-
++kasetloongkim.com++
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - ผลสัมฤทธิ์ หลังเรียนกับลุงคิม...
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ผลสัมฤทธิ์ หลังเรียนกับลุงคิม...

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
karn_khon
หนาวดึ่ง
หนาวดึ่ง


เข้าร่วมเมื่อ: 25/12/2014
ตอบ: 1

ตอบตอบ: 08/07/2019 11:27 am    ชื่อกระทู้: ผลสัมฤทธิ์ หลังเรียนกับลุงคิม... ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
. เมื่อวันที่ 27-28 พ.ค.2560
เดินทางจากนครศรีธรรมราช เพื่อไปเรียนการทำน้ำหมัก และการทำหม้อปุ๋ยกับลุงคิม
หลังจากนั้นก็กลับมาทำที่บ้าน จากวันนั้นถึงวันนี้เริ่มมีผู้สนใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
และเมื่อวันที่ 5 ก.ค.62 สำนักข่าว NBT มาถ่ายทำรายการเกี่ยวกับ

1. น้ำหมักชีวภาพคุณภาพสูง 7 วันเห็นผล
2. เครื่องให้ปุ๋ย
3. สละสุมาลีอินทรีย์
4. สวนสมรม

พี่นักข่าวบอกว่ายังไม่เคยเห็นจากที่อื่น
ผมต้องขอขอบคุณลุงคิมเป็นอย่างสูงที่ถ่ายทอดวิชาโดยไม่ปิดบังและนำมาทำใช้ได้จริง

วรายุทธ์ ชูสิงห์
สวนจันทรกานต์






























.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10358

ตอบตอบ: 08/07/2019 8:05 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.

...... "สละ" .....

ลักษณะทางธรรมชาติ :
- เป็นไม้ผลยืนต้นอายุหลายสิบปี สกุลเดียวกันกับระกำ มีลักษณะและนิสัยทางธรรมชาติเหมือนกัน ปลูกได้ทุกพื้นที่ ทุกภาค และทุกฤดูกาล ชอบดินร่วนปนทรายมีอินทรีย์วัตถุมากๆ เจริญเติบโตได้ดีในแปลงปลูกที่พื้นดินมีความชื้นสูง

- ต้นที่สมบูรณ์ได้รับการปฏิบัติบำรุงแบบให้มีสารอาหารกินตลอด 24 ชม.ต่อเนื่องติดต่อกันหลายๆปีจะออกดอกติดผลได้ตลอดปีแบบไม่มีรุ่น

- ในต้นเดียวกันมีทั้งดอกตัวผู้ ดอกตัวเมีย และดอกกระเทย แต่อยู่กันคนละดอก...ดอกตัวผู้กับดอกตัวเมียต่างดอกกันผสมกันได้ดี แต่ดอกกระเทยแม้จะมีทั้งดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกันกลับผสมกันไม่ดี ... ใช้ดอกตัวผู้ระกำมาผสมกับดอกตัวเมียของสละจะทำให้ดอกติดผลดี

- เกสรตัวผู้หรือเกสรตัวเมียอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างไม่สมบูรณ์ เกิดจากขาดสารอาหาร/ฮอร์โมนหรือสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม (อากาศร้อนหรือฝนตกชุก) แล้วผสมกันแล้วพัฒนาเป็นผลจะเป็นผลไม่สมบูรณ์ ไม่โต รูปทรงบิดเบี้ยว

- รสหวานอมเปรี้ยวแต่ความหวานมากกว่าระกำ จึงทำให้ผู้บริโภคที่ไม่ชอบผลไม้เปรี้ยวไม่นิยมแต่ผู้บริโภคในต่างประเทศกลับนิยม

- สละที่ขาดแคลเซียม. จะมีลักษณะอาการปลายผลลีบแหลม และไม่มีเนื้อ แก้ไขด้วยการให้แคลเซียม โบรอน สม่ำเสมอ

- สละต้นอายุมากๆ ลำต้นสูงชะลูดให้ผลผลิตไม่ค่อยดี แก้ไขด้วยการปล่อยให้ลำต้นเอนแล้วมีไม้ค้ำยันป้องกันล้มจะให้ผลผลิตดีเหมือนเดิม

