-
++kasetloongkim.com++ Forums-viewtopic-กล้วยไม้มือใหม่ ตอน ฝากให้ดูเล่น
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - กล้วยไม้มือใหม่ ตอน ฝากให้ดูเล่น
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

กล้วยไม้มือใหม่ ตอน ฝากให้ดูเล่น
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, 4, 5, 6  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1918

ตอบตอบ: 28/08/2014 10:56 pm    ชื่อกระทู้: กล้วยไม้สำหรับผู้เริ่มต้น - ตอน วิธีปลูกแคทลียาให้ออกดอก ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม คุณออร์คิด คุณชมภู และเพื่อน ๆสมาชิก


กล้วยไม้สำหรับผู้เริ่มต้น - แคทลียา ไม้ปราบเซียน


อยากรู้วิธีปลูกแคทลียาให้ออกดอก – (1)


คุณ ออร์คิดถาม วิธีการปลูกแคทลียาให้ออกดอก ว่าควรจะปฏิบัติดูแลอย่างไร

งานช้างแมมมอทเลยนะเนี่ย.....ก็อย่างที่คุณออร์คิดพูด ...คำถามนี้สั้น แต่คำตอบยาวแน่ เพราะคำถามของคุณมันครอบจักรวาลเลยนะ มันต้องเริ่มตั้งแต่แม่สาย ยัน สุไหงโก ลก นั่นแหละ..

คุณช่างสรรหาเวร (งานมห) กรรมให้ผมแท้ ๆ เลยนะน้องท่าน..ยิงคำถามมา ยังกับว่าผมเก่งซะนักหนา .ก็รู้แค่ งู ๆ ปลา ๆ (งูปากจิ้งจก กับปลาเข็ม)เท่านั้นแหละน้องเอ๊ย

….และคุณ รู้ก็ทั้งรู้ว่า แคทลียา เป็นไม้ปราบเซียน แล้วผมก็ยังไม่เคยเป็นเซียนกะเขาซักที ไม่ว่าจะเป็น โป๊ยเซียน หรือเซียนเดียว ก็ไม่เคยคิดจะเป็นซะด้วย.

ดังนั้นคำตอบที่ได้คงไม่เต็มร้อย ยังไง ๆ ก็ไม่เต็มร้อย เพราะคนตอบไม่เต็มร้อย..... หนีจระเข้ ปะเสือ ซะเป็นแน่แท้ทีเดียวเจียว......

..อีกอย่าง คำถามแบบนี้ คำตอบมันต้องเริ่มตั้งแต่ เอาเมล็ดลงเพาะในขวด ยาวมาถึง เอาออกจากขวดเพาะ แล้วปลูกเลี้ยงต้อย ขุนตั้งแต่ยังแบเบาะ ไปจนถึงออกดอกติดฝักอีกครั้งโน่นแหละ....ใช้เวลายาวนานเป็นแรมปี...ให้ผมปลูกกล้วยไม้ตระกูลช้าง ไม่ให้ออกดอกง่ายกว่ากันแยะเลย......


.. ถ้าเป็นเรื่องรามเกียรติ์ ก็คงจะจับตั้งแต่ฤาษีโคบุตร ไถนาพบพะอบนางสีดาไปจนถึงพระรามพระลักษณ์เข้าเมืองเลย.....แต่จะว่าไปแล้ว เรื่องรามเกียรติ์ เค้ายังจับแสดงเป็นตอน ๆ คุณน้องท่านจะเอาตั้งแต่ตอนไหนล่ะครับ

สำหรับแคทลียา ผมเคยบอกไว้ตอนต้น ๆ รายการว่า..........แคทลียาเปรียบเหมือนสาว Vergin จากป่า แม้จะจากป่ามาอยู่ในเมือง แต่ไม่เคยทิ้ง สายเลือดป่า เป็นกล้วยไม้ที่หยิ่งมาก ๆ ....ไม่ยอมผสมข้ามสายเลือดกับกล้วยไม้สกุลอื่น ๆ แม้ข้ามสายพันธุ์ในสกุลเดียวกันบางสกุลก็ผสมติดยากส์....

แล้วก็ป่า ที่แคทลียาเคยอยู่ มันไม่ใช่ป่าแบบบ้านเรา มันเป็นป่าแถบอเมริกากลาง ต่อกับอเมริกาใต้ ลุ่มแม่น้ำอเมซอน ซึ่งเป็นแถบที่มีอากาศอบอุ่น

เมื่อรู้ลักษณาการแบบนี้ว่า เค้าเป็นสาวพรหมจารีย์อยู่ในป่ามาก่อน เมื่อเอาอยู่ในบ้านในเมือง ก็ต้องทำสภาพแวดล้อม(โรงเรือน)ที่จะปลูกแคทลียาให้คล้ายป่าแถบนั้น ....ซึ่งพูดไปก็ไลฟ์บอยย์ เพราะทั้งผมและคุณก็ไม่เคยไปเห็นป่าแบบนั้นมาก่อนอย่างแน่นอน.....ผมเคยขึ้นแต่ป่าบนดอยแถบเมืองปาย ก็พอจะมองเห็นว่าสภาพป่ามันเป็นยังไง แต่ไม่รู้ว่าคุณเคยเข้าป่าแบบไหนมาบ้าง……

ทีนี้ เอาเป็นว่า...
.คำแนะนำประการแรกคือ

หากคุณอยากปลูกกล้วยไม้สกุลแคท ฯ ให้ออกดอกบ่อย ๆ ง่ายที่สุด คือ ศึกษาหรือหาต้นกล้วยไม้สกุลแคท ฯ สายพันธุ์ที่มันออกดอกง่าย... ออกดอกบ่อย ๆ มาปลูกเลี้ยงดู

จะสวยหรือไม่สวย ถูกใจหรือไม่ถูกใจ ชอบหรือไม่ชอบ ก็เอามาลองปลูกเลี้ยงดู เป็นปฐมบทเพื่อศึกษาหรือเป็นกำลังใจว่า ทำยังไงมันถึงออกดอก

ไอ้ความสวยหรือไม่สวย ถูกใจหรือไม่ถูกใจ ชอบหรือไม่ชอบ อย่าเพิ่งไปนึกถึง เพราะถ้าจะเปรียบก็เหมือน ....ทุกนารีงามสรรพ เมื่อดับเทียน ดูเห็นไปบ่อย ๆ แม้กระทั่งสาว นิโกร ก็สวยไปเอง นั่นแลฯ

แคทต้นที่ผมเห็นออกดอกบ่อย ๆ บ่อยมาก ออกทั้งตาปี มีหลายต้น ต้นที่ผมอยากแนะนำ ใครชอบหรือไม่ชอบผมไม่รู้ แต่ผมชอบ ..ที่ชอบเพราะสีสันมันแปลก สวยหวาน ซึ้งแบบเศร้า ๆ .....ดูรูป...






(1) ต้นนี้ เป็นแคทลียาสายพันธุ์ Brassavola (บราสซาโวล่า)ลูกผสม ชื่อ Maikai Mayumi ดอกเป็นช่อมีหลายดอก สีชมพูอมม่วง มีจุดประสีม่วงอมแดง ต้นนี้ดอกบานมาเกือบเดือนใกล้จะโรย ถ่ายเมื่อ 25 / 07 / 14




(2)



(3)



(4)



(5)



(6)



(7)

(2 – 7 ) ถ่ายเมื่อ 28 / 08 / 14 จะเห็นว่า เวลาผ่านไป 1 เดือน ไมไก (Maikai) แตกลำใหม่ และออกดอกมาอีก 3 ช่อ เรียกได้ว่า ไม้ต้นนี้ แตกลำเมื่อไหร่ จะมีดอกออกมาให้ดูเมื่อนั้น ...ถ้ารู้วิธีเร่งให้แตกลำมาก ๆ จะมีดอกออกมาให้เห็นเต็มกระถาง



ต้นที่จะแนะนำให้ปลูกทดลองอีกต้นหนึ่งคือ..........




(8 )



(9)

(8 – 9) เป็นแคทลียาสายพันธุ์ Brassavola (บราสสะโวล่า)ลูกผสมเหมือนกัน (จำชื่อไม่ได้ อะไร โกลด์ ๆ นี่แหละ)ออกดอกง่าย อีกต้นหนึ่ง แม้ดอกจะเล็กแต่ก็น่ารัก ดอกสีเหลืองเย็นตา มีจุดประสีแดงเข้ม ถ่ายเมื่อ 25/07/14




(10)



(11)



(12)

(10 – 12) หลังจากดอกเก่าโรยรา วันที่ 28/08/14 ก็มีช่อดอกออกดอกมาอีกแล้ว .


...เท่าที่บอกมานี่ก็พออนุมาณได้ว่า กล้วยไม้สกุลแคทลียา สายพันธุ์ บราสซาโวล่า ลูกผสม ออกดอกง่าย ออกดอกบ่อย ....เห็นรึยังว่า แค่นี้ก็พอจับจุดที่จะเรียนรู้ ได้อย่างนึงแล้ว ....






(13) การปลูกแคทลียา ต้องควบคุมให้มีสภาพชุ่มชื้นคล้ายป่า .....ที่บ้านผม นอกจากใช้ระบบ หัวร้อน ตีนเย็นแล้ว ที่เครื่องปลูก จะต้องให้มีต้น มอส ขึ้นคลุมหน้าเครื่องปลูกแบบนี้ครับ

การให้น้ำ วันไหน ฝนตก งดการให้น้ำ 3 – 4 วัน วันไหนฝนไม่ตก 3 – 4 วันก็รดน้ำครั้งหนึ่ง มันต่างกันมั๊ยหว่าต่อคำที่ว่า 3 – 4 วันรดน้ำครั้งนึง หรือบางครั้ง รดน้ำอาทิตย์ละครั้งก็ยังมี...

ลุงคิมชอบพูดถึง ชื้น ชุ่ม โชก แฉะ แช่ . แคทลียาชอบ ชื้น ครับ

ยังไม่จบ แต่รู้ใจพวกคุณ...คำถามยอดฮิตที่ทุกคนต้องถามก่อนที่จะถามเรื่องอื่นคือ ใช้ปุ๋ยอะไร....

ลุงคิมตอบให้ตอนต้น เมื่อ 15/08/14 แล้วว่า

ให้ "ไบโออิ" เพื่ออาศัย แม็กเนเซียม. สังกะสี. บำรุงต้นไปพรางๆ ก่อน อาทิตย์ละครั้ง ซัก 1-2 เดือน ดูที่ราก กับแตกหน่อใหม่ ก็แสดงว่าสมบูรณ์ดี

จากนั้นให้ฮอร์โมนไข่ไทเป เพื่อเอา 0-52-34, 13-0-46 ก็จะมีดอกออกมาให้เห็น

ต้องการดอกใหญ่ ใช้ 14-7-21 สลับกับไบโออิ แล้วจะดีขึ้น

รักษาความชื้นในโรงเรือนดีๆ หน่อยนะ


ถ้าจะต้องการปุ๋ยสูตรอื่นที่สวนกล้วยไม้เค้าใช้กัน....Please….อดใจรอ

วันนี้ก็เอาแค่นี้ไว้พิจารณาก่อนก็แล้วกัน คราวหน้าค่อยว่ากันใหม่ สงสัยอะไร ขอให้ถามในเรื่องที่กำลังเขียน เพื่อเรื่องจะได้ดำเนินต่อแบบ Smoot…

... ถ้าถามนอกเรื่อง ผมจะสะดุดกึ๊ก... พอย้อนกลับมาเรื่องเดิม จะนึกเรื่องที่จะแนะนำต่อไม่ออก นอกจากบางครั้งมันจำเป็นต้องพูดถึง ผมจะไปตามเรื่องของผมแล้วผมจะวกกลับมาที่เก่าเอง.....อยากรู้นอกเรื่องให้ถามหลังไมค์นะครับ...



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1918

ตอบตอบ: 01/09/2014 11:45 pm    ชื่อกระทู้: กล้วยไม้สำหรับผู้เริ่มต้น - แคทลียา กล้วยไม้ไม้ปราบเซียน ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม คุณออร์คิด คุณชมภู และเพื่อน ๆสมาชิก

กล้วยไม้สำหรับผู้เริ่มต้น - แคทลียา กล้วยไม้ปราบเซียน

วิธีปลูกแคทลียาให้ออกดอกบ่อย ๆ - 2


คุณ ออร์คิดถาม วิธีการปลูกแคทลียาให้ออกดอก รวมไปถึงควรปฏิบัติดูแลอย่างไรให้กล้วยไม้ออกดอก ...บอกแล้วว่า งานนี้ งานช้างแมมมอท

การที่จะปฎิบัติดูแลกล้วยไม้ แคทลียาหรือกล้วยไม้อื่น ๆ ให้ออกดอกในสภาพปกติ รวมทั้งกล้วยไม้ป่าซึ่งจะออกดอกปีละ 1 ครั้งตามฤดูกาล งานนี้ ......ท่านว่า

ถ้าเป็นกล้วยไม้สายพันธุ์ตัดดอกมันทำไม่ยาก แต่จะทำให้ช่อดอกเป็นไม้เกรด A ยากสุด ๆ ..

..ส่วนแคทลียา หรือกล้วยไม้บางสายพันธุ์ มันทำให้ออกดอกได้ยาก แต่ออกดอกมาแล้ว ขายได้หมด .

..ที่ออกดอกยากเพราะมันยังมีเลือด ป่า อยู่ในตัว ซึ่งปกติกล้วยไม้ป่า จะออกดอกปีละครั้ง และตามที่ผมบอกไว้คราวก่อนว่า ให้หาแคทลียาสายพันธุ์ ลูกผสม ที่ออกดอกง่าย ๆ มาเลี้ยงเพื่อเป็นกำลังใจสำหรับผู้เริ่มต้น...อาจจะเป็น …ลูกผสม 2 สายพันธุ์....3 สายพันธุ์....4 สายพันธุ์ ความยากง่ายในการออกดอก ก็จะเรียงกันตามลำดับ .....


ทีนี้ ผมมีข้อมูลการปฏิบัติดูแลให้กล้วยไม้ออกดอกอยู่ 2 แหล่ง

(1) จากข้อมูลที่ผมค้นหามา จากที่ต่าง ๆ หลากหลาย ทั้งในและนอกเว็ป .....
(2) จากข้อมูลเก๋ากึ๋ก ที่ผมจดจากอาจารย์ ตอนที่ไปฟังอาจารย์ท่านบรรยาย


ผมจะเล่าให้ฟังเป็นเรื่อง ๆ ไป....อ่านแล้ว ใครจะเห็นดีเห็นงาม หรือเชื่อข้อมูลอันไหน หรือไม่เชื่อด้วยประการใด ก็เป็นเรื่องของคุณละครับ


(1) จากข้อมูลที่ผมค้นหามา จากที่ต่าง ๆ หลากหลาย.....สรุปได้ว่า กล้วยไม้จะออกดอกขึ้นอยู่กับปัจจัย 4 อย่าง….คือ

วัสดุปลูก
สภาพแวดล้อม
การให้น้ำ
ปุ๋ยและยา



1. วัสดุปลูก

1. กาบมะพร้าว หรือกาบมะพร้าวสำเร็จรูปที่เป็นแท่งหรือกระบะ
2. กระถางดินเผาขนาด 3 - 4 นิ้ว
3. วัสดุอื่น ๆ


2. สภาพแวดล้อม

..ถ้าสภาพแวดล้อมไม่ดี หรือไม่เหมาะสม ต้นไม่สมบูรณ์กล้วยไม้ก็จะไม่ออกดอก สภาพแวดล้อมที่ดี คือ ต้องมีสภาพที่เหมือนหรือใกล้เคียงสภาพธรรมชาติดั้งเดิมของสายพันธุ์กล้วยไม้นั้น ๆ

แสงเป็นปัจจัยสำคัญในการสังเคราะห์แสงเพื่อสร้างอาหารให้กับต้นพืช ถ้าแสงน้อยเกินไปทำให้พืชเติบโตช้าลง หรือถ้าได้รับแสงที่ไม่สม่ำเสมอ ด้านหนึ่งแสงมาก ด้านหนึ่งแสงน้อย จะมีการเจริญเติบโตทางด้านยาวด้านเดียว ที่เรียกว่ากล้วยไม้ ยืด ลำต้นผอม ยาว ไม่อ้วน …แต่ถ้าแสงมากเกินไป ทำให้ใบไหม้ ต้นแคระแกรน อาจต้องมีการพรางแสงช่วย แสงแดดที่พอเหมาะกับกล้วยไม้ คือ ตั้งแต่เริ่มสว่างถึงประมาณ 9 โมงเช้า

การถ่ายเทอากาศที่ดี จะช่วยนำความชื้น และความร้อนออกไปจากโรงเรือน ไม่อับชื้นมากเกินต้องการ จะเป็นทางนำมาซึ่งเชื้อโรค....ระยะวางกระถาง หรือที่แขวน การจัดหมวดหมู่ตามประเภทกล้วยไม้ ต้องเหมาะสม ไม่อัดแน่นจนเกินไป

ตามที่ผมเคยเห็นพ่อปรับสภาพแวดล้อมให้กล้วยไม้โดยการทำโรงเรือน + กับการที่เคยไปนั่งหลับ ๆ ตื่น ๆ ฟังการอบรมพอจำได้เล็ก ๆ น้อย ๆ ว่า

1.- ทำหลังคาโรงเรือน สูงประมาณ 2.50 – 3.50 เมตร (ตามความเหมาะสม)

2.- หาวัสดุคลุมกรองแสงได้ประมาณ 50 – 70 % ...หลังคาโรงเรือนสมัยก่อนตีไม้ระแนง 1 นิ้วระยะห่าง 1 x 1 หรือใช้ ฟากไม้ไผ่ แต่ปัจจุบันทำแบบนั้น ลงทุนสูงเกิน ที่ง่ายที่สุดในปัจจุบันก็คือ ใช้ ซาแรน คลุมมาจากภาษาประกิตว่า SARAN ...บางคนเรียก สะแลม ...เสียงมันเพี้ยนกันได้ ไม่ว่ากันครับ

3.- อุณหภูมิที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตก็ประมาณ 65 – 75 องศาฟาเรนไฮท์ ก็ประมาณ 33 – 43 องศาเซลเซียส …ทำไมตำราจึงเรียกเป็นองศา ฟาเรนไฮท์ เพราะคนที่ค้นพบกล้วยไม้ตามหมู่เกาะต่าง ๆ แล้วนำมาเขียนเป็นตำรากล้วยไม้สมัยโน้น ท่านเป็นชาวอังกฤษครับ...

4. บนหลังคาคลุมด้วย ซาแรน.....ด้านข้างโดยรอบ บังด้วยซแรน...ทำให้ลมผ่านเข้าออกได้ลมโชย ๆ แบบบางเบา ข้างในมันก็เลยร้อนแบบอบอ้าว..เพื่อเป็นการควบคุมความชื้นและอุณหภูมิ
อุณหภูมิ 33 – 43 องศา ซี ขนาดนี้ ..ในสภาพปกติถือว่า ร้อน...ใช่แล้วครับ สำหรับคนบอกว่า อบร้อน .แต่กล้วยไม้ชอบ คุณจะทำโรงเรือนให้คนอยู่ หรือจะทำให้กล้วยไม้อยู่ ก็เลือกเอาเองก็แล้วกัน...ก็ตามที่ผมเคยบอกว่า ปลูกกล้วยไม้ หัวต้องร้อน ตีนต้องเย็น ในป่า ข้างบนมันร้อน แต่ข้างล่างมันเย็น และอับชื้น อากาศแบบนี้ เป็นไข้ป่าดีนักแล

พื้นโรงเรือนที่ใช้ปลูกกล้วยไม้ ส่วนมากก็ใช้ ขี้เถ้าแกลบ หรือทรายหยาบปู แล้ววางกระถางหน้าวัว
หรือปลูกเฟิร์นด้านล่าง จะช่วยเก็บความชื้นได้ดี ขายดอกหน้าวัวและขายก้านเฟิร์นได้อีกด้วย ....

