆ่าแมลงตกค้าง
ปลอดภัย (กว่า) จากสารเคมีการเกษตร
อียู’ จี้ตรวจพืชผัก ฯ
ปุ๋ย สารพิษ-สารเคมี-ยาฆ่าแมลง กับชีวิตเกษตรกร
ผลของการทำการเกษตรแบบใช้สารเคมีสังเคราะห์
การป้องกันและกำจัดศัตรูพืช หลากหลายวิธี คือ :

----------------------------------------------------------------


หัวใจเกษตรไท ห้อง 3 “เทคโนโลยี”

** ขาดทุนเพราะเทคโนโลยีผิด หรือปฏิเสธเทคโนโลยี 20%
** ซูเรียม พรีเมียม เกรด เอ. จัมโบ้ โกอินเตอร์ ขึ้นห้าง ออกนอกฤดู ปลอดสาร เคมี คนนิยม ไม่พอขาย จองล่วงหน้าข้ามปี
** เครื่องทุ่นแรง ประหยัด เพิ่มประสิทธิภาพประสิทธิผลเนื้องาน กว่า 100 เท่า

** นาข้าว 2รุ่น ล้างหนี้ 1ล้านแล้ว ยังเหลือ 2ล้าน
** ขายข้าว 1 แสน เหลือเงิน 40 บาท

** ชาวนาญี่ปุ่น ต้นทุน 23,000 ขายได้ 100,000
** ชาวนาไทย ต้นทุน 3,000 ขายได้ 100,000



เทคโนโลยีการเกษตร
เตรียมดิน เตรียมแปลง

ผักสวนครัว
ผักสวนครัวแบบ เกษตรอินทรีย์-เคมี
เคล็ด (ไม่) ลับบำรุง เฉพาะผักบางชนิด
สวนผักแบบ เกษตรอินทรีย์ 100%
การ ป้องกัน/กำจัด ศัตรูพืช
เครื่องหมาย “คิว”
เครื่องหมาย “จีเอพี”

พืชไร่
เตรียมดิน แบบ อินทรีย์-เคมี สำหรับพืชไร่โดยเฉพาะ
อ้อย
สำปะหลัง
ปาล์มน้ำมัน
ยางพารา
สับปะรด
ถั่วฯ - งา
ข้าวโพดฝักสด

นาข้าว
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเรื่องนาข้าว
สรุปสูตรปุ๋ยนาข้าว
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล-นาข้าว
นาข้าว .... ขาดทุน-กำไร
นาข้าวสูตรเลยตามเลย
ชาวนามิติใหม่
หลากหลายวิธีไม่เผาฟาง
นาข้าว อินทรีย์-เคมี (คุณพนมฯ)
นาข้าว ไรซ์เบอร์รี่ ล้มตอซัง (คุณบังอรฯ)
นาข้าว กล้าต้นเดียว
กลุ่มชาวนา บางบาล อยุธยา เยือน RKK .

เล่าสู่ฟัง
(1) 2 รุ่น ล้างหนี้ 1 ล้านแล้ว ยังเหลือ 2 ล้าน
(2) 100 ไร่ ใส่ N+P 3 แสน ได้ 70 ถัง
(3) ขายข้าว 1 แสน เหลือเงิน 40 บาท
นาข้าวแบบอินทรีย์เกาะขอบ (คุณสมศักดิ์)
ปลูกข้าวทำพันธุ์
นาข้าวแบบเปียกสลับแห้ง
นาข้าวแบบประณีต
นาข้าว แบบล้มตอซัง
นาข้าว แบบไม่พึ่งพาปุ๋ยเคมี
ต้นข้าวกับปุ๋ยสูตรมองซ้ายมองขวา
พันธุ์ข้าวไทย
เกษตรฯ หนุนปลูกข้าวญี่ปุ่น
หนุนผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวญี่ปุ่น เผย เพิ่มรายได้ 2 เท่า
ไอศกรีมข้าวกล้องงอก

ไม้ผลยอดนิยม
กระท้อน
แก้วมังกร
กล้วย [กล้วยหอม. กล้วยน้ำว้า. กล้วยไข่. กล้วยเล็บมือนาง.
กล้วยน้ำว้า
กล้วยไข่
กล้วยหอม
กล้วยเล็บมือนาง
ขนุน
แคนตาลูป
เงาะ
ชมพู่
แตงโม
ทุเรียน
น้อยหน่า
ฝรั่ง
พุทรา
มะขามเทศ
มะขามเปรี้ยว
มะขามหวาน
มะนาว
มะยง-มะปราง
มะม่วง
มะละกอ
มะพร้าว
มังคุด
ละมุด
ลางสาด-ลองกอง
ลำไย
ลิ้นจี่
สละ
ส้ม
ส้มเขียวหวาน
ส้มเช้ง
ส้มโชกุน
ส้มโอ
ส้มแก้ว
องุ่น
แนวสอน สไตล์ไร่กล้อมแกล้ม
C - N RATIO คืออะไร ? .... สำคัญไฉน ?
เรียนรู้ “ซี/เอ็น เรโช”
ซี/เอ็น เรโช....นอกกรอบ–นอกฤดู
มุมมองนักศึกษาต่อภาคเกษตรกรรมไทย

เครื่องทุ่นแรง
เครื่องใส่ปุ๋ยรถไถเดินตาม
รถไถ เดินตาม/นั่งตาม
รถดำนา เดินตาม
รถดำนาเล็ก นั่งขับ
เครื่องหยอดข้าว เดินตาม
เครื่องหยอดข้าวโพด รถไถเดินตาม
รถฉีดพ่น เดินตาม
เครื่องบดย่อยเศษพืช
เครื่องปั่นโมลิเน็กซ์ยักษ์

สปริงเกอร์
หลักการและเหตุผล
วางท่อแบบ แรงดัน-แรงอัด
กะเหรี่ยงลอยฟ้า
กะเหรี่ยงหน้ามืด
กะเหรี่ยงหน้าง้ำ
กะเหรี่ยงคอยาว
กะเหรี่ยงเจ้าพระยา
โอเวอร์เฮด
หม้อปุ๋ยหน้าโซน
จุดตรวจ ปุ๋ย/ยา วิ่งไปทางท่อ
ถังปุ๋ยที่ปั๊ม
REUSE
สระน้ำ
หม้อปุ๋ยหน้าโซน รุ่นพิพิธภัณฑ์

--------------------------------------------------------------


หัวใจเกษตรไท ห้อง 4 “โอกาส”

** ขาดทุนเพราะเสียโอกาส 20%

** คนเรา แพ้-ชนะ กันที่โอกาส
** เกษตรแจ๊คพ็อต มะลิ ลิตรละ 3,500 กุหลาบ ดอกละ 1,500 ผักชี กก.ละ 200
** เกษตรแจ๊คพ็อต ไม่ใช่ดวง แต่เป็นผลจากการวางแผนล่วงหน้า

** ทำอย่างเดิม แย่ยิ่งกว่าเดิม
** รวมกลุ่มไม่ได้ ทำคนเดียว แต่ต้อง คิดเป็น-ทำเป็น-ขายเป็น
** ที่น้อย ทำน้อยแต่ได้มาก เพราะ การตลาดนำการผลิต

** ทำขาย ขายแล้วขาดทุน รุ่นแล้วรุ่นเล่าก็ยังทำ ไม่รู้จักโตซะที (นายกฯ)




คน แพ้-ชนะ กันที่โอกาส
วางปืน จับจอบ
กำเนิด RKK

เกษตรแจ๊คพ็อต
มะลิหน้าหนาว
กุหลาบวาเลนไทน์
มะนาวหน้าแล้ง
กล้วยหอมแจ๊คพ็อต
แก้วมังกรตรุษจีน
ส้มเขียวหวานแจ็คพ็อต
กระท้อนล่าฤดู
ผักชีหน้าฝน
บัวเข้าพรรษา
ชะอมหน้าแล้ง
ทุเรียนนอกฤดู
มะม่วงนอกฤดู
เงาะนอกฤดู
ลำไยนอกฤดู
แตงโมหน้าฝน
พืชผักบนคันนา
เกษตร ทำน้อยได้มาก-ทำมากได้น้อย

เกษตรต่างแดน
แนวคิดเกษตรธรรมชาติ ฮาน คิว โซ
แนวคิดเกษตรธรรมชาติ คิวเซ
การทำเกษตรธรรมชาติ มาซาโอะ ฟูกูโอกะ
เกษตรเกษตรอิสราเอล
เกษตรเกาหลี
เกษตรสิงค์โปร์
เกษตรมาเลเซีย
เกษตรออสเตรเลีย
เกษตรเยอรมัน
เกษตรอเมริกา
เกษตรญี่ปุ่น
เกษตรไต้หวัน
เกษตรอินเดีย
เกษตรจีน
เกษตร เออีซี

สายตรง
ที่ 10 ไร่รวย
ที่ 50 ไร่รวย
คบเด็กทำนา
สู้ภัยแล้ง 1
สู้ภัยแล้ง 2
เจาะบาดาลส่วนตัว
หนี้ไร่ละหมื่น 10ไร่10หมื่น
มะนาวลูกละ 50 ตังค์ มีกำไร
บำรุงทุเรียนตามใจทุเรียน
ผักอินทรีย์แท้ๆ
บำรุงดินได้เงิน
ยกร่องน้ำหล่อ เสียเนื้อที่
มะนาววงปูน เสียมากกว่าได้
ดาวเรืองจัมบ้า
สมช. เยือน RKK
ฟักทอง
มะม่วงระยะชิด รายได้น้อย.... “?”
มะพร้าวน้ำหอม
นาข้าวสูตร 4+4+4
แจ๊คพ็อต V.S. ผสมผสาน
เลิกส้ม ลงปาล์มน้ำมัน
ปลูกข้าวในกระถาง
มะละกอฮอลแลนด์
พืชแซมยาง
ผักอินทรีย์ ตามออร์เดอร์
พริกไทย
ข้าวโพดสีม่วง
ถั่วแระญี่ปุ่น
หน่อไม้ฝรั่ง พันธะสัญญา
กุยช่าย
พริกแอ๊ปเปิ้ล
สตรอเบอรี่
สับปะรดกินสด
ไผ่ ไผ่ และไผ่
ผักหวานป่า
พืชใช้น้ำน้อย
ผักบุ้งจีน
องุ่นไร้เมล็ด
หอมแบ่ง
เกษตรอินทรีย์ ช้า
เกษตรแปลงเล็กในแปลงเล็ก

-------------------------------------------------------


ส่วนลึกของใจ

นับแต่ 2537 ชีวิตบนเส้นทางเกษตรเริ่มขึ้น กระทั่งถึงปัจจุบัน หากแบ่งห้วงเวลาเป็น 3 ช่วง พอจำแนกได้

*** ช่วงแรก 3 ปีแรก ปักหลักอยู่กองร้อย อ่านอ่านและอ่าน แล้วพบกับคำถาม เกษตรคืออะไร ? กระทั่งได้คำตอบ

*** ช่วงที่สอง 10 ปีแรก เป็นสีสันสัญจร ตระเวนไปทั่วราชอาณาจักร เหนือสุดที่เชียงดาว-เชียงใหม่ ไต้สุดที่กรุยบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ อิสานที่สว่างแดนดิน-อุดรธานี ที่สิรินธร-อุบลราชธานี ตะวันออกที่เมืองตราด และตะวันตกที่ด่านมะขามเตี้ย-กาญจนบุรี ด้วยการ พูดพูดพูด และสอนสอนสอน สไตล์ คิม ดอกสะเดา

*** ช่วงที่สาม 10 ปีหลัง ยุติงานสัญจรเป็นปักหลักอยู่ที่ RKK แล้วปรับการ พูดพูดพูดและสอนสอนสอน แบบ TALK SHOW สู่แนวใหม่เป็น พูดพูดพูด สอนสอนสอน และทำทำทำ ทำให้ดู ให้ลองทำกับมือ สไตล์ LEARNING BY DOING

เป้าหมายที่ต้องการ คือ ทำเป็น ทำได้ ทำใช้ ทำขาย ทำแจก และสุดท้าย เททิ้ง
ทั้งสองช่วงชีวิตการสอน คงได้ผลบ้าง แต่ไม่รู้ เพราะไม่มีใครแจ้งกลับ

ไม่ต้องทั้งหมด ครึ่งหนึ่งก็ไม่ต้อง เศษหนึ่งส่วนสี่ ก็พอ (พระราชดำรัสฯ)
แต่ที่นี่ ใจจริงขอเพียงเศษหนึ่งส่วนพัน แห่งพระราชดำรัสก็พอ .... ว่ามั้ย

งานนี้ไม่เลิก เมื่อสไตล์เดิมได้ผลแค่นั้น จึงต้องเพิ่มงาน “เขียน” ขึ้นมาอีก จากข้อมูลช่วง 10 ปีแรกที่ “พูดกับเขียน” ในวารสารเกษตรใหม่ เอามา เสริม/เติม/เพิ่ม/บวก กับที่ “พูด-เขียน” ในเน็ตของช่วง 10 ปีหลัง แล้ว GROOPING & REWRITE ออกมาเป็น หัวใจเกษตรไท....สไตล์ คิม ซา กัสส์ นี้นี่แล....

คิม ซา กัสส์
(081) 913-4986


------------------------------------------------------------------------


.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 14/04/2017 5:58 pm, แก้ไขทั้งหมด 43 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
niracha
หนาวดึ่ง
หนาวดึ่ง


เข้าร่วมเมื่อ: 15/11/2009
ตอบ: 17

ตอบตอบ: 25/09/2016 1:59 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.

กำหนดวางจำหน่ายเมื่อใดครับ ซื้อทางไปรษณีย์ได้ใช่ไหมครับ

รอซื้อครับลุง


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 119

ตอบตอบ: 27/09/2016 7:35 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
.
.

