-
++kasetloongkim.com++
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - * อาหารอินทรีย์
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

* อาหารอินทรีย์

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 12118

ตอบตอบ: 06/04/2026 7:40 pm    ชื่อกระทู้: * อาหารอินทรีย์ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

*****************************************************************
................................. อาหารอินทรีย์ ..................................................

*****************************************************************
* เศษซากพืช แหล่งธาตุอาหารอินทรีย์ :
https://www.google.com/search?q=%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9%E0%B8%8B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A&rlz=1C1GCEA_enTH1067TH1067&oq=%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9%E0%B8%8B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A&gs_lcrp=EgZjaHJvbWUyBggAEEUYOTIHCAEQABjvBTIHCAIQABjvBTIHCAMQABjvBTIHCAQQABjvBdIBCjE2ODE4ajBqMTWoAgiwAgHxBXf-INg3srqG&sourceid=chrome&ie=UTF-8

*ธาตุอาหารสำคัญในเศษซากพืช :
ไนโตรเจน : สูงสุดในพืชตระกูลถั่ว (ส่วนเหนือดินและใต้ดิน) และส่วนเหนือดินของมันฝรั่ง
โพแทสเซียม : พบมากในส่วนเหนือดินของถั่วเหลือง ข้าวโอ๊ต และทานตะวัน
ฟอสฟอรัส : พบมากในเศษพืชตระกูลถั่วและเศษพืชส่วนใบ
คาร์บอน : แหล่งอาหารจุลินทรีย์ ปรับปรุงโครงสร้างดิน

ประโยชน์และการจัดการ :
การไถกลบ : ช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ทำให้ดินร่วนซุย และลดการใช้ปุ๋ยเคมี
การย่อยสลาย: เศษซากพืชส่วนใบย่อยสลายได้เร็วกว่า โดยเฉพาะในสภาพดินที่เหมาะสม


.......................................................................................................

* การไถกลบตอซัง :
https://alro.go.th/uploads/org/research_plan/download/article/article_20160902102029.pdf

* การจัดการดิน ปุ๋ยและเศษซากพืช :
https://kas.siamkubota.co.th/knowledge/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99-%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%8B%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9/

.........................................................................................................

* เศษซากพืช เป็นแหล่งธาตุอาหารอินทรีย์ ชั้นดี :
https://www.google.com/search?q=%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9%E0%B8%8B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A+%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C&rlz=1C1GCEA_enTH1067TH1067&oq=%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9%E0%B8%8B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A+%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C+&gs_lcrp=EgZjaHJvbWUyBggAEEUYOTIHCAEQABjvBTIHCAIQABjvBTIHCAMQABjvBTIHCAQQABjvBTIHCAUQABjvBdIBCjE2ODc5ajBqMTWoAgiwAgHxBd3ALq9FOUXi&sourceid=chrome&ie=UTF-8
* ประโยชน์ของเศษซากพืชต่อดินและพืช :
แหล่งธาตุอาหาร : ปล่อยไนโตรเจน (N), ฟอสฟอรัส (P), และโพแทสเซียม (K) จากการย่อยสลาย
ปรับปรุงโครงสร้างดิน : เปลี่ยนดินแน่นให้ร่วนซุย ระบายน้ำและถ่ายเทอากาศได้ดี
เพิ่มความชื้น : ช่วยให้ดินอุ้มน้ำได้มากขึ้น
เพิ่มจุลินทรีย์ : เป็นแหล่งอาหารชั้นยอดของจุลินทรีย์ในดิน ซึ่งช่วยย่อยสลายอินทรียวัตถุให้พืชใช้