นอกจากนี้ มันอย่างปัจจัยอื่นอีกหลายอย่าง ทั้งปัจจัยเสริม ปัจจัยต้าน และปัจจัย(เงิน)น้อย ก็ว่ากันไป


ว่ากันโดยหลักการแล้ว......การทำแปลงปลูกต้นไม้ไม่ว่าจะต้นอะไรก็ตาม แม้กระทั่งจะทำโรงเรือนหรือทำที่แขวนหรือปลูกกล้วยไม้ ต้องยึดหลักว่า จะต้องทำแปลงหรือที่แขวน ขวางตะวัน คือทำให้ยาวไปตามทิศเหนือและใต้ เพื่อให้ต้นไม้ได้รับแสงแดดทั่วถึง แต่ถ้าทำไม่ได้เพราะสถานที่บังคับ ก็พยายามทำให้ขวางตะวันให้ได้มากที่สุด ความสูงก็ตั้งแต่ 2.50 ถึง 3.50 เมตร ...ตามความเหมาะสมครับ

อย่างคุณ ชมภู เริ่มต้นใหม่ ๆ ก็คงจะปลูกกล้วยไม้เอาไว้แค่ดูเล่นเพลิน ๆ ตา...ก็อาจจะแขวนอีรุงตุงนังไว้ใต้ต้นไม้ไปพลาง ๆ ก่อน ....เท่าที่ผมดูจากในรูปของคุณ มีโรงเรือนที่เจ้าของเดิมเค้าทิ้งเอาไว้ให้ หลังคาอาจจะ เตี้ย ไปหน่อย ... แต่ก็ถือว่าใช้ได้ในระดับหนึ่ง...ปรับเปลี่ยนจัดกล้วยไม้ให้เป็นหมวดหมู่ หวายอยู่กลุ่มหวาย แคทอยู่กลุ่มแคท รวมทั้งปรับที่มุง ที่บังให้เหมาะสมกับกล้วยไม้แต่ละชนิด ก็น่าจะดีขึ้น....

... ต่อ ๆ ไปก็ทำโรงเรือนเล็ก ๆ มาตรฐาน เพื่อศึกษาในขั้นตอนต่อไป ความกว้าง ยาวก็ประมาณ 3 x 6 เมตร หรือ 6 x 9 เมตร 6 x 12 เมตร และเพื่อความทนทาน ควรใช้เสาปูน 4 x4 x 3.50 เมตร …โครงสร้างอื่น ๆ อาจใช้ไม้รวกไปก่อนตามกำลังทุนทรัพย์

..ส่วน ซาแรน – 50% ที่ขายทั่วๆไป จะกว้าง 2.00 - 2.50 เมตร ยาวม้วนละ 100 หลา ถ้าต้องการชนิดความกว้าง 3.00 เมตร ยาว 100 เมตร ผมไม่แน่ใจว่าปัจจุบันมีจำหน่ายหรือเปล่า เพราะตอนที่ผมใช้ ผมต้องสั่งโรงงานทอให้เป็นพิเศษ .....หากจะซื่อมาใช้เอง ให้ซื้อชนิดหนา สีดำนะครับ ..สีดำ
จะกระจายความร้อนได้ดีกว่าสีเขียว......


เมื่อทำไป ศึกษาไป จนถ้าคิดว่า ทำได้ดีมีแววว่า ฝีมือเข้าขั้น....คุณก็อาจจะขยายให้กว้างขวางใหญ่โต ทำเป็นการค้าต่อไป ทุกอย่างเริ่มจากจุดเล็ก ๆ ทั้งนั้นแหละ...ที่สำคัญคุณต้องหมั่นศึกษาหาความรู้เข้าไว้ อย่าปิดกั้นตัวเอง..

คุณชมภู บอกว่า มีที่ว่างเหลือ 300 ตร.วา น่าจะทำกล้วยไม้แปลก ๆ ลุ้นให้ออกดอกในกระถางเจี๊ยบ ซัก 20,000 กระถาง ขายช่วงคริสมาส ปีใหม่ ขายแค่กระถางละ 25 บาท
(ราคาเท่าที่คุณเคยถูกร้านค้าที่บางใหญ่มันหลอกขายคุณมานั่นแหละ....ไม่ได้พูดให้กระทบหรือกระเทือน ทราง แต่แหย่เล่นเพื่อทำแผนเพ้อฝันให้เป็นจริงโว๊ย ไอ้น้อง) …….ความฝันนี้ คุณ ออร์คิดก็น่าจะเก็บไปคิดลองทำดูก็ได้เช่นกัน......


3. การให้น้ำ

..คุณอาจหาข้อมูลจากในเว็ปต่าง ๆ แต่เชื่อเถอะว่า เค้าบอกแค่หลักการทั่ว ๆ ไปเท่านั้น ส่วนเบื้องหน้า เบื้องหลัง เบื้องลึก เค้าไม่บอกคุณหรอกครับ....สงสัยอะไรถามคนที่เค้ารู้และเค้าพร้อมที่จะบอกเล่าให้คุณรู้นั่นแหละคุณถึงจะรู้..... ...

บางตำรา(ใช้กำปั้นทุบดิน ตุ๊บ)ท่านบอกว่า

1. ควรให้น้ำในตอนเข้า ไม่ควรเกิน 7 โมง เช้า น้ำที่ให้ควรมีค่า pH ที่เป็นกลาง (pH=7)
2. การฉีดน้ำควรฉีดให้เป็นฝอย เพื่อไม่ให้กระทบต่อยอดและช่อ เพราะความแรงของน้ำจะทำให้กล้วยไม้ช้ำได้
3. หากเป็นน้ำบาดาลซึ่งมักจะเป็นด่างควรดูดน้ำขึ้นมาพักไว้เพื่อให้โคลนเลนที่ปะปนมาตกตะกอนเพื่อป้องกันไม่ให้ใบค่อยๆ เหลืองร่วงไป
4. การให้น้ำในฤดูหนาว ควรให้ในช่วงเช้าจนชุ่มเพียงหนเดียว
5. การให้น้ำในฤดูร้อน ควรให้น้ำตอนเช้าจนชุ่ม และตอนเย็นหลังแดดร่มลงแล้ว
6. การให้น้ำในฤดูฝน หากฝนตกชุกควรงดให้น้ำและปุ๋ย เพราะน้ำฝนจะทำปฏิกิริยากับบรรยากาศได้ปุ๋ยธรรมชาติที่มีธาตุไนโตรเจนสูงอยู่แล้ว ควรเน้นการให้ยา เพราะเมื่อฝนตกมักทำให้เกิดโรคหลายอย่าง

บางตำราท่านบอกว่า

ในธรรมชาติ กล้วยไม้จะได้รับน้ำจาก น้ำฝน ไอน้ำ ความชื้น จากสภาพที่เป็นป่า....เมื่อเอามาเลี้ยงในโรงเรือน ก็ต้องให้น้ำเลียนแบบธรรมชาติ ....
(อ่านแล้ว มึน....บ้านผม อากาศชื้น บ้านคุณอากาศอบอุ่น อีกบ้านอากาศหนาว อีกบ้านอากาศร้อน ....ก็ต้องปรับให้เลียนแบบธรรมชาติ จะทำฉันใด)....

เค้าบอกต่อไปอีกว่า ถ้าเป็นกล้วยไม้รากอากาศ ให้น้ำวันละ 2 ครั้ง เช้า กับ เย็น...
ถ้าเป็นกล้วยไม้ที่มีเครื่องปลูก ให้น้ำตอนเช้าครั้งเดียว
การให้น้ำต้องชุ่มพอ สเปรย์น้ำเป็นฝอยทั่วทั้งต้นและราก ให้สังเกตรากจะเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีเขียว หรือบวมพองขึ้น....


4. การให้ปุ๋ยและยา

ถ้าคุณถามสวนกล้วยไม้ว่าเค้าใช้ปุ๋ยสูตรอะไร....อย่างดีเค้าก็บอกคุณแต่เพียงว่า .....สูตรเสมอ.....สลับด้วย ตัวหน้าสูง ตัวกลางสูง ตัวหลังสูง......แต่ไม่บอกวิธีใช้ว่า ใช้ยังไง ใช้เมื่อไหร่.

...ลองไปดูจากตำรากัน ท่านบอกว่า...

1. ในฤดูหนาว ควรให้ปุ๋ยทุก 10 วัน สูตรที่ใช้ควรเป็นสูตรเสมอเช่น 16-16-16, 18-18-18, 20-20-20, 21-21-21 เป็นต้น เพราะในฤดูหนาวต้นไม้ต้องการสารอาหารมาก เนื่องจากเป็นช่วงที่กล้วยไม้เกิดการชะงักจึงต้องให้ปุ๋ยไปเสริมในส่วนที่ขาดไป….

2. ในฤดูฝน ปุ๋ยที่ให้ควรน้อยกว่าฤดูหนาว ควรให้ยาฆ่าแมลงและยาป้องกันเชื้อรามากกว่าปุ๋ยเพราะโรคมักเกิดมากในช่วงนี้

3. ในฤดูร้อน ปุ๋ยควรเป็นสูตรที่มีไนโตรเจนสูง เพราะอากาศร้อนจะทำให้ธาตุไนโตรเจนน้อยกว่าในฤดูอื่นและควรให้สลับกับสูตรเสมอทุกอาทิตย์ ในฤดูนี้ควรให้ยาป้องกันเชื้อราหลังจากที่เกิดฝนตกเพราะอากาศร้อนและฝนตกจะทำให้เกิดเชื้อราได้ง่าย

ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่ (1) ก็หมดแค่นี้

ข้อมูลที่ (2) จากแหล่งข้อมูล เก๋ากึ๋ก ที่ผมจดจากอาจารย์ ตอนที่ไปฟังท่านบรรยายเรื่องกล้วยไม้ เอาไว้ต่อคราวหน้าก็แล้วกันนะครับ



ทีนี้ ทำยังไงถึงจะทำอุณหภุมิภายในโรงเรือนให้ได้เฉลี่ย 33 – 43 องศา ร้อนอบแต่ชื้น

เคยเห็นตามสวนกล้วยไม้ตัดดอกบ้างมั๊ยครับ ถ้าไม่เคยเห็น หรือเคยเห็นแต่ไม่สังเกต จะช้าอยู่ทำไมดูรูปกันดีกว่าครับ...

..แต่ต้องขออภัยครับ ที่ระยะนี้สวนกล้วยไม้สกุลแคทลียา เค้ากำลัง โด๊ป ให้แคท ออกดอกให้ทันในช่วง คริสมาส และปีใหม่ .(ตามที่เขียนบอกคุณชมภู ไว้ข้างต้น)..เค้าบอกว่า ....No Enter & No Photo Please.
คือเค้ากลัวว่า เวลาเรากด ชัตเตอร์ เสียงมันดัง แชะ กล้วยไม้มันจะตกใจ ทำให้ดอกหดน่ะครับ...เหอ ๆๆๆ .


ถ้าอย่างนั้น ดูรูปจากโรงเรือนของกล้วยไม้สกุลหวายตัดดอกไปพลาง ๆ ก่อนก็แล้วกัน สภาพก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ เพียงแต่โรงเรือนปลูกแคท จะทึบแสงกว่าเท่านั้นเอง


รูปชุดที่ 1 ...25 เมย.57 เหล้าเก่าในขวดใหม่.......จากกระทู้ 3631...คลิก....(ดูบทที่ 3 ตอนที่ 2 (02/05/14)….

http://www.kasetloongkim.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=3631&postdays=0&postorder=asc&start=25

ต้องขออภัยที่เอามา ฉาย ซ้ำ แต่เนื่องจากว่า มีบางรูป ที่ผมยังไม่เคยได้นำเสนอ...ด้วยเหตุว่า กระทู้ 3631 เป็นเรื่องของ มือโปร ปลูกกล้วยไม้ ...แต่กระทู้ 4563 เป็นเรื่องของ มือแป ยังไม่ค่อยจะรู้เรื่องกล้วยไม้มาก่อน....การนำเสนอก็เลยต่างกันตามอัธยาศัย.....





(1)



(2)

(1 - 2) โรงเรือนที่วางกล้วยไม้ในขวดเพาะ โรงเรือนนี้ สร้างยาวไปตามตะวันออกและตก เนื่องจากสถานที่เป็นแบบนี้ หลังคามุงด้วยแผ่นอลูมิเนียม สามารถบังคับเลื่อนปิด เปิดให้แคบ และ กว้าง เพื่อให้แสงผ่านเข้าได้ตามที่ต้องการ






(3) โรงเรือนสูงประมาณ 3.00 เมตร ใช้เป็นที่อนุบาลลูกกล้วยไม้ตั้งแต่ออกจากขวด เลี้ยงดูจนถึงออกดอกในกระถางเจี๊ยบ
ให้สังเกตว่า ในโรงเรือนจะมีความอบชื้น กล้วยไม้สกุลหวายจะพรางแสง 40 % ได้รับแสงแดดเต็มที่ ร้อนครับ....แต่ด้านใต้ ขุดเป็นร่องน้ำเอาไว้ มีน้ำสะอาดขัง ปลูกแหนคลุมหน้าเอาไว้ ไอชื้นจะขึ้นมาจากน้ำ ทำให้เย็น เข้าตำรา หัวร้อน ตีนเย็น




(4) ลูกกล้วยไม้ที่เอาออกจากขวด ต้องพักฟื้นในโรงเรือนประมาณ 1 อาทิตย์ โดยไม่ต้องไปทำอะไรทั้งสิ้น





(5) หลังจาก 1 อาทิตย์ผ่านไป ก็หนีบลงกระถางเจี๊ยบ





(6)



(7)



(8 )

(6 - 8 ) อายุประมาณ 2 เดือน




(9)



(10)

(9 - 10) อายุประมาณ 8 - 10 เดือน ก็เริ่มให้ดอกช่อแรก....พร้อมจำหน่ายจากหน้าสวน ก็ต้นนึงประมาณ 7 - 10 บาท ร้านค้าก็ขาย ต้นละ 15 บาท คนที่ซื้อไปขายต่อช่วงที่ 3 ก็ขาย 18 - 20 บาท....พ่อค้าแผงก็ซื้อไปขายต่อก็ 25 - 30 บาท....ก็ว่ากันไป

ทำไมออกดอกเร็วจัง.....โด๊ป ต้นให้สมบูรณ์เต็มที่ตั้งแต่เริ่มตั้งตัว.... ปรับ C / N Ratio พร้อมกับ อัดปุ๋ยเร่งดอก ....เพื่อทำให้กล้วยไม้ออกดอกเร็วที่สุด โดยต้นไม่โทรม


วิธีการทำยังไง....ลุงคิมเคยพูด เคยเขียนถึงเรื่องการปรับ C / N Ratio อยู่บ๊อย บ่อย ....บ่จ๊ด บ่จำ ทั้งบัวคำบัวแก้ว....ลุงบอกกี่เตื้อแล้ว ทั้งบัวแก้ว บัวคำ....

อยากรู้ก็ต้องอดใจรอครับ.......






(11) ม่วงปากแดง





(12) ขาวปากแดง





(13) ขาวปากเหลือง





(14) บราสซาโวล่า ลูกผสม....


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Chompoo
สาวดอง
สาวดอง


เข้าร่วมเมื่อ: 31/07/2014
ตอบ: 39

ตอบตอบ: 02/09/2014 3:57 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับคุณลุง น้าทิดแดง พี่ตู่ คุณ Orchid และเพื่อน ๆ

ผมอ่านกระทู้ที่คุณลุงแนะนำ(3181, 3631) แล้วก็มาอ่านกระทู้ 4563 พยายามจับถ้อยความเพื่อให้มาปะติดปะต่อกัน แต่ว่า ผมไม่เคยมีความรู้ ไม่มีประสบการณ์เรื่องกล้วยไม้มาก่อน.....อ่านแล้ว เริ่มมึน..นี่ขนาดแค่ ผิว ๆ ...แต่มันดูสลับซับซ้อนลึกซึ้ง ยากจังเลยครับ...


ผมเก็บ(จด)ข้อสงสัยไว้แยะเลยครับ จากที่คุยกัน น้าทิด แนะนำให้ผม ปริ้นท์ ข้อมูลจากกระทู้ 3181 กับกระทู้ 3631 และกระทู้ 4563 ออกมา อ่าน แล้ว ตัด เอาเรื่องเดียวกัน หรือเรื่องที่ใกล้เคียงกัน มาต่อกัน แบบตัดต่อหนัง..เพื่อให้เนื้อเรื่องต่อเนื่องกัน ..เฮ้อ...สงสัยว่า มือใหม่ อย่างผมคงจะต่อไม่ติด คงต้องรบกวนนัดเจอที่ร้านกาแฟ ขอคำแนะนำอีกซะละมั๊งครับ........


ผมฟัง ๆ มาจากหลายคนและคุณออร์คิด รวมทั้งพี่ตู่ด้วย บอกว่า แคทลียาออกดอกยาก ขอถามน้าทิด นิดนึงครับว่า

....ยังมีกล้วยไม้อะไรอีกบ้างไหมครับที่เลี้ยง และดูแล ยากกว่า แคทลียา....

ผมชักจะ ฮึด ขึ้นมาซะแล้วซีครับ....ผมมาคิด ๆ ดูก็จริงอย่างที่น้าทิดบอก คือ ถ้าเราผ่านอะไร ๆ ที่โหดและยาก ๆ มาได้ ไอ้เรื่องที่ง่ายก็ไม่มีปัญหา


ขอบคุณครับ


Ps. ผมระบายสีตัวหนังสือได้แล้ว...ขอบคุณพี่ตู่ที่ชี้แนะ...
.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Chompoo เมื่อ 03/09/2014 1:12 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1918

ตอบตอบ: 03/09/2014 1:05 am    ชื่อกระทู้: กล้วยไม้มือใหม่ - ตอน รองเท้านารี กล้วยไม้สยบเซียน ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม คุณออร์คิด คุณชมภู และเพื่อน ๆสมาชิก

กล้วยไม้มือใหม่ - ตอน รองเท้านารี กล้วยไม้สยบเซียน

งานเข้าอีกแล้ว....Job พิเศษ....สามรอบประเทศไทยยังตอบคำถามไม่หมด


คุณ ชมภู ถามว่า มีกล้วยไม้อะไรบ้างที่เลี้ยงยากกว่า แคทลียา กล้วยไม้ไม้ปราบเซียน...


คำถามของทั้งคุณ ออร์คิด และ คุณ ชมภู ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ.....ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคำถามของคนที่ไม่เคยปลูกกล้วยไม้มาก่อนเลย..ชักไม่อยากจะเชื่อซะแล้ว พับผ่าซิเอ้า

และ..คำถามของคุณสองคน ถามสั้น ๆ แต่คำตอบ เมื่อเอาตัวอักษรมาเรียงกันแล้ว สามรอบประเทศไทยยังตอบคำถามไม่หมดเลยครับ....