ตอนนนี้ทำ ARTWORK สิ้นเดือน ก.ย.คงเสร็จ
เดือนหน้า ขึ้นแท่นพิมพ์-เข้าเล่ม สิ้นเดือน ต.ค. คงเสร็จ
เดือน พ.ย. ต่อ ธ.ค. เผชิญหน้าคนอ่าน ซื้อไปเป็นของขวัญปีใหม่ 2560 2017 ได้


รวบรวมข้อมูลจากประสบการณ์ตรง 20 ปี แบ่งเป็น ช่วง 10 ปีแรก โครงการสีสันสัญจรทั่วราชอาณาจักร +วิทยุ +วารสารเกษตรใหม่..... ช่วง 10 ปีหลัง โครงการปักหลักอยู่กับที่ ที่ RKK +วิทยุ +อินเตอร์เน็ต .... เก็บเรื่อราวทั้งหมดมาทำ GROOPING & REWRITE ใหม่ แล้วพบว่า โอ้โฮ เกษตรนี่ หัวข้อเรื่อง (เน้นย้ำ...แค่หัวข้อ) เยอะปานนี้เชียวเหรอ

GROOPING เรื่องใหม่ แบ่งเป็นเรื่องใหญ่ๆ ที่เป็นหัวใจจริงๆ ได้ 4 เรื่อง นี่คือ "หัวใจเกษตร" ทำเองได้เป็นอิสระ คือความเป็น "ไท" ไม่ขึ้นแก่คนขาย จึงกลายเป็น "หัวใจเกษตรไท" .... (ไท. ไม่มี ย.ยักษ์ แปลว่า อิสระเสรีเหนือสิ่งใด)

จะกระทำการใดก็ตาม ในสิ่งที่กระทำนั้นต้องมี จุดสำคัญสุดของงาน หรือหัวใจของงาน
จะทำเกษตร จุดสำคัญของงานเกษตร หรือหัวใจของงานเกษตร ย่อมต้องมี ว่ามั้ย
หัวใจคน-หัวใจเกษตร มี 4 ห้อง .... ห้องที่ 1 ปุ๋ย, ห้องที่ 2 ยา, ห้องที่ 3 เทคโน, ห้องที่ 4 โอกาส

หะแรก ความหนา 2,000 หน้า ใหญ่กว่าสมุดโทรศัพท์หน้าเหลือง น่ากลัวมากกว่าน่าอ่าน
คิดจะจับแยกห้อง ห้องละเล่ม เล่มละเรื่อง เชื่อเถอะ คนซื้อแค่เล่มเดียวอ่านเรื่องเดียว แล้วไปทำจะประสบความสำเร็จได้ไง เพราะ รู้ไม่ครบทำไม่ครบ เพราะ "ขี้เกียจ+ปฏิเสธ" การอ่าน

ว่าแล้ว ตัด/ลด/ย่อ/เปลี่ยน/ปรับ เหลือ 1,000 หน้า ..... ไซส์นี้ใจไม่สู้ไม่กล้าอ่าน
เจตนา+ตั้งใจ ทำหนังสือ หนา/ใหญ่ เพื่อให้ทุก เรื่อง/หัวข้อ อยู่ในเล่มเดียวกัน ใช้งานได้ตลอดอายุขัยของจักรวาลไปเลย

ความหนา 1,000 หน้า ราคา 1,000 บาท = หน้าละ 1 บาท
ความหนา 1,000 หน้า เนื้อหากว่า 500 สูตร

บางสูตรสั้นๆ หน้าเดียว 2 สูตร
ไม้ผลมากหน่อย มะฯ ละ 4-5 หน้า

หนังสือเล่มนี้ไม่ล้าสมัยตกยุค เก็บไว้ใช้ได้ตลอดชีวิต ถึงลูกหลานเหลนโหลนภายหน้า
ตราบใดที่ต้องพึ่งพาเกษตร ทำกิน-ทำใช้-ทำขาย-ทำแจก จำเป็นต้องมีความรู้

ความรู้ที่โรงเรียน มีครูคนเดียวมาสอนหน้าห้อง คนเรียนรู้แค่ที่ครูสอน
ความรู้ อ่านเองที่บ้าน เรียนเองที่แปลง ครูสอนหลายคน คนเรียนรู้มากกว่าครูสอนหน้าห้องเรียน

ความรู้จากหนังสือเล่มนี้ ข้อมูลมากกว่าเรียนจบปริญญาเอก เพราะ....
ปริญญาเอก ดอกเตอร์ เรียนเรื่องเดียว
หนังสือ "หัวใจเกษตรไท" รวบรวมข้อมูลเรื่องเดียวกันจาก 10-20 ดอกเตอร์

แนะนำ.... ซื้อไว้ 2 เล่ม เล่มนึ่งปิดทองเก็บไว้บนหิ้ง เล่มนึงวางบนโต๊ะอ่าน คนอื่นอ่านได้แต่ห้ามยืมออกนอกบ้าน เพราะยืมแล้วจะไม่คืน .... เห็นมาหลายราย

รายการวิทยุวันนี้ไปได้50จังหวัด ประชาชน50,000,000 ทำมา20ปีคนฟังราวๆ 1,000,000ล้าน (มั้ง)
คนฟัง1,000,000 ขอเป็นลูกค้าคนซื้อ1,000คน ก็คุ้มเกินคุ้ม

ไม่ต้องทั้งหมด ครึ่งหนึ่งก็ไมต้อง เศษหนึ่งส่วนสี่ก็พอ ....(พระราชดำรัสฯ)



หนังสือเล่มมนี้ ไม่วางแผง ซื้อที่ชมรมฯ หรือสั่งซื้อทาง ปณ.ได้ .... ขอให้ติดตามข่าว


.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 06/10/2016 6:17 am, แก้ไขทั้งหมด 2 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 119

ตอบตอบ: 05/10/2016 5:45 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
(อ้างอิง : หนังสือ "หัวใจเกษตรไท" ....)


วิชั่นใหม่คนทำนาข้าว (1)....

นาหว่าน :
พื้นที่ 1 ตร.ฟุต (30 ซม. x 30 ซม. หรือ 1 ศอกแขน)
หว่านเมล็ด 10 เมล็ด (ลงทุนเมล็ดพันธุ์ 10 เมล็ด .... 1 ไร่ = ?)
ได้ต้นข้าว 10 ต้น ไม่แตกกอ ลำเล็กขนาดหลอดดูดยาคูลท์
ต้นข้าว 10 ต้นได้ข้าว 10 รวง รวงละ 100 เมล็ด = 1,000 เมล็ด
ข้าว 1,000 เมล็ด เป็นข้าวลีบ 250 เมล็ด
ที่เหลือเป็นเมล็ดแต่ เป็นท้องไข่ เมล็ดไม่ใสไม่แกร่ง ไม่มีน้ำหนัก = ไม่มีราคา

ลงท้าย :
นาหว่านลงทุนเท่าไหร่ ?
คุณภาพ/ปริมาณข้าวที่ได้ เท่าไหร่ ?
ขายได้เท่าไหร่ ?

เปลี่ยน/ปรับ/แก้ อย่างไร ?



นาหยอด/นาดำ :
พื้นที่ 1 ตร.ฟุต (30 ซม. x 30 ซม. หรือ 1 ศอกแขน)
หยอด/ดำ 1 เมล็ด (ลงทุนเมล็ดพันธุ์ 1 เมล็ด .... 1 ไร่ = ?)
ได้ต้นข้าว 1 ต้น แตกกอเป็น 50 ลำ ลำใหญ่ขนาดหลอดดูดเฉาก๊วย
ต้นข้าว 1 ลำได้ 1 รวง รวงละ 100 เมล็ด
ข้าว 50 ลำ ได้ข้าว 5,000 เมล็ด
ข้าว 5,000 เมล็ด ข้าวลีบไม่มี ไม่เป็นท้องไข่ เมล็ดใส/แกร่ง น้ำหนักดี = มีราคา

ลงท้าย :
นาดำ/นาหยอด ลงทุนเท่าไหร่ ?
คุณภาพ/ปริมาณข้าวที่ได้ เท่าไหร่ ?
ขายได้เท่าไหร่ ?







ภาษิตยี่สิบล้อ : ไม่มีใครช่วยคุณได้ นอกจากคนในกระจก


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 17/10/2016 5:57 am, แก้ไขทั้งหมด 4 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 119

ตอบตอบ: 05/10/2016 5:09 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
(อ้างอิง : หนังสือ "หัวใจเกษตรไท" ....)


เกษตรอินทรีย์ ช้า
จาก :
(061) 387-19xx
ข้อความ : เกษตรอินทรีย์ช้า ไม่ได้ผล เพราะอะไร ?
ตอบ :
คำว่า “ช้า” คืออะไร.... หลักภาษาไทย ช้า-เร็ว ความหมายคือ “เวลา” .... เล็ก/ใหญ่ เบา/หนัก สูง/ต่ำ ความหมายคือ ขนาด
** นาข้าว 110 วัน ...... ช้าคือ 120วัน 150วัน เก็บเกี่ยว ยังงั้นเหรอ ?
** เผือก 7 เดือน ........ ช้าคือ 8เดือน 10เดือน เก็บเกี่ยว ยังงั้นเหรอ ?
** ผัก 45 วัน ........... ช้าคือ 60วัน2เดือน เก็บเกี่ยว ยังงั้นเหรอ ?
** มะม่วง ทุเรียน 120 วัน .... ช้าคือ 150วัน5เดือน 180วัน6 เดือน เก็บเกี่ยวยังงั้นเหรอ

หรืออะไรที่บอกว่า “ช้า” อยากจะเดาว่า พืชอินทรีย์ “โตช้า” ไม่ปรู๊ดปร๊าดเหมือนพืชเคมี เพราะปัจจัยพื้นฐานเพื่อการเพาะปลูก คือ “ดิน-น้ำ-แสงแดด/อุณหภูมิ/ฤดูกาล-สารอาหาร-สายพันธุ์-โรค” โดยเฉพาะปัจจัย “สารอาหารหรือปุ๋ย” ไม่มี ไม่ใช่ ไม่เพียงพอ สาเหตุเกิดมาจาก “ทำผิดหรือไม่ได้ทำ” พืชจึงไม่ได้รับสารอาหาร หรือดูดซึมสารอาหารไปใช้ไม่ได้เพราะสารอาหารนั้นถูกปฏิกิริยาบางอย่างจับตรึงเอาไว้ ไม่ปล่อยให้พืชเอาไปใช้ ที่เรียกว่า “ดินไม่กินปุ๋ย หรือ ดินตาย” นั่นเอง

ปัจจัยหลักที่แท้จริง คือ “ดิน” (พูดอยู่เสมอว่า ดินต้องมาก่อน ดินต้องมาก่อน ดินดีได้แล้วกว่าครึ่ง ดินไม่ดีเสียแล้วกว่าครึ่ง) ดินดีคือดินมีอินทรีย์วัตถุ โปร่ง ร่วนซุย น้ำและอากาศผ่านสะดวก สภาพดินแบบนี้จะมีจุลินทรีย์โดยอัตโนมัติ เรียกว่า “จุลินทรีย์ประจำถิ่น” หน้าที่ของมนุษย์ประการหนึ่ง คือ เสริม/เติม/เพิ่ม/บวก จุลินทรีย์กลุ่มใหม่ และสารอาหารสำหรับจุลินทรีย์ประจำถิ่น

กรณีพืชอินทรีย์หรือเกษตรอินทรีย์ช้า สาเหตุหลักจริงๆมาจาก “ระยะเวลา” นั่นคือ ไม่รู้ไม่เข้าใจ อินทรีย์ คืออะไร ต้นไม้ต้นพืชไม่ได้กินอินทรีย์ แต่กินสารอาหารที่ออกมาจากอินทรีย์ .... อินทรีย์แปลว่า “ร่าง” หรือตัวตนของสิ่งมีชีวิต คือ มนุษย์ สัตว์ พืช จุลินทรีย์ เมื่ออินทรีย์เน่าสลาย แล้วถูกจุลินทรีย์เข้าย่อยสลายเปลี่ยนสภาพหรือสถานะให้กลายเป็นของเหลว เป็นสารอาหารพืช ที่เรียกว่า “ปุ๋ย” นั่นแหละ

เกษตรอินทรีย์ คือ เกษตรที่อาศัยสารอาหารจากอินทรีย์วัตถุโดยมีจุลินทรีย์เป็นผู้ผลิต จุลินทรีย์จึงเปรียบเสมือน “แม่ครัว” การที่แม่ครัว (จุลินทรีย์) จะผลิตอาหารและสิ่งจำเป็นอื่นๆที่พืชต้องการได้ ช้าหรือเร็ว มากหรือน้อยน้อย ดีหรือด้อย ขึ้นกับ ปัจจัยเสริม-ปัจจัยต้าน เป็นองค์ประกอบ

** สมการปุ๋ยอินทรีย์ :

วัสดุหลักถูก + วัสดุเสริมถูก + จุลินทรีย์ถูก + วิธีทำถูก + อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องผิด = ไม่ได้ผล
วัสดุหลักถูก + วัสดุเสริมถูก + จุลินทรีย์ถูก + วิธีทำผิด + อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องผิด = ไม่ได้ผล
วัสดุหลักถูก + วัสดุเสริมถูก + จุลินทรีย์ผิด + วิธีทำผิด + อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องผิด = ไม่ได้ผล
วัสดุหลักถูก + วัสดุเสริมผิด + จุลินทรีย์ผิด + วิธีทำผิด + อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องผิด = ไม่ได้ผล

วัสดุหลักผิด+วัสดุเสริมผิด+จุลินทรีย์ผิด+วิธีทำผิด อื่นๆที่เกี่ยวข้องผิด=ไม่ได้ผลยกกำลังห้า
วัสดุหลักถูก+วัสดุเสริมถูก+จุลินทรีย์ถูก+วิธีทำถูก+อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องถูก=ได้ผล ยกกำลังห้า

- ทุกหัวข้อต้อง “ถูก” เท่านั้น จึงจะ = ได้ผล
- หัวข้อใดหัวข้อหนึ่งเพียงหัวข้อเดียว “ผิด” = ไม่ได้ผลทันที

* KEYWORD เกษตร บ้านนี้พูดเสมอ คำว่า “ประวัติดิน บ่มดิน” นั่นคือ :
.... ประวัติดิน หมายถึง การปฏิบัติใดๆ ที่เป็นประโยชน์หรือโทษต่อดินด้วยระยะเวลาที่ต่อเนื่อง .... ปฏิบัติสิ่งที่เป็นประโยชน์ สะสมสม่ำเสมอ ดินย่อมดี .... ปฏิบัติสิ่งที่เป็นโทษ สะสมสม่ำเสมอ ดินย่อมไม่ดี .... ดินดี พืชเจริญเติบโต.... ดินไม่ดี พืชไม่โต

.... บ่มดิน หมายถึง การให้เวลาแก่จุลินทรีย์ในการปรับปรุงดินให้ดีและเหมาะสมต่อการปลูกพืช .... จุลินทรีย์ประจำถิ่น (ดีที่สุด .... อ้างอิง : มาซาโอะ ฟูกูโอกะ) จุลินทรีย์ทำเอง จุลินทรีย์ท้องตลาด

- กรณีที่เกษตรอินทรีย์ช้า น่าจะ (เน้นย้ำ...น่าจะ) มาจากประวัติดิน ดินที่สะสมสารที่เป็นโทษต่อการปลูกพืชไว้มาก ระยะเวลานาน เข้มข้นและรุนแรง ปัญหานี้แก้ไขได้ด้วย “อินทรีย์วัตถุ + สารปรับปรงบำรุงดิน+ จุลินทรีย์” บนเงื่อนไข “ระยะเวลา” เท่านั้น .... คนเป็นโรคเดียวกัน รักษาอย่างเดียวกัน แต่หายไม่พร้อมกัน เพราะภูมิพลังในร่างกายไม่เท่ากัน หรือร่างกายใครสะสมสิ่งเป็นพิษมากกว่า จึงรักษาหายยากกว่า อุปมาอุปมัย ฉันใดก็ฉันนั้น

- เชื่อว่าหากปัญหา “ประวัติดิน” หมดสิ้นไป และดินคืนสู่สภาพปกติ แล้วบำรุงพืชด้วยทั้งสารอาหารอินทรีย์ในดินทางราก และสารอาหารอินทรีย์ทางใบ การทำเกษตรแบบอินทรีย์จะ “เร็ว” กว่า เกษตรแบบเคมีอย่างแน่นอน

ความสำเร็จ :

- เกิดจาก หัว+ใจ .... “หัว” คือ สมอง-สมอง คือ ความรู้ .... ความรู้ คือ เรียน/ทำ .... เรียน/ทำ ตามคนที่ประสบความสำเร็จ .... “ใจ” คือ สติ (ไม่หลงตัวเอง), พฤติกรรม (ไม่ยึดติดแบบเดิมๆ), สัมมาทิฐิ (มุ่งมั่นแน่วแน่ ทำตามแนวทางที่ถูกต้องของธรรมชาติของพืช)

- แรกๆดี เพราะปุ๋ยต้นทุนเดิมในดินเหลือตกค้างมาก จุลินทรีย์ในชีวภาพดึงออกมาให้พืชได้กิน

ความล้มเหลว ด้านปุ๋ย :
- ในปุ๋ยอินทรีย์น้ำไม่มีสารอาหาร เพราะทำผิด .... แก้ไข ปรับเป็นสูตร มั่วซั่วซุปเปอร์
- ในปุ๋ยอินทรีย์แห้งไม่มีสารอาหาร เพราะทำผิด .... แก้ไข ปรับเป็นสูตร ปุ๋ยคอกซุปเปอร์

- ดิน/จุลินทรีย์ ไม่พร้อม ..... แก้ไข ทำให้ถูกต้องอย่างมีหลักวิชาการรองรับ (ไม่มีความรู้ ทำตามโผ) ด้วย ใส่/ให้/ทำ แต่สิ่งที่ถูกต้อง ไม่ใส่/ไม่ให้/ไม่ทำ สิ่งที่ไม่ถูกต้อง ถูกต้อง/ไม่ถูกต้อง วัดที่พืช ไม่ใช่วัดที่คน ... ต่อเนื่องสม่ำเสมอ กลายเป็น “ประวัติดิน” .... ระหว่างสร้างประวัติดิน รุ่นต่อรุ่น จะได้กับได้ แรกๆกำไรไม่มากแต่ต้นทุนต่ำ รุ่นต่อๆ ๆๆ มากำไรจะมากขึ้นๆ ๆๆ ต้นทุนก็ต่ำลงๆ ๆๆ ลง .... เท่าที่เห็นมา รุ่นแรกก็กำไรแล้ว

- อินทรีย์ที่ใช้ แห้งหรือน้ำ .... ให้ทางใบ คู่กับ ให้ทางราก

ความล้มเหลว จุลินทรีย์ :
- ไม่รู้ ไม่เป็น ไม่เชื่อ เพราะมองไม่เห็น
- ไม่ใส่ตัวใหม่เพิ่ม
- ไม่บำรุงตัวเก่าตัวเดิมให้ดีขึ้น
- ไม่ปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมสำหรับจุลินทรีย์
- ทำลายสภาพแวดล้อมเดิมที่เหมาะสม







ภาษิตยี่สิบล้อ : ไม่มีใครช่วยคุณได้ นอกจากคนในกระจก


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 17/10/2016 6:50 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1923

ตอบตอบ: 07/10/2016 12:15 am    ชื่อกระทู้: ขอจองเป็นเล่มแรก พำร้อมลายเซ็น ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม



ขอจองเป็นเล่มแรก พร้อมลายเซ็น (ลงวันที่ด้วยนะครับ) จะมารับด้วยตนเอง







จะให้เด็ก แม่โจ้ คนนี้เอาไว้อ่านครับ


ด้วยความเคารพ

ขอบคุณครับ.