* แนวทางการนำเศษซากพืชไปใช้ :
การไถกลบตอซัง : หลังจากเก็บเกี่ยว สามารถไถกลบฟางหรือเศษพืชลงในดินได้โดยตรงเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุ
การทำปุ๋ยหมัก : นำเศษใบไม้ เศษผัก และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาหมักกับปุ๋ยคอก เพื่อเพิ่มธาตุอาหาร
ปุ๋ยพืชสด : ปลูกพืชตระกูลถั่ว เช่น ปอเทือง ถั่วพุ่ม แล้วไถกลบตอนกำลังออกดอก เพื่อให้ได้ปุ๋ยสดที่ย่อยสลายง่าย
คลุมดิน : ใช้เศษใบไม้แห้งคลุมโคนต้นไม้เพื่อรักษาความชื้นและลดการเกิดวัชพืช

* ปัจจัยที่มีผลต่อการย่อยสลาย :
ชนิดวัสดุ : ตอซังข้าวโพดและพืชตระกูลถั่ว ย่อยสลายเร็ว (ประมาณ 15 วัน) ในขณะที่ตอซังข้าวอาจใช้เวลานานกว่า
สภาพแวดล้อม : ความชื้นและอุณหภูมิที่เหมาะสมจะช่วยให้จุลินทรีย์ทำงานได้ดีขึ้น

การจัดการเศษซากพืชโดยไม่เผา จะช่วยรักษาความอุดมสมบูรณ์ของดินและลดต้นทุนค่าปุ๋ยได้อย่างยั่งยืน

...................................................................................................

# อินทรียวัตถุ คืออะไร ? :
https://www.facebook.com/paisarnfarm101/posts/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%96%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%96%E0%B8%B8-organic-matter-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD-%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C/1326744855550308/ .....6

* :

* สาหร่ายทะเล :
https://www.google.com/search?q=%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3+%E0%B8%AE%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A+%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2+%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%88%E0%B8%B7%E0%B8%94+%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B9%87%E0%B8%A1&sca_esv=ee514d2810529d1b&rlz=1C1GCEA_enTH1067TH1067&ei=Q9a7aZ-1BKLf2roP7pmZaA&biw=913&bih=439&ved=0ahUKEwjf4oPR5quTAxWir1YBHe5MBg0Q4dUDCBE&uact=5&oq=%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3+%E0%B8%AE%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A+%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2+%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%88%E0%B8%B7%E0%B8%94+%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B9%87%E0%B8%A1&gs_lp=Egxnd3Mtd2l6LXNlcnAif-C4mOC4suC4leC4uOC4reC4suC4q-C4suC4oyDguK7guK3guKPguYzguYLguKHguJnguJ7guLfguIog4LmD4LiZ4Liq4Liy4Lir4Lij4LmI4Liy4LiiIOC4meC5ieC4s-C4iOC4t-C4lCDguJnguYnguLPguYDguITguYfguKEyBRAAGO8FMgUQABjvBTIFEAAY7wUyBRAAGO8FSISkAVCQClj5jwFwAngBkAEAmAHTAaABnAmqAQU2LjQuMbgBA8gBAPgBAZgCDaAC4wnCAgoQABiwAxjWBBhHwgIEECEYCpgDAIgGAZAGBZIHBTUuNy4xoAfMQbIHBTMuNy4xuAfaCcIHBTAuNS44yAcogAgA&sclient=gws-wiz-serp&zx=1773917810658&no_sw_cr=1

ธาตุอาหารและฮอร์โมนในสาหร่ายทะเล (Seaweed Extract - สารสกัดจากสาหร่ายทะเลสีน้ำตาล) เป็นที่นิยมมากในภาคการเกษตร เพราะอุดมไปด้วย :

ธาตุอาหารหลัก/รอง : ไนโตรเจน (N), ฟอสฟอรัส (P), โพแทสเซียม (K), แคลเซียม (Ca), แมกนีเซียม (Mg), ซัลเฟอร์ (S)

ธาตุอาหารเสริม : เหล็ก (Fe), สังกะสี (Zn), ทองแดง (Cu), แมงกานีส (Mn), ไอโอดีน (I)

ฮอร์โมนพืชธรรมชาติ :
ไซโตไคนิน (Cytokinins): ช่วยเร่งการแบ่งเซลล์ แตกตาดอก ตาใบ ยืดอายุผลผลิต