คุณชมภู บอกว่า….ไม่เคยมีความรู้ ไม่มีประสบการณ์เรื่องกล้วยไม้มาก่อน.....อ่านแล้ว เริ่มมึน..นี่ขนาดแค่ ผิว ๆ ...แต่มันดูสลับซับซ้อนลึกซึ้ง ยากจังเลยครับ...
......ก่อนจะถึงเลขหลัก 100 ก็ต้องเริ่มนับจาก 1 ...ถ้าไม่เริ่มจากก้าวที่ 1 ก้าวที่ 100 ก็จะไม่มี.....คงต้อง ใช้เวลาศึกษา และค่อยเป็นค่อยไปครับขึ้นอยู่กับคุณว่า จะเรียนรู้ ดู และ รับ ได้เร็วแค่ไหน ทุกอย่างมันจะค่อย ๆ เก็บเข้าในหน่วยความจำไปเอง...


....มือใหม่ อย่างผมคงจะต่อไม่ติด คงต้องรบกวนนัดเจอที่ร้านกาแฟ ขอคำแนะนำอีกซะละมั๊งครับ...
ผมจะไปดูแลต้นไม้ที่ร้านกาแฟตามสะดวกของผมไม่จำกัดวันและเวลา ส่วนมากถ้าออกมาผมจะนอนค้างที่ร้าน วันสองวัน
....คุณจะว่างหรือสะดวกวันไหน เวลาไหน นัดมาก็แล้วกัน เอาเป็นวันที่คุณไม่เสียงาน....ถ้าเป็นวันที่คุณทำงาน ห้ามแว่บ นะครับ มันไม่ดี.... จะเป็นตอนเย็น ค่ำมืดก็ได้ (จะพาไปกิน จิ้ม จุ่ม รสเด็ด อร่อย ) ผมนอนที่ร้านได้สบาย ๆ



คำตอบ กล้วยไม้ที่เลี้ยงยากกว่า แคทลียา - กล้วยไม้ปราบเซียน คือ

(1) กล้วยไม้ ที่ใกล้จะม้วย ลุ้นยากที่สุด....

(2) ลุงคิมบอกว่า ..มันยากที่ใจครับ ถ้าใจไม่ยอมรับ หรือ ยังไม่ทันจะลงมือทำโวยแล้ว .....กูทำไม่ได้ว่ะ....


(3) กล้วยไม้ที่เลี้ยงยากกว่าแคทคือ กล้วยไม้สกุลรองเท้านารี – (Paphiopedilum) กล้วยไม้สยบเซียน ครับ

และกล้วยไม้ที่มีความยากง่ายในการเลี้ยงที่ตาม ๆ กันมา คือ .
สกุลฟาแสนนอพซีส(Phalaenopsis)
สกุลซิมบิเดียม(Cymbidium)
สปาโธกลอตติส(Spathoglottis) ไทยเรียกกล้วยไม้ดิน
สกุลออนซีเดี้ยม(Oncidium) และ
สกุลฮาบินาเรีย(Habenaria)..ไทยเรียก นางอั้ว หรือ ลิ้นมังกร ฯลฯ....


ว่าแต่ว่าคุณเคยได้ยินชื่อ รู้จัก และเคยเห็นกล้วยไม้ที่เอ่ยชื่อมาทั้งหมดพวกนี้บ้างมั๊ยล่ะ …
นอกจากนี้ยังมีกล้วยไม้สกุลอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกหลายสายพันธุ์ จะพูดถึงภายหลังนะครับ

แล้วก็ จะบอกว่าการเขียนชื่อสกุลกล้วยไม้ตามหลักพันธุศาสตร์สากล เค้าเขียนด้วยอักษรตัวเอียงนะครับ


ว่าด้วย กล้วยไม้สกุลรองเท้านารี ที่ขึ้นชื่อว่า กล้วยไม้สยบเซียน (ผมยังไม่กล้าเข้าใกล้ ...เพราะผมไม่ใช่เซียน.....กลัวหลงเสน่ห์ครับ เพราะมันสวย เสน่ห์แรงจริง ๆ)


รองเท้านารีเป็นกล้วยไม้ดิน เป็นไม้ป่าของเมืองไทยขึ้นอยู่ในป่าโปร่งที่มีใบไม้ผุ ๆ มีอยู่ในประเทศไทย ผมมีรูปมาให้ดู ...ยั่วให้เกิดกิเลส.....ระวังจะหลงเสน่ห์นะครับ (ฟังดูจากชื่อก็รู้แล้วว่า เป็นกล้วยไม้ไทย)






(1) รองเท้านารี ดอยตุง





(2) รองเท้านารี อินทนนท์





(3) รองเท้านารีเหลืองตรัง





(4)



(5)



(6)



(7)



(8 )

( 4 – 8 ) รองเท้านารีเหลืองกระบี่





(9) พยายามนึก แต่ยังนึกชื่อไม่ออกครับ





(10)สุดยอดความสวยในกระบวนรองเท้านารีทั้งหมด... รองเท้านารีคางกบครับ





(11)รองเท้านารี ฝาหอย





(12) รองเท้านารี เหลืองปราจีน


ยังมีรองเท้านารีอีกหลายหลากสายพันธุ์ครับ แยะมาก....ฯลฯ.

ขอแค่นี้ก่อนครับ



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1918

ตอบตอบ: 04/09/2014 12:01 am    ชื่อกระทู้: กล้วยไม้มือใหม่ ตอน แคทลียา กล้วยไม้ปราบเซียน ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม คุณออร์คิด คุณชมภู และเพื่อน ๆสมาชิก


กล้วยไม้สำหรับผู้เริ่มต้น - แคทลียา กล้วยไม้ปราบเซียน

วิธีปลูกแคทลียาให้ออกดอกบ่อย ๆ - 3


เรื่องการปฏิบัติดูแลแคทลียาและกล้วยไม้ให้ออกดอก ต่อจากคราวก่อน

(2) จากข้อมูลเก๋ากึ๋ก ที่ผมจดจากอาจารย์ ตอนที่ไปอบรม(ครั้งโบราณกาลนานมาแล้ว)

ผมคงต้องคัดลอกจากสมุดที่จดเอาไว้ ตอนพ่อไล่ให้ไปอบรมเรื่องกล้วยไม้เมื่อนานมาแล้ว

ใช้เวลาอบรมหลังเลิกงาน(ผมเลิกเรียน)ตอนเย็นวันละ 2 ชั่วโมง รุ่นพี่ ๆ เค้าใช้เวลา 4 เดือน ..แต่รุ่นผมมีแต่คนโง่ทั้งนั้น อาจารย์ท่านเลยให้ความ เม็ตตา เป็นกรณีพิเศษ ใช้เวลาอบรมถึง 6 เดือน 180 วันเต็ม ๆ ไม่เคยขาดซักกะวัน.

... นอกจากนั้น อาจารย์ท่านพาไปศึกษาตามสวนกล้วยไม้ดัง ๆ หลายสิบแห่ง ซึ่งโดยปกติไม่มีทางที่จะเข้าไปได้แม้แต่จะโผล่หน้าเข้าไปมอง....แต่ได้ความรู้มาแค่ หางอึ่ง เท่านั้นเอง เฮ้อ กู หนอ กู...

....สมุดเล่มนี้รอดพ้นจากน้ำท่วมเมื่อปลายปี 54 แต่ก็มีคราบเปียกน้ำ ..ดีใจแทบตาย เพราะไอ้ที่จดเอาไว้ บางเรื่องมันไม่มีในตำรา จดไว้เพียบเลยแหละ

เห็นลายมือของตัวเองเมื่อสมัยก่อนแล้ว มึน กรูจะแกะลายแทงจากลายมือของตัวเองออกมั๊ยวะเนี่ย.
.ทำให้รู้เลยว่า ที่ผมสอบผ่านเรียนจบออกมาได้ เพราะอาจารย์ท่านคงขี้เกียจอ่านลายมือผม ก็เลยให้มันผ่าน ๆ จะได้จบออกมาให้พ้น ๆ ไปซะที.....




(1)



(2)



(3)

(1 – 3) เห็นรูป ปากใบ ที่ตัวเองวาดแล้ว(อายจังครับ) ต่อให้ สิบลุงคิมก็ไม่ แก่นกระโหลก เท่าผม

..แม้เวลาจะผ่านมานานแสนนาน แต่จำได้แม่นเลยว่า โดนพ่อเอาสมุดเล่มนี้โขกหัวหลายโป๊กเลยแหละ

....ปากใบของเอ็งเป็นอย่างนี้รึ....

...โห...ไม่เป็นแบบนี้แล้วเป็นแบบไหนล่ะครับลุ๊ง....



ว่าด้วยเรื่องของการปฏิบัติดูแลให้กล้วยไม้ออกดอก อาจารย์ของผมท่านบอกว่า


กล้วยไม้จะเจริญงอกงาม ออกดอกได้ มันมีแฟคเตอร์หรือปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของกล้วยไม้ มีทั้งปัจจัยเสริม ปัจจัยต้าน....แบ่งเป็น 2 จำพวก

ก. ปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ แบ่งออกเป็น

1. แสงสว่าง
2. ความชุ่มชื้น
3. อุณหภูมิ
4. บรรยากาศ

ข. ปัจจัยที่เกิดจากการปฏิบัติบำรุงรักษา

5. สภาพโรงเรือนตามความเหมาะสมของกล้วยไม้
6. วัสดุปลูก ภาชนะปลูก วิธีการปลูก การบำรุงรักษา
7. อาหารของต้นไม้...
8. ศัตรู และการป้องกันกำจัด


ว่าด้วยปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ…..

(ผมขออนุญาต มั่ว ครับ เพราะบางตอนแกะลายมือตัวเองไม่ออก(จริง ๆ)และบางจุดตัวหนังสือมัน เบลอ เพราะเปียกน้ำน่ะ อิอิ)


...กล่าวโดยรวม ๆ ถ้าสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติไม่เหมาะสมกับความต้องการของกล้วยไม้ชนิดที่เราปลูกเลี้ยง กล้วยไม้ก็จะไม่เจริญงอกงาม ไม่ผลิดอกออกช่อให้เราได้ชื่นชม...เช่น แสงแดดร้อนเกินไป.....ความชุ่มชื้นต่ำเกินไป....อุณหภูมิ และบรรยากาศ อับทึบ ลมไม่โกรก โรงเรือนไม่โปร่ง ระบายลมไม่ได้ เชื้อโรค เชื้อราเข้าทำลาย ฯลฯ

นอกจากนี้ แต่ละท้องที่ ย่อมมีดินฟ้าอากาศตามธรรมชาติไม่เหมือนกัน ...กล้วยไม้ชนิดเดียวกัน ไม่ว่าจะอยู่ในที่ใด ๆ ก็ตาม ย่อมจะมีความต้องการสภาพสิ่งแวดล้อมที่เหมือนกัน คือเหมือนสภาพเดิม ๆ ที่มันเคยอยู่ ....เช่นกล้วยไม้ที่ชอบสภาพแห้ง ถ้าไปปลูกเลี้ยงในแหล่งที่มีความชุ่มชื้นสูง การให้น้ำก็ต้องน้อยลง ....แต่ถ้าไปอยู่ในที่ความชุ่มชื้นของอากาศต่ำ ก็ต้องให้น้ำมากขึ้น.....อะไรทำนองนี้


ดังนั้น ปัจจัยทั้ง 8 ข้อ จะต้องเกี่ยวเนื่องมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันหมด ซึ่งผู้ปลูกกล้วยไม้จะต้องสังเกตและศึกษาด้วยตัวเอง เพื่อปฏิบัติต่อกล้วยไม้ชนิดนั้น ๆ ได้ถูกต้องตามความต้องการ ตามสภาพแวดล้อม ตามความเหมาะสมของกล้วยไม้ชนิดนั้น ๆ

ผมบอกตามตรงว่า ผมใช้ข้อมูลจากที่ผมจดในสมุด ตรงไหนอ่านไม่ออก ก็พยายามนึกถึงคำพูดของลุงคิม เอามาผสมผสานสมานสามัคคีกัน พอกล้อมแกล้ม เอาตัวรอดไปได้แบบน้ำขุ่นๆ....ยกตัวอย่างเช่น ที่อาจารย์ท่านบอกว่า

....เพื่อปฏิบัติต่อกล้วยไม้ชนิดนั้น ๆ ได้ถูกต้อง ตามสภาพแวดล้อม …

เนื่องจาก ความรู้ของคนในปัจจุบัน ล้วนแล้วแต่ พหูสูต กันทั้งนั้น(เพราะพ่อ แม่ ของนักเรียนในปัจจุบัน ไปจ้าง สำนักงาน รับทำการบ้านส่งครู...ลูกกูเก่งชิบโหงเลย ทำการบ้านถูกหมด สอบได้เกรด A+ แต่เขียนภาษาไทยยังผิดว่ะ อ่านยังไม่ถูก เช่น คำว่า ถนนคอนกรีต....แต่มีสุภาพสตรีอดีตผู้นำสาวสวยคนหนึ่งอ่านออกอากาศว่า ถนน คอ - นก - รีต)

ผมก็นึกขึ้นได้ว่า ถ้าเขียนตามที่จดจากอาจารย์ บางคำมันเป็นคำพูดแบบคนโบราณ เกรงว่าจะอ่านไม่รู้เรื่อง เพราะคำว่าสภาพแวดล้อม มันกินความหมายกว้างไกลมาก .....ผมก็เลยต่อเติมเสริมแต่งซะใหม่เป็นว่า

เพื่อปฏิบัติต่อกล้วยไม้ชนิดนั้น ๆ ได้ถูกต้องตามสภาพแวดล้อม ตามความต้องการและตามความเหมาะสมของกล้วยไม้ชนิดนั้น ๆ

พอใช้คำพูดของลุงคิมว่า ตามความเหมาะสม .มาต่อเติมเสริมแต่งเข้าไป...มันมองเห็นภาพชัดเลยว่าความเหมาะสมที่พูดถึงมันเป็นยังไง คือถ้าเอ็งยืนกลางแดด มันร้อน เอ็งก็เข้าร่มซะ มันก็คลายร้อน....ถ้ามันหนาว เอ็งก็ออกไปยืนกลางแดด มันก็อุ่น

จากข้อ ก.1. ปัจจัยที่ว่าด้วย แสงสว่าง....

แสงสว่าง

โปรดทำความเข้าใจกับคำภาษาไทยคำนี้ให้ดีนะครับว่า เป็น แสงสว่าง ที่มาจากคำว่า LIGHT ไม่ใช่ RAY หรือลำแสงจากดวงอาทิตย์ เพราะมันจะเกี่ยวเนื่องกับคำว่า สังเคราะห์แสง (Photosynthesis) เพราะการสังเคราะห์แสง ใช้ LIGHT ไม่ใช่ RAY

…ฟังแล้ว งง ว่ะ ให้คุณลองนึกภาพตามผมนะครับว่า

....กล้วยไม้ในขวด ที่เก็บในโรงเรือน ได้รับแสงโดยการเปิดไฟช่วยทั้งกลางวันกลางคืน เพื่อให้ต้นไม้ ได้รับแสงสว่าง

....การปลูกไม้ตัดดอกบนดอยสูง หลังพระอาทิตย์ตกหมดแสง เค้าต้องเปิดไฟช่วย เพื่อขยายชั่วโมงให้ต้นไม้ได้รับแสงสว่างตามระยะเวลาที่กำหนดเพื่อให้ต้นไม้ชนิดนั้น ๆ ออกดอก

ผมไม่ใช่นักวิชาการ แต่จากการที่ไปนั่งหลับ ๆ ตื่น ๆ ฟังการอบรม เรียนรู้มา.....

สิ่งที่ต้นไม้ต้องการจากดวงอาทิตย์ คือ Sun Light กับ Temperature ..(แสงสว่าง กับ อุณหภูมิ) .ไม่ใช่ Sun Ray กับ Heat (แสงอาทิตย์ กับ ความร้อน)ครับ....กล้วยไม้ได้รับแสงสว่าง ในอุณหภูมิที่เหมาะสม ...จะโต....กล้วยไม้ได้รับแสงอาทิตย์ กับความร้อน...จะตาย..

ให้คุณลองเอากล้วยไม้ ค่อย ๆ แขวนให้ได้รับแสง และความร้อนจากดวงอาทิตย์ ทีละน้อย ๆ จนให้ได้รับแสงตรง ๆ และได้รับความร้อนเต็ม ๆ จากดวงอาทิตย์ดูก็ได้ อาจไม่ตาย แต่ไม่มีวันโต ...ลองทำดูซีครับ จะรู้คำตอบเอง

อันว่า แสงสว่าง

เป็นเครื่องช่วยให้ น้ำ ที่อยู่ในใบ กับ ก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ ที่ต้นไม้ดูดจากอากาศ เกิดการทำปฏิกิริยา กับ วัตถุสีเขียวในใบไม้ ที่เรียกว่า โครโรฟิลด์ (Chlorophyll) ทำให้เกิดการแปรสภาพกลายเป็น น้ำตาลกลูโคส (Glucose) แล้วก็เก็บเอาไว้..
...เมื่อต้นไม้หายใจเอาก๊าซออกซิเจนเข้าไป ก็จะทำปฏิกิริยากับ น้ำตาลกลูโคส ที่เก็บเอาไว้ ทำให้เกิดเป็นพลังงานสร้างความเจริญเติบโต.....ดูปฏิกิริยาจากสมการครับ

6CO2 + 6H2O ---- C6 H12 O6 + 6 O2 (ก๊าซ)
คาร์บอนไดอ๊อไซด์ + น้ำ โครโลฟิลด์ น้ำตาลกลูโคส + ออกซิเจน.....


.ผมพยายามเขียนภาษาวิชาการ ให้เป็นภาษาวิชาเกิน เพื่อให้คุณเข้าใจหลักการ
แบบง่าย ๆ แล้วนะครับ


..เพราะจากตรงนี้ ผมจะเชื่อมโยงให้มันไปเกี่ยวเนื่องกับเรื่องการปรับ C/N Ratio….เพื่อช่วยทำให้กล้วยไม้ออกดอกบ่อย ๆ อีกทางหนึ่ง....


การปรับแสงสว่างให้กับกล้วยไม้แต่ละชนิด ต้องยึดคำโบราณที่ว่า “ ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่” เมื่อปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ ก็ต้องตามใจกล้วยไม้

ผมเคยเห็นมีบางคน....พอกล้วยไม้ออกดอก....ยกออกมาแขวนโชว์หน้าบ้าน นี่เว๊ย กล้วยไม้กูออกดอกแล้วเว๊ย ...กว่าดอกจะโรย บางครั้งนานเป็นแรมเดือน 30 วันที่กล้วยไม้ถูกนำออกมาจาก บ้าน ที่เคยอยู่.....

.......หารู้ไม่ว่า การทำดังนั้น กล้วยไม้ต้นนั้นจะชะงักงัน ไม่ออกดอกไปอีกนานแสนนาน....เพราะอะไร


เพราะว่า ตอนที่เค้าอยู่ในโรงเรือนหรือในที่ ๆ เคยแขวน เค้าอยู่สุขสบาย จากสภาพแวดล้อมรอบข้าง พอเอามาแขวนข้างนอก แสงจัด อากาศร้อน น้ำท่า ยาปุ๋ย ไม่ค่อยได้ลิ้มชิมรส ไอ้ที่เคยเจริญมันก็หยุด....