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 119

ตอบตอบ: 07/10/2016 6:00 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
นาข้าวสูตรเลยตามเลย

COPPY จากหนังสือ “หัวใจเกษตรไท สไตล์ คิม ซา กัสส์ .... หัวใจห้องที่ 3 เทคโนโลยีการผลิต หัวข้อ “นาข้าวสูตรเลยตามเลย” .... ฝากให้ คิด/วิเคราะห์/เปรียบเทียบ ว่า ใช่/ไม่ใช่ อย่างไร ? เพราะอะไร ?

เหตุ-ผล-ลุย ! (สัจจะธรรม คือ มีเหตุย่อมมีผล .... ผลมาจากเหตุ....แก้ต้นเหตุไม่ได้ แก้ที่ปลายเหตุ .... แก้ยังไง) :


ฟาง :

เผาฟาง : เผาคือเผา เหมือนเผาบ้านฆ่าหนู ฆ่าผู้ก่อการร้าย 1 คน เกิดใหม่ 5 คน (ญาติพี่น้องโกรธ)
ผล .... จุลินทรีย์ประจำถิ่นตาย, ดินแข็งแน่น น้ำอากาศผ่านไม่สะดวก .... ลงท้าย ดินตาย ดินไม่กินปุ๋ย
ลุย ....ทำต่อไป เติมจุลินทรีย์ใหม่ เติมสารอาหารสำหรับจุลินทรีย์ประจำถิ่น ให้สารอาหาร (อิน ทรีย์-เคมี) ทดแทนสารอาหารที่ได้จากฟาง .... ฟาง 1 ตัน ได้ปุ๋ย 18 กก. (อ้างอิง : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

ย่ำเทือกไม่ประณีต :
เหตุ
..... ย่ำผิดย่ำถูก มากรอบน้อยรอบ ..... ย่ำถูกน้อยรอบ ดีกว่า ย่ำผิดมากรอบ
ผล .... ดินแน่น ขี้เทือกตื้น
ลุย .... ใส่ปุ๋ยน้ำชีวภาพ ระเบิดเถิดเทิง 30-10-10 (1 รอบ) แล้วหาโอกาส เสริม/เติม/เพิ่ม/บวก จุลินทรีย์หน่อกล้วย หรือจุลินทรีย์จาวปลวก 2-3 รอบ ห่างกันรอบละ 1 เดือน (จุลินทรีย์หน่อกล้วย จุลินทรีย์จาวปลวก มีแค่จุลินทรีย์ ไม่มีปุ๋ย)

สารเคมี (ยาฆ่าหญ้า) :
เหตุ
..... ยาฆ่าหญ้าใช้ตามเกณฑ์ข้างขวด หญ้าไม่ตายแค่ใบไหม้เท่านั้น ไม่เกิน 10-15 วัน งอกใหม่ใหญ่กว่าเก่า 60 วันสูงแซงต้นข้าว เพราะ หัว/ไหล/เหง้า ใหญ่ขึ้น
ผล .... เสียเวลา ต้นทุนสูญเปล่า
ลุย .... (ยาฆ่าหญ้า) งานนี้ต้อง "เลยตามเลย ไหนไหนก็ไหนไหน" บำรุงทั้ง "ข้าวและหญ้า" ไปพร้อมกัน โดยการให้สารอาหารทางใบเป็นหลัก ไม่ต้องกลัว หญ้า/วัชพืช แย่งอาหารต้นข้าว .... ให้สารอาหารทางใบ ต้น หญ้า/วัชพืช คงไม่โน้มใบตัวองมาแย่งสารอาหารข้าวที่ใบข้าวได้หรอก .... บำรุงแบบนี้ทั้ง “ต้นข้าว/ต้นหญ้า/วัชพืช” งามทั้งคู่ ก็ให้ปล่อยไป ใจเย็นๆ งวดหน้ารุ่นหน้า ให้เตรียมการไถกลบลงดิน สารอาหารที่ต้น หญ้า/วัชพืช ได้ไปก็จะกลับคืนลงดินเหมือนเดิม .... ว่าแต่ นาแปลงนี้มีปัญหาเรื่องน้ำชล ประทาน ปีหน้ารุ่นหน้าก็ปัญหาเดิมอีกนั้นแหละ ว่ามั้ย แล้วจะจัดการยังไงกับปัญหาโลกแตกแบบนี้ ถ้ากังวลว่า ต้นหญ้า/วัชพืช จะได้สารอาหารด้วย ว่าแล้วจึงไม่ให้ ฉะนี้แล้ว เราก็จะไม่ได้ข้าวด้วย หรือเท่ากับไม่ ได้อะไรเลย

เทคนิคการทำนาแบบเดิมๆ คือ ให้แต่สารอาหาร (ปุ๋ย) ทางดิน แบบนี้ต้น หญ้า/วัชพืช ซึ่งธรรมชาติหาอาหารเก่งกว่าต้นข้าวอยู่แล้ว ก็จะแย่งอาหารไปจากต้นข้าวจนหมด แล้วโตกว่าต้นข้าวแน่นอน นี่คือ "หญ้าขี่ข้าว" เป็นธรรมดา

การลบล้างความคิดเก่าๆ ของคนรุ่นเก่าๆ สามารถทำได้ด้วยวิธีเดียว นั่นคือ "หลักวิชาการ" เพราะ ฉะนั้นเราต้อง "แม่นสูตร แม่นหลักการ" จากนั้นรอเวลา สร้างประสบการณ์ ด้วยการทำความจริงให้ปรากฏ ว่าแต่ตัวเองแม่นสูตร แม่นหลักการ ในการทำนาข้าวมากน้อยแค่ไหน เท่านั้นแหละ

เลิกเชื่อข้างบ้าน เลิกเชื่อคนขายปุ๋ย แต่ให้เชื่อตัวเอง .... ว่าแต่ ตัวเองมีอะไรให้เชื่อได้บ้าง

อย่าหวังว่าจะต้องได้ผลผลิตมากเท่านั้นเท่านี้ แต่ให้ดูต้นทุนเป็นหลักว่า ได้จ่ายลงไปแล้วเท่าไหร่ .... การได้ข้าว 90 ถัง เท่าข้างบ้าน แต่เงินต้นทุนที่จ่ายไปน้อยกว่า ก็เท่ากับ ได้มากกว่า จากนั้นดู ข้าวลีบ-ข้าวปน-ข้าวป่น-น้ำหนัก ว่าใคร มาก/น้อย กว่ากัน

การกำจัด หญ้า/วัชพืช แบบหนึ่ง คือ เมื่อต้นข้าวสูงประมาณ 1 ฝ่ามือ ให้ปล่อยน้ำเข้าจนท่วมทั้งข้าว และ หญ้า/วัชพืช ทำให้ หญ้า/วัชพืช ส่วนหนึ่งจมน้ำตายแต่ต้นข้าวจะไม่ตาย แล้วจะเหลือ หญ้า/วัช พืช เพียงส่วนหนึ่งที่รอดจากน้ำท่วมได้ นี่เท่ากับลดจำนวน หญ้า/วัชพืช ได้ส่วนหนึ่งแล้ว

ถึงวันนี้คงทำอะไร หญ้า/วัชพืช ไม่ได้แล้ว แนะนำให้เดินหน้าต่อด้วยสูตร "เลยตามเลย-ไหนไหนก็ไหนไหน

ประสบการณ์ตรง
.... มีคนทำได้ หญ้าครึ่งหนึ่ง ข้าวครึ่งหนึ่ง บำรุงทางใบตามระยะสม่ำเสมอได้ข้าว 100 ถัง
อุทาหรเรื่องนี้ คือ ทำ=ได้ .... ไม่ทำ = ไม่ได้

ยาฆ่าหอยเชอรี่
... เอาน้ำออก น้ำไม่มีหอยอยู่ไม่ได้ น้ำน้อย (เปียกสลับแห้ง) ต้นข้าว=ดี, หอย=อยู่ไม่ได้

ยาฆ่าหนู
....ใช้สมุนไพร “ขมจัด” ฉีดต้นข้างระยะพลับพลึง (ใกล้เกี่ยว งดน้ำ....หนูเดินได้) หนูเจอต้นข้าวรสขมก็จะไม่กินเอง

นาหว่าน :
เหตุ
.... เพราะชอบหว่าน
ผล .... ต้นข้าวเบียดกัน ไม่แตกกอ
ลุย .... บำรุงด้วยสูตรนาข้าวตามระยะ ทั้งทางใบ และทางราก ตั้งแต่เริ่มถึงเกี่ยว เชื่อว่า บำรุงต้องดีกว่าไม่ได้บำรุงแน่นอน

ยูเรีย 16-20-0 :
เหตุ
.... เพราะยึดติดแบบเดิมๆ
ผล .... ทุกส่วนของต้นข้าวไม่สมบูรณ์ เพราะได้รับสารอาหารไม่ครบ
ลุย ....ให้ปุ๋ยสูตรนาข้าว ทั้งทางใบทางราก ต้นข้าวจะได้รับปุ๋ยครับทุกตัว

ข้าวปน :
เหตุ
.... เพราะเอาข้าวปนไปปลูก
ผล .... ถูกตัดราคา
ลุย .... ปนให้ปน บำรุงด้วยสูตรนาข้าว ถึงปนก็เป็นข้าวมีคุณภาพ

ชาวนามือใหม่ สิงห์บุรี :
1. “หญ้าขี่ข้าว”
.... แก้ไขโดยการให้ปุ๋ยทางใบเป็นหลัก บำรุงทั้งสองอย่างไปเลย โตทั้งสองอย่างก็ช่างมัน เพราะถ้ามัวแต่กลัวหญ้าโตเลยไม่ให้ ต้นข้าวก็เลยอดด้วย เอาเถอะ ให้ปุ๋ยทางใบแล้ว ใบหญ้าไม่โน้มใบมาแย่งอาหารต้นข้าวที่ใบข้าวหรอก แต่ถ้าให้ปุ๋ยทางราก อันนี้ต้องยอม รับก่อนว่า ต้นหญ้าหาอาหารเก่งกว่าต้นข้าว ใส่ปุ๋ยลงไป 10 ส่วน หญ้าเอาไปกิน 8 ส่วน ต้นข้าวได้แค่ 2 ส่วนเท่านั้น

* ทำไงได้ นาข้าวรุ่นนี้ ต้องเลยตามเลย ไหนไหนก็ไหนไหน รุ่นหน้าเอาใหม่ เกี่ยวข้าวแล้วเอาปุ๋ยที่หญ้าเอาไปนั้นกลับคืนมาโดยการไถกลบ

* ประสบการณ์ตรง
นาข้าวริมถนนสายบายพาส สิงห์บุรี ข้าวครึ่งหญ้าครึ่ง บำรุงทางใบทุก 7 วัน ไม่ให้ปุ๋ยทางดิน ยังได้ข้าว 120 ถัง

2. “ใส่น้ำหมักระเบิดเถิดเทิงแล้วขี้เทือกลึกไม่เท่ากัน” .... สาเหตุมาจากสภาพโครงสร้างเดิมของดินบริเวณนั้น บอกแล้วไงว่า ดินเขาดินเรา แม้แต่ดินของเราเอง ดินตรงนั้นกับดินตรงนี้ มันยังไม่เหมือนกันเลย แม้ว่าจุลินทรีย์ที่ไปจากน้ำหมักโดยตรง กับจุลินทรีย์ประจำถิ่นที่ได้รับสารอาหารจากน้ำหมักจะช่วยปรับสภาพดินได้ แต่ก็ต้องอาศัยระยะเวลาด้วย ....

วิธีการแก้ไข :
ถ้าตอนทำเทือกไม่ได้ใส่ ยิบซั่ม ปุ๋ยอินทรีย์ กระดูกป่น ก็ให้ใส่ ถ้าใส่แล้วก็ไม่ต้องใส่ แต่ให้ใส่ซ้ำน้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิงอีกครั้ง ด้วยสูตรเดิม อัตราเดิม ไม่ต้อง +ปุ๋ยเคมีเพิ่ม วิธีให้คราวนี้คงใช้วิธีผสมน้ำแล้วเดินสาดอย่างเดิมไม่ ได้ แต่ให้ใช้เครื่องฉีดพ่น ปรับหัวฉีดให้เม็ดน้ำใหญ่ๆ ฉีดแหวกต้นข้าวลงดินไปเลย เน้นเฉพาะ บริเวณที่ขี้เทือกยังตื้น ประมาณ 7-10 วัน ลงไปสำรวจอีกครั้งจะรู้สึกเลยว่าดีขึ้น

3. “แมลงอะไรไม่รู้กัดใบข้าว เห็นใบเหลือแต่เส้นใบสีขาว” .... ไม่บอกว่าแมลงชื่ออะไร ถ้าบอกต่อไปก็จะรู้แต่แมลงตัวนี้ ตัวอื่นไม่ยอมรู้ เอาเป็นว่า แมลง คือ แมลง ตัวนี้คือแมลงปากกัดปากดูด ก็คุณบอกมันกัดกินใบข้าวไงล่ะ

* แมลงทุกแมลงที่กัดกินใบข้าวเพราะมันชอบรส ชาดของใบข้าว ถ้าเราเปลี่ยนรสใบข้าวให้เป็นรสชาดอย่างอื่น แมลงก็จะไม่กิน กับแมลงรู้จักกลิ่นใบข้าว ถ้าเราเปลี่ยนกลิ่นใบข้าวเป็นกลิ่นอย่างอื่นซะล่ะ แมลงก็จะไม่เข้าหา ว่าแล้วก็ให้จัดการเปลี่ยนทั้งรสและกลิ่นใบข้าวซะเลย ทำสารสมุนไพร “ขมจัด + เผ็ดจัด + กลิ่นจัด” ให้เอา บอระเพ็ด ฟ้าทะลายโจร พริกแกง ขิง ข่า ตะไคร้ สาบเสือ ดาวเรือง

* วิธีทำง่ายๆ เอาฟ้าทะลายโจร บอระเพ็ด สาบเสือ ดาวเรือ รวมกัน ต้มพร้อมกัน ส่วนพริกแกงก็ให้ใส่เพิ่ม ข่า ตะไคร้ ขิง ใส่เยอะๆ แล้วโขลกด้วยกันไปเลย เวลาใช้ก็เอาทั้งที่ต้มแล้ว กับที่โขลกแล้วมาใช้รวมกันเลย งานนี้ต้องฉีดบ่อยหน่อย แรกๆ อาจจะวันเว้นวัน แมลงเบาลงแล้วอาจจะวันเว้น 3-5 วัน ก็ดูเอาตามความเหมาะสม ยังไงๆ อย่าลืม “กันก่อนแก้” ก็แล้วกัน

----------------------------------------------------------------------------



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 119

ตอบตอบ: 07/10/2016 6:18 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
XAMPLE :
ขั้นตอนหนึ่งของเรื่อง “มะนาวแจ๊คพ็อต” จากหนังสือ “หัวใจเกษตรไท” หัวใจห้องที่ 4 “โอกาส” ....