ออกซิน (Auxins) : ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของราก แตกรากใหม่
จิบเบอเรลลิน (Gibberellins) : ช่วยขยายขนาดผล ขยายเซลล์

สารอินทรีย์ : แมนนิตอล (Mannitol), กรดอัลจินิก (Alginic Acid) ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและการดูดซึม

ความแตกต่างระหว่างสาหร่ายน้ำจืดและน้ำเค็ม
คุณสมบัติ สาหร่ายทะเล/น้ำเค็ม (เช่น Kelp) สาหร่ายน้ำจืด (เช่น เทาน้ำ, สไปรูลิน่า)

ธาตุอาหารหลัก มีครบแต่ปริมาณไม่สูงมาก (เน้นธาตุรอง/เสริม) อุดมด้วยโปรตีนและธาตุอาหารสูง จุดเด่นแร่ธาตุ ไอโอดีน, แคลเซียม, ซัลเฟอร์, โซเดียมสูง ธาตุเหล็ก, แมกนีเซียม, แคลเซียมสูง

ฮอร์โมน สูงมาก (ออกซิน, ไซโตไคนิน) มีฮอร์โมนพืชและกรดอะมิโนที่ช่วยการเติบโต

การใช้ประโยชน์ สารกระตุ้นทางชีวภาพ (Biostimulant) อาหารเสริม, ปุ๋ยอินทรีย์, อาหารปลา/สัตว์

ประโยชน์ของสาหร่ายสกัดต่อพืช
กระตุ้นราก : ช่วยให้พืชแตกรากใหม่ได้ดีขึ้น ทำให้กินปุ๋ยเก่ง
เปิดตาดอก : กระตุ้นการแตกตายอดใหม่ และตาดอก
ลดความเครียด : ช่วยให้พืชทนทานต่อสภาวะวิกฤต เช่น ร้อนจัด หนาวจัด หรือดินเค็ม
ขยายขนาดผล : ช่วยให้ขยายขนาดผล และเพิ่มคุณภาพผลผลิต

การใช้งาน : นิยมใช้ทางใบ (ฉีดพ่น) หรือแช่เมล็ด/ท่อนพันธุ์เพื่อเร่งการงอก


.........................................................................................................

* :
ฮอร์โมนพืชที่สกัดจากสาหร่ายทะเลทำไมถึงเป็นที่นิยมนำมาฉีดพ่นกัน
แล้วสาหร่ายทะเลที่เราเอามาฉีดพ่นต้นพืชของเรา
มีชนิดไหนบ้าง และแต่ละชนิดมีประโยชน์อย่างไร

วันนี้มิสเตอร์คิว หาคำตอบมาให้แล้วจ้า
สาหร่ายทะเล ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในทางเกษตรได้จะมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด
# สาหร่ายสีน้ำตาล (Brown algae) มีขนาดตั้งแต่ 10 ซม. – 100 ม. มีสีน้ำตาล พบได้แถบน่านน้ำลึกระดับปานกลาง โดยสายพันธุ์ที่นิยมนำมาใช้ในด้านการเกษตรคือ #Ascophyllum nodosum มีคุณสมบัติ ดังนี้

✅ มีธาตุอาหารหลัก N P K : โดยมีปริมาณ K หรือโพแทสเซียมสูง กว่าตัวอื่น จึงมีคุณสมบัติในการช่วยติดดอก ออกผลให้กับพืช

✅ มีส่วนประกอบที่เป็นฮอร์โมนพืช : ที่ช่วยในการเจริญเติบโตและเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับพืช เช่น ออกซิน ไซโตไคนิน กรดอะซิติก จิบเบอเลลิน เอทิลีน เบทาอีน สารประกอบไฮดราซีน ฮอร์โมนเหล่านี้จะช่วยเรื่องการแตกยอดอ่อน แตกราก เพิ่มการยืดของลำต้นและกิ่งก้านสาขาของพืช