เปรียบเหมือนผม เคยอยู่บ้านกระต๊อบ มันก็สุขสบายตามสภาพแวดล้อมที่ผมเคยอยู่ ...ลูกสาวไปธุระ ตจว. ขอให้พ่อไปอยู่(เฝ้าบ้าน) อาทิตย์นึง... อยากทำอยากกินอะไรทำ อาหารหวานคาวมีเพียบ นอนห้องแอร์แสนสบาย...เดินวนไปวนมาก็แค่ 200 ตร.วาแค่เนี๊ยะ นั่ง ๆ นอน ๆ เซ็งตายโหง ไม่รู้จักใครซักคน อยู่ได้ 3 วัน กูจะตายซะให้ได้ นับวันนับคืนว่า เมื่อไหร่มันจะกลับกันซะทีว๊า ....ขืนอยู่ไปนาน ๆ เฉาตายแน่ ๆ พอมันกลับกันมา ผมก็รีบเผ่น....

....พ่อจะรีบกลับไปไหน อยู่นี่ไม่สบายรึไง....
....สุขสบายทุ๊กอย่าง กินอิ่ม นอนหลับ แต่ใจมัน โหวง ๆ ยังไงบอกไม่ถูก...

.....มันเป็นยังไงล่ะ...
....เหมือนวิหคในกรงทองว่ะ....

กล้วยไม้ที่ออกดอกแล้วถูกจับมาแขวนโชว์ ก็คงเหมือนผม…กว่าจะฟื้นตัว เข้าที่เข้าทาง ผมใช้เวลาไม่นาน แต่กล้วยไม้มันต่างกับคน กว่าจะปรับสภาพตามที่เคยอยู่เดิม ๆ ได้ใช้เวลา 3 – 6 เดือนเป็นอย่างน้อย

ถึงตรงนี้ ผมก็ขอเอ่ยย้อนถึง กล้วยไม้ที่ ป้าห่าน ซาอุดร กับคุณ Boonsue สาวงามเมืองชาละวัน ให้ผมมา ตั้งแต่วันที่ 29 เดือน 5 กับ วันที่ 4 เดือน 6 จนป่านนี้ผ่านไป 3 เดือน
....บางต้นเฟื่อง บางต้นฟุบ บางต้นแฟบ บางต้นเริ่มฟื้น... แต่มีบางต้น เฟะ....


เจ้าของคนที่ให้ ไม่กล้าถามถึง คนที่รับมา ฟูมฟัก ก็ยังไม่กล้าโชว์ผลงาน.....ใจเย็นทั้งสองคนครับ....เย็นไว้โยม...

ผมเพิ่งจะคัดลอกจากสมุดที่จดจากอาจารย์ได้แค่ แสงสว่าง ปัจจัยเดียวเอง ยังเหลืออีก 7 ปัจจัย.. แกะลายแทง ปวดลูกกะตา....ขอพักก่อนครับ มีรูปให้ดูพักสายตา

รูปชุดที่ 2 ….27 เมย.57 มีสาวจากเชียงรายมาแอ่วนครปฐม เลยพาแอ่วชม สวนดอกเอื้อง (คนเหนือจะเรียกดอกกล้วยไม้ว่า ดอกเอื้องครับ)

.....ว๊าว ดอกเอื้องอิหยัง นักแต๊ นักบอด....โอ๊วววว บ้านเฮาบ่ะใจ้มีจะอี๊ หนานแดง โฟโต้หื้อเจ้าจีม......(ถ่ายรูปกันแหลกลาญ คัด ตัด เอามาลงแค่นี้พอครับ)




(4)




(5)




(6)



(7)



(8 )



(9)



(10)



(11)



(12)



(13)

สวนกล้วยไม้สวนนี้ ปลูกกล้วยไม้สกุลหวายตัดดอก ตั้งโต๊ะ ขวางตะวัน และเทคนิคการมุง ซาแรน ก็ขึงขวางตะวันด้วยเช่นกัน เว้นช่องว่างระหว่างซาแรนแต่ละผืน ประมาณ 30 ซม. รอบข้างโรงเรือนจะใช้ซาแรนขึงบังโดยรอบ โรงเรือนที่ปลูกกล้วยไม้อย่างอื่น ก็ต้องนำเทคนิคอันนี้ไปดัดแปลงเพื่อความเหมาะสมด้วยเช่นกัน...



ทำไมต้องตั้งโต๊ะ หรือวางต้นกล้วยไม้ขวางตะวัน .
..ก็เพื่อให้ต้นไม้ได้รับแสงทั่วถึงทั้งสองด้าน(ตะวันออกและตะวันตก ...)


ทำไมต้องเว้นช่องระหว่างซาแรนแต่ละผืน
เนื่องจากกล้วยไม้สกุลหวายต้องการแสงมากกว่ากล้วยไม้สกุลอื่น การเว้นช่องว่างเพื่อให้แสงเข้าได้มากขึ้น ถ้าปลูกกล้วยไม้สกุลอื่นอาจจะปิดทึบหมดเลยก็ได้ เป็นไปตามความเหมาะสม


ทำไมต้องขึงซาแรนปิดด้านข้างโดยรอบ ป้องกันคนเห็นภายในโรงเรือนหรือ...
การป้องกันคนเห็นก็มีส่วน แต่จุดประสงค์เพื่อใช้บังลมไม่ให้เข้าในโรงเรือนแรงเกินไป เพื่อรักษาอุณหภูมิและความชุ่มชื้นภายในโรงเรือน นอกจากนี้ ใต้พื้นโต๊ะ เค้าจะขุดร่องน้ำเอาไว้ เพื่อให้น้ำคายความชื้น รักษาพื้นโรงเรือนให้เย็น ตามที่ผมเคยบอกว่า ปลูกกล้วยไม้ต้องทำสภาพที่ปลูกให้เหมือนสภาพป่า คือ หัวร้อน ตีนเย็น


ซึ่งเรื่องแบบนี้คุณต้องศึกษา สังเกตเอาเอง ไม่มีใครเค้าบอกคุณหรอกครับ



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1918

ตอบตอบ: 04/09/2014 9:18 pm    ชื่อกระทู้: กล้วยไม้มือใหม่ - แคทลียา กล้วยไม้ปราบเซียน ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม คุณออร์คิด คุณชมภู และเพื่อน ๆสมาชิก


กล้วยไม้มือใหม่ ตอน - แคทลียา กล้วยไม้ปราบเซียน

วิธีปลูกแคทลียาให้ออกดอกบ่อย ๆ - 4


คราวก่อนผมจบลงตรงปัจจัยในเรื่องแสงสว่าง.....เรามาต่อกันเลยครับ ปัจจัยข้อต่อไป คือ...

ปัจจัยข้อ ก.2 ว่าด้วยความชุ่มชื้น (Humidity)

ความชุ่มชื้นของกล้วยไม้ คือ ความชุ่มชื้นตามความชอบ ตามความเหมาะสมของกล้วยไม้แต่ละสายพันธุ์ เป็นความชุ่มชื้นที่กล้วยไม้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น ความชุ่มชื้นในอากาศรอบ ๆ บริเวณต้นกล้วยไม้ ความชุ่มชื้นของเครื่องปลูก และความชุ่มชื้นตามฤดูกาล

เนื่องจาก น้ำ เป็นตัวละลายอาหาร และมีหน้าที่หล่อเลี้ยงต้นกล้วยไม้ให้สดชื่นคงรูปร่างอยู่ได้ นอกจากนั้น การที่กล้วยไม้จะสร้างน้ำตาลกลูโคสได้ ก็ต้องอาศัยน้ำกับก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ โดยมี แสงสว่าง และ โคลโรฟิลเป็นตัวช่วยเหลือ ดังนั้น น้ำหรือความชุ่มชื้น จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตต้นไม้


ปัจจัยข้อ ก.3 อุณหภูมิหรือความอบอุ่น (Temperature)

ช่วยให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีภายในส่วนต่าง ๆ ของกล้วยไม้ เช่น การสร้างน้ำตาลกลูโคส การดูดอาหาร การสร้างส่วนต่าง ๆ ของกล้วยไม้ ซึ่งก็คือ การสร้างความเจริญเติบโตของกล้วยไม้ ต้องอาศัยอุณหภูมิที่เหมาะสมของกล้วยไม้ชนิดนั้น ๆ ข้อสังเกตที่เห็นได้ชัดคือ ในช่วงที่อากาศหนาวเย็นจัด กล้วยไม้จะพักตัวไม่เจริญเติบโต หรือเติบโตช้ากว่าปกติ


ปัจจัยข้อ ก.4 บรรยากาศ (Atmospheric Air)

หมายถึงบรรยากาศตามธรรมชาติรอบตัวของกล้วยไม้ ซึ่งจะมี ก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ ที่กล้วยไม้ใช้สร้างน้ำตาลกลูโคส และมีก๊าซออกซิเจนที่กล้วยไม้ใช้หายใจ ....อากาศจะเป็นสื่อนำความอบอุ่นและความชื้น มาสู่กล้วยไม้

ไม่มีใครสามารถควบคุมส่วนผสมของอากาศได้ จะทำได้ก็แค่ทำให้เกิดการหมุนเวียนของอากาศภายในโรงเรือนเพื่อให้อากาศถ่ายเทอันจะทำให้กล้วยไม้ได้รับอากาศที่บริสุทธิ์อยู่ตลอดเวลา....อากาศทำให้กล้วยไม้เกิดการคายน้ำออกทางใบ เมื่อกล้วยไม้คายน้ำออกทางใบ รากก็จะดูดน้ำและอาหารขึ้นมาทดแทน

ในฤดูแล้ง ความชื้นมีน้อย กล้วยไม้ก็จะปรับสภาพตัวเองโดยการทิ้งใบ เพื่อตัดหรือลดทางระเหยของน้ำให้น้อยลง

เท่าที่ผมเคยเห็นพ่อทำในหน้าแล้ง ที่อากาศร้อนมาก ๆ คือ จะให้พวกผม ใช้สายยางเสียบก๊อก เปิดน้ำแล้วเอาพ่นเป็นฝอยลงที่พื้น ...สมัยก่อน ไม่มีสปริงเกลอร์ครับ ไม่ใช้สายยาง ก็เอาถังตักน้ำราดลงที่พื้น ....พอราดลงไปแป๊บเดียว น้ำจะระเหยขึ้น แล้ว จะมีกระแสลมวูบเข้ามาแทน ก็ทำแบบนี้บ่อย ๆ ก็ช่วยให้เกิดความชื้นและมีลมพัดถ่ายเทอากาศได้

ใครที่ไม่ได้ปลูกกล้วยไม้ แต่อากาศมันร้อน ลองทำแบบนี้ดูครับ มันจะมีลมพัดโชยเข้ามา ช่วยให้ดับกระหาย คลายร้อนขึ้นมาได้บ้าง....


ทีนี้ก็มาถึงปัจจัย ข้อ ข. ที่เกี่ยวเนื่องด้วยการปฏิบัติบำรุงรักษา


ปัจจัยข้อ ข. 5 เกี่ยวกับเรื่องสภาพโรงเรือนตามความเหมาะสมของกล้วยไม้


ต้องยึดหลัก ปลูกเรือนให้ตามใจผู้อยู่.....การออกแบบโรงเรือนก็ต้องทำให้กล้วยไม้อยู่สลาย ไม่ใช่ทำตามความต้องการของเจ้าของ แล้วก็ ห้ามทาสีโรงเรือนที่ปลูกกล้วยไม้ เพราะกล้วยไม้ ไม่ชอบทั้งกลิ่นและส่วนผสมที่อยู่ในสี ...เอากล้วยไม้ไปแขวนในโรงเรือนที่ทาสี นับวันก็จะแห้งลง ๆ ๆ ในที่สุดก็แห้งตาย...ใครไม่เชื่อ ลองดูก็ได้....


ข้อ ข. 6 เครื่องปลูก ภาชนะปลูก วิธีการปลูก รวมถึง การบำรุงดูแลรักษา

เครื่องปลูกหรือวัสดุปลูก เอาที่ใช้ในปัจจุบันนะครับ ยอดฮิตคือ กาบมะพร้าว แต่ถ้าจะทำกล้วยไม้กระถางเพื่อการส่งออก....ห้ามใช้กาบมะพร้าวโดยเด๊ดขาด....เพราะจะไม่ผ่าน ตม. บางประเทศห้ามนำเข้ากาบมะพร้าว..
..แล้วจะใช้อะไรล่ะยะ....... ใช้โฟมครับ จะเป็นโฟมเม็ด โฟมก้อน โฟมแท่ง ได้ทั้งนั้น แต่ความชุ่มชื้นของเครื่องปลูกไม่มีเอาเลย ต้องให้น้ำกัน เช้า สาย บ่าย เย็น และรอบดึก ..

...แต่ปัจจุบันก็มีคนสมองใส ใช้ ซาแรนเก่า ที่ขาด ๆ จะทิ้ง ๆ เอามาล้างทำความสะอาด ตัดความกว้าง ยาว ตามต้องการ แล้วก็เอา ม้วนเป็นเป็นก้อนกลมแบบม้วนกระดาษทิชชู่ ยัดลงภานะ แล้วเอาต้นกล้วยไม้ลงปลูก สบายบื๋อ เพราะซาแรน เอามาม้วน ๆ แบบนั้น มันจะเก็บความชื้นได้บ้าง รากเดินดีกว่าใช้โฟมครับ เพราะ รากพืชทุกชนิด ไม่ชอบแสง ไม่ชอบสีขาว ชอบอยู่ในที่ดำ ๆ มืด ๆ

เครื่องปลูกอีกอย่างก็คือ ถ่านหุงข้าว(เคยมีคนถามผมในกระทู้ 3631 ว่า ถ่านที่ใช้ปลูกกล้วยไม้นี่ ใช้ถ่านไฟฉายใช่มั๊ย....ผมตอบไม่ถูกเลยแหละ ผมผิดเองครับที่เบียนบอกไว้ไม่ละเอียด)

นอกจากนี้กล้วยไม้ประเภทรากอากาศ อาจจะใช้ท่อนไม้แห้ง เอากล้วยไม้มัดติด ทำที่แขวน แค่นั้นก็ใช้ได้แล้วครับ

มีบางท่าน ไฮโซ ใช้เปลือกสนหรือ Bark จาก ตปท. เป็นเครื่องปลูก แต่ผมคน โลโซ ปลูกกล้วยไม้ไว้ดูเล่นนิด ๆ หน่อย ๆ ใช้กาบมะพร้าวยืนพื้น เพราะหาง่าย ได้มาฟรี ๆ บางครั้งก็ใช้ถ่านหุงข้าว ซึ่งพอหาได้ไม่แพงนัก .....จะว่าไป กาบมะพร้าว 1 คันรถสิบล้อ ปัจจุบันราคาเกือบจะถึงคันละหมื่นแล้วมั๊ง


ปัจจัย ข้อ ข. 7 อาหาร – ปุ๋ย กล้วยไม้
เรื่องปุ๋ยกล้วยไม้นี่นะครับ คุยได้ยาว ว ว ว ว ว .....ผมจำได้ตั้งแต่รุ่นพ่อผมที่ สรรหาสารพัดปุ๋ยมาใช้กับกล้วยไม้ ใครว่าอะไรดีซื้อมาทดลอง ยิ่งปัจจุบันด้วยแล้ว มีสารพัดสูตร.....

ความจริงปุ๋ยกล้วยไม้มันมีอยู่ไม่กี่สูตรหรอกครับ สูตรเสมอ.....สูตรบันไดสามขั้น ...คือ ตัวหน้าสูง....ตัวกลางสูง.....ตัวหลังสูง....ปัจจุบัน มี นาโน ออกมาอีก โฆษณาแข่งกัน เกร่อไปเลย ใช้กันจัง.....ใช้ไปใช้มา ไม่โน ก็บวม อ่วม อรทัยไปตาม ๆ กัน ....เอาเหล็กคีเลท + ธาตุรอง / ธาตุเสริม ใส่แคปซูล ขายแคปซูลละร้อย...ก็ว่ากันไป


ปัจจัย ข้อ ข.8 โรคและแมลงศัตรูกล้วยไม้

โรคก็แยะ ราก็เยอะ แมลงศัตรูก็ยุ่ยยั่บ สารพัดยาเป็นพันเป็นหมืนยี่ห้อที่ทำออกมาขาย แมลงไม่ตาย คนฉีดก็ตาย ก็แค่นั้น....แต่ส่วนมากที่เห็น แมลงยังคงอยู่ แต่คนฉีดตายซะละมาก....

ศัตรูที่สำคัญที่เผลอไม่ได้คือ....ชาวต่างชาติ ที่มาจาก อีลัก อีหยิบ แล้วก็เพลี้ยกระสอบ กับแมงสองตีน....แถมด้วย แมงอีขอ..

..แมงตัวหลังนี่สุดยอด แบบว่า เอ่ยปากปั๊บ ยังไม่ทันจะอ้าปากตอบ พวกหิ้วเอาดื้อ ๆ ต่อหน้าต่อตา

ทั้งหลายแหล่ที่ผมวิสัชชนามาก็ศึกษาหาทางป้องกันกำจัดเอานะครับ เพราะมันหลากหลายบรรยายไม่ถูก


รูปชุดที่ 3 .....26 พค.57 ดูสภาพภายในโรงเรือนอีกครั้ง จะได้ให้หายข้อสงสัยเรื่องโรงเรือน





(1) สภาพภายนอกโรงเรือนด้านทิศใต้ มองตรงไปข้างหน้าทิศตะวันตก ตอนน้ำท่วม สวนนี้จมน้ำไม่มีเหลือ พอน้ำลดเลยต้องทำคันดินเผื่อเอาไว้ การคลุมซาแรนลักษณะนี้เพื่อกันลมเข้าในโรงเรือนมากเกินไป และช่วยให้ภายในโรงเรือนเก็บความชื้นเอาไว้ด้วย ....แปลงนาด้านซ้ายมือเห็นต้นข้าวเขียว ๆ คือแปลงนาของผมครับ




(2)




(3)




(4)



(5)



(6)

(2 – 6) สภาพภายในโรงเรือน กรุณาสังเกต การตั้งโต๊ะไปตามแนวทิศเหนือ ใต้ ขวางตะวัน การวางกาบมะพร้าวเป็นเครื่องปลูกซึ่งจะต้องวางซ้อนกันสองชั้น เพื่อให้รากยึดเกาะได้พื้นที่มาก และช่วย อมความชื้นด้วย และใต้โต๊ะ จะขุดเป็นร่องขังน้ำเพื่อให้เกิดความชื้น.....การมุงซาแรนที่เว้นช่องว่างเพื่อเพิ่มแสงสว่าง และช่วยระบายอากาศและช่วยให้ความชื้นหมุนเวียน




(7)



(8 )



(9)

(7 – 9) การวางกระถางเจี๊ยบลงบนกาบมะพร้าว ตอนแรกที่วางอาจจะมีตั้งบ้าง ล้มบ้าง ไม่มีปัญหาพอมันแตกหน่อใหม่ รากเริ่มเดิน ต้นมันจะตั้งตรงเอง พอเริ่มแทงหน่อที่ 3 ก็จะขึงเชือกไนล่อนไปตามแนวยาวของโต๊ะ 5 แถว เส้นโตประมาณไม้เสียบลูกชิ้น เชือกไนล่อนจะเป็นตัวช่วยยึดลำต้นกล้วยไม้ ไม่ให้เอียงล้ม ไม่ต้องมัดหรือผูกนะครับ แค่เอาไว้กันไม่ให้ต้นล้มเท่านั้น เพราะถ้าผูกมักต้นกล้วยไม้กับเชือกละก็ ....เสียเวลา และ เวลารื้อต้นเก่าออกเพื่อเตรียมจะปลูกใหม่ เสียเวลาแก้มัดกันตายเลย ...เพียงแต่แค่แกะปลายที่ผูกด้านใดด้านหนึ่ง สาวเชือกม้วนเก็บเอาไว้ เมื่อปลูกใกม่คราวหน้าก็ใช้งานได้อีก





(10) ชุดนี้เป็นชุดที่ให้ดอกแล้ว ดูใบซีครับว่า เขียวเป็นมันสวยงาม ทีเดียว ไร้ริ้วรอยจากแมลงรบกวน




(11)



(12)

(11 – 12) ความสมบูรณ์ของหน่อเก่า และหน่อใหม่ที่กำลังแต กอหนึ่งแตกหน่อ 3 – 4 หน่อ ก็จะได้ดอกกอละ 3 – 4 ช่อ




(13)

(13) ระยะเดือน พค มิย. ปกติกล้วยไม้ตัดดอกสกุลหวายจะออกดอกมาก ราคาก็จะตก แต่ดอกกล้วยไม้สวนนี้ ระยะนี้ ดอกออกน้อย...มีเห็นประปรายเท่านั้น....