มะนาวแจ็คพ๊อต หมายถึงผลมะนาวแก่เก็บเกี่ยวได้กลางเดือน เม.ย. (13 เม.ย.) ราคาแพงสุด ช่วงต้นเดือน เม.ย. กับ ปลายเดือน เม.ย. ยังราคาแพงอยู่บ้าง แต่ช่วงเดือน มิ.ย.- ก.ค.- ส.ค. ราคาต่ำสุด

ต้องการผลมะนาวแก่เก็บเกี่ยวได้กลางเดือน เม.ย. ต้องทำออกดอกกลางเดือน ต.ค. หากมะนาวออกดอกต้นเดือน ต.ค. จะแก่เก็บเกี่ยวได้ต้น เม.ย. และหากมะนาวออกดอกปลาย ต.ค. ก็จะแก่เก็บเกี่ยวได้ปลายเดือน เม.ย.

มะนาวที่ออกดอกต้นเดือน ต.ค. ต้องการให้ผลแก่เก็บเกี่ยวได้กลาง เม.ย. ทำได้โดยบำรุงด้วย “ยืดอายุผลให้แก่ช้า” สามารถทำให้ผลแก่ช้ากว่าปกติ 15-20 วัน

มะนาวที่ออกดอกปลายเดือน ต.ค. ต้องการให้ผลแก่เก็บเกี่ยวได้กลาง เม.ย. ทำได้โดยบำรุงด้วย “เร่งผลให้แก่เร็ว” สามารถทำให้ผลแก่เร็วกว่าปกติ 15-20 วัน

การทำให้ต้นมะนาวออกดอกกลางเดือน ต.ค. จำเป็นต้องงดน้ำ ปรับ ซี./เอ็น. เรโช ในเดือน ส.ค.-ก.ย. แล้วเปิดตาดอกในเดือน ก.ย. ... เดือน ส.ค.- ก.ย. งดน้ำยากเพราะเป็นหน้าฝน

วิธีเร่งผลให้แก่ช้า :
ทางใบ :
ให้ ยูเรก้า + ไบโออิ + สารสมุนไพร 2 รอบ สลับ แคลเซียม โบรอน 1 รอบ ห่างกันรอบละ ทุก 7-10 วัน
ทางราก : ให้น้ำหมักชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง + 21-7-14 (500 กรัม)/ต้น /เดือน ให้น้ำทุก 2-3 วัน
หมายเหตุ :
- เริ่มปฏิบัติเมื่อเมล็ดเริ่มเข้าไคล
- สามารถยืดการแก่ของผลให้ช้าหรือนานกว่าอายุจริง 20-30 วัน

วิธีเร่งผลให้แก่เร็ว :
ทางใบ :
ให้ไบโออิ 0-0-50 หรือ 0-21-74 (สูตรใดสูตรหนึ่ง )+ สารสกัดสมุนไพร 250 ซีซี. ทุก 5-7 วัน 2-3 รอบ ฉีดพ่นพอเปียกใบ ช่วงเช้าแดดจัด
ทางราก : เปิดหน้าดินโคนต้นให้แดดส่องถึง นำอินทรีย์วัตถุคลุมโคนต้นออกให้หมด .... ให้น้ำหมักชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง + 8-24-24 (1/2-1 กก.) / ต้น ทรงพุ่ม 3-5 ม./เดือน .... ให้น้ำ 1 ครั้งเพื่อละลายปุ๋ยแล้วงดน้ำเด็ดขาด
หมายเหตุ :
- เริ่มบำรุงเมื่อผลแก่ได้ประมาณ 75% ของผลที่แก่ตามอายุจริง
- สามารถเร่งให้ผลแก่เร็วกว่าอายุจริง 10-20 วัน

- ควรวางแผนบำรุงให้ผลแก่เร็วกว่าปกติตั้งแต่เริ่มติดผล โดยการคำนวณอายุผลตั้งแต่ผสมติดถึงแก่เก็บเกี่ยวได้ แล้วบำรุงตั้งแต่ช่วงระยะผลขนาดกลางให้โตเร็วๆ และมากๆ ด้วยสูตร “หยุดเมล็ด-สร้างเนื้อ” เตรียมรอไว้ล่วงหน้า

- หลังจากเริ่มบำรุงด้วยสูตร “บำรุงผลแก่ก่อนเก็บเกี่ยว” แล้ว ขนาดของผลมะนาวจะไม่โตขึ้นอีกหรือหยุดการเจริญเติบโต แต่โครงสร้างภายในของผลจะเปลี่ยนเป็นผลแก่แม้ว่าอายุผลจะน้อยกว่าความเป็นจริงแต่คุณภาพของผลไม่แตกต่าง

- เทคนิคทุกอย่าง ทุกขั้นตอน ทุกช่วงพัฒนาการของพืช จะได้ผลก็ต่อเมื่อมี “ความสมบูรณ์สะสม” ในต้นเป็นพื้นฐาน ความสมบูรณ์ของต้นขึ้น อยู่กับ “ปัจจัยพื้นฐาน” ดิน-น้ำ-แสงแดด/อุณหภูมิ/ฤดูกาล-สารอาหาร-สายพันธุ์-โรค ....

** ดินต้องมาก่อน ดินดี ปุ๋ยทางดิน ผิดสูตร แต่ปุ๋ยทางใบถูกสูตร ต้นพืชต้นไม้ก็ O.K.
** ดินจะดีได้ ต้องใส่สิ่งบำรุงดิน (แยกให้ออก อะไรบำรุงดิน อะไรทำลายดิน) ยิบซั่ม ตราคนกับควาย กระดูกป่น ขี้วัวขี้ไก่แกลบดิบ (เน้นย้ำ....ขี้วัวขี้ไก่ ไม่ใช่ขี้ค้างคาว ขี้นกกระทา ขี้หมู)

* ปุ๋ยเคมีมาก ได้ผลผลิตมาก .... จริงเหรอ
* สารเคมียาฆ่าแมลง ฆ่าแมลงศัตรูพืชอย่างเดียว อย่างอื่นไม่ฆ่า .... จริงเหรอ
* ยาฆ่าหญ้า ใช้แล้วหญ้าตาย .... จริงเหรอ
* ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า ทำให้จุลินทรีย์ตาย จุลินทรีย์ตาย=ดินตาย .... ว่ามั้ย

- สูตรทำไบโออิ ยูเรก้า น้ำหมักชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง อยู่ที่หัวใจห้อง 1

------------------------------------------------------------------------


.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 07/10/2016 8:39 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 119

ตอบตอบ: 07/10/2016 6:23 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.

XAMPLE :
ขั้นตอนหนึ่งของเรื่องจากหนังสือ “หัวใจเกษตรไท” หัวใจห้องที่ 1 “ปุ๋ย-จุลินทรีย์” ....


จาก :
(098) 746-28xx
ข้อความ : ปุ๋ยน้ำชีวภาพ สูตรมั่วซั่ว ใช้ผักตลาดสดล้วน หมักมานาน 3 เดือน ฟังผู้พันแล้วเข้าใจว่า มีอาหารพืชแต่ในผักเท่านั้น ถามคนสอนบอกว่า ถูกต้องแล้ว ใช้แล้วดีเอง ผมไม่เชื่อ เชื่อผู้พันมากกว่า ถามผู้พันว่าเราจะต้องทำอย่างไร ให้มีอาหารพืช .... ขอบคุณครับ
ตอบ :
เชื่อ/ไม่เชื่อ ว่ากันที่เหตุและผล ไม่ใช่บุคคล จงเป็นตัวของตัวเอง มีข้อมูลของตัวเองทั้งที่เป็นวิชาการ และประสบการณ์


น้ำหมักชีวภาพสูตร มั่วซั่วซุปเปอร์
หลักการและเหตุผล :

- วัตถุประสงค์ของการทำน้ำหมักชีวภาพเพื่อให้ได้สารอาหาร (ปุ๋ย .... หลัก/รอง/เสริม/ฮอร์โมน) พืช จุลินทรีย์ และสารอาหารสำหรับจุลินทรีย์ประจำถิ่น

- เพราะพืชต้องกินสารอาหาร (ปุ๋ย) และมีจุลินทรีย์เป็นผู้ ผลิต/ปรุง สารอาหาร (แม่ครัว)
- “มั่วซั่ว” แปลว่า ไม่มีหลักเกณฑ์หลักการ ส่งเดช โมเม ไม่รู้จริง เดาสุ่ม
- ซุปเปอร์ แปลว่า ดีกว่าหรือเหนือกว่า กับพวกเดียวกัน
- วัสดุส่วนผสมที่นำมาทำแล้วให้สารอาหารจาก “น้อยสุด ไปหา มากสุด” ดังนี้ ...

* พืช น้อยกว่า หอยเชอรี่
* หอยเชอรี่ น้อยกว่า ปลาน้ำจืด
* ปลาน้ำจืด น้อยกว่า ปลาทะเล,
* ปลาทะเลอย่างเดียว น้อยกว่า ปลากุ้งหอยปูทะเล

***** สรุป : กุ้งหอยปูปลาทะเล มีสารอาหารมากชนิดที่สุด



- สาอาหารมี 2 ชนิด คือ “เคมีชีวะ” และ “เคมีสังเคราะห์”
.... เคมีชีวะ ได้มาจากอินทรีย์วัตถุ อยู่ในธรรมชาติ
.... เคมีสังเคราะห์ ได้มาจากการผลิตโดยมนุษย์ อยู่ในกระสอบ

- น้ำหมักชีวภาพที่ทำแล้วมีสารพืชอาหารน้อย หรือไม่มีเลย หรือมีไม่ครบ แก้ไขได้ด้วย “เสริม/เพิ่ม/เติม/บวก” สารอาหารลงไป ทั้งชนิดและปริมาณตามความต้องการ

** ต้องการแบบ “อินทรีย์ 100%” ให้ เสริม/เติม/เพิ่ม/บวก น้ำมะพร้าว นมสด ฯลฯ
** ต้องการแบบ “อินทรีย์ เคมี ผสมผสาน” ให้ เสริม/เติม/เพิ่ม/บวก โดย ....

“อินทรีย์” : น้ำมะพร้าว. นมสด.
“เคมี” : แม็กเนเซียม. สังกะสี. รอง/เสริม. ธาตุหลัก. ตามชนิดพืช

หมายเหตุ :

- แบบอินทรีย์ 100% นอกจากน้ำมะพร้าว นมสดแล้ว เพิ่มอย่างอื่นที่เป็นอินทรีย์ตามหลักวิชาการได้อีก .... น้ำต้มก้นหม้อก๋วยเตี๋ยว ไม่ได้ขายก๋วยเตี๋ยว ก็ทำขึ้นมา ใส่สารพัดให้มากกว่าน้ำก๋วยเตี๋ยว เอาไปให้ต้นพืชกิน เรื่องของเรื่องคือ พืชกินอะไร

....ไข่ขาว ผงชูรส ทำให้พืชออกดอกดี แล้วไข่ขาวกับผงชูรสมีสารอาหารตัวไหน ระหว่าง N P K Ca Mg S Fe Cu Zn Mn Mo B Si Na

.... ฮอร์โมน ไซโตไคนิน จิ๊บเบอเรลลิน ฟาโวนอยด์ ควินนอยด์ โพลิตินอล ฯลฯ

- แบบอินทรีย์-เคมี, เคมีชีวะ-เคมีสังเคราะห์, ผสมผสานกัน ส่วนไหนใส่มากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับชนิดของพืชที่ต้องการใช้

*** ทางใบทางราก อินทรีย์ชีวภาพ ดีแค่ไหน ถ้าดินไม่ O.K. ทุกอย่างที่ไปก็ NO.K.

---------------------------------------------------------------------



.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 08/10/2016 6:03 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 119

ตอบตอบ: 08/10/2016 6:00 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.

XAMPLE :
ขั้นตอนหนึ่งของเรื่อง “มะลิแจ๊คพ็อต” จากหนังสือ “หัวใจเกษตรไท” หัวใจห้องที่ 4 “โอกาส” ....

สายตรง :
สมช. :
ดินวัดได้ 5.0 = กรดจัด
ลุงคิม : น้ำขังค้างมั้ย ?

สมช. : ขัง
ลุงคิม : ใส่ปุ๋ยเคมีประจำๆ ๆๆ ๆๆ มาตลอดมั้ย ?

สมช. : ตลอด
ลุงคิม : ยาฆ่าหญ้ามั้ย ?

สมช. : ใช้
ลุงคิม : ยาฆ่าแมลงมั้ย ?

สมช. : ใช้
ลุงคิม : ดินเป็นกรดเพราะคนทำ ตัวเองนั้นแหละทำ น้ำขังค้างเพราะไม่ทำช่องระบาย ไม่ทำแปลงแบบสะเด็ดน้ำ แถมใส่กรดลงไป เชื่อมั้ยรู้มั้ย ปุ๋ยเคมีตัวมันเองเป็นกรด ยาฆ่าหญ้าตัวมันเองเป็นกรด ยาฆ่าแมลงตัวมันเองเป็นกรด ในขณะที่จุลินทรีย์ช่วยปรับสภาพดิน ช่วยลดความเป็นกรดของดินได้กลับฆ่ามันทิ้ง นอกจากไม่ใส่จุลินทรีย์กลุ่มใหม่แล้ว ยังไม่เลี้ยงจุลินทรีย์ประจำถิ่นที่มีอยู่เดิมในธรรมชาติอีก

.... ดินดี ไม่มีโรค พืชเจริญเติบโตดี
.... งานนี้ แก้ไขด้วยการ พรวนดิน ยกร่องแห้ง พร้อมกับใส่ ยิบซั่มธันเดอร์แคล (ไม่ปุ๋ยเคมี), ตราคนกับควาย, ขี้วัวขี้ไก่แกลบดิบ, กระดูกป่น, หญ้าแห้งคลุมสันแปลง, รดด้วยรดน้ำหมักระเบิดเถิดเทิง 30-10-10

.... ใจเย็นๆ ต้องใช้เวลา คือ ให้เวลาแก่จุลินทรีย์ ช่วยปรับสภาพดินให้ ช่วยกำจัดเชื้อโรคในดินให้ เกษตรอินทรีย์ ช้าหรือเร็ว อยู่ที่จุลินทรีย์

.... ระหว่างนี้ ให้ปุ๋ยทางใบ สหประชาชาติ+ยาสมุนไพร สลับ แคลเซียม โบรอน
.... โรคทางดิน ไฟธอปเทอร์ร่า พิเทียม ฟูซาเลียม สเคลโรเทียม ไรซ็อคโทเนีย ไส้ เดือนฝอยรากปม กับอีก 10 ชื่อโรคไม่ได้ท่องมา ทุกโรคเกิดเองตามธรรมชาติเมื่อดินเป็นกรดจัด ถ้าดินไม่เป็นกรดจัดก็ไม่เกิด หรือดินเป็นกรดจัดเกิดโรคแล้วแก้ดินให้หายจากเป็นกรดโรคตายเอง .... ยาเชื้อไตรโคเดอร์ม่า กำจัดเชื้อโรคในดิน ไตรโคเดอร์ม่าไม่สู้ดินกรด (ดร.จิระเดช แจ่มสว่าง ผู้ค้นพบ) ใส่ไตรโคเดอร์ม่าลงไปแล้วเจอดินกรด ไตรโคเดอร์ม่าตายแล้ว ทั้งๆที่ยังไม่ได้สู้กับเชื้อโรคเลย