✅ มีกรดอะมิโน : เป็นส่วนประกอบสำคัญในการเจริญเติบโต การสังเคราะห์แสง การสะสมอาหาร และเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับพืช

✅ มีวิตามินรวม และแร่ธาตุต่างๆ : ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยให้พืชแข็งแรง
✅ มีความสามารถในการแลกเปลี่ยนประจุสูง ซึ่งช่วยให้พืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารได้ดียิ่งขึ้น

✅ มีสารที่ช่วยให้พืชทนต่อสภาวะเครียดจากสภาวะแวดล้อมได้ ทำให้พืชมีความแข็งแรงมากขึ้น ดังนั้นจะเห็นได้ว่า สาหร่ายทะเลสีน้ำตาลชนิดนี้ จะมีคุณสมบัติที่ช่วยส่งเสริมในด้านการเจริญเติบโตและขยายตัวของพืช และด้านการติดดอกออกผล รวมถึงเสริมสร้างความแข็งแรง จึงใช้ได้ตั้งแต่ระยะต้นกล้าจนถึงระยะพืชติดดอก ออกผล และช่วงทำผลผลิต

# สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน (Blue-Green Algae)
ตัวอย่างเช่น #สาหร่ายสไปรูลิน่า (Spirulina) เป็นสาหร่ายที่พบได้ทั้งน้ำจืดและเค็ม มีลักษณะเป็นเกลียว ส่วนใหญ่จะนิยมไปทำเป็นอาหารเสริมของคน แต่มีคุณสมบัติที่ช่วยในการเจริญเติบโตไของพืชได้เช่นกัน ดังนี้
✅ มีกรดอะมิโน : เป็นส่วนประกอบสำคัญในการเจริญเติบโต การสังเคราะห์แสง การสะสมอาหาร และเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับพืช
✅ มีวิตามินรวม : ซึ่งวิตามินจะมีคุณสมบัติช่วยให้พืชแตกยอดอ่อน แตกราก เพิ่มการยืดของลำต้นและกิ่งก้านสาขาของพืช
สำหรับสาหร่ายชนิดนี้ ส่วนใหญ่จะช่วยในด้านการเจริญเติบโตและขยายตัวของพืช จึงเหมาะสมกับพืชที่อยู่ในการที่สร้างการเจริญเติบโต สร้างการสะสมอาหารที่ใบ

ดังนั้นสาหร่ายทะเลทั้ง 2 ชนิด ต่างก็มีประโยชน์กับพืชทั้งสิ้น และเป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้ และ สิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก ฮอร์โมนสกัดจากสาหร่ายจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมใช้กันในปัจจุบัน

ฟลอริเจน สาหร่ายทะเลสีน้ำตาล
สายพันธ์ุ Ascophyllum nodosum
สามารถใช้ได้กับพืชทุกชนิด ผัก ไม้ผล พืชไร่ ไม้ใบ

พืชอินทรีย์ก็ใช้ได้นะจ๊ะ

......................................................................................................

* :
ฮอร์โมนพืชที่สกัดจากสาหร่ายทะเลทำไมถึงเป็นที่นิยมนำมาฉีดพ่นกัน
แล้วสาหร่ายทะเลที่เราเอามาฉีดพ่นต้นพืชของเรา
มีชนิดไหนบ้าง และแต่ละชนิดมีประโยชน์อย่างไร

วันนี้มิสเตอร์คิว หาคำตอบมาให้แล้วจ้า
สาหร่ายทะเล ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในทางเกษตรได้จะมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด

#สาหร่ายสีน้ำตาล (Brown algae)
มีขนาดตั้งแต่ 10 ซม. – 100 ม. มีสีน้ำตาล พบได้แถบน่านน้ำลึกระดับปานกลาง
โดยสายพันธุ์ที่นิยมนำมาใช้ในด้านการเกษตรคือ #Ascophyllum nodosum มีคุณสมบัติ ดังนี้