ทำไม ถึงออกดอกน้อย
ก็เพราะเหตุว่า เค้าทำให้กล้วยไม้ อั้นตาดอก ไว้ครับ ทำได้ด้วยการใช้สารเคมีช่วย และใช้วิธีการปรับ C/N Ratio ครับ





(14) หม่องตาโผล่ พนักงานพ่นยาฉีดปุ๋ยประจำสวนครับ…
กรุณาสังเกตด้วยว่า การให้น้ำกล้วยไม้ จะใช้ระบบสปริงเกลอร์ครับ




(15)



(16)



(17)

(15 – 17) ช่อดอกในลักษณะนี้ เป็นช่อกล้วยไม้ส่งออกเกรด A ครับ ช่วงหน้าหนาวดอกจะแพง ช่อละประมาณ 3 บาท ช่วงหน้าฝนดอกออกมากก็จะเหลือช่อละ ไม่ถึงบาท....





(18 ) ช่อดอกของกล้วยไม้ส่งออกเกรด B ครับ




(19)




(20)



(21)



(22)

(19 - 22) ช่อดอกกล้วยไม้เกรด C ...เกรดดอกไม้กำครับ ไหน ๆ ก็เข้ามาเยี่ยมชมสวนแล้ว ก็เอาติดไม้ติดมือไปแจกบ้านใกล้เรือนเคียงบูชาพระกันหน่อย ....หวายตัดดอกสีนี้มีชื่อเรียกว่า หวายเอียสกุล....ครับ


เรื่อง แคทลียา กล้วยไม้ปราบเซียน ยังไม่จบนะครับ บอกแล้วว่า ยาว ยังมีอีกประมาณ 5 – 6 ตอน ติดตามอ่านไปเรื่อย ๆ รับรองว่าสนุกกว่ากระทู้ 3631 ครับ




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Chompoo
สาวดอง
สาวดอง


เข้าร่วมเมื่อ: 31/07/2014
ตอบ: 39

ตอบตอบ: 05/09/2014 3:39 pm    ชื่อกระทู้: แคทลียา กล้วยไม้ปราบเซียน - รองเท้านารี กล้วยไม้สยบเซียน... ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับคุณลุง น้าทิดแดง พี่ตู่ คุณ Orchid

ผมอ่านแล้ว รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ก็อ่านสนุก ก็พยายาม ปริ๊นท์ ออกมาเก็บไว้อ่าน ...เรื่องคำถาม ขอผ่านไปก่อน

แค่คำถามที่ว่า อะไรเลี้ยงยากกว่า แคทลียา พอมาเจอคำตอบว่า รองเท้านารี กล้วยไม้สยบเซียน งงเป็นไก่ตาแตก เคยได้ยินแต่ชื่อ เพิ่งจะเคยเห็นรูปทรงของดอกว่าเป็นแบบนี้....ก็คงเป็นตามน้าทิดบอก คือ มันสวยแปลกตาบอกไม่ถูกเลย ดูรูปไม่เบื่อ เสน่ห์แรงจริง ๆ

แคทลียา กล้วยไม้ปราบเซียน รองเท้านารี กล้วยไม้สยบเซียน.... เข้าใจเรียกจริง ๆ คุณออร์คิดว่ายังไงครับ.....


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
orchid
สาวดอง
สาวดอง


เข้าร่วมเมื่อ: 07/05/2014
ตอบ: 43

ตอบตอบ: 06/09/2014 12:00 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุง พี่ทิดแดง พี่ตู่ คุณชมภู

เพิ่งกลับจากทำงานมาได้ซักแป๊บเดียว.... เปิดเว็ปลุงก่อนเลย มาเจอ Comments ของคุณชม ภู


ผมก็ยังไม่มีคำถามอะไรเพิ่ม....เพราะแค่คำถามว่า ทำอย่างไรให้แคทลียาออกดอกบ่อย ๆ พี่ทิดแดงแกยังคุยไม่จบ เพราะเท่าที่อ่านแล้ว เรื่องมันเชื่อมยาวโยงใยไปถึงการออกดอกของกล้วยไม้เกือบจะทุกสายพันธุ์


…ความจริงถ้าพี่ทิดแกจะบอกแค่ว่า จะทำให้แคทลียาออกดอก ทำอย่างนี้ ๆ นะ มันก็จบแค่นั้น เราก็รู้แค่นั้น แต่แกจะพยายามให้มันเชื่อมโยงไปถึงการทำให้กล้วยไม้อย่างอื่นออกดอกไปด้วย แกยิงปืนนัดเดียว ได้นกเป็นฝูง


ขนาดพี่ทิดแกบอกว่า... ความรู้แค่หางอึ่ง... มันยังเป็นความรู้ที่บางเรื่อง ผมไม่เคยรู้มาก่อน มันกินความ กว้างไกล ไม่มีวันจบสิ้นเอาง่าย ๆ เลย


แล้วถ้าความรู้เต็มตัวอึ่งล่ะครับ มันจะซักแค่ไหน ....การเขียนเรื่องวิชาการเป็นภาษาชาวบ้าน ๆ อ่านสนุก ไม่เครียด แล้วก็ได้แนวคิดหลาย ๆ อย่างที่แกแทรกซ้อนประสบการณ์เข้ามา แม้กระทั่งเรื่องรูปในสวนกล้วยไม้ ที่แกบอกว่า แค่โผล่หน้าเข้าไปยังยาก เพราะผมเคยจะขอเข้าไปถ่ายรูป เจ้าของสวนไม่อนุญาต แต่แกเอารูปมาให้ดูได้ แทบจะทุกแง่ทุกมุม ..


.. แต่ก็มีบางเรื่องที่ผมไม่เคยรู้มาก่อน อ่านแล้วก็ยัง มึน ๆ ครับ ยิ่งเรื่องรองเท้านารีด้วยแล้ว แทบจะไม่ กระดิกหู เอาเลย และดูแล้ว เสน่ห์แรง อย่างที่พี่ทิด กับคุณชมภูบอก เลยครับ ..... ผมก็พิมพ์ออกมาอ่านเหมือนกัน ไม่อย่างนั้น ไม่รู้เรื่องเพราะต้องเลื่อนหน้าจอไปมาอยู่ตลอด ....


ก็เริ่ม ๆ จะรู้ละว่า....จะปลูกเลี้ยงกล้วยไม้อะไร ก็ต้องศึกษาธรรมชาติจากสภาพแวดล้อมที่กล้วยไม้ชนิดนั้นเคยอยู่ แล้วก็มาปรับสภาพแวดล้อมให้ใกล้เคียงตามความเหมาะสมของกล้วยไม้ชนิดนั้น ๆ ..


.ทำให้มองเห็นสภาพโรงที่เราแขวนกล้วยไม้ได้เลยว่า ที่มันไม่ออกดอก เพราะไม่เป็นไปตามสภาพความเหมาะสมของกล้วยไม้นั้น ๆ ....ตอนที่เราซื้อมามันออกดอก จากนั้นก็เอาแขวนรวมในโรงเดียวกัน ...ไอ้เจ้านั่นมันชอบสภาพแวดล้อมแบบนี้ มันก็ออกดอก แต่ไอ้เจ้านี่ มันไม่ชอบสภาพแบบนี้ มันก็ไม่ออกดอก....พี่ทิดแกเคยบอกผมว่า...

.. กล้วยไม้มันมีเป็นพันเป็นหมื่นชนิด ที่กำลังคุยให้ฟัง แค่แคทลียาอย่างเดียว ซึ่งมันยังแยกออกไปอีก 8 ชนิด แล้วในแต่ละชนิด ก็ยังแยกเป็นชนิดย่อย ๆ ออกไปอีกมากมาย...

.ผมว่ากล้วยไม้ เป็นศาสตร์ที่ยากและล้ำลึกจริง ๆ

พี่ตู่ละครับ มีความเห็นว่ายังไง....





.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
toodtoo
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 13/10/2012
ตอบ: 100

ตอบตอบ: 06/09/2014 11:08 pm    ชื่อกระทู้: ....อย่าตดให้หมาดีใจ..... ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุง พี่ทิดแดง คุณออร์คิด คุณชมภู

....อย่าตดให้หมาดีใจ.....


ระยะนี้ งานยุ่งหน่อยครับ...ฝนตกชุก กลัวน้ำจะท่วมข้าว....แล้วก็เรื่องเรื่องผักริมคันนาอีก เหนื่อย ก็เลยแค่เปิดเข้ามาอ่านนิด ๆ หน่อย ๆ เอง ถ้าไม่มีอะไรก็อ่านผ่าน ๆ ครับ พอดีเห็นมีข่าวหลังไมค์เปิดดูเป็นของคุณ ออร์คิด กับคุณชมภู สะกิดข่าวไปถึงเลยต้องตอบ...

.ระยะนี้รู้สึกว่า พี่ทิดแกก็ติด Job เดินสายตามบ้านลูก ๆ คนวัย ตกกระ ก็อย่างนี้ละครับ

ผมน่ะไม่ว่าอะไรหรอก ..ความรู้เรื่องกล้วยไม้ก็คงจะแค่ หางลูกอ๊อก ได้มั๊ง มันจะหดสั้นลงทุกที...กล้วยไม้ก็แขวนเอาไว้ดูเล่นอย่างละนิด อย่างละหน่อย ส่วนมากก็ได้จากพี่ทิดแดงแกนั่นแหละแบ่งไปให้ เพราะซื้อเองที่ไร แกก็ว่าแพง แล้วก็โดนด่าทุกที......การโดนด่าสำหรับพวกผม ถือเป็นเรื่องปกติ ถ้าไม่โดนนี่ซิครับ คิดหนักเลย

กล้วยไม้ของผมได้จากพี่ทิดแดงบ้าง ซื้อเองบ้าง นานเข้าก็หลายอยู่เหมือนกัน เกือบ ๆ จะร้อยต้นเห็นจะได้ ก็เอาไว้ดูเวลามันออกดอกสวย ๆ งาม ๆ พอคลายเครียดจากงานได้บ้าง...แต่ก็จะหนักไปในทางกล้วยไม้ใบซะละมาก เพราะมีแต่ใบ ไม่ค่อยมีดอก

น้องออร์คิด กับน้องชมภู ยังใหม่อาจไม่ค่อยรู้เรื่องกล้วยไม้ ก็เลยยังไม่มีคำถามจะถาม แต่ว่า แค่คุณสองคน ยิง คำถามไปคนละเรื่อง พี่ทิดแกก็พลิกตำราตอบแทบจะไม่ทันอยู่แล้ว

.......เมื่อน้องสองคนไม่ถาม และเมื่อทิดไม่ให้ถามนอกเรื่องที่กำลังเขียน ฉันก็ยังไม่ถามทิดเหมือนกัน เพียงแต่ขอ สะกิด ๆ ไว้กันลืมซักหน่อย....ครือว่า...

เรื่องที่ทิด เอ่ยนำ แล้วก็มีรูป Sample มาให้ดูนิด ๆ หน่อย ๆ ตามหัวข้อต่อไปนี้...

เรื่องที่ (1) ทิดเกริ่นไว้ว่า

กล้วยไม้สกุลแคทลียา (Cattleya & allied genera)

ทิดพูดถึง อาจารย์ท่านบอกว่า......ประกอบด้วยสกุลย่อย ๆ 8 สกุลคือ

- บราสซาโวลา (Brassavola)

- บรอว์กโทเนีย (Broughtonia)

- แคทลียา (Cattleya)

- ไดอาคริอัม (Diacrium)

- อีปิเดนดรัม (Epidendrum)

- ลีเลีย (Laelia)

- โซโฟรนิติส (Sophronitis)

- ซอมเบอร์เกีย (Schomburgkia)


ทิดบอกว่า สกุลไหนหน้าตาเป็นยังไง ฟังหูไว้หู ...ดูรูปไปพลาง ๆ ก่อน.....จะคุยหรือแนะนำได้เท่าที่รู้เท่านั้น ที่ไม่รู้ก็ต้อง แบ๊ะ ๆ เพราะมันไม่รู้.....

(หนึ่งเรื่องละนะที่ ฉันก็ฟังหูไว้หู ฟังไปฟังมามันก็เต็มสองหู..ตอนนี้.ร้องเพลง รอ อยู่ครับ)


เรื่องที่ (2) ทิดเกริ่นเรื่องปุ๋ยไว้ว่า

เมื่อ 15/08/14 ลุงคิมบอกคุณ ชมภูว่า

ให้ "ไบโออิ" เพื่ออาศัย แม็กเนเซียม. สังกะสี. บำรุงต้นไปพรางๆ ก่อน อาทิตย์ละครั้ง ซัก 1-2 เดือน ดูที่ราก กับแตกหน่อใหม่ ก็แสดงว่าสมบูรณ์ดี
จากนั้นให้ฮอร์โมนไข่ไทเป เพื่อเอา 0-52-34, 13-0-46 ก็จะมีดอกออกมาให้เห็น
ต้องการดอกใหญ่ ใช้ 14-7-21 สลับกับไบโออิ แล้วจะดีขึ้น
รักษาความชื้นในโรงเรือนดีๆ หน่อยนะ

ทิดบอกว่า........ถ้าต้องการปุ๋ยสูตรอื่นที่สวนกล้วยไม้เค้าใช้กัน....Please….อดใจรอ

(สองเรื่องละนะ นี่ก็ร้องเพลง รอ อยู่เหมือนกัน)


เรื่องที่ (3) ทิดเกริ่นไว้ว่า

กล้วยไม้ที่เลี้ยงยากกว่า แคทลียา (กล้วยไม้ปราบเซียน) คือ ….กล้วยไม้สกุลรองเท้านารี – (Paphiopedilum) กล้วยไม้สยบเซียน

และกล้วยไม้ที่มีความยากง่ายในการเลี้ยงที่ตาม ๆ กันมา คือ .
สกุลฟาแสนนอพซีส(Phalaenopsis)
สกุลซิมบิเดียม(Cymbidium)
สปาโธกลอตติส(Spathoglottis) ไทยเรียกกล้วยไม้ดิน
สกุลออนซีเดี้ยม(Oncidium) และ
สกุลฮาบินาเรีย(Habenaria)..ไทยเรียก นางอั้ว หรือ ลิ้นมังกร ฯลฯ....


(สามเรื่องละนะ)...มันจะ สยบเซียน แบบไหน ก็รอ อยู่อีกเหมือนกัน
เพราะทั้งสามเรื่อง มันยังไม่ Clear แบบกระจ่างใส ทำให้ค้างคาใจ.....

ขอร้องเลยทิด....อย่าเพียงแค่ ตดให้หมาอย่างฉันดีใจ....(ไม่ใช่มีฉันคนเดียวยังมีไอ้หริ่ง กับพี่หนานปันด้วย ทิดบัติอีกคนหรือเปล่าไม่รู้แฮะ พักนี้เงียบ ๆ ไป)..

*** สมาชิกท่านอื่นอย่าเข้าใจผิด คำว่า หมา ในที่นี้ ผมหมายถึงตัวผมคนเดียวนะครับ ***


ถ้ามี วโรกาส .ขอความ เม็ตตา วิสัชชนา ชี้แจงด้วย... แต่ฉันมันคนเบี้ยน้อย หอยน้อย ไม่ต้องถึงกับแจงสี่เบี้ย เอาแค่เบี้ยเดียวพอ ...

แค่นี้แหละครับ ...คุณออร์คิด กับคุณชมภู เห็นด้วยกับผมหรือเปล่า.....มีอะไรว่ามาเลย....

ฝนเทลงมาอีกแล้ว....ยุติแค่นี้นะครับ ....ขอเวลาออกไปดูน้ำในนาก่อน นี่แหละครับ หัวอกชาวนา.....




.


กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1918

ตอบตอบ: 08/09/2014 2:00 am    ชื่อกระทู้: กล้วยไม้มือใหม่ - ตอน ปรับ C / N Ratio ให้กล้วยไม้ออกดอก ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม ..คุณออร์คิด คุณชมภู ไอ้ตู่ และเพื่อน ๆสมาชิก

กล้วยไม้มือใหม่ - ตอน วิธีปรับ C / N Ratio เพื่อทำให้กล้วยไม้ออกดอก

คำถามที่ถามกันบ่อย ๆ ทำอย่างไรให้กล้วยไม้ออกดอก


ก่อนเข้าเรื่อง มีของฝากน้อง ๆ ครับ




ฝักกล้วยไม้ ช้างแดง x ช้างแดง กำลังจะส่งเข้าห้องแลป .สมาชิกกลุ่มคนไม่บ้า ไม่กล้าทำ....คุณออร์คิด คุณชมภู ไอ้ตู่ ไอ้หริ่ง ไอ้ทิด คุณchet3614 คุณboonsue ป้าห่าน จะเอาไปลองซ้อมมือไว้ดูเล่น จะเอาคนละกี่ขวดบอกมา ของมีจำนวนจำกัด ....



คำถามของคุณออร์คิด(ทำยังไงให้แคทลียาออกดอกบ่อย ๆ) กับคุณชมภู(มีกล้วยไม้อะไรเลี้ยงยากกว่าแคทลียา)

ถ้าตอบกันจริง ๆ เขียนเป็นตำราได้เล่มใหญ่ ๆ เลยนะครับ เพราะมันเป็นเรื่องสลับซับซ้อน ตอบแบบฟันธงคงไม่ได้แน่ ๆ มันมีปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกันและกัน....ผมคงไม่รู้ไปหมดทุกเรื่อง เพราะกล้วยไม้บางสกุลไม่เคยทำ ก็คงตอบให้ลึกซึ้งได้ยาก บางเรื่องผมก็ต้องถามท่านอาจารย์เหมือนกัน


มีข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อง ปุ๋ย – ยา สำหรับกล้วยไม้จาก คุณศุภวิชช์ ปริปุณณานนท์….