- งานเกษตรยุคนี้ ผลิตแล้วขาย ขายผลผลิตโดยตรง 100ปีไม่รวย สร้างมิติทางความคิดใหม่ ขาย BYPRODUCT ผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง หรือเกี่ยวข้อง หรือแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม หรือทำแจ๊คพ็อต ปีเดียวรวยได้ ... เช่น :

- ปลูกกุหลาบ ขายดอกกุหลาบ 100 ปี ไม่รวย .................................... แต่
* ขาย ปุ๋ย/ยา/ฮอร์โมน/วิตามิน สำหรับกุหลาบ แถมพ่วงไม้อื่นได้ด้วย .............. ปีเดียวรวย
* ขายกุหลาบแจ๊คพ็อต กุหลาบวาเลนไทน์ กุหลาบย้อมสี ........................... ปีเดียวรวย
* มาลัยกุหลาบ สีดำ/สีม่วง/สีฟ้า/สีอื่น ............................................. ปีเดียวรวย
* ดอกไม้ทำมาลัย ดอกรัก-บานไม่รู้โรย-จำปี ย้อมสี ดำ-ม่วง-ฟ้า เป็นของแปลก .... ปีเดียวรวย
* แปรรูป ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ ................................................ ปีเดียวรวย

http://www.eco-agrotech.com/


สีกุหลาบกับความหมาย :
สีแดง :
รักแท้ แสนโรแมนติก ความรัก ความปรารถนา เป็นสิ่งนำโชคมาให้แก่หญิงหรือชายที่รับ .... กุหลาบสีแดงกับสีขาวในช่อเดียวกัน หมายถึง ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน .... กุหลาบสีแดงเข้มเหมือนไวน์แดง หมายถึง เธอช่างมีเสน่ห์ งดงาม .... กุหลาบตูมสีแดง หมายถึง ฉันเริ่มรักเธอแล้ว .... กุหลาบบานสีแดง หมายถึง ฉันรักเธอเข้าแล้ว

สีขาว :
ความรักอันบริสุทธิ์ เห็นอกเห็นใจกัน ความมีเสน่ห์ ความบริสุทธิ์ มิตรภาพ และความสงบเงียบ นำโชคให้แก่ผู้รับเช่นเดียวกับกุหลาบแดง .... กุหลาบตูมสีขาวหมายถึง เธอช่างไร้เดียงสาน่าทะนุถนอม ฉันรักเธอ

สีชมพู :
รักที่สุภาพอ่อนหวาน แทนคำขอบคุณความรักที่มีความสุขอย่างสมบูรณ์
สีเหลือง :
มิตรภาพที่ดี มิตรภาพเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ไม่มีเซ็กซ์มาเอี่ยว .... กุหลาบสีส้มกับสีเหลืองในช่อเดียวกัน หมายถึง ระลึกถึงด้วยความเสน่หา

สีส้ม : ความปรารถนา อันน่าหลงใหล ฉันยังรักเธอเหมือนเดิม
สีดำ : ความเสียใจ และความโศกเศร้า
สีม่วง : รักที่เปี่ยมเสน่ห์ รักแรกพบ
สีฟ้า : ความอดทน แข็งแกร่ง


ต้องการดอกใหญ่....
ทางใบ :
ไบโออิ + ยูเรก้า 2 รอบ สลับ แคลเซียม โบรอน 1 รอบ ห่างกันรอบละ 7-10 วัน ทุกครั้ง +ยาสมุนไพรเข้าไปด้วย
ทางดิน : ยิบซั่ม, ปุ๋ยอินทรีย์, กระดูกป่น, ขี้วัวขี้ไก่แกลบดิบ 4 เดือน /ครั้ง, น้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง 8-24-24 ทุก 2 เดือน, พรวนดินพูนดินโคนต้น ทุก 3 เดือน, ให้น้ำสม่ำ เสมอพอหน้าชื้น


กุหลาบย้อมสี :
อุปกรณ์ :

ดอกกุหลาบสีขาว, สีผสมอาหาร, แก้วน้ำ, น้ำอุ่น, น้ำส้มสายชู, กลูโคส, น้ำยาฟอกผ้าขาว
วิธีทำ :
1. เลือกกุหลาบีขาวบริสุทธิ์ สดใหม่สมบูรณ์ บานมาก/น้อยตามต้องการ ดอกที่บานมากกว่าจะได้ผลดีกว่าดอกบานน้อยกว่า

2. ใช้น้ำสะอาด 1 ล. + สมสายชู 2 ช้อนโต๊ะ + กลูโคส 2 ช้อนโต๊ะ + น้ำยาฟอกขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ ใส่ทีละอย่างคนให้เข้ากันดีก่อนจึงใส่ตัวใหม่ ใส่ครบแล้วนำลงผสมกับน้ำอุ่น 4 ล. ใส่ช้าๆ พร้อมกับคนให้เข้ากันดี จากนั้นจึงเติม “สีผสมอาหาร” (สีที่ต้องการ) ลงไป 10-15 หยด หรือมากกว่าเพื่อความเข้มของสี ใส่ช้าๆ พร้อมกับคนให้เข้ากันดีเช่นกัน สังเกต น้ำที่ผสมทุกรายการครบแล้วมีสี “ใส/สด” เป็นอันใช้ได้ ก็จะได้ “น้ำยาย้อมสี” ดอกกุหลาบตามต้องการ ... ตัดปุ๊บใส่ปั๊บ อย่าปล่อยนาน เพราะระบบออสโมซิสในพืชจะดูดอากาศเข้าไป เมื่อดูดน้ำสีหรือน้ำสารอาหารจะมีอากาศกั้นทำให้ระบบดูดซึมน้ำสารอาหารหรือน้ำสีไม่ดี .... เหมือนเตรียมท่อนพันธุ์สำปะหลัง ตัดปุ๊บล่วงลงถังละลายสารอาหาร (สังกะสี) ทันที อย่าติดทิ้งไว้นานเพราะ ท่อนพันธุ์จะดูดอากาศเข้าไปก่อน ท่อนพันธุ์นี้เมื่อนำไปปลูกจะเจริญเติบโตดีกว่าไม่ได้แช่ท่อนพันธุ์ หรือแช่ท่อนพันธุ์ผิดวิธี สำปะหลังต้นนั้นจะได้รับสารการกลุ่มสร้างแป้ง คือ สังกะสีตั้งแต่ก่อนเกิด

3. นำดอกกุหลาบพร้อมก้านมาตัดปลายก้านด้วยมีดคมๆ 1 นิ้ว เฉียง 45 องศา แล้วจุ่มเฉพาะโคนก้านลงไปในน้ำลึกๆ หรือจุ่มทั้งก้านทั้งดอกลงไปนอนแช่ในน้ำยาย้อมเสียเลยก็ได้

4. คอยสังเกตทุกๆ ชั่วโมง จะพบการเปลี่ยนสีของกลีบดอกกุหลาบตามลำดับ เนื่อง จากกุหลาบ (รอยตัดที่โคนก้าน) ดูดน้ำยาย้อมเสียเข้าไป จากโคนก้านไปถึงกลีบดอก ทำให้สีของกลีบดอกเปลี่ยนไปเป็นสีในน้ำย้อมสี กระทั่งครบ 24 ชม. กระบวนการดูดน้ำยาย้อมสีจะหยุดดูดสิ้นสุดลง สุดท้ายก็จะได้กุหลาบดอกใหม่ที่กลีบมีสีตามสีน้ำย้อม .... กรณี ทำกุหลาบสายสีในดอกเดียวกัน ให้ตัดปลายก้านตรงธรรมดาๆ แล้วผ่าเป็นแฉก 2แฉก 3แฉก 4แฉก แล้วแยกแฉกแหย่ลงไปในหลอดน้ำผสมสี หลอดสีที่ใช้แนะนำให้ให้หลอดดูดเฉาก๊วย ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป จับหลอดทั้งหมดมัดรวมกัน ใส่สีจนเต็ม สีละหลอด ตักแฉกก้านกุหลาบแล้ว แหย่งลงหยอดน้ำสี สีหรือหลอดละก้านที่ตัดเป็นแฉก ก้านกุหลาบดูดน้ำสีไปแล้วส่งไปที่ปลายก้านคือ ดอก หรือกลีบดอก แฉกก้านไหนดูดสีอะไร กลีบดอกก็จะเป็นสีนั้น

5. ถ้าต้องการทำดอกกุหลาบในดอกเดียวกันให้มีหลายสี ให้ผ่าก้านตามทางยาว แบ่งเป็นแฉกๆ แต่ละแฉกยาว 2-3 นิ้ว แล้วใส่แต่ละแฉกลงไปในแก้วที่ผสมสีเอาไว้แล้ว แยก 1 แฉก : 1 แก้ว : 1 สี เพื่อให้แต่ละแฉกแยกกันดูดสี จากนั้นก็รอเวลาให้ก้านดอกลำเลียงน้ำย้อมสีขึ้นส่งไปยังกลีบดอกเต็มที่แล้ว ถือเป็นพิธี

http://home.kapook.com/view54803.html


- ต้องการทำครั้งละมากๆ (30-50 ดอก) เป็นสีเดียว ใช้กะละมังเป็นภาชนะผสมน้ำยาย้อมสี แล้วใส่กุหลาบทั้งก้านลงไปนอนแช่เลยก็ได้

- ช่วงอากาศร้อน ใช้เวลาประมาณ 24 ชม. .... ช่วงอากาศหนาวเย็น ใช้เวลาประมาณ 48 ชม.
- นำกุหลาบที่ผ่านการย้อมเสียเรียบร้อยแล้ว ลงแช่ในน้ำสะอาด 10-15 นาที ก็พร้อมนำไปใช้งานได้

http://www.bloggang.com


-------------------------------------------------------------------------



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 119

ตอบตอบ: 13/10/2016 12:29 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.

XAMPLE :
ย่อหน้าหนึ่งจากหนังสือ “หัวใจเกษตรไท” หัวใจห้องที่ 1 “ปุ๋ย-ฮอร์โมน-จุลินทรีย์” ....


ปุ๋ยเคมีทางใบ :

ปุ๋ยทางใบชนิดน้ำ :

- เกษตรกร อเมริกา ยุโรป อิสราเอล ทำปุ๋ยน้ำทางใบใช้เองในบ้าน
- เกษตรกรไทยซื้อไดเร็คเซลล์ ลิตรละ 3,500 ลิตรละ 10,000

- มือผสมปุ๋ยน้ำทางใบที่หนองเสือ ปทุมธานี ผสมปุ๋ยส่งให้อเมริกา งวดละ 10,000-20,000 ล. ลงเรือที่ระยองไปโรงแพ็กที่เรือใหญ่ในมหาสมุทรแปซิฟิก แพ็กแล้วพะยี่ห้อภาษาฟิลิปปินส์ส่งฟิลิปปินส์ พะยี่ห้อภาษาไต้หวันส่งไต้หวัน พะยี่ห้อภาษามาเลเซียส่งมาเลเซีย พะยี่ห้อภาษาเวียดนามส่งเวียดนาม พะยี่ห้อภาษาอินโดเนเซียส่งอินโดเนเซีย ที่ไม่รู้และอยากรู้คือ พะยี่ห้อภาษาไทยส่งประเทศไทยหรือไม่เท่านั้น

- ในประเทศไทย ไม่มีคณะเกษตรมหาวิทยาลัยใด ไม่มีระดับปริญญาตรีโทเอก มีหลักสูตรการทำปุ๋ยน้ำทางใบสำหรับนักศึกษา ในขณะเดียวกันก็ไม่ ปลูกฝัง/ชี้นำ/แนะนำ ให้ นศ.สาขาการเกษตรด้านพืชขวนขวายหา ข้อมูล/ความรู้/ประสบการณ์ ด้วยตัวเอง ทั้งๆที่ “ปุ๋ย” เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับพืช

- ผู้มีความสามารถ ผสม/ผลิต ปุ๋ยนำทางใบได้ในวันนี้ ทุกคนใช้ “ประสบการณ์ตรง” ของตัวเองทั้งสิ้น
- สจล. (สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง) ส่ง นศ.สาขาเกษตร มาฝึกงานที่ RKK เน้น 3 วิชาสำคัญ คือ สูตรปุ๋ยน้ำ ระบบสปริงเกอร์ การจัดแปลงระยะชิด
- ปุ๋ยน้ำทางใบในประเทศไทยทุกชนิดพืช ทุกยี่ห้อ ทั้งชื่อไทยชื่อเทศ ทั้งขายตรงขายฝากขายปลีกขายส่งขายสดขายเชื่อ ทั้งลดแลกแจกแถม ล้วนทำในเมือไทยทั้งนั้น

แนวความคิดเบื้องต้น :
* ปุ๋ย หรือธาตุอาหาร หรือสารอาหาร ประกอบด้วย N. P. K. (หลัก), Ca. Mg. S. (รอง), Fe. Cu. Zn. Mn. B. Si. Na. (เสริม), จิ๊บเบอเรลลิน. ไคโตซาน. พาโคลบิวทาโซล. เอ็นเอเอ, อีเทฟ่อน, ฯลฯ (ฮอร์โมน), ทุกตัวมีประโยชน์ต่อพืชทั้งสิ้น

* ปุ๋ยน้ำให้ทางทางใบ สำหรับทุกพืช ทุกยี่ห้อ จากต่างประเทศหรือผลิตในประเทศ ต้องประกอบด้วยธาตุอาหาร (หลัก/รอง/เสริม) 16 ตัวนี้เป็นหลัก แล้ว เสริม/เติม/เพิ่ม/บวก ฮอร์โมนหรืออื่นๆ ตามความจำเป็นและเหมาะสม เป็นส่วนผสมเหมือนกันทั้งสิ้น .... จะต่างกันที่ “อัตรา ส่วนหรือปริมาณ” ของส่วนผสมแต่ละตัวที่ใช้ เรียกว่า “สูตร” เท่านั้น

* พืชที่ขาดหรือไม่ได้รับธาตุอาหารตัวใดตัวหนึ่ง จะปรากฏอาการ ณ บริเวณหรือส่วนของพืชนั้น เรียกว่า “โรคไม่มีเชื้อ” เพราะลักษณะอาการ เหมือน/คล้าย อาการของโรคพืช (โรคมีเชื้อ) .... โรคไม่มีเชื้อแก้ไขด้วยการการให้สารอาหาร และจัดการปัจจัยพื้นฐานฯ ให้เหมาะสม

* ธาตุอาหารกลุ่ม หลัก/รอง/เสริม เกิดเองได้ในธรรมชาติที่สมบูรณ์ เช่น ดินป่าเปิดใหม่ ดินโปร่งร่วนซุย น้ำ อากาศผ่านสะดวก เพราะมีอินทรีย์วัตถุและจุลินทรีย์

* ธาตุอาหารกลุ่ม ฮอร์โมน เกิดเองได้ในต้นพืชที่มีความสมบูรณ์สูง
* ปุ๋ย/ฮอร์โมน ให้แก่พืชแล้วจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีปัจจัยพื้นฐานเพื่อการเพาะปลูก ดิน-น้ำ-แสงแดด/อุณหภูมิ/ฤดูกาล-สายพันธุ์-โรค ที่ถูกต้องตามความเหมาะสมของพืชเป็นสิ่งรองรับ

* ปุ๋ยทางใบจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อเมื่อมีความ สมบูรณ์/เหมาะสม ของต้นรองรับ
* ต้นจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมีปัจจัยพื้นฐานฯ ที่เหมาะสมรองรับ
* ยูเรีย จี.เกรด ละลายน้ำ 6.0 ให้ทางใบ = ได้ .... 25-5-5 จี.เกรด ละลายน้ำ 6.0 ให้ทางใบ = ได้ใบใหญ่หนาเขียวเข้มกว่ายูเรีย