✅ มีธาตุอาหารหลัก N P K : โดยมีปริมาณ K หรือโพแทสเซียมสูง กว่าตัวอื่น จึงมีคุณสมบัติในการช่วยติดดอก ออกผลให้กับพืช

✅ มีส่วนประกอบที่เป็นฮอร์โมนพืช : ที่ช่วยในการเจริญเติบโตและเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับพืช เช่น ออกซิน ไซโตไคนิน กรดอะซิติก จิบเบอเลลิน เอทิลีน เบทาอีน สารประกอบไฮดราซีน ฮอร์โมนเหล่านี้จะช่วยเรื่องการแตกยอดอ่อน แตกราก เพิ่มการยืดของลำต้นและกิ่งก้านสาขาของพืช

✅ มีกรดอะมิโน : เป็นส่วนประกอบสำคัญในการเจริญเติบโต การสังเคราะห์แสง การสะสมอาหาร และเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับพืช

✅ มีวิตามินรวม และแร่ธาตุต่างๆ : ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยให้พืชแข็งแรง

✅ มีความสามารถในการแลกเปลี่ยนประจุสูง ซึ่งช่วยให้พืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารได้ดียิ่งขึ้น

✅ มีสารที่ช่วยให้พืชทนต่อสภาวะเครียดจากสภาวะแวดล้อมได้ ทำให้พืชมีความแข็งแรงมากขึ้น

ดังนั้นจะเห็นได้ว่า สาหร่ายทะเลสีน้ำตาลชนิดนี้ จะมีคุณสมบัติที่ช่วยส่งเสริมในด้านการเจริญเติบโตและขยายตัวของพืช และด้านการติดดอกออกผล รวมถึงเสริมสร้างความแข็งแรง จึงใช้ได้ตั้งแต่ระยะต้นกล้าจนถึงระยะพืชติดดอก ออกผล และช่วงทำผลผลิต

# สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน (Blue-Green Algae)
ตัวอย่างเช่น #สาหร่ายสไปรูลิน่า (Spirulina) เป็นสาหร่ายที่พบได้ทั้งน้ำจืดและเค็ม มีลักษณะเป็นเกลียว ส่วนใหญ่จะนิยมไปทำเป็นอาหารเสริมของคน แต่มีคุณสมบัติที่ช่วยในการเจริญเติบโตไของพืชได้เช่นกัน ดังนี้
✅ มีกรดอะมิโน : เป็นส่วนประกอบสำคัญในการเจริญเติบโต การสังเคราะห์แสง การสะสมอาหาร และเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับพืช
✅ มีวิตามินรวม : ซึ่งวิตามินจะมีคุณสมบัติช่วยให้พืชแตกยอดอ่อน แตกราก เพิ่มการยืดของลำต้นและกิ่งก้านสาขาของพืช
สำหรับสาหร่ายชนิดนี้ ส่วนใหญ่จะช่วยในด้านการเจริญเติบโตและขยายตัวของพืช จึงเหมาะสมกับพืชที่อยู่ในการที่สร้างการเจริญเติบโต สร้างการสะสมอาหารที่ใบ

ดังนั้นสาหร่ายทะเลทั้ง 2 ชนิด ต่างก็มีประโยชน์กับพืชทั้งสิ้น และเป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้ และ สิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก ฮอร์โมนสกัดจากสาหร่ายจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมใช้กันในปัจจุบัน

ฟลอริเจน สาหร่ายทะเลสีน้ำตาล
สายพันธ์ุ Ascophyllum nodosum
สามารถใช้ได้กับพืชทุกชนิด ผัก ไม้ผล พืชไร่ ไม้ใบ

พืชอินทรีย์ก็ใช้ได้นะจ๊ะ
-----------------------------

.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 20/05/2026 12:29 pm, แก้ไขทั้งหมด 11 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 12118

ตอบตอบ: 05/05/2026 8:33 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

..
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©