- สละตอบสนองต่อ ขี้เถ้าโรยบางๆ แล้วรดด้วยน้ำหมักชีวภาพปลาทะเล ดีมากๆ แนะนำให้ทำปีละครั้ง
- ไม่ควรตัดแต่งทางใบมากนัก นอกจากทางใบที่แก่หมดสภาพแล้วเท่านั้น หากทางใบโน้มกีดขวางการทำงานควรใช้เชือกไนลอนผูกรวบไว้ ทางใบที่ตัดแล้วควรนำไปปูคลุมรอบโคนต้นโดยคว่ำด้านหนามลงดิน หรือบดละเอียดด้วยเครื่องบดทางสะละเป็นปุ๋ยหมักต่อไป

- สะละอายุได้ประมาณ 1 ปี จะแตกหน่อออกมาจำนวนมาก หากปลูกแบบกอควรเลี้ยงหน่อไว้เพียงหน่อเดียว (2 ต้น ต่อกอรวมทั้งต้นแม่) จะทำให้สะละตกผลเร็ว หลังจากนั้น ค่อยเลี้ยงหน่อเพิ่มขึ้นให้ได้จำนวนต้นตามต้องการ คอยหมั่นตัดแต่งหน่อที่ไม่ต้องการออก


การตัดแต่งทางใบ :
- สะละที่ให้ผลผลิตแล้ว ควรไว้ทางใบ 15-20 ทางใบ
- ไม่ควรตัดแต่งทางใบที่รองรับทะลายผล จนกว่าจะเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว
- ทางใบช่วงที่มีใบตัดแล้วนำมาปูคลุมโคนโดยคว่ำหนามลงดิน ส่วนช่วงโคนที่ไม่มีใบนำไปบดละเอียดด้วยเครื่องบดทางสะละเป็นปุ๋ยหมักต่อไป


การตัดแต่งหน่อและไว้กอ :
- หลังจากเลี้ยงหน่อได้จำนวนต้นที่ต้องการแล้วคอยหมั่นตัดหน่อที่ไม่ต้องการออก ทั้งหน่อข้างต้น (หน่อต๊อก) และหน่อดิน

- เมื่อสะละมีอายุได้ประมาณ 7-8 ปี หรือเมื่อต้นมีความสูงไม่น้อยกว่า 1 เมตร อาจตัดต้นแม่ออกนำไปขยายพันธุ์ เพื่อให้มีช่องว่างตรงกลางกอ จะทำให้ปฏิบัติการดูแลรักษาสะดวกยิ่งขึ้น


การตัดแต่งดอก :
- คานดอกที่ออกมาในระยะก่อน 2 ปี ควรตัดทิ้ง เพราะผลผลิตที่ได้ ในระยะนี้จะไม่มีคุณภาพ
- ตัดแต่งช่อดอกในแต่ละคานให้เหลือปริมาณพอเหมาะกับความสมบูรณ์ต้น โดยสังเกตจากช่อดอกหากสมบูรณ์จะอวบยาว สีแดงเข้ม กาบหุ้มมีสีดำ หรือสีน้ำตาล


การผสมเกสร :
- สะละต้องช่วยผสมเกสร
- ผสมเกสรโดยตัดช่อดอกตัวผู้ของระกำ สะกำ หรือสะละที่ บานแลวมาเคาะใส่ช่อดอกตัวเมียที่บานแล้ว ประมาณ 50% ของช่อดอกขึ้นไป ให้ละอองเกสรตกลงไปผสมกับเกสรตัวเมีย

- ผสมเกสร โดยใช้เกสรสำเร็จรูปที่เก็บรวบรวมไว้ ผสมกับแป้งทาลคัม อัตรา 1:10 พ่นบนช่อดอกตัวเมียที่บานแล้ว 80% ก่อนนำเกสรสำเร็จรูปไป ใช้ควรทดสอบเปอร์เซ็นต์ความมีชีวิตของละอองเกสรก่อน

- การผสมเกสรสามารถทำได้ตลอดทั้งวัน แต่ในฤดูฝนเมื่อ ผสมแล้วต้องคลุมดอกไว้อย่างน้อย 2


การโยงผล :
- โยงผลตามความเหมาะสมโดยเฉพาะใน ต้นเล็กที่กระปุกผลอยู่ใกล้พื้นดิน

อ้างอิง : กรมส่งเสริมการเกษตร


สายพันธุ์ :
พันธุ์เนินวง :
เป็นพันธุ์สะละที่นิยมปลูกมากที่สุด ขนาดตะโพกหรือลำต้นเล็กกว่าระกำ บริเวณ กาบใบมีสีน้ำตาลทอง ปลายใบยาว หนามของยอดที่ยัง ไม่คลี่มีสีขาว ผลมีรูปร่างยาวหัวท้ายเรียวคล้ายกระสวย หนามผลยาว อ่อนนิ่ม ปลายหนามงอนไปทางท้ายผล เนื้อมีสีเหลืองนวลคล้ายน้ำผึ้ง หนานุ่ม รสชาติหวานหรือหวานอมเปรี้ยว รับประทานแล้วรู้สึกชุ่มคอ กลิ่นหอม เมล็ดเล็ก