* แม็กเนเซียม ซัลเฟต (ปุ๋ยสำหรับทางใบโดยเฉพาะ) ละลายน้ำ 6.0 ให้ทางใบ = ได้เลย สังกะสี ซัลเฟต (ปุ๋ยสำหรับทางใบโดยเฉพาะ) ละลายน้ำ 6.0 ให้ทางใบ = ได้เลย....ทั้ง 2 ตัวนี้ ถ้าให้แบบแยกกัน เห็นผลไม่ชัดเจน แต่ถ้าละลายน้ำ 6.0 ด้วยกัน อัตราส่วน แม็กเนเซียม : สังกะสี 3 : 1 แล้วให้พร้อมกัน เห็นผลชักเจนมาก เพราะปุ๋ย 2 ตัวนี้ต้องไปคู่กัน

* แคลเซียม ไนเตรท (15-0-0 จี.เกรด) ละลายน้ำ 6.0 ให้ทางใบได้เลย โบรอน (เกรด 10 โมเลกุลน้ำ สำหรับทางใบโดยเฉพาะ) ละลายน้ำ 6.0 ให้ทางใบได้เลย .... ทั้ง 2 ตัวนี้ ถ้าให้แบบแยกกัน เห็นผลไม่ชัดเจน แต่ถ้าละลายน้ำ 6.0 ด้วยกัน อัตราส่วน แคลเซียม : โบรอน 3 : 1 แล้วให้พร้อมกัน เห็นผลชักเจนมาก เพราะปุ๋ย 2 ตัวนี้ต้องไปคู่กัน

* จากกรณีศึกษา แม็กเนเซียม ซัลเฟต+สังกะสี ซัลเฟต หรือ แคลเซียม+โบรอน ผสมกันแล้วให้แก่พืชได้ ฉันใด หากนำสารอาหาร (ปุ๋ย) ทางใบตัวอื่น บางตัว/ทุกตัว จับคู่กันตาม “หลักวิชาการและเหตุผล” แล้วให้แก่พืชย่อมต้องได้ ฉันนั้น


หลักการ ทำ/ใช้ ปุ๋ยทางใบ :
- เป็นปุ๋ยประเภทให้ทางใบ (GRANUAL, ABC, EDDHA, EDTA, CHELATED, ect)
- ธาตุหลัก แบบ 1 ผสมก่อนใช้ เช่น 15-0-0, 46-0-0, 0-52-34, 0-0-50 ฯลฯ
- ธาตุหลัก แบบ 2 สำเร็จรูปพร้อมใช้ เช่น 25-5-5, 30-10-10, 21-7-14 ฯลฯ
- ละลายในน้ำ pH 5.5-6.5
- ตรวจสอบการตอบสนองต่อตัวทำละลายก่อน เช่น ละลายในน้ำอุ่น หรือน้ำร้อน
- ตรวจสอบการเข้ากันได้ของส่วนผสมแต่ละตัว โดยทดลองผสมกันแต่ละตัวก่อน เพื่อจัดลำดับการใส่ก่อนใส่หลัง

- ความเข้มข้นของส่วนผสม (เนื้อปุ๋ย)
* ขั้นต้น : ส่วนผสม หลัก/รอง/เสริม ทุกตัว อัตรา 1-2%....ได้ผลระดับดีกว่าไม่ได้ให้เลย
* ขั้นกลาง : ส่วนผสม หลัก 6% รอง 3% เสริม 1% ...... ได้ผลปานกลาง
* ขั้นสูง : ละลายแยกระหว่างส่วนผสมแต่ละตัวเฉพาะตัวที่เข้ากันได้เตรียมไว้ ก่อนใช้จริงนำมาผสมกัน เช่น สูตร เอ. (หลัก 6%) + สูตร บี. (รอง 3%) + สูตร ซี. (เสริม 1%) + สูตร ดี. (พิเศษ ตามความจำเป็น) ทุกสูตร ปรุง/ผสม แบบแยกกัน ก่อนใช้งานจริงให้นำแต่ละสูตรมาผสมกัน อัตราใช้ ให้ใช้ตามที่กำหนดไว้สำหรับพืชแต่ละ ชนิด/ระยะ โดยเฉพาะ ...... ได้ผลสูงสุด

(บริษัทหนึ่ง นำส่วนผสม ปุ๋ย/ฮอร์โมน/อื่นๆ แยกบรรจุขวด ได้ 5 ขวด แล้วแยกชื่อแต่ละขวด ที่ขาดไม่ได้ คือ แยกขาย .... เวลาใช้จริงจะนำทั้ง 5 ขวดนั้นมาผสมรวมกันแล้วให้พร้อมกัน กรณีที่ ถ้าวันนี้มีไม่ครบ 5 ขวด ก็ให้ใช้เฉพาะขวดที่มีไปก่อน แล้วให้ขวดที่ขาดตามภายหลังได้ .... งานนี้ไม่ผิด สรุปได้ว่า ในทั้ง 5 ขวด รวมกันแล้ว คือ ปุ๋ย 16 ตัว ฮอร์โมน และอื่นๆ นั่นเอง....)

- ตรวจสอบลักษณะละลายเข้ากันดีของส่วนผสมแต่ละตัวจาก สี กลิ่น กาก ฝ้า ฟอง
- ผสมแล้ววัดค่า ถ.พ. (ความเข้มข้นของส่วนผสม) ที่ยอมให้ คือ 4-12
- ค่าความเข้มข้นต่ำ ใช้กับพืชล้มลุก อายุสั้น ฤดูกาลเดียว ได้ผลดี หากใช้ค่าความเข้มข้นสูงจะทำใบไหม้

- ค่าความเข้มข้นสูง ใช้กับพืชยืนต้น อายุนาน ให้ตามระยะปกติ = ได้ผลดี หากใช้ค่าความเข้มข้นต่ำต้องให้บ่อยครั้ง

- ผสมแล้วมีกากหรือตะกอน นอนก้นหรือแขวนลอย ถ้าเป็น “กากหรือตะกอนละเอียด” ถือว่าใช้การได้ เพียงเขย่าภาชนะบรรจุก่อนใช้งานเท่านั้น.... กากหรือตะกอนหยาบผ่านปากใบไม่ได้ แต่ให้ทางราก จุลินทรีย์ในดินจะปรับโครงสร้างกากหรือตะกอนปุ๋ยนี้ให้พืชนำไปใช้ได้เอง

- ปุ๋ยทางใบต่อพืชล้มลุก อายุสั้น ฤดูกาลเดียว พืชรับได้ทั้งทางใบและทางราก 1:1
- ปุ๋ยทางใบต่อพืชยืนต้น อายุนาน รับทางใบได้ 3-4 ส่วนใน 10 ส่วนของปริมาณทั้งหมดที่ให้ แม้ต้นได้รับน้อยแต่ประสิทธิผลของการให้ทางใบเหนือกว่าและเร็วกว่าให้ทางราก

- ปุ๋ยทางใบ พืชรับได้ทั้งทางใบและทางราก ส่วนปุ๋ยทางราก พืชรับทางรากได้ทางเดียว รับทางใบไม่ได้ เพราะโมเลกุลของปุ๋ยทางรากใหญ่ผ่านปากใบไม่ได้

- ปุ๋ยทางใบ ให้ทางใบและทางรากจะได้ผลสูงสุด เมื่อต้นมีความสมบูรณ์รองรับ
- กรณีที่ระบบรากทำงาน (ดูดสารอาหาร) ไม่ได้ เช่น ดิน น้ำ อากาศ ไม่เหมาะสม แก้ไขด้วยการให้ปุ๋ยทางใบแทน

- การให้ ธาตุหลัก ธาตุรอง ธาตุเสริม และ/หรือ อื่นๆ ไม่พร้อมกันแต่ระยะห่างการให้แต่ละครั้งไม่นานนัก ต้นพืชสามารถปรับตัวเองรับธาตุอาหารเหล่านั้นได้เอง

- ปุ๋ยทางใบชนิดน้ำธรรมดาๆ ทำให้เป็นปุ๋ยทางด่วนโดย เสริม/เติม/เพิ่ม/บวก กลูโคส 1-2% ของส่วนผสม
- ปุ๋ยทางใบ (เสริม) เหล็กคีเลต. หรืออะมิโน แอซิด. สำหรับเร่งยอด เสริม/เติม/เพิ่ม/บวก 1-2% ของส่วนผสม

- ปุ๋ยทางใบ (เสริม)ไคโตซาน. เสริม/เติม/เพิ่ม/บวก 5%, หรือ โบรอน. เสริม/เติม/เพิ่ม/บวก 2%, ของส่วนผสม สำหรับขยายขนาดผล

- ปุ๋ยทางใบ ใช้ ร่วม/ผสม กับปุ๋ยประเภท “เคมีชีวะ” เช่น น้ำมะพร้าวอ่อน/แก่, ผงชูรส, ฮอร์โมนก้นครัว, น้ำหมักชีวภาพสูตรฟาจีก้า, ฯลฯ ได้ตามความเหมาะสม หรือตามอัธยาศัย

- ปุ๋ยทางใบ ทุกสูตร ตัวเลขอัตราใช้ของส่วนผสม คลาดเคลื่อน +/- 3 ได้
- ปุ๋ยทางใบ ขึ้นทะเบียน แจ้งเฉพาะ “ชนิด” ของส่วนผสมเท่าที่ประสงค์แจ้ง ทั้งนี้ แจ้ง
ส่วนผสมตัวไหนก็จะตรวจเฉพาะตัวนั้น ตัวที่ไม่แจ้งจะไม่ตรวจ .... แจ้ง “ปริมาณ” ให้ตรวจพบคลาดเคลื่อนจากที่แจ้งได้ +/- 3% องค์ประกอบอื่นๆ ได้แก่ มาตรฐานแหล่งผลิต (โรงงาน) มาตรฐานวัตถุดิบในการผลิต สถานะทางกฎหมายผู้ผลิต อื่นๆตามระเบียบราชการ .... ฉะนี้ การขึ้นทะเบียนถือว่า “ผ่าน”

- ปุ๋ยทางใบ ผสมเสร็จเรียบร้อยพร้อมใช้แล้วแต่ง กลิ่น/สี เพื่อให้ดูขลังขึ้น
- ปุ๋ยทางใบ ใช้ ร่วม/ผสม กับสารสมุนไพรได้
- ปุ๋ยทางใบ ปุ๋ยทางราก ทุกตัวมีสถานะเป็น “กรด” ยกเว้น 0-42-56 เพียงตัวเดียวเท่านั้นที่มีสถานะเป็น “ด่าง”

- ปุ๋ยทางใบ ปุ๋ยทางราก ตัวเดียวที่พืชรับได้ทั้งทางใบและทางราก คือ 46-0-0
- ใช้น้ำสารสมุนไพร (พร้อมใช้) สำหรับผสมปุ๋ยทางใบ ผสมแล้วนำไปใช้จะได้ทั้ง
สารอาหาร (ปุ๋ย) และสารออกฤทธิ์ (ยา) พร้อมกัน

----------------------------------------------------------------------------



.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 24/10/2016 6:23 am, แก้ไขทั้งหมด 2 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 119

ตอบตอบ: 14/10/2016 4:50 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.

XAMPLE :
ย่อหน้าหนึ่งจากหนังสือ “หัวใจเกษตรไท” หัวใจห้องที่ 4 “โอกาส” ....



ผักอินทรีย์แท้ๆ
จาก :
(093)204-10xx
ข้อความ : อยากทำผักสวนครัว แบบอินทรีย์แท้ ไม่ปุ๋ยเคมี ไม่สารเคมี ต้องใช้ปุ๋ยลุงคิมสูตรไหนบ้าง ....
ตอบ :
ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ไม่มีปัญหา ปัญหามีให้แก้ไม่ใช่มีให้กลุ้ม ก่อนแก้ปัญหาตีโจทย์ให้แตก แล้วตอบโจทย์ ทีละข้อ-ทีละประเด็น-ทีละเรื่อง อย่างมีหลักการและเหตุผล

ปลูกผักสวนครัวก็เหมือนกับการปลูกพืชอย่างอื่น ทุกชนิด ไม่มีพืชใดในโลกที่หลีกพ้นปัจจัยพื้นฐานเพื่อการเพาะปลูก ดิน-น้ำ-แสง แดด/อุณหภูมิ/ฤดูกาล-สารอาหาร-สายพันธุ์-โรค ไปได้ หากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งมีปัญหาหรือไม่ถูกต้องเหมาะสมสำหรับพืชที่ปลูก ย่อมหมาย ถึงความล้มเหลว

ตัวความล้มเหลวจริงๆ คือ ไม่เจริญเติบโต ไม่ให้ผลผลิต ผลผลิตไม่มีคุณภาพ ศัตรูพืชมาก

รายละเอียดที่หายไป :
“ผักสวนครัว ?”

- กินใบ กินผล กินยอด กินดอก กินหัว
- อายุสั้นฤดูกาลเดียว อายุยืนนานหลายปี
- แปลงเล็ก แปลงใหญ่

“แบบอินทรีย์แท้ ?”
- มีสารอาหารเพียงพอ ครบ/ปริมาณ
- ชนิด น้ำ/แห้ง, ประเภท ทางใบ/ทางราก
- เปอร์เซ็นต์เนื้อสารอาหารน้อย แก้ด้วยการให้บ่อยๆ

“ไม่ปุ๋ยเคมี ?”
- ใช้อินทรีย์ (น้ำ แห้ง ทางใบ ทางราก) แทน
- ใช้ฮอร์โมนเขียว แทน
- สร้าง/สะสม ไว้ในดิน

“ไม่สารเคมี ?”
- ใช้สารสมุนไพร (สูตรรวมมิตร = ป้องกัน, สูตรเฉพาะ = กำจัด)
- ฉีดพ่นบ่อยๆ วันต่อวัน วันเว้นวัน วันเว้นสองวัน (ให้พร้อมกับ น้ำ+ปุ๋ย เพื่อประหยัดเวลา)
- ไอพีเอ็ม. (กับดักกาวเหนียว แสงไฟล่อ, ปลูกพืชไล่ศัตรูพืชแซมแทรก)

“ใช้ปุ๋ยลุงคิมสูตรไหน ?”
- ทางใบ : ใช้ปุ๋ยน้ำชีวภาพสูตรปรับโมเลกุล ฮอร์โมนธรรมชาติ
- ทางราก : ใช้ปุ๋ยน้ำชีวภาพ สูตรเหมาจ่าย

http://www.organicfarmthailand.com/?p=1978

เตรียมดิน-เตรียมแปลง :
ยิบซั่ม กระดูกป่น ขี้วัวขี้ไก่แกลบดิบ พรวนดินให้คลุกเคล้าเข้ากันดี ยกแปลงเป็นลูกฟูก หญ้าแห้งคลุมสันแปลงหนาๆ รดด้วยน้ำหมักชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง สูตรปรับโมเลกุล ให้น้ำวันเว้นวันพอหน้าดินชื้น ปล่อยทิ้งไว้ 15-20 วัน เพื่อบ่มดิน ระหว่างนี้ให้หมั่นถอนวัชพืช จึงลงมือปลูก

การบำรุง :
ให้น้ำ 20 ล. + น้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง สูตรปรับโมเลกุล (50 ซีซี.) + นมสด 50 ซีซี.” รดบนใบลงพื้นโคนต้นโชกๆ ทุก 5-7 วัน ให้น้ำปกติวันเว้นวันพอหน้าดินชื้น .... ฉีดพ่นสารสมุนไพรสูตรรวมมิตรเพื่อป้องกัน ทุก 3-5 วัน ฉีดพ่นสารสมุนไพรสูตรเฉพาะศัตรูพืชเพื่อกำจัด ทุก 3-5 วัน

การป้องกันกำจัดศัตรูพืช :
วิธีเขตกรรม :
หมายถึง การปลูกพืชหมุนเวียน การปลูกพืชผสมผสาน ปรับปรุงบำรุงปัจจัยพื้นฐาน ดิน-น้ำ-แสงแดด/อุณหภูมิ/ฤดู กาล-สารอาหาร-สายพันธุ์ ให้เหมาะสมเพื่อให้ต้นพืชสมบูรณ์แข็งแรง มีภูมิต้านทานโรคได้ด้วยตัวเอง

ใช้สารธรรมชาติ :
หมายถึง การใช้สารออกฤทธิ์ในพืชสมุนไพร และ/หรือ อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่สารเคมียาฆ่าแมลง