ปุ๋ย - ยา

ปุ๋ยคืออาหารสำหรับกล้วยไม้ ถึงแม้กล้วยไม้จะสามารถสังเคราะห์แสงและสร้างอาหารเองได้ โดยอาศัยแสงแดดช่วงเช้า และน้ำ อีกทั้งยังได้อาหารจากน้ำฝน ในน้ำฝนมีไนโตรเจน ซึ่งเป็นอาหารหลักของกล้วยไม้ แต่เพื่อให้กล้วยไม้ที่เลี้ยงมีความสมบูรณ์แข็งแรง ควรให้ปุ๋ยกับกล้วยไม้ด้วย

เพื่อไม่เป็นการยุ่งยากแนะนำให้ใช้ปุ๋ย N-P-K สูตรเสมอ ....การปรับสูตรปุ๋ย ให้ตัวหลังสูง หรือตัวกลางสูง อาจไม่ถูกช่วงของการออกดอก หรือให้ในช่วงที่ไม่เหมาะกับสภาพการเลี้ยงสภาพต้น ในขณะนั้นก็ได้

…ให้นำปุ๋ยเกล็ด(ไม่ได้บอกสูตรมาด้วย...ก็คงจะเป็นสูตร เสมอ ละนะ)ละลายน้ำตามอัตราส่วนข้างฉลาก ฉีดพ่นให้ชุ่มทั้งรากและต้น ในช่วงเวลาเช้า สัปดาห์ละครั้ง

ส่วนยากำจัดโรคและแมลงควรให้บ้างตามสมควร เพราะจะช่วยป้องกันการเกิดโรค และการถูกเข้าทำลายของแมลง

ยาป้องกันเชื้อรา ฉีด 7 - 10 วันครั้ง
ยาฆ่าแมลง 2 -3 สัปดาห์ครั้ง .....แต่ถ้าเกรงว่าจะเป็นอันตรายกับผู้เลี้ยงกล้วยไม้ ก็ยืดเวลาออกไปได้ เช่นยาฆ่าแมลง อาจเป็นเดือนละครั้ง ควรฉีดในช่วงที่แดดไม่จัด

Thanks Sir.



ในตอนท้ายเรื่องปลูกแคทลียาอย่างไรให้ออกดอก ตอนที่ 2 ผมทิ้งท้ายไว้ว่า

ทำไมกล้วยไม้(ในกระถางเจี๊ยบ)ออกดอกเร็วจัง..
...โด๊ป บำรุงต้นให้สมบูรณ์เต็มที่ตั้งแต่เริ่มตั้งตัว.... ปรับ C / N Ratio พร้อมกับ อัดปุ๋ยเร่งดอก ....เพื่อทำให้กล้วยไม้ออกดอก(ให้ขายได้)เร็วที่สุด โดยต้นไม่โทรม


วิธีการทำยังไง..

..ลุงคิมเคยพูด เคยเขียนถึงเรื่องการปรับ C / N Ratio อยู่บ๊อย บ่อย แต่ไม่ค่อยจะจำนำไปใช้กัน


วิธีปรับ C / N Ratio เพื่อทำให้กล้วยไม้ออกดอก....คือการ เพิ่ม C ลด N

C / N Ratio หมายถึง สัดส่วนของคาร์บอนต่อไนโตรเจน


C หรือ คาร์บอน

คาร์โบไฮเดรทในพืช ซึ่งก็คือน้ำตาลกลูโคสและแป้ง ทั้งที่พืชสร้างขึ้น หรือได้รับจากการฉีดพ่นก็ตาม มันมีอยู่ในต้นพืชแล้ว


N หรือ ไนโตรเจน

ไนโตรเจนในพืช ไม่ว่าจะได้จากการดูดขึ้นจากทางรากหรือการฉีดพ่นให้ทางใบก็ตาม มันก็มีอยู่ในต้นพืชแล้วเช่นกัน

ในกรณีที่ต้องการให้กล้วยไม้ออกดอก เราจะต้องทำให้ C / N Ratio มันกว้างขึ้น เพื่อกระตุ้นให้กล้วยไม้ออกดอก ซึ่งจะทำได้ก็ต่อเมื่อสภาพของกล้วยไม้ต้องสมบูรณ์

การเพิ่ม C ให้พืช

การจะเพิ่ม C ให้กว้างขึ้น ก็ต้องหาตัวช่วยกระตุ้นให้พืชสังเคราะห์แสงและสะสมอาหารมากขึ้น โดยสร้างเด็กซ์โทรส จากนั้นพืชจะเปลี่ยนเป็นซูโครส(หรือน้ำตาล) ซึ่งเคลื่อนย้ายได้ง่ายกว่า แล้วเปลี่ยนเป็นแป้งหรือคาร์โบไฮเดรท สะสมอยู่ในพืชมากขึ้น

ก็จะเป็นการทำให้พืชสะสม C ( คาร์บอน ) มากขึ้น C / N Ratio ก็กว้างขึ้น
การกระตุ้นให้พืชสะสมอาหารมากขึ้น เป็นการบังคับระบบ C / N Ratio ให้กับกล้วยไม้ ทำให้ได้ดอกที่สมบูรณ์ ไม่เหี่ยวหรือหลุดร่วงง่าย และมีผลต่อการติดฝักของกล้วยไม้สูง


การลด N ให้กับพืช

คือการงดการให้น้ำ ต้นไม้จะละลายไนโตรเจนออกมาได้น้อย หรือจนในที่สุดพืชแทบจะไม่ได้ดูดไนโตรเจนเข้าลำต้นเลย แต่พืชยังคงสังเคราะห์แสงที่ใบทุกวันเมื่อมีแสงแดด C / N Ratio ก็จะกว้างขึ้น

การงดการให้น้ำ เป็นการบังคับ ระบบ C / N Ratio ให้กับกล้วยไม้ก็จริง แต่ถ้ามากเกินไป ก็มีผลทำให้กล้วยไม้โทรม ดอกที่ออกก็หลุดร่วงง่าย

ด้วยเหตุนี้ ใบของกล้วยไม้จึงมีบทบาทที่สำคัญมากเพราะทำหน้าที่เป็นโรงงานผลิตอาหารสะสมให้ต้น ผลของการมีอาหารสะสมมาก มีผลให้ C / N Ratio กว้าง ทำให้พืชออกดอกที่สมบูรณ์โดยต้นไม่โทรม

อ่านถึงตรงนี้ พอจะมองออกมั๊ยครับว่า การจะเพิ่ม C ให้พืชแบบง่าย ๆ ควรจะทำยังไง

จากข้อความตรงนี้ไงล่ะ..... โดยสร้างเด็กซ์โทรส จากนั้นพืชจะเปลี่ยนเป็นซูโครส(หรือน้ำตาล)...

ถ้าเราเอาน้ำตาลทางด่วน ฉีดพ่นให้พืชโดยตรง จะเป็นการเพิ่ม C มั๊ยครับลุง


[อย่างไรก็ตาม อย่ายึดติดอยู่แค่กล้วยไม้สกุลแคทลียา สกุลหวาย สกุลแวนด้า เท่านั้น

...ยังมีกล้วยไม้อีกหลายสกุลเป็นกล้วยไม้ที่ท้าทาย และมีราคาสูง เพราะปลูกเลี้ยงยาก มีคนปลูกน้อย จึงเป็นกล้วยไม้มีราคา ตลาดต่างประเทศรองรับ เช่น สกุลรองเท้านารี สกุลซิมบีเดี้ยม และลูกผสมกล้วยไม้ไทย ๆ โดยเฉพาะ ช้าง ฟ่ามุ่ย....หม้อข้าวหม้อแกงลิง.....ฯลฯ


ลองมาดูราคารองเท้านารีที่เจ้าของตั้งราคาขายเอาไว้ซักสองต้นมั๊ย....




ต้นนี้ราคาหน่อ(ต้น)ละ 7,500 บาท...หน่อ(ต้น)เดียวไม่แยกขาย ต้องขายคู่ 2 ต้น ก็ 15,000 บาท...เพราะถ้าแยกต้นเดียวไปปลูก ขนาดเซียน ยังต้องสยบ เพราะมันจะค่อย ๆ เหี่ยวตายไปทีละน้อย ๆ สุดท้ายก็ตายจ้อย....คือตายสนิท...





ต้นนี้เห็นราคาแล้ว สดุ้งมาร...ต้นละ 25,000 บาทขาดตัว เลี้ยงและเอาใจยากยิ่งกว่าเมียน้อย

สองต้นนี้ท่านอาจารย์ของผมท่านบอกว่า เป็นรองเท้านารีป่าพันธุ์แท้ ที่หายาก นอกจากหายากแล้ว จะหารูปทรง(Form)สีสันสวย ๆ ลายชัดเจนแบบนี้ยิ่งหายากมาก ๆ ราคาก็เลยแพงไปตามกระแส......

เป็นไงครับน้อง ๆ ทุกท่าน ...หามาปลูกซัก 4 ต้นมั๊ย.. ใช้เนื้อที่นิดเดียว ดีกว่าทำนา 15 ไร่ ได้ข้าวไร่ละ 1 เกวียน ๆ ละ 7,000 กว่าจะได้เงิน 105,000 เหนื่อยแทบรากเลือด

ถ้าจะถามผมว่า จะซื้อมั๊ย...
...ไม่ซื้อครับ .....

ให้ฟรี ๆ เอามั๊ย...
...ไม่เอาครับ เพราะเค้าคงไม่ให้....

....ถ้าเกิดเค้าให้จริง ๆ ล่ะ....
....ก็ไม่เอาอีกแหละครับ.....

..เพราะอะไร.....
...ผมขี้เกียจหัวกระไดบ้านไม่แห้ง .....รับแขก.....ส่งแขก....เนื่องจากมีแต่คนมาดูทั้งวัน แต่ไม่มีใครซื้อ..

..แบบเดียวกับให้เบอร์โทรในเว็ปลุงคิมนั่นแหละครับ ...ตีสาม ยังโทรมาถามปัญหาแอ๊บแบ๊ว ที่หาคำตอบไม่ได้....ไปดูรูปสวย ๆ ที่ราคาธรรมดา ๆ ไม่โด่งดังดีกว่าครับ





(1)



(2)



(3)



(4)




(5)

(1 - 5) เอื้องเงิน ลูกผสม หลากสีสัน





(6) หวายลูกผสม





(7)




(8 )



(9)



(10)

(8 - 10) สกุล ซิมบีเดี้ยม




(11)



(12)

(11 - 12) สกุลแวนด้า





(13) สกุลแคทลียา




(14)



(15)



(16)



(17)



(18 )



(19)

(14 - 19) สกุลรองเท้านารี





(20) ดอกโสนครับ



.




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Chompoo
สาวดอง
สาวดอง


เข้าร่วมเมื่อ: 31/07/2014
ตอบ: 39

ตอบตอบ: 08/09/2014 11:29 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับคุณลุง น้าทิดแดง พี่ตู่ คุณ Orchid และเพื่อน ๆ


ขอบคุณพี่ตู่ กับคุณออร์คิด มี่สอนวิธีระบายสีและลงรูปในเว็ปคุณลุงให้ผมครับ....








เห็นรูปและที่น้าทิด Comment เอาไว้....รองเท้านารีสองต้นนี้ ต้นละ 7,500 - 25,000.-

แทบไม่เชื่อตาและหูตัวเอง...มีราคาสูงถึงเพียงนี้เชียวหรือ เพราะความหายาก...เลี้ยงยาก แต่ตายง่าย หรือปั่นราคา....

ผมขอดูรูปไปพลาง ๆ ก่อนก็แล้วกัน พี่ตู่ กับคุณออร์คิด มีความคิดเห็นว่ายังไงครับ


สำหรับกล้วยไม้ช้างในขวด น้าทิดกรุณาอ่านหลังไมค์ด้วย แต่งานนี้ ต้องขอให้ผมช่วยค่าวุ้นนะครับ และพี่ตู่บอกว่า น้าทิดชอบกินข้าวมันไก่กับก๋วยเตี๋ยวราดหน้า วันที่ 13 กย. ผมขอพบก่อนเที่ยงที่เดอฟินละกันครับ จะพาไปสุดซอย 21 ที่บัวทอง 1 ร้านนี้มีทั้งสองอย่างครับ...



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Chompoo
สาวดอง
สาวดอง


เข้าร่วมเมื่อ: 31/07/2014
ตอบ: 39

ตอบตอบ: 17/09/2014 12:36 pm    ชื่อกระทู้: กล้วยไม้มือใหม่ ตอน ชั้นวางต้นไม้และความประทับใจยามบ่าย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับคุณลุง น้าทิดแดง พี่ตู่ คุณ Orchid


กล้วยไม้มือใหม่ ตอน ชั้นวางต้นไม้



ตอนสาย ๆ วันที่ 13 กย. ผมไปคุยกับน้าทิดแดงตามที่นัดหมายกันไว้ ยาวถึงเย็น....ตอนแรกใกล้เที่ยง ว่าจะชวนแก ออกไปกินข้าวมันไก่อร่อยท้ายซอยบัวทอง 21 ...น้าทิดบอกว่า จากซอย 1 กว่าจะไป กว่าจะมา เสียเวลาคุย แกเลยจ้างวินมอไซด์ไปช่วยซื้อมาให้ ....งานนี้ น้าทิดไม่ต้อง น้องเคลียเอง.....


นอกจากคุยเรื่องกล้วยไม้แล้ว ก็คุยกันสารพัดเรื่องที่เกี่ยวกับต้นหมากรากไม้..ทั้งอัดเสียง ทั้งจดมือเป็นลิง.....

..น้าทิดแกคุยสนุก เล่าเรื่องเก่า ๆ ให้ฟัง ส่วนมากก็จะเป็นเรื่องของ ตัวแก พี่ทิดบัติ พี่ตู่ พี่หริ่ง พี่หนานปัน แล้วก็มีเรื่องของ พี่โชเล่ คุณชาชา อาจารย์ต้วน ซึ่งเป็นเพื่อนกระเหรี่ยงของแกบนดอย มีเรื่องตลกของ ลุงรัตน์ กับป้าคำ ผู้ใหญ่ที่แกนับถือเสมือนญาติที่ปายแทรกด้วย...

...เวลาคุยก็มีแทรกบททะลึ่งตึงตัง ออกท่า ออกทาง ตามประสาคนมีอารมณ์ขัน ผมนั่งฟังแกเล่าหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง…..ผมนัดหมายกับคุณออร์คิดเอาไว้ แต่เสียดายที่คุณออร์คิดติดงานต้องออกต่างจังหวัด เลยไม่ได้มาฟังเรื่องสนุก ๆ ด้วย

..แกคุยไม่คุยเปล่า ทำงานของแกไปด้วย คุยไปด้วย.....น้าทิดแกทำอะไร....ไปดูกันครับ...(ตอนนี้ ผมระบายสีตัวหนังสือ กับลงรูปในเว็ปคุณลุงได้แล้ว ก็ได้คำแนะนำจากคุณออร์คิด พี่ตู่ แล้วก็น้าทิดแดงนี่แหละ....)




(1)



(2)

(1 – 2) ตอนผมไปถึง แกต่อโครงค้างเอาไว้แบบนี้ ยังไม่ทันได้ถามว่าทำอะไร แกบอกก่อนว่า ..

..จะทำที่วางกระถางต้นไม้ให้ลูกชายตั้งหน้าร้าน...ลงมือทำมาตั้งแต่ 7 โมงเช้าแล้ว....งานชิ้นแรก ต้องคิดว่าจะทำยังไง เสียเวลาไปหน่อย.....พอสมองแล่น เดี๋ยวก็ไปโลด ....
....น้าทิดเอาแบบจากไหนมาครับ.....





(3) ....นี่ ๆ แบบนี้ ลูกเค้า Line ส่งแบบมาให้ ผมปริ้นท์ออกมาดู....เค้าบอกว่า.
.... แบบของ EKIA 3,000 พ่อทำได้ป่ะ...[/color]

.....เฮ่ย...กิ๊กก๊อก นี่แบบของ E-Dang ค่าไม้ + ค่าวัสดุ....ไม่ถึง 400




(4)



(5)



(6)



(7)

(4 - 7) ทำไป นั่งพักคุยกันไป ต่างคนต่างเพลิน...ลืมถ่ายรูปขั้นตอนที่ทำ ....เวลาผ่านไป ก็ได้ที่วางต้นไม้ซึ่งดูใกล้เคียงกับแบบที่ลูกชายน้าทิดส่งมาให้ แต่ดูแข็งแรงบึกบึนกว่าในแบบเดิม….ในแบบมี 3 ชั้น แต่น้าทิดทำ 4 ชั้น แถมมียกระดับด้านหน้าขึ้นมาอีกนิด....แกบอกว่า

....ไม้มันยาว ผมไม่อยากตัดเสียดาย เลยยกด้านหน้าขึ้นมาหน่อยเอาไม้วาง ตอกตาปูติด วางต้นไม้ได้อีกสองสามต้น....




(8 )



(9)

(8 – 9) ....อยากรู้ว่าแข็งแรงแค่ไหนน้าทิดแกเรียก เจ๊ กับหลานมาเป็น พรีเซ็นเตอร์ ขึ้นไปนั่งให้ดูเลย.....ผมไม่กล้าถ่าย ให้น้าทิดแกถ่าย...ย้อนแสง ภาพมืดไปหน่อยครับ




(10)



(11)



(12)

(10 – 12) ยกมาตั้งหน้าร้าน มันดู ดิบ ๆ เป็น Nature ดีครับ... น้าทิดบอกว่า

.....ไม้ฉำฉา ถ้าอยู่ในร่ม จะอยู่ได้นับเป็นสิบปี....ถ้าโดนน้ำบ่อย ๆ ไม่เกิน 3 – 4 ปี ...เทคนิคการวางต้นไม้..

..ชั้นบนสุด วางต้นไม้ที่ชอบน้ำน้อย.....กระบองเพชร สับปะรดสี อื่น ๆ ที่ชอบน้ำน้อย แล้ววางต้นที่ชอบน้ำน้อย น้ำมาก ลดหลั่นกันลงมา....ทางที่ดี เวลาจะรดน้ำก็ยกลงมาวางที่พื้น แล้วจึงรดน้ำ ปล่อยให้สะเด็ดน้ำจึงเอาขึ้นตั้งใหม่ จะได้ทำความสะอาดชั้นที่วางไปด้วย แล้วก็สลับย้ายที่ต้นไม้ จะได้ดูไม่เบื่อ.....


โอ๊ะโอ๋..... ของง่าย ๆ แต่ฟังแล้วอึ้ง ถ้าเป็นผมก็คงใช้ฝักบัวรดน้ำโครมลงไปเลย สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่มีในตำราจริง ๆ ....จาก 3,000 เหลือ 400
....พ่อทำให้ลูก ก๊อก แก๊ก ๆ ทั้งวัน ทำด้วยความสุข เต็มไปด้วยรอยยิ้ม....อาจจะไม่สวย วิสมาหรา เท่าซื้อ แต่มันซึ้งใจทั้งผู้ให้และผู้รับครับ

อย่างไรก็ตาม.....ผมขอแบบ(รูป)จากน้าทิด และจดขนาดคร่าว ๆ พร้อมทั้งวิธีประกอบมาแล้ว น้าทิดบอกว่า

….. ตีโครงตามรูปที่ 1,2 เสร็จ ให้เริ่มทำชั้นจากชั้นล่างสุด ขึ้นข้างบน มันจะทำงานง่ายกว่า ทำจากชั้นบนลงล่าง......ลองทำดูแล้วจะรู้ ...

ยังไม่จบครับ



.

กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Chompoo
สาวดอง
สาวดอง


เข้าร่วมเมื่อ: 31/07/2014
ตอบ: 39

ตอบตอบ: 17/09/2014 7:11 pm    ชื่อกระทู้: กล้วยไม้มือใหม่ ตอน ชั้นวางต้นไม้และ ความประทับใจยามบ่าย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับคุณลุง น้าทิดแดง พี่ตู่ คุณ Orchid

กล้วยไม้มือใหม่ ตอน ชั้นวางต้นไม้และ ความประทับใจยามบ่าย - 2


ความจริงเรื่องน่าจะจบ.....แต่มีเรื่องต่อทำให้ไม่จบลงได้ง่าย ๆ เล่าต่อนะครับ....




(1)



(2)



(3)

(1 – 3) ประมาณบ่าย 3 โมงวันที่ 13 ...เพื่อนของลูกสาวน้าทิด เอา เมล่อนสีทอง ของ เจียไต๋ฟาร์ม มาฝากให้ชิม แกบอกว่า เป็นการทดลองทำเมล่อนเปลือกสีทองของเจียไต๋ แต่เนื้อในเป็นสีส้ม ยังไม่มีวางขายในตลาด สำหรับลูกนี้ รับประทานได้แล้ว.....น้าทิดแกให้ เจ๊...นำเข้าแช่ตู้เย็นเอาไว้




(4)



(5)

(4 – 5) ประมาณบ่าย 4 โมงกว่า.....ผมเห็นว่ามันจะเย็นมากแล้วก็เตรียมตัวจะกลับ.....น้าทิดบอกว่า

....เฮ๊ย....ไม่ได้ กินข้าวเย็นกันก่อนถ้าไม่กินเลิกคบกัน......ของเตรียมเอาไว้แล้ว.....กินกันตามมีตามเกิดก็แล้วกัน.......

ตามมีตามเกิดของแก.....กุ้งแชบ๊วยทอดกระเทียมพริกไทยดำ จานเบ้อเริ่ม....แถมด้วยเมล่อนสีทองแช่เย็นเป็นของหวานอีกสองซีก.....

....น้าทิดทำเกินไปหรือเปล่าครับ.....(พูดไม่ออกจริง ๆ)
.....เฮ๊ย....ไม่มีอะไรเกินไป ของยกมาแล้ว กิน ๆๆๆ ...กินให้อิ่ม..ไม่ต้องเกรงใจ.....




(6)



(7)



(8 )

(6 – 8 ) ตบท้ายด้วย ข้าวหมาก ข้าวหลามตัด ขนมโบราณ.....หากินได้ไม่ง่ายนัก.

......รสกำลังพอดี...เจ้านี้อร่อย .ซ่าลิ้นดี ...กินแล้วจะออกซึม ๆ รับรองคืนนี้หลับสบาย.....




(9)



(10)



(11)

(9 – 11) รูปนี้ น้าทิดบอกว่า

บ้านผมเค้าเรียกลูก เขียวไข่กา เห็นลูกสวย ๆ อย่างนี้ เถามันขึ้นคลุมต้นไม้ดีไม่หยอก

......ให้คุณสังเกต ไอ้ต้นบ้านี้ ไม่มีโรคและแมลงรบกวน กลิ่นมันเหม็นเขียวพอ ๆ กับดอก กรรณิการ์...ผมเอามาสับ ๆๆๆๆๆ ใส่น้ำไปนิดหน่อย ขยำ ๆ ๆๆๆๆ แล้วคั้นเอาแต่น้ำเอามาใช้ผสมน้ำ + ปุ๋ยนิดหน่อย ฉีดพ่นต้นไม้แบบสด ๆ ก็ได้ หรือจะเอามาหมักรวมกับสมุนไพรอื่น ๆ เพื่อให้ประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นก็ดี......



ความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ แปลก ๆ แบบนี้นอกจากคุณลุงคิมแล้ว ไม่เคยเห็นใครเขียนบอกเอาไว้....

.....ทำไมน้าทิดไม่เขียนลงเว็ปลุง....
....เฮ๊ย....แค่นี้เค้าก็ว่าผมบ้าเต็มพิกัดอยู่แล้ว จะให้ผมบ้าหนักกว่านี้หรือยังไง ....คุณอยากเขียนก็จำเอาไปก็แล้วกัน


ผมลากลับประมาณ 5 โมงเย็น....เต็มอิ่มในความรู้และอิ่มในอาหาร ประทับใจไม่รู้ลืม.....ขอบคุณครับ....



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1918

ตอบตอบ: 18/09/2014 12:57 am    ชื่อกระทู้: กล้วยไม้มือใหม่ - ตอน ปรับ C / N Ratio มากไปหน่อย (1) ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม ..คุณชมภู คุณออร์คิด ไอ้ตู่ และเพื่อน ๆสมาชิก


กล้วยไม้มือใหม่ - ตอน ปรับ C / N Ratio มากไปหน่อย (1)


เมื่อวันที่ 13 กย. คุณ ชมภู ไปคุยที่ร้านกาแฟ....หลายเรื่องราวหลากหลาย ได้เรื่องบ้าง ไม่ได้เรื่องบ้าง มีสาระบ้าง ไม่มีสาระบ้าง สนุกสนาน ตลกโปกฮากันไปตามประสาคนคุยกันถูกคอ มันเหมือนรู้จักกันมานานแฮะ........ก็ว่ากันไป....เสียดายคุณ ออร์คิด นัดกันไว้แล้ว เกิดติดงานเลยไม่ได้มา ไม่อย่างนั้น คงมีอะไรดี ๆ สนุกกว่านี้....โอกาสหน้าละกัน.....


วันที่ 14 กย. น้องสาวส่งข้อความมาว่า..

...ทิดกลับคอนถมรึยัง มีเรื่องจะปรึกษา...จันทร์ 15 ตอน 11 โมงจะเข้ามารับไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือ ... ข้อความมีแค่นี้ พร้อมส่งรูปมาให้.....





(1) รูปนี้ละครับ...ผมอ่านแล้ว ถ้าเป็นปกติก็ดูเป็นเรื่องขำขัน....แต่มันบอกว่า มีเรื่องจะปรึกษา...อ่านแล้วจึงดูทะแม่ง ๆ มันต้องมีอะไรซีน่า ถึงป้องกันตัวไว้ก่อนว่า ห้ามด่าเยอะ....มันช่างไปสรรหามาจากไหนของมันกันวะเนี่ย......ผมส่งข้อความบอกไปว่า จะกลับเช้าวันที่ 15.....


เห็นยังครับว่า ผมน่ะ ตกที่นั่ง พระรามเดินดง ชีพจรลงเท้าตลอด มีเวลาว่างซักแค่ไหน.....วิ่งรอกไปทั่ว บางใหญ่ – คลองสาน – นครปฐม เผลอ ๆ ขึ้นปาย ขึ้นดอยอีกแน่ะ.... ไม่ทำให้ลูก ก็ทำให้น้อง ....เข้าตำรา...อาไร อาไรก็กู


สายวันที่ 15 กลับถึงคอนถม....อาบน้ำเสร็จว่าจะขอซักงีบ....แป๊บเดียวเสียงรถวิ่งเข้ามาหมูหมาเห่าขรม.....


.....ไปทิด ไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือกันก่อน กลับมาค่อยคุย.....
ไปก็ไปวะ....ระหว่างทางก็ไม่ถามเหมือนกันว่ามันมีเรื่องอะไร

กลับมาถึงบ้าน....นั่งคุยกัน มันเปิดถุง หยิบต้นกล้วยไม้ออกมาให้ดู
(วันที่คุยกัน 15 กย. ผ่านไปเดือนครึ่ง) ผมเห็นสภาพแล้ว ใจแป้ว......

....ทิดจะเพิ่งด่าฉันนา ....ไอ้นี่คือกล้วยไม้ที่ทิดให้ฉันเมื่องานวันเกิด(30 กค.57)....





(2) กระถางที่ผมเอาไปให้วันเกิดน้อง....ดอกมีสีสันแบบนี้.....แต่ ณ วันนี้.....





(3)



(4)



(5)



(6)



(7)



(8 )



(9)



(10)

(3 – 10) ....ทำไมมันกลายเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะทิด ....จะไหวมั๊ยเนี่ย....
....เอ็งไปทำอีท่าไหนวะนี่ โคนเน่า รากเน่ายกกอเลย หมดทางเยียวยา.ว่ะ.

....ฉันก็รดน้ำเช้า – เย็น ให้ปุ๋ยอาทิตย์ละครั้ง
....เอ็งรดน้ำ ให้ปุ๋ยมากเกินไป ประเคนน้ำซะจนเครื่องปลูกมันแฉะ โดนทั้งปุ๋ยทั้งน้ำรากเลยเน่า เมื่อรากเน่า มันก็ลามไปถึงต้น ๆ ก็เลยเน่าตาม...

...แคทลียา ชอบแค่ชื้น ๆ ไม่ชอบแฉะ รดน้ำอาทิตย์ละครั้งพอแล้ว ยิ่งหน้าฝน แทบไม่ต้องรดน้ำเลย เอ็งใช้ ฟ็อกกี้ สเปรย์ให้ใบชื้นพอ ปุ๋ยก็ ผสมให้บาง ๆ 1 ฟ็อกกี้ใช้ปลายช้อนชา เดี๋ยวข้าจะเอาช้อนเล็ก ๆ ให้เอ็งไว้ตักปุ๋ยเกร็ด....อยากดูดอกบ่อย ๆ ใช้ปุ๋ยตัวหน้าต่ำ ตัวกลางสูง ตัวหลังสูง ใช้ปุ๋ยเยอรมัน สลับกับปุ๋ยลุง ที่ให้เอ็งไว้นั่นแหละ เอาซลิงค์ดูดเอา 1 ฟ็อกกี้ สองหยดพอ


ใส่แค่นั้นเองเหรอ
เออ แค่นั้แหละ....เอ็งกินข้าว ใส่น้ำปลาเป็นขวดเลยรึไง.....




(11)



(12)

(11 – 12) รอยใบไหม้เพราะโดนแดดเผา…..
จุดที่เอ็งวางกระถางน่าจะโดนแดดเผา ล่อซะใบไหม้ แคทไม่ชอบแดดจัด พยายามเอาไว้ที่ร่มรำไร






(13) ปลายใบเน่าดำเพราะโนเชื้อราทำลาย.

....ถ้ามีอีใบแบบนี้ ให้ตัดทิ้ง เอาปูนแดงทาแผล ให้แผลมันแห้งซักสองสามวันค่อยรดน้ำ.....การป้องกัน...ให้เอ็งเอาพริกมาต้มให้เผ็ด ๆ ใส่เปลือกมังคุด หรืออะไรก็ได้ที่มันออกฝาดจัด ๆ กรองเอาน้ำมาพ่นทุก ๆ สามวัน ห้าวัน ...

มีไรอีกป่ะ สงสัยก็ถาม ....
เดี๋ยวขากลับเอากล้วยไปกินสองสามเครือ....เอาไปแจกพวกกะนั้นด้วย ...มะลิอ่องปั่นตาเชียวนะเอ็ง ลูกใหญ่ หวานกินอร่อย ข้าได้มาสองต้น ต้นอื่น ๆ ข้าทยอยขุดทิ้งหมด เอาไอ้พันธุ์นี้แยกลงปลูกอย่างเดียว ......เก็บยอดชะออมไปกินด้วยเว๊ย ....จะเอาอะไรก็เดินเข้าไปดูเอาเอง.ชวนไอ้ปลา(หลานเจ๊รอง)เข้าไปด้วยก็ได้ ..ส่วนแคทลียา จะเอาต้นไหนก็เลือกดูเอา..... เป็นคือเป็น ตายคือตาย......ข้าขอซักงีบ เอ็งจะกลับเรียกก็แล้วกัน.....



นี่แหละครับ ปรับ C / N Ratio มากไปหน่อย..ประเคนทั้งน้ำและปุ๋ย เลยเน่ายกกอ...นี่แหละครับ แคทลียา ไม้ปราบเซียน



ยังมีดี ๆ ให้ดูต่ออีกจ้า.....



.


กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Chompoo
สาวดอง
สาวดอง


เข้าร่วมเมื่อ: 31/07/2014
ตอบ: 39

ตอบตอบ: 22/09/2014 8:18 pm    ชื่อกระทู้: ออกต่างจังหวัดครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับคุณลุง น้าทิดแดง พี่ตู่ คุณ Orchid และเพื่อน ๆ


พอดีผมมีงานด่วนต้องออกต่างจังหวัด ออกมาตั้งแต่วันที่ 16 คงจะกลับราววันที่ 25 ...วันนี้พอมีเวลาว่าง เลยแวะเข้าร้านเน็ต เปิดเว็ปลุงคิมอ่าน และถือโอกาสเข้ามาทักทายด้วย......โทรติดต่อคุณ Orchid ไม่ได้ไม่มีสัญญาณ ไม่แน่ใจว่าจะกลับเข้ากรุงเทพฯหรือยัง......


ก็เพียงแต่เปิด ๆ ดู และอ่านคร่าว ๆ .....เรียนให้น้าทิดทราบ เดี๋ยวจะว่า กลับจากที่คุยกันแล้วหายเงียบไป.....


ขอแค่นี้ก่อนครับ......


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1918

ตอบตอบ: 22/09/2014 11:38 pm    ชื่อกระทู้: กล้วยไม้มือใหม่ - ตอน แยกแคทลียาหน้าฝน ทำให้เกิดการเน่า(2) ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม ..คุณชมภู คุณออร์คิด และเพื่อน ๆ สมาชิก


กล้วยไม้มือใหม่ - ตอน แยกแคทลียาหน้าฝน ทำให้เกิดการเน่า(2)


แคทลียา เป็นกล้วยไม้ปราบเซียนจริง ๆ ........

ทิดพัด...เป็นน้องชายของแม่ยาย ก็เป็นน้าชายของเจ๊ใหญ่กับเจ๊รอง....บ้านก็อยู่ไม่ไกลกันนัก แกชอบเดินมาดูที่บ้านผมว่ามีอะไรแปลกใหม่บ้าง อะไรที่ชอบใจแกก็จะขอแบ่ง ขอแยกไปปลูก.....





(1) แกมาเห็นแคทต้นนี้ สีก็ไม่ฉูดฉาดบาดตาอะไรนัก ...แต่ชอบใจที่กลิ่นมันหอม อบอวล เย้ายวนชวนดม....แกก็ขอแบ่งแยก เพื่อยกหน้าไปปลูก ......

ผมก็บอก...ให้รอให้หมดฝนซะก่อนค่อยแยก หน้านี้ หน้าฝน ไม่มีใครเค้าแยกแคทกัน เพราะจะทำให้หน่อเน่า....
แกก็ว่า ...หน้าฝนซีวะเค้าแยกต้นไม้ไปปลูกกัน ใคร ๆ เค้าก็แยกกันหน้าฝนทั้งนั้น......

พูดกับคนที่ดื้อรั้น ไม่รู้เรื่อง ไม่ฟังใครก็ป่วยการ....อยากแยกก็แยก....เน่าตายแค่กระถางเดียว ช่างมัน จะได้รู้....






(2) พอแกเอากรรไกรตัดฉับ เอาปูนทา กำลังจะยกหน้า(เอากรรไกรเสียบเข้าใต้เครื่องปลูก ตรงรากใต้กอหน้า) ผมก็ขอถ่ายรูปเอาไว้เป็นที่ระลึก เพราะรู้อยู่แล้วว่า ยังไง ๆ ก็เน่าแหง๋ ๆ แล้วลำหน้าสุดยังเป็นหน่ออ่อนมาก ๆ ...ถ้าลำหลังของที่ยกไปไม่เน่า หน่อก็เน่า เพราะจะเอาอาหารที่ไหนมาเลี้ยงลำหน้า....

ขอบอกเล่าไว้ตรงนี้ว่า ลำต้นของแคทลียา ไม่เหมือนกล้วยไม้สกุลอื่น ลำต้นแท้จริงคือส่วนที่นอนราบไปกับพื้นเครื่องปลูก เรียกว่า เหง้า ลักษณะเดียวกับเหง้าต้นข่า..

..ส่วนที่เป็นลำสีเขียว ๆ ขึ้นมาจากเหง้านั้น คน ส่วนมากเรียกว่า ต้น หรือลำลูกกล้วย ความจริงคือ ก้านใบ ซึ่งใบจะออกที่ปลายลำลูกกล้วย มีตั้งแต่ 1 – 4 ใบแล้วแต่ชนิดของแคทลียา ลูกกล้วยแต่ละต้น จะได้อาหารจากเหง้าเท่านั้น จะไม่มีการส่งอาหารไปเลี้ยงลูกกล้วยต้นอื่น เรียกว่า
ตัวใครตัวมัน

ชุดลำหน้าที่ทิดพัดตัด มีลำลูกกล้วย 4 ลำ กับหน่ออ่อน 1 หน่อ ส่วนชุดลำหลังที่เหลือ มีอยู่ 5 – 6 หน่อ มีหน่ออ่อน 1 หน่อ.... แกตัดไปปลูกเมื่อวันที่ 7 กย.ได้มั๊ง พอวันที่ 10 ผมก็ไปบางใหญ่






(3) ผมกลับ คอนถม วันที่ 17 กย. พอเห็นอาการของลำลูกกล้วยในกระถางที่ทิดพัดตัดยกหน้าไป...ผมก็นึกยิ้มอยู่ในใจ.......พอเช้าวันที่ 18 ผมก็ยกกระถางออกมา ลำหลังทั้ง 7 ลำ มีอาการตามในรูปที่เห็น คือเน่ายกกอ แล้วแบบนี้ลำหน้าที่ทิดพัดยกไปจะเหลืออะไร.....





(4)



(5)

(4 – 5) จริงดังคาด ซื้อหวยไม่ถูก.....ทิดพัดแกคงเห็นผม....พักเดียว แกก็หิ้วถุง เดินยิ้มกะเรี่ยกะราดมาเลย......ดึงกล้วยไม้ออกจากถุง เอาให้ผมดู

.....ไอ้ทิด ดูถี ...ทำไมมันเป็นยังงี้ไปได้ ไม่น่าจะเป็น ...
.....อย่าว่าแต่ของน้าทิด ลำหลังที่เหลือของฉันก็หมดทั้งกอเหมือนกัน...ฉันบอกน้าทิดแล้วว่าให้รอไว้ก่อน อยากใจร้อนไม่ฟังเอง แยกแคทหน้าฝนก็เป็นยังงี้แหละ ...




(6)



(7)

(6 – 7) ผมเอาสองชิ้นส่วนมาวางต่อกัน เอาไม้ปักยันกันล้ม ถ่ายรูปเก็บไว้ดูอีกครั้ง

....เป็นไงล่ะน้าทิด เน่าหมดทั้งกอเลยมั๊ย....หมดกัน ต้นดอกหอม.....
แกยังพึมพำเหมือนว่าไม่เชื่อ.....ต้นไม้เค้าก็แยกกันหน้าฝน แต่ไอ้นี่ทำไมเอามันไม่อยู่.....

ทั้ง ๆ ที่อยากจะต่อว่า....แต่...ลุงเคยห้ามทะเลาะกับคนข้างบ้านเลยต้องถือหลัก พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง ของมันเสียหายไปแล้ว พูดไปก็ไม่เกิดประโยชน์

ดีว่าผมไม่อยู่บ้าน ถ้าผมอยู่แกอาจจะคิดว่าผมแอบไปทำอะไรให้มันเน่าก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม ลำหลังของผมก็เน่าหมดเหมือนกัน ....