พันธุ์หม้อ : ขนาดตะโพกหรือลำต้นเล็ก และใบมีสีเข้มกว่าพันธุ์เนินวง ข้อทางใบถี่สั้น หนามยาวเล็กและอ่อนกว่าพันธุ์เนินวง ช่อดอกยาว ติดผลง่ายกว่าพันธุ์เนินวง ผลคล้ายระกำ เปลือกผลสีแดงเข้ม เนื้อสีน้ำตาลมีลาย เนื้อหนาแต่ไม่แน่น รสชาติหวาน มีกลิ่นเฉพาะ เมล็ดเล็ก ทนต่อสภาพแสงแดดจัดได้ดีกว่าพันธุ์เนินวง

พันธุ์สุมาลี : เป็นพันธุ์ใหม่ ลักษณะลำต้นคล้ายระกำ ทางใบยาวมีสีเขียวอมเหลือง ใบใหญ่กว้างและปลายใบสั้นกว่าพันธุ์เนินวง หนามของยอดอ่อนที่ยังไม่คลี่มีสีส้มอ่อน คานดอกยาว ช่อดอกใหญ่ ติดผลง่าย ผลมีรูปร่างป้อมสั้น สีเนื้อคล้ายระกำ เนื้อหนากว่าระกำ แต่บางกว่าพันธุ์เนินวง รสชาติหวานมีกลิ่นเฉพาะ เจริญเติบโตเร็วและทนต่อสภาพแสงแดดจัดได้ดีกว่าพันธุ์เนินวง


การขยายพันธุ์ :
แยกหน่อ :
(โตช้า/ให้ผลผลิตช้า/ไม่กลายพันธุ์). เพาะเมล็ด (กลายพันธุ์)
ผ่าเหง้า : (โตเร็ว/ให้ผลผลิตเร็ว/ไม่กลายพันธุ์/นิยมมากที่สุด/ดีที่สุด). โดยการขุดหัวหรือเหง้าต้นกระเทยอายุ 10 ปีขึ้นไป ได้เหง้ามาแล้วผ่าขวางออกเป็นแว่น รูปลิ่ม ที่สันลิ่มมีตาสมบูรณ์ติดอยู่ 1-2 ตา ผ่าเป็นแว่นแล้วนำลงแช่ในไคตินไคโตซานหรือธาตุรอง/ธาตุเสริม 6-12 ชม. นำขึ้นผึ่งลมให้แห้ง ทาด้วยปูนกินหมาก จากนั่นนำไปเพาะในกระบะเพาะ-วัสดุเพาะธรรมดา เก็บในร่มหรือโรงเรือนเพาะชำ ให้น้ำรักษาความชุ่มชื้นสม่ำเสมอ บำรุงเลี้ยงจนได้ใบใหม่ 4-5 ใบ จึงนำลงปลูกในแปลงจริง .... การขุดเหง้าหรือหัวมาผ่าเพื่อขยายพันธุ์แบบนี้ เรียกว่า "ฆ่าแม่เอาลูก" เพราะไม่เหลืออะไรให้ต้นแม่เจริญเติบโตต่อไปได้อีกเลย


เตรียมต้น ตัดแต่งกิ่ง :
ช่วงต้นเล็กไม่ควรตัดกิ่งหรือทาง ปล่อยเลี้ยงไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะต้องอาศัยใบช่วยบังแสงแดด แต่เมื่อต้นใหญ่และอายุมากขึ้นกิ่งหรือทางล่างสุดจะโน้มลงปกดินให้ตัดออกได้ แต่กิ่งหรือทางที่ยังตั้งชี้ขึ้นได้ดีอยู่ให้คงไว้ ใบด้านบนที่ปลายชนหรือเกยทับกันเล็กน้อยนอกจากช่วยคำยันซึ่งกันและกันยามถูกพายุแล้วยังช่วยบังแสงแดดจัดให้ซึ่งกันและกันไม้ให้แดดเผาหน้าดินโคนต้นได้อีกด้วย