ชีววิธี :
หมายถึง การใช้เชื้อปฏิปักษ์ หรือเชื้อโรคของโรคพืช เช่น บูวาเลีย บาซิลลัสส์ ไตรโคเดอร์ม่า เอ็นพีวี การใช้สัตว์ธรรมชาติกำจัดศัตรูพืช

วิธีกล :
หมายถึง การใช้กับดักกาวเหนียว กับดักกาวเหนียวแสงไฟล่อ กับดักกาวเหนียวกลิ่นล่อ แสงไฟล่อลงน้ำ

หลักการและเหตุผล :
- สารอาหารสำหรับพืช คือ “ปุ๋ย” มี 2 อย่าง คือ ปุ๋ยอินทรีย์ กับ ปุ๋ยเคมี
- เมื่อคิดจะไม่ใช้สารอาหารจากปุ๋ยเคมีก็ต้องใช้สารอาหารจากแหล่งอื่นแทน ทั้งชนิดและปริมาณ ที่เพียงพอต่อการเจริญเติบ โตของต้นผัก ในกรณีที่จะได้เกรด เอ. จัมโบ้ ซูพรีม พรีเมียม

- ในอินทรีย์วัตถุก็มีสารอาหารพืช มีทั้ง ธาตุหลัก ธาตุรอง ธาตุเสริม ฮอร์โมน วิตามิน มากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับ ชนิดของอินทรีย์วัตถุ และวิธีการใช้

- จากสารอาหารที่เกิดเองตามธรรมชาติ สามารถนำมา เสริม/เติม/เพิ่ม/บวก/ปรับ ให้เป็น “ซุปเปอร์” ตามความต้องการได้ด้วยวิธี การแบบธรรมชาติๆ โดยไม่ส่งผลเสียใดๆต่อพืช

- เกี่ยวกับอาหารพืชประกอบด้วย .... ธาตุหลัก/ธาตุรอง/ธาตุเสริม/ฮอร์โมน/วิตามิน .... ประเภทให้ ทางใบ-ทางราก .... ชนิด น้ำ/เม็ด/เกร็ด/ผง .... สถานะทางวิทยาศาสตร์ เคมีชีวะ และเคมีสังเคราะห์

- เคมีชีวะ คือ ธาตุอาหารพืชที่เกิดเองตามธรรมชาติ มีชื่อเรียกและมีคุณสมบัติเป็นธาตุอาหารชัดเจน เกิดเองตามธรรมชาติ เช่น

** ในน้ำมะพร้าวอ่อนมีจิ๊บเบอเรลลิน กลูโคส ฯลฯ
** ในน้ำมะพร้าวแก่มี โซเดียม โปแตสเซียม แคลเซียม แม็กเนเซียม เหล็ก ทองแดง ฟอสฟอรัส ไซโตโคนิน กลูโคส ฯลฯ มีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของต้น ความสมบูรณ์ของต้นขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐานฯ มีโมเลกุลขนาดเล็กที่พืชสามารถรับทางปากใบ และรับทางปลายรากเข้าสู่ต้นได้เลย

** ในปลาทะเลมีมีธาตุอาหาร หลัก/รอง/เสริม ครบ 14 ตัว ที่มีมากเป็นพิเศษ คือ แม็กเมเซียม สังกะสี โซเดียม ฟลาโวนอยด์ ควินนอย โพลิตินอล ฮิวมัส ซึ่งในปลาน้ำจืดไม่มี ธาตุเหล่านี้เกิดมาจากกระบวนการย่อยสลาย (ENZIME) โดยจุลินทรีย์ มีโมเลกุลขนาดใหญ่พืชสามารถรับได้ทางปลายรากทางเดียว มีทั้งชนิดน้ำและชนิดแห้ง .... หากต้องการให้ทางใบต้องปรับโมเลกุลให้เป็นโมเลกุลเดี่ยวก่อนการใช้

** อาหารคน อาหารสัตว์ อาหารพืช ทุกตัว คือ ตัวเดียวกัน เช่น คนต้องการธาตุแคลเซียม พืชและสัตว์ก็ต้องการธาตุแคลเซียม, คนต้องการธาตุเหล็ก พืชและสัตว์ก็ต้องการธาตุเหล็ก หากคนสัตว์พืชหรือจุลินทรีย์ขาดธาตุอาหารตัวใดตัวหนึ่งจะเกิดโรค “ทุโภชนา หรือ ขาดสารอาหาร” ร่างกายจะชะงักการเจริญเติบโต

** ในเศษซากสัตว์และพืชมี ธาตุหลัก-ธาตุรอง-ธาตุเสริม-ฮอร์โมน-วิตามิน ครบทุกตัว มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิดของเศษซากนั้น ธาตุอาหารเหล่านี้จะเปลี่ยนรูปทางเคมี (ภาษาวิชาเคมี) มาอยู่ในรูปที่พืชสามารถนำไปใช้ได้ ต้องถูกหรือได้รับการย่อยสลายจากจุลินทรีย์ ภายไต้สภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม

** ในมูลสัตว์จะมีธาตุอาหารอะไร มากหรือน้อย พิจารณาจากอาหารที่สัตว์นั้นกิน และระบบย่ออาหารของสัตว์นั้น เช่น วัวไล่ทุ่งกินหญ้าเป็นหลัก ในมูลจึงมี N ที่มาจากหญ้ามาก ส่วนวัวเนื้อวัวนมอยู่ในฟาร์ม กินอาหารที่คนเลี้ยงจัดสรรให้เป็นการเฉพาะ ในมูลจึงมีธาตุอาหารครบมากกว่าวัวไล่ทุ่ง และ/หรือ ในมูลของสัตว์ปีก มี P และ K มากกว่าสัตว์สี่เท้า โดยมูลค้างคาวกินแมลง มีธาตุอาหารมากที่สุด .... ข้อมูลในสารคดีดิสคัพเวอรี่ บอกว่า มูลนกทะเล มีธาตุอาหารพืชมากที่สุด เนื่องจากนกทะเลกินแต่ปลาทะเลนั่นเอง


- เคมีสังเคราะห์ คือ (เคมี-มนุษย์สร้าง) ได้จากสารอนินทรีย์ หรืออินทรีย์สังเคราะห์ ซึ่งมีธาตุอาหารหลัก NPK โดยมีขบวนการตั้งต้นมาจากก๊าซแอมโมเนีย (NH3) ซึ่งได้จากการสังเคราะห์น้ำมันปิโตเลียม (ในโรงกลั่นน้ำมัน .... น้ำมันปิโตเลียม กลั่นเอาน้ำมันเชื้อเพลิงต่างแล้ว ยังทำน้ำมันอีกสารพัดชนิด ที่น่าคิดก็คือ นำมาทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่องได้อีกกว่า 50 ชนิด ผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่องตัวท้ายสุด คือ แอสฟัลส์ หรือยางมะตอย นั่นเอง) และเมื่อนำมารวมกับกรด ผ่านขบวนการทางเคมี จะได้ธาตุ N P K ออกมาเป็นแม่ปุ๋ยสูตรต่างๆ แล้วแต่ว่าจะใช้กรดชนิดใดในการทำปฏิกิริยา (ดังนั้นหากใช้ปุ๋ยเคมีไม่ถูกวิธีจะทำให้ดินเป็นกรด) หรือได้มาจากการผลิต หรือสังเคราะห์ทางอุตสาหกรรมจากแร่ธาตุต่างๆ ในธรรมชาติ หรือเป็นผลพลอยได้จากโรงงานอุตสาหกรรมบางชนิด

ผักอินทรีย์ : หมายถึง ผักที่ผลิตจากวัตถุธรรมชาติ 100% ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ไม่ใช้สารเคมียาฆ่าแมลงและสารกำจัดวัชพืช ไม่ใช้ฮอร์โมนสังเคราะห์ ไม่ใช้เมล็ดพันธุ์ดัดแปลงพันธุกรรม

ปุ๋ยอินทรีย์ : หมายถึง สารอาหารพืชที่ได้จากวัสดุธรรมชาติ ที่ผ่านกระบวนการผลิตอย่างถูกต้องเหมาะสม จนพืชสามารถรับได้ทั้งทางใบ และ/หรือ ทางราก เช่น น้ำหมักชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง (วัสดุธรรมชาติ : กุ้งหอยปูปลาทะเล เลือด ไขกระดูก นม น้ำมะพร้าว มูลค้างคาว)

ฮอร์โมนเขียว : หมายถึง สารอาหารพืชในตัวพืชที่พืชใช้พัฒนาตัวเอง เช่น น้ำคั้นไชเท้า น้ำมะพร้าว น้ำคั้นผักสด น้ำเต้าหู้ นมสด นมน้ำเหลือง น้ำก้นหม้อก๋วยเตี๋ยว น้ำนึ่งปลา น้ำหอยเผา น้ำล้างเขียงปลา (อ้างอิง : ดร.โช /เกาหลี ใช้น้ำคั้นผักกาดสดๆ รดให้แก่ผักกาดแล้วผักกาดต้นนั้นเจริญเติบโตดีมาก เพราะผักกาดต้นนั้นได้รับ สารอาหาร/ฮอร์โมน จากผักกาดโดยตรงนั่นเอง)

ผักปลอดสารพิษ หมายถึง ผักที่ไม่มีสารเคมียาฆ่าแมลงตกค้าง ในผลผลิตมีสารตกค้างไม่เกินระดับมาตรฐานที่กำหนด

ผักไร้สารพิษ
หมายถึง ผักที่ไม่ใช้สารเคมียาฆ่า หรือปุ๋ยเคมี แต่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ในผลผลิตต้องไม่มีสารพิษใดๆตกค้าง ทั้งสิ้น

ผักอนามัย
หมายถึง ผักที่ใช้สารเคมีในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช ใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อการเจริญเติบโตได้ มีสารตกค้างไม่เกินปริมาณที่กำหนด มีวิธีการปฏิบัติก่อนและหลังการเก็บเกี่ยว การขนส่ง และการบรรจุหีบห่อ มาตรฐาน

เกษตรธรรมชาติ ได้แก่
1. ไม่ไถพรวน การไม่ไถพรวน คือ พื้นฐานของเกษตรธรรมชาติ เนื่องมาจากธรรมชาตินั้น พื้นดินมีการไถพรวนโดยตัวของมันเองอยู่แล้ว โดยการแทรกชอนของรากพืช และการกระทำของจุลินทรีย์ทั้งหลาย รวมถึงสัตว์เล็กๆ และไส้เดือน

2. งดเว้นการใส่ปุ๋ย การปล่อยให้ดินอยู่ในสภาพของมันเอง ดินจะรักษาความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติเอาไว้ได้ ซึ่งเป็นไปตามวงจรพืชและสัตว์อย่างเป็นระเบียบเกษตรยั่งยืนแบบไร้สารพิษ

3. ไม่มีการกำจัดศัตรูพืช วัชพืช ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดิน และช่วยให้เกิดความสมดุลในสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพ

4. ไม่ใช้สารเคมี ในสภาพของเกษตรธรรมชาตินั้น หากปล่อยไว้ตามลำพังจะอยู่ในสภาพที่สมดุล แมลงที่เป็นอันตราย และโรคพืชมักมีเสมอ แต่ไม่เคยเกิดขึ้นในธรรมชาติ จนถึงระดับที่ต้องใช้สารเคมีที่มีพิษเกษตรยั่งยืนแบบไร้สารพิษ หมายถึง ระบบการผลิตที่ไม่ใช้สารเคมีใดๆทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นสารเคมีเพื่อป้องกันหรือปราบปรามศัตรูพืชหรือปุ๋ยเคมีทุกชนิด จะใช้แต่ปุ๋ยอินทรีย์ทั้งหมดและผลผลิตที่เก็บเกี่ยวแล้ว ต้องไม่มีสารพิษใดๆ ทั้งสิ้น (“สาระน่ารู้” เทคโนโลยีชาวบ้าน. 2545 : 55)

--------------------------------------------------------------------------

.




ภาษิตยี่สิบล้อ : ไม่มีใครช่วยคุณได้ นอกจากคนในกระจก


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 17/10/2016 6:51 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 119

ตอบตอบ: 21/10/2016 6:04 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
วิชั่นใหม่คนทำนาข้าว (2)....


ต้นทุนค่าปุ๋ย ทางใบ/ทางราก พื้นที่ 1 ไร่ :
ทำเอง :
- ทำเทือก ............. น้ำหมัก (?), 16-8-8 (10 กก.) 100
- บำรุงระยะกล้า ........ ไบโออิ (?), 18-38-12 (1 กก.) 10
- บำรุงระยะออกรวง .... ไทเป (?)
- บำรุงระยะน้ำนม ...... ไบโออิ + ยูเรก้า (?)
- รวม .................. (?)
หมายเหตุ (1):
"(?)" หมายถึง ต้นทุนที่ตัวเองทำ และปริมาณที่ตัวเองใช้
"(20 กก.) (1 กก.)" หมายถึง ราคาท้องตลาด



ต้นทุนค่าปุ๋ย ทางใบ/ทางราก พื้นที่ 1 ไร่ :
ซื้อเอง :
- ทำเทือก ............. น้ำหมักระเบิดเถิดเทิง 2 ล.(200), 16-8-8 สิบ กก.(100)
- บำรุงระยะกล้า ........ ไบโออิ 1/2 ล.(100), 18-38-12 หนึ่ง กก.(10)
- บำรุงระยะออกรวง .... ไทเป 1/4 ล.(50)
- บำรุงระยะน้ำนม ...... ไบโออิ 1/2 ล.(100)+ ยูเรก้า 1/2 ล.(200)
- รวม 200+100+100+10+50+100+200 = 760
หมายเหตุ (2):
- ซื้อ 100% ต้นทุน 760
- ซื้อ 50% ทำเอง 50% ต้นทุน 760หาร2

หมายเหตุ (3):
- นายกสมาคมชาวนา ต้นทุน 8,000
- ประธานสภาเกษตรกร ต้นทุน 3,000
- RKK ทำเอง ต้นทุน "?"
- RKK ซื้อ ต้นทุน 760

*** บนความเป็นจริง ต้นทุนค่าปุ๋ย 46-0-0+16-20-0 (2 กส.=1,800)




.




ภาษิตยี่สิบล้อ : ไม่มีใครช่วยคุณได้ นอกจากคนในกระจก
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 119

ตอบตอบ: 24/10/2016 6:06 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.

XAMPLE :
ตอนหนึ่งจากหนังสือ “หัวใจเกษตรไท” หัวใจห้องที่ 2 “ยา” ....