ขั้นตอนการปฏิบัติบำรุงต่อสละ :
1. ระยะต้นเล็ก - ยังไม่ให้ผลผลิต :
ทางใบ :

- ให้ไบโออิ 25-5-5 + สารสมุนไพร 2 รอบ สลับ แคลเซียม โบรอน 1 รอบ ห่างกันรอบละ 7 วัน ฉีดพ่นพอเปียกใบ 1-2 รอบ
- ฉีดพ่นสารสกัดสมุนไพรทุก 2-3 วัน
ทางราก :
- ใส่ยิบซั่ม ปุ๋ยอินทรีย์ กระดูกป่น ปุ๋ยคอก (ขี้วัวขี้ไก่ไข่ แกลบดิบ แห้งเก่าข้ามปี) ครั้งที่ 1 ของรุ่นหรือปีการผลิต ควรวางแผนให้ปีละ 3 ครั้ง (4 เดือน/ครั้ง)

- คลุมโคนต้นด้วยเศษพืชแห้งหนาๆ เต็มพื้นที่บริเวณทรงพุ่ม ล้ำออกไปถึงนอกเขตทรงพุ่ม
- ให้ 25-7-7 (1/2 กก., 1 กก.ต้นใหญ่) /ต้น /เดือน ละลายน้ำรดโคนต้น เขตทรงพุ่ม
- ให้ปุ๋ยน้ำชีวภาพระเบิดเถิดเทิง 30-10-10 (2 ล.) /ไร่ /เดือน รดทั่วแปลงทุกตารางนิ้ว 1-2 เดือน/ครั้ง
- ให้น้ำเปล่า ทุก 3-5 วัน
หมายเหตุ :
-ใส่เศษซากทะลายปาล์มจากโรงงานปาล์มน้ำมัน 2 ปี /ครั้ง

2. ระยะต้นโต-ให้ผลผลิตแล้ว :
ทางใบ :

- ให้สูตรสหประชาติ (ไบโออิ+ไทเป+ยูเรก้า) + สารสมุนไพร 2 รอบ สลับ แคลเซียม โบรอน 1 รอบ ห่างกันรอบละ 7 วัน

-ให้ “น้ำตาลทางด่วน” (กลูโคส) 1-2 เดือนต่อครั้ง
- ฉีดพ่นสารสมุนไพรบ่อยๆ เพื่อกันก่อนแก้
ทางราก :
- ใส่ยิบซั่ม ปุ๋ยอินทรีย์ กระดูกป่น ขี้วัวขี้ไก่แกลบดิบ หญ้าแห้งใบไม้แห้งคลุมโคนต้นหนาๆ ควรวางแผนให้ปีละ 2 ครั้ง

- ให้ปุ๋ย 8-24-24 สลับเดือนกับ 21-7-14 (1/2 กก.ต้นเล็ก, 1 กก.ต้นใหญ่) /ต้น /เดือน ละลายน้ำรดโคนต้นเขตทรงพุ่ม

- ให้น้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง 8-24-24 (2 ล.) สลับเดือนกับ ระเบิดเถิดเทิง 21-7-14 (2 ล.) /เดือน /ไร่
- รดทั่วแปลงทุกตารางนิ้ว
หมายเหตุ :
- ถ้าขาดน้ำต้นจะชะงักการเจริญเติบโตส่งผลให้การออกดอกติดผลไม่ดีเท่าที่ควรอีกด้วย
- ให้ทางใบด้วยไคโตซาน + ธาตุรอง/ธาตุเสริม 2-3 เดือน/ครั้ง จะช่วยบำรุงขยายขนาดผลให้ใหญ่และเนื้อแน่นขึ้น

- ให้แคลเซียม โบรอน สม่ำเสมอตลอดระยะเวลาที่มีผลผลิตอยู่บนต้นจะช่วยให้ต้นไม่โทรมเนื่องจากแบกภาระเลี้ยงผลจำนวนมากบนต้น …. การให้แคลเซียม (จากแคลซียม โบรอน. กระดูกป่น. และ จากยิบซั่ม) ยังช่วยบำรุงเนื้อส่วนปลายผลให้เต็มผล


(หนังสือหัวใจเกษตรไท)

------------------------------------------------------------------------------------




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10358

ตอบตอบ: 10/07/2019 10:30 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
http://kasetloongkim.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=5994&sid=0133752dab528b55483f72bb84cb8c82

SPRINKLER-VENTURY... คิดได้ไง !



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©