ปุจฉา วิสัชนา :
สัจจะธรรม ธรรมชาติ :
ศัตรูพืช (แมลง-หนอน-โรค) คือ สิ่งมีชีวิต มีวัฏจักรชีวิต เกิด-กิน-แก่-เจ็บ-ตาย-ขยายพันธุ์ ย่อมต้องการสภาพแวดล้อมเพื่อการดำรงชีวิตเผ่าพันธุ์ หากวัฎจักรช่วงใดช่วงหนึ่งถูกตัด วงจรชีวิตย่อมสิ้นไปด้วย

งานวิจัยไทย : ครูแพทย์แผนโบราณสอนศิษย์ ทดสอบให้เดินไป 20 วา แล้วหาอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ “ยา” มาให้ ศิษย์ที่หามาได้ครูให้สอบตก ศิษย์ที่หาไม่ได้แล้วให้เหตุผลว่าทุกอย่างเป็น “ยา” ได้ทั้งนั้น ศิษย์คนนั้น “สอบได้”

งานวิจัยฝรั่ง : ในโลกนี้มีพืช 2,400 ชนิด มีสารออกฤทธิ์ใช้ ป้องกัน/กำจัด ศัตรูพืชได้ .... คิด/วิเคราะห์/เปรียบเทียบ แล้ว สรุปได้เป็น 3 คือ กลิ่น-รส-ฤทธิ์ ในพืชที่เรียกว่า “สารสมุนไพร หรือสารออกฤทธิ์ หรือตัวยา” มีผลต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ศัตรูพืชนั่นเอ


สารพัดสูตร :
สูตรเฉพาะ :
หมายถึง สมุนไพรตัวหนึ่ง ที่มีสารออกฤทธิ์ตรงกับศัตรูพืชชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ ตอนเอามาก็แยกกันมา ตอนทำก็ทำแยกถังหรือภาชนะ ตอนใช้ก็ใช้ทีละอย่างตามต้องการ เช่น สะเดา หนอนตายหยาก หางไหล กลอย น้อยหน่า ซาก มันแกว มะลินรก ขอบชะนาง ฯลฯ ต่างก็มีสารออกฤทธิ์ต่อ “หนอน” โดยเฉพาะ เลือกใช้สมุนไพรเหล่านี้ อย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียวในการ ป้องกัน/กำจัด หนอน

สูตรรวมมิตร : หมายถึง สมุนไพรหลายตัว แต่มีสารออกฤทธิ์ตรงกับศัตรูพืชชนิดเดียวกัน ตอนเอามาแยกกัน ตอนทำก็ทำแยกถังหรือภาชนะ แต่ตอนใช้ เอาหลายๆอย่าง อย่างละตามต้องการมารวมกันแล้วใช้ เช่น
- สะเดา หนอนตายหยาก หางไหล กลอย น้อยหน่า ซาก ขอบชะนาง มะลินรก ฯลฯ ต่างก็มีสารออกฤทธิ์ ป้องกัน/กำจัด “หนอน” โดยเฉพาะ

- สาบเสือ ดาวเรือง บอระเพ็ด พริก ยาสูบ ฟ้าทะลายโจร ฯลฯ ต่างก็มีสารออกฤทธิ์ ป้องกัน/กำจัด “แมลง” โดยเฉพาะ
- ว่านน้ำ. กานพลู. ตะไคร้. กระเทียม. ข่า. ขิง. ขมิ้น. กระชาย ต่างก็มีสารออกฤทธิ์ ป้องกัน/กำจัด “โรค” โดยเฉพาะ

สูตรสหประชาชาติ : หมายถึง สมุนไพรหลายตัว แต่ละตัวต่างก็มีสารออกฤทธิ์ตรงกับศัตรูพืชชนิดนั้น แล้วเอามารวมกัน ทำพร้อมกันในถังหรือภาชนะเดียวกัน เช่น สมุนไพร ป้องกัน/กำจัด หนอน + สมุนไพร ป้องกัน/กำจัด แมลง + สมุนไพร ป้องกัน/กำจัด โรค แล้วใช้รวมกันหรือพร้อมกัน

สูตรหนามยอกหนามบ่ง : หมายถึง สมุนไพร ป้องกัน/กำจัด ในพืชสมุนไพร เช่น
- สะเดา โดนหนอนทำลาย ใช้น้อยหน่า ป้องกัน/กำจัด
- น้อยหน้าโดนหนอนทำลาย ใช้สะเดา ป้องกัน/กำจัด
- สาบเสือโดนเชื้อรา ใช้พริก

สูตรผีบอก : มิได้หมายถึงสมุนไพรโดยตรง แต่หมายถึงสิ่งที่เป็นอันตรายต่อการดำรงชีวิตหรือวงจรชีวิตของศัตรูพืช กระทั่งทำให้ศัตรูพืชนั้นตายได้


** ปัจจัยพื้นฐาน เสริม/ต้าน ศัตรูพืช :
กลิ่น :
แมลงเข้าหาพืชเพื่อวางไข่ หรือกัดกิน ด้วยการตามกลิ่นของพืชที่ต้องการ ถ้าพืชนั้นถูกเปลี่ยนกลิ่น หรือเอากลิ่นอื่นไปฉีดพ่นเคลือบไว้ แมลงก็จะเข้าใจผิด หลงคิดว่าไม่ใช่พืชที่ต้องการ หรือเป็นพืชชนิดอื่น .... ผลรับคือ แมลงไม่เข้าหาพืชนั้น

รส : แมลงหรือทายาท (หนอน) ของแมลง กินพืชเป็นอาหารเพราะต้องการรสชาดของพืชนั้น ถ้าพืชนั้นถูกเปลี่ยนรส เพราะมีพืชอื่นไปฉีดพ่นเคลือบไว้ แมลง/หนอน ก็จะเข้าใจผิด หลงคิดว่าไม่ใช่พืชที่ต้องการกิน หรือเป็นพืชชนิดอื่น .... ผลรับคือ ไม่มี แมลง/หนอน กัดกินพืชนั้น

ฤทธิ์ : คือตัวยาเฉพาะในสมุนไพรบางชนิด ที่แมลง หรือหนอน หรือเชื้อโรค กินแล้วตาย หรือหยุดการกิน แล้วรอเวลาตาย ไม่ช้าก็เร็ว เรียกว่า “เบื่อเมา” .... ผลรับคือ แมลง/หนอน ตาย หรือไม่กัดกินพืชนั้นอีก

ดิน :
- เป็นกรด เป็นสาเหตุให้เกิดโรคไฟธอปเทอร่า, พิเทียม, ฟูซาเลียม, สเคลโรเทียม, ไรซ็อคโทเนีย. ไส้เดือนฝอยรากปม. ฯลฯ
- ดินเค็ม ดินเปรี้ยวจัด ดินทรายจัด ดินปนกรวด และดินตื้น ทำให้ต้นพืชอ่อนแอ ไม่มีภูมิต้านทาน
- การถากถางพืชที่ปกคลุมหน้าดินจนเตียน ทำให้น้ำฝนชะเอาผิวหน้าดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ไหลไปด้วย
- การเผาพืช หรือหญ้าที่ขึ้นในไร่นา ทำให้แร่ธาตุและจุลินทรีย์ที่อยู่ในดินซึ่งมีประโยชน์ต่อพืชถูกทำลายไป
- ดินที่มีความลาดเอียงมาก จะทำให้น้ำฝนชะหน้าดินที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วย
- การปลูกพืชชนิดเดียวติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้แร่ธาตุในดินบางชนิดหมดไป ผลผลิตของพืชจึงลดลง
- การขาดความรู้เรื่องวิธีการใช้ปุ๋ยที่ถูกต้อง โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีถ้าใช้ไปในปริมาณมากเกินความต้องการของพืชจะทำให้ดินเสื่อมคุณภาพลง

น้ำ :
- ระดับปริมาณน้ำที่พืชต้องการ ได้ ชื้น ชุ่ม โชก แฉะ แช่ ตามชนิดของพืช หากไม่เหมาะสมก็เป็นอันตรายต่อพืช
- น้ำมาก รากแช่น้ำ เน่า
- น้ำมาก อากาศลงไม่ได้ รากขาดอากาศ จุลินทรีย์ดีตาย จุลินทรีย์เชื้อโรคเกิด
- ค่า pH. ไม่เหมาะสม พืชรับไม่ได้
- ค่าความเค็มไม่เหมาะสม (น้ำทะเล) ต้นพืชตาย
- การปล่อยน้ำให้ท่วมขังก็เป็นวิธีหนึ่งที่ทำลายเชื้อโรคพืชได้

แสงแดด :
- แดดดี ในทรงพุ่มร้อน ไม่มีเชื้อรา แมลงไม่วางไข่ ไม่มีหนอน
- ต้นพืชสังเคราะห์แสงดี มีความแข็งแรง เกิดภูมิต้านทานโรค
- ความร้อนจากแสงแดด ฆ่าเชื้อโรคได้โดยตรง

วิธีสกัดเอาสารออกฤทธิ์ (ตัวยา) :
- ประเภท ขม/ฝาด ................ใช้วิธี “หมัก/แช่
- ประเภท ขม/เผ็ด/ร้อน/เย็น ....... ใช้วิธี “ต้ม”
- ประเภท กลิ่น ..................... ใช้วิธี “กลั่น”



- อุณหภูมิ
- ฤดูกาล
- สารอาหาร
- สายพันธุ์
- โรค
- พาหะ
- วงจรชีวิต
- ศัตรูธรรมชาติ
- ตัวห้ำตัวเบียน
- เชื้อปฏิปักษ์
- ภูมิต้านทาน
- ไอพีเอ็ม




--------------------------------------------------------------------------



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 119

ตอบตอบ: 02/11/2016 4:02 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
.

คลิกที่ภาพ ดูภาพขนาดใหญ่....


1. ปกหน้า-ปกหน้าใน


2.



3.




4.



5.



6. ปกหลังใน



7. ปกหลังนอก


8.



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
somchai
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 21/07/2009
ตอบ: 1430

ตอบตอบ: 09/12/2016 2:51 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.

ยอดจองที่ผม 100 คนแล้วครับ รอหนังสือเสร็จ จะให้ โอนเงิน+ค่าส่ง ปณ มาที่ผมก่อน
แล้วผมจะรวบรวม "เงิน พร้อมรายชื่อ ที่อยู่" ให้กับลุงคิมส่งต่อ



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 119

ตอบตอบ: 18/12/2016 5:50 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
เบิกฤกษ์ เปิดตัว โชว์โฉม....

วันนี้ จันทร์ที่ 12 DEC ณ เวลา 10.01 น.
หนังสือ "หัวใจเกษตรไท-หัวใจเกษตรไท-หัวใจเกษตรไท" เปิดตัว เปิดใจ ....
ที่ชมรมสีสันชีวิตไทย สาขาศาลายา หน้า ม.มหิดล ศาลายา (พุทธมณฑลสาย4)
สอบถามรายละเอียด "น้ำส้ม" (085) 055-7706


PROGRAM พบปะ/ซื้อตรง ลุงคิม :
* ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ พบที่ชมรมสีสันชีวิตไทย สาขาศาลายา
* ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ สัปดาห์ที่ 1 และ 2 พบที่ RKK (ไร่กล้อมแกล้ม)
* ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ สัปดาห์ที่ 3 พบที่วัดท่าตำหนัก ใกล้แยกนครชัยศรี นครปฐม
* ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ สัปดาห์ที่ 4 พบที่วัดส้มเกลี้ยง ใกล้โรงกรองประปามหาสวัสดิ์ ถ.ตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี (กาญจนาภิเษก, วงแหวนตะวันตก)



PROGRAM พบปะ/ซื้อตรง คาราวาน :
* ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ สัปดาห์ที่ 1 ที่พยัคฆาราม (วัดเสือ) ศรีประจันต์ สุพรรณบุรี
* ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ สัปดาห์ที่ 2 ที่วัดหลวงพ่อโหน่ง สองพี่น้อง สุพรรณบุรี



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 119

ตอบตอบ: 18/12/2016 5:51 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.

วันแรก 12 DEC ที่ชมรมสาขาศาลายา ขายได้ 54 เล่ม....ไช โยยยยยยยยย !



.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 18/12/2016 6:10 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 119

ตอบตอบ: 18/12/2016 5:52 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.


วันที่สองของงานขาย วันนี้ 13 DEC ที่ชมรมสาขาศาลายา ขายได้ 12 เล่ม....เย ยยยยยยยย !

พบปะ สมช. 12 คน แต่ 1 ปัญหาเดียวกัน คือ หวังดี/แนะนำ คนข้างบ้าน
แล้วไม่มีใครเอาด้วยซักกะคน .... บรื๋ออออออออ



.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 18/12/2016 6:11 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 119

ตอบตอบ: 18/12/2016 5:54 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.

วันที่สามของงานขาย วันนี้ 14 DEC ที่ชมรมสาขาศาลายา ขายได้ 42 เล่ม....เย ยยยยยยยย !

พบปะ สมช. 8 คน ปัญหาเดียวกัน คือ หวังดี/แนะนำ คนข้างบ้าน
แล้วไม่มีใครเอาด้วยซักกะคน .... บรื๋ออออออออ




. Sad


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 18/12/2016 6:11 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 119

ตอบตอบ: 18/12/2016 5:55 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.

วันที่สี่ของงานขาย วันนี้ 15 DEC ที่ชมรมสาขาศาลายา ขายได้ 3 เล่ม....เย ยยยยยยยย !

พบปะ สมช. 2 คน ปัญหาเดียวกัน คือ หวังดี/แนะนำ คนข้างบ้าน
แล้วไม่มีใครเอาด้วยซักกะคน .... บรื๋ออออออออ




.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 18/12/2016 6:11 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 119

ตอบตอบ: 18/12/2016 5:55 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.

วันที่ห้าของงานขาย วันนี้ 16 DEC ที่ชมรมสาขาศาลายา ขายได้ 62 เล่ม....เย ยยยยยยยย !

พบปะ สมช. 1 คน ปัญหาเดียวกัน คือ หวังดี/แนะนำ คนข้างบ้าน
แล้วไม่มีใครเอาด้วยซักกะคน .... บรื๋ออออออออ




.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 18/12/2016 6:12 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 119

ตอบตอบ: 19/12/2016 6:04 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.

วันที่หกของงานขาย วันนี้ 17 DEC ที่งานสัญจรวัดท่าตำหนัก นครไชยศรี นครปฐม ขายได้ 84 เล่ม....เย ยยยยยยยย !

พบปะ สมช. 18 คน ปัญหาเดียวกัน คือ หวังดี/แนะนำ คนข้างบ้าน
แล้วไม่มีใครเอาด้วยซักกะคน .... บรื๋ออออออออ


คำถาม HOTHIT
- ผักอินทรีย์ ปลอด/ไม่ปลอด ปุ๋ยเคมี, ปลอดสารเคมี 100%
- ระบบสปริงเกอร์




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 119

ตอบตอบ: 19/12/2016 6:05 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.

วันที่เจ็ดของงานขาย วันนี้ 18 DEC ที่งานสัญจรวัดท่าตำหนัก นครไชยศรี นครปฐม ขายได้ 4 เล่ม....เย ยยยยยยยย !

พบปะ สมช.4 คน ปัญหาเดียวกัน คือ หวังดี/แนะนำ คนข้างบ้าน
แล้วไม่มีใครเอาด้วยซักกะคน .... บรื๋ออออออออ

สังเกตุ ตั้งแต่เริ่มขาย :
ส่วนที่ขายกับมือ พูดคุย MOUTH TO MOUTH - FACE TO FACT พบว่า
- สมช. 8 ใน 10 ท่าน เป็นคนหนุ่ม อายุระหว่าง 30-39 (ไม่ถึง 40)
- สมช. 9 ใน 10 ท่าน ทำงานมนุษย์เงินเดือน ทำงานเกษตรช่วยทางบ้าน

- แนะนำ ผู้ชาย หัวหน้าครอบครัว อายุ 40 ควรชัดเจน (เห็น/รู้) กับอนาคตครอบคัว
- แนำนำ ผู้หญิง แฟน ใช้สมองแทนกำลัง วางแผนแล้ว บริหาร สั่งการ





.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 119

ตอบตอบ: 19/12/2016 5:23 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
พบปะ/ซื้อตรง ลุงคิม :
* ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ พบที่ชมรมสีสันชีวิตไทย สาขาศาลายา
* ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ สัปดาห์ที่ 1 และ 2 พบที่ RKK (ไร่กล้อมแกล้ม)
* ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ สัปดาห์ที่ 3 พบที่วัดท่าตำหนัก ใกล้แยกนครชัยศรี นครปฐม
* ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ สัปดาห์ที่ 4 พบที่วัดส้มเกลี้ยง ใกล้โรงกรองประปามหาสวัสดิ์ ถ.ตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี (กาญจนาภิเษก, วงแหวนตะวันตก)


พบปะ/ซื้อตรง คาราวาน :
* ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ สัปดาห์ที่ 1 ที่พยัคฆาราม (วัดเสือ) ศรีประจันต์ สุพรรณบุรี
* ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ สัปดาห์ที่ 2 ที่วัดหลวงพ่อโหน่ง สองพี่น้อง สุพรรณบุรี



สั่งซื้อหนังสือทาง ปณ. :
* ชาตรี (081) 841-9874
* สมชาย (081) 408-4445
* น้ำส้ม (085) 055-7706

รายละเอียดต่างๆ สอบถามตามอัธยาศัย....นักรบไม่ว่ากัน





.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 21/12/2016 9:01 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
หน้า 1 จากทั้งหมด 2

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©