8 วันที่ผมไม่อยู่ ไม่ได้รดน้ำเลยมันยังเน่า เพราะฝนมันตก เครื่องปลูกมันอมน้ำเอาไว้....ส่วนของทิดพัด ปลูกแล้วก็รดน้ำเช้าเย็น จะไม่เน่าก็เก่งกว่าเซียนละน้าทิด....

นี่แหละครับ แคทลียา ไม้ปราบเซียน..

....อยากแยกแคทลียาควรจะรอไปแยกเอาตอน กลาง ๆ เดือนกุมภาพันธ์ โน่นแหละ

..ก็เป็นอันว่า แคทดอกหอม ก็เน่าหมดทั้งกอคราวนี้เอง

....ไม่มีเหลือเลยหรือ....
...เรื่องอะไรจะบอก จริงมั๊ยครับ


ยังมีสิ่งที่น่าสนใจ ต่ออีกนะครับ....




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Wildcat
สาวดอง
สาวดอง


เข้าร่วมเมื่อ: 17/09/2014
ตอบ: 21

ตอบตอบ: 23/09/2014 7:24 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุง น้าทิดแดง คุณChompoo


เพิ่งจะสมาชิกใหม่ แต่สนใจกล้วยไม้ครับ ปลูกเลี้ยงไว้ดูเล่น เคยติดตามอ่านในกระทู้ 3631 อยู่ ๆ เห็นน้าทิดแดงเงียบหายไป เลยสอบถาม...ได้รับคำตอบหลังไมค์ เข้าใจดีครับ....ขอตามมาอ่านในกระทู้ของคุณ Chompoo ก็ดีเหมือนกัน เป็นการเริ่มต้นกันใหม่เลย.....แต่

เป็นการเริ่มต้นที่สุดยอด เพราะเริ่มจากแคทลียา ปลูก เลี้ยง ดูแลรักษายากสุด ๆ สมเป็นกล้วยไม้ปราบเซียนจริง ๆ ... ..

น้าทิดแดงบอกว่า เริ่มจากที่ยาก พอไปถึงเรื่องที่ง่าย มันจะไม่มีอะไร....แต่ผมว่า สำหรับผมแล้วเรื่องกล้วยไม้ไม่มีอะไรง่ายหรอกครับ

มาอ่านเจอ เรื่องที่น้าทิดพัด แกแยกแคทลียาหน้าฝน แล้วเกิดอาการเน่า .

..โดนใจผมพอดี เพราะผมกำลังมีปัญหาคือ แยกแคทลียาในช่วงหน้าฝน เพราะคิดแบบเดียวกับน้าทิดพัดว่า การแยกปลูกต้นไม้ต่าง ๆ เค้าปลูกกันหน้าฝน ผมก็คิดตามประสาคนไม่มีประสบการณ์ว่า แคทลียาก็คงเหมือนต้นไม้อื่น ตัดแยก ยกหน้าไปปลูก ...ปรากฎว่า มันเกิดการเน่าแบบเดียวกับที่น้าทิดแดงนำเสนอรูปพอดีเลย

ขอเรียนถามว่า
(1) กรณีถ้าจำเป็นต้องแยกแคทหน้าฝน ทำได้หรือไม่ จะทำอย่างไรจึงจะปลอดภัย(ไม่เน่า)

(2) กรณีที่แยกไปแล้ว ควรจะดูแลอย่างไรที่จะไม่ให้เกิดการเน่า หรือเน่าน้อยต้นที่สุด

(3) กรณีที่ยกลำหน้ามาปลูก เท่าที่สังเกต จะเน่าจากลำสุดท้ายแล้วลามไปหาลำหน้า ถ้าพบลักษณะนี้ควรแก้ไขอย่างไร

(4) ในขณะเดียวกัน การดูแลรักษาลำหลังหรือกอหลังที่ถูกยกหน้าไป ควรทำอย่างไร และจะมีโอกาสแตกหน่อใหม่ได้อีกหรือไม่...

คิดว่าคำถามของผม คงอยู่ในกติกาว่า ห้ามถามนอกเรื่อง ให้ถามในเรื่องที่กำลังเขียน..

.กรุณาตอบด้วยครับ ก่อนที่แคทที่ผมผ่ายกหน้าเอาไว้จะเน่าอีกหลายกระถาง ....เสียดาย ควีันสิริกิตติ์ ....เน่าเรียบร้อยไปซะแล้ว ...

น้าทิดแดงบอกไว้ในตอนท้ายว่า

....อยากแยกแคทลียาควรจะรอไปแยกเอาตอน กลาง ๆ เดือนกุมภาพันธ์ โน่นแหละ ....

เพิ่งจะรู้....พยายามหาอ่านจากเว็ปต่าง ๆ ก็หาไม่เจอ...อาจจะมีบอกเอาไว้ แต่ผมอาจหาไม่เจอเอง...

ขอบคุณอีกครั้งที่น้าทิดแดงใช้ภาษาชาวบ้าน และภาษาพื้นบ้าน ผมว่ามันติดดินดีครับ


ผมชื่อ แคท ครับ ทีแรกว่าจะใช้ WineCat กลัวจะเมาวายน์ เลยหันมาใช้ WildCat ...น้าทิดแดง จะเรียก ไอ้แคท ก็ได้นะครับ



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1918

ตอบตอบ: 23/09/2014 11:25 pm    ชื่อกระทู้: กล้วยไม้มือใหม่ - ตอน แยกแคทลียาหน้าฝน ทำให้เกิดการเน่า (3 ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม ..คุณ WildCat คุณชมภู คุณออร์คิด และเพื่อน ๆ สมาชิก

กล้วยไม้มือใหม่ - ตอน แยกแคทลียาหน้าฝน ทำให้เกิดการเน่า(3)


ผมกำลังจะนำเสนอข้อมูลของน้าพัดอีกชุดหนึ่งที่แก แยกแคทลียาปลูกหน้าฝนแล้วเน่า ....คุณ แคท ถามมาตรงประเด็นพอดี.. ผมขี้เกียจ Quote ขอยกคำถามมาตรงนี้

ขอเรียนถามว่า (ต่อไปใช้คำว่า ถาม พอ ไม่ต้องมีคำว่า เรียน ฟังแล้วขนลุก)

ข้อ 1 กรณีถ้าจำเป็นต้องแยกแคทหน้าฝน ทำได้หรือไม่ จะทำอย่างไรจึงจะปลอดภัย(ไม่เน่า)





(1) ทำได้ครับ...ต้องรู้วิธี คือ ห้ามใช้กรรไกรตัดกิ่งไม้(ตามในรูป)ตัด เพราะจะทำให้ต้น(เหง้า) ช้ำ ถึงจะตัดแล้วทาปูน มันก็มีโอกาสเน่า






(2)



(3)

(2 - 3) ...ให้ใช้มีดคม ๆ ผมใช้มีด 1 ใน 3 หรืออาจทั้ง 3 เล่ม ตามรูป

เล่มบน ทำเอง ใช้ใบเลื่อยตัดเหล็กชนิดเหล็กกล้า ขอจากโรงกลึง ....

เล่มกลาง เป็นมีดของ Swiss Army เค้ามีหินลับมีดชนิดพกพา (รูปที่ 3) กว้าง 1 ซม. ยาวประมาณ 8 ซม. ใช้ลับมีดคมดีจัง...

เล่มล่าง ตราตา ใช้มานานจนใบมีดสึกเหลือเท่าที่เห็น

ความคมของแต่ละเล่ม โกนหนวดได้สบาย ....
ถ้าไม่มี ก็ใช้ คัตเตอร์ ชนิดปลายใบเฉียง และมีด้ามเปลี่ยนใบมีดได้ ..แบบมีดที่หมอใช้ผ่าตัดนั่นแหละ. ชุบแอลกอฮอล์ทาแผลแล้วเผาไฟซะก่อน ....เอาไฟที่ไหน ใช้ไฟแช็คครับน้อง 4 อัน 10 บาท

จรดใบมีดลงที่เหง้า อย่าเฉือนหรือหั่นแบบหั่นหมู ให้กดลงไป กรึ๊บเดียว ต้องขาด ....จากนั้นก็เอาใบมีดป้ายปูนแดง เอามาทาที่แผล....พ่นยากันเชื้อรา เอาเก็บหรือแขวนในที่ร่ม ห้ามรดน้ำ 7 วัน....

ถ้าจะถามว่า ไม่รดน้ำ 7 วัน กล้วยไม้มันไม่เหี่ยวหรือ......

ถ้าคิดว่า พรุ่งนี้เอ็งจะผ่า วันนี้ก็รดน้ำไว้ซะก่อนซีโว๊ย......กล้วยไม้น่ะ ไม่ต้องรดน้ำ 7 วันมันไม่ตายหรอกโดยเฉพาะ แคทลียา มีเลือดป่าอยู่เกือบเต็มร้อย ...ดูกล้วยไม้ป่าซีจ๊ะ หมดหน้าฝน ต้องผ่านหนาว 3 เดือน ผ่านแล้งอีก 3 เดือนกว่าจะได้ฝน มันตายที่ไหนล่ะพี่ท่าน ออกดอกให้ดูสวยไปซะอีกด้วย.......


ข้อ 2 กรณีที่แยกไปแล้ว ควรจะดูแลอย่างไรที่จะไม่ให้เกิดการเน่า หรือเน่าน้อยต้นที่สุด

....พ่นยากันเชื้อรา เอาเก็บหรือแขวนในที่ร่ม ห้ามรดน้ำ 7 วัน.... หลังจากนั้น ให้พ่นน้ำพอชื้น ๆ มีเครื่องพ่นแบบไหนใช้แบบนั้น..น้ำพ่นทุกวัน พอชื้น ๆเท่านั้น ปุ๋ย..น้ำ 1 ลิตร + เครื่องดื่มชูกำลัง 1 หยด + ยาเร่งราก (วิตามิน B) 1 หยด + ไบโออิลุงคิม 2 หยด....3 – 4 วันครั้ง...



(ข้อ3) กรณีที่ยกลำหน้ามาปลูก เท่าที่สังเกต จะเน่าจากลำสุดท้ายแล้วลามไปหาลำหน้า ถ้าพบลักษณะนี้ควรแก้ไขอย่างไร

คำถามข้อนี้ หมายความว่า ลำหลังเน่า กำลังจะลามไปลำหน้า แสดงว่า ลำหน้ายังดูดี แต่ผมไม่แน่ใจว่าเชื้อโรค จะลามผ่านลำต้นไปลำหน้าหรือยัง....ดูรูปครับ





(4)



(5)



(6)



(7)



(8 )

(4 – 8 ) อาการเน่าลามจากลำหลังที่ผ่า หรือยกหน้าไปปลูก....แต่ดูว่ายังเน่าไม่ถึงลำหน้า





(9) ยกออกมาเลยจะได้เห็นกันจะจะ



(10)



(11)

(10 – 11) ตัดลำต้นที่เน่าออกให้หมด




(12)



(13)

(12 – 13) ลำหน้าที่เหลือ ตัดรากให้สั้นยาวประมาณ 1 นิ้วมือ




(14)



(15)



(16)

(14 – 16) เอาลงปลูก กระถางนี้โชคดี เหลือลำหน้าที่เกือบจะเน่า แต่ก็อาจจะเน่า





(17) เมื่อปลูกแล้วก็ตั้งเอาไว้ในที่ร่ม ห้ามรดน้ำ 7 วัน ใช้สเปรย์ พ่นพอชื้น ๆ


(4) ในขณะเดียวกัน การดูแลรักษาลำหลังหรือกอหลังที่ถูกยกหน้าไป ควรทำอย่างไร และจะมีโอกาสแตกหน่อใหม่ได้อีกหรือไม่...

ก็ดูแลเหมือนไม้ลำหน้าที่ยกหน้าไปปลูก.... โอกาสแตกหน่อ 50 / 50 เพราะการแยกแคทลียา จะนับถอยหลังจากลำหน้ามา 3 ลำ ดังนั้น ลำหน้าของลำหลัง คือต้นที่ 4 นับจากลำหน้า ถ้าตาไม่บอด มีโอกาสแตกหน่อได้

........เสียดาย ควีนสิริกิตติ์ ....เน่าเรียบร้อยไปซะแล้ว ...
..ตายแล้วหาใหม่ได้ครับ สำหรับผม ไม้ต้นนี้ เอาใจยาก ออกดอกก็ยาก....

น้าทิดแดงบอกไว้ในตอนท้ายว่า

....อยากแยกแคทลียาควรจะรอไปแยกเอาตอน กลาง ๆ เดือนกุมภาพันธ์ โน่นแหละ ....

คือ ประมาณกลางเดือนกุมภา จนถึง เดือนมีนา ต่อ เมษาก่อนสงกรานต์....คือปลายหนาวต้นร้อน กล้วยไม้ตื่นจากหลับ...

.ชาวสวนกล้วยไม้ เค้าจะแยก จะยกหน้า ยกหลัง เปลี่ยนเครื่องปลูก เค้าจะต้องรีบทำกันในระหว่างนี้ครับ โอกาสเน่าจะมีน้อย หรืออาจจะไม่มีเลย เพราะอากาศมันแห้ง พอรดน้ำ โด๊ปปุ๋ย กล้วยไม้จะออกราก แตกตา แตกหน่อ เร็ว




ผมชื่อ แคท ครับ.น้าทิดแดง จะเรียก ไอ้แคท ก็ได้นะครับ


ขอเรียก แคท เฉย ๆ ไปก่อนละกันนะครับ อย่าเพิ่ง ไอ้แคท เลยครับ



..ดูรูป พร้อมคำตอบแล้วจะตรงใจกับคำถามของคุณบ้างหรือไม่ พิจารณาดูไปก่อน ...

ผมจะนำเสนอตัวอย่างการแยกแคทหน้าฝนแล้วไม่เน่า ขอเสนอเรื่อง เน่า ๆ อีก 2 Shot นะครับ



.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 25/09/2014 8:11 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
orchid
สาวดอง
สาวดอง


เข้าร่วมเมื่อ: 07/05/2014
ตอบ: 43

ตอบตอบ: 25/09/2014 7:56 am    ชื่อกระทู้: ป่านนี้แคทของผมคงเน่าหมดแล้ว ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุง พี่ทิดแดง พี่ตู่ คุณชมภู


เสร็จงานแล้ว รอรถมารับเพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับ ...ยังมีเวลา แว่ปเข้าเล่นเนต ซึ่งที่พักเค้ามีบริการให้ใช้งานได้ฟรีครับ......

เปิดมาก็เจอเรื่อง ผ่าแคทหน้าฝนแล้วเน่า .....ใจแป้วเลยครับ ....เพราะก่อนออกจากกรุงเทพฯ ผ่าไว้หลายกระถาง ป่านนี้มิเน่าหมดแล้วก็ไม่รู้ ความเข้าใจ แบบเดียวกับน้าทิดพัดและคุณ WildCat คือต้นไม้เจริญเติบโตในหน้าฝน ก็ควรปลูกหน้า่ฝน ส่วนว่าแคท ผ่าหน้าฝนมันจะเน่า.....สบายละตูงานนี้

ความจริงผมนัดกับคุณ ชมภู เอาไว้ว่า วันที่ 13 กย.จะไป Enjoy กันที่ร้านกาแฟ...เกิดมีงานแบบ ด่วน ฉห. เข้ามา ต้องออกไปทำตามคำสั่งนาย....ไม่อย่างนั้นคงสนุกกว่านี้.....ขอเป็นโอกาสหน้านะครับ.....

แค่นี้ก่อนครับ มีคนมาจะขอใช้เน็ตส่งอีแมวมั๊ง....ของใช้ฟรีก็แบบนี้แหละ ต้องแบ่ง ๆ กันไป....

สวัสดี ขอบคุณครับ



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
toodtoo
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 13/10/2012
ตอบ: 100

ตอบตอบ: 25/09/2014 9:04 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุง พี่ทิดแดง คุณออร์คิด คุณชมภู


ทิด ช่วยเขียนต่อเร็ว ๆ เถอะ แคทของฉัน(ที่เอาไปจากทิด)เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ผ่าแยกหน้าฝน....ความจริง บอกตามตรง ไม่รู้เรื่องดีกว่า ....เน่าแบบของน้าพัดไป 4 - 5 กระถางแล้ว.....ไอ้ที่ผ่าไว้แล้ว ยังไม่มีอาการ อีก 3 - 4 กระถาง ฉันขนเอาแขวนเข้าร่มใต้ชายคาพาไล หมดทุกต้น ตอนนี้ปล่อยแห้งแหง่ก ได้แต่พ่นน้ำผสมยาเร่งรากนิดหน่อยให้พอชื้น ๆ ....

มันจะผ่านรอดไปถึงเดือน กุมภา ฯ มีนาฯ มั๊ยเนี่ย.....ของไอ้หริ่งก็เป็นเหมือนกัน มันบอกฉัน แต่ไม่กล้าบอกทิด กลัวโดนเทศนาเสือป่า ....


ของคุณ Orchid กลับถึงบ้านแล้วเป็นไงมั่งล่ะ โดน(เน่า)ไปมั่งหรือเปล่า....ของคุณ Chompoo รอดตัวไป เพราะมือใหม่ ยังไม่ประสีประสา ...แอบไปกินกุ้งทอดกระเทียม ฝีมือเจ๊รอง มาเต็มคราบเลยซิถ้า แถมเมล่อนด้วย อิจฉาว่ะ



ขอบคุณครับลุง


.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย toodtoo เมื่อ 27/09/2014 6:42 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1918

ตอบตอบ: 26/09/2014 9:28 am    ชื่อกระทู้: กล้วยไม้มือใหม่ - แยกแคทลียาหน้าฝน เกิดการเน่า(ตอน 4) ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม ..คุณชมภู คุณออร์คิด และเพื่อน ๆ สมาชิก


กล้วยไม้มือใหม่ - แยกแคทลียาหน้าฝน ทำให้เกิดการเน่า(ตอน 4)



...กล้วยไม้บางต้น ราคากระถางไม่ถึงร้อย มองดูไม่มีราคาค่างวดอะไรนักหนา แต่มันมีคุณค่าทางจิตใจ...กว่าจะเลี้ยงตั้งแต่ต้นเล็ก ๆ กว่าจะลุ้นให้โตจนออกดอก....มันเป็นเรื่องของการศึกษาในแต่ละช่วงของการเจริญเติบโตว่า วันนี้มันเป็นอย่างนี้ วันนั้นมันเป็นอย่างนั้น บางวันเอ๊ะ เมื่อวานยังดี ๆ อยู่ แต่วันนี้ ทำไมมันเป็นอย่างนี้ มันเป็นเรื่องของความสุขทางใจครับ

แต่ถ้ามันเกิดความเสียหาย

ถ้าเกิดจากการกระทำของเราเอง... …..ให้น้ำมากไป ปุ๋ยแรงไปหน่อย -เหี่ยว เน่า, ให้ปุ๋ยผิดสูตรทำให้ดอกร่วง.... จะโทษใครก็ไม่ได้ ก็ได้แต่(ตบกระบาลตัวเอง)นึกด่าตัวเองว่า ....ไอ่ห่าเอ๊ย มันอยู่ของมันดี ๆ แล้ว เสือกไปทำให้มันเสียหาย...ไม่น่าเลยกู.....


ถ้าเกิดจากการกระทำของคนอื่นล่ะ....ทีแรกคิดจะไปด่า...แต่ฉุกคิดที่ลุงคิมสอน..
..มึงจะไปทะเลาะกับคนข้างบ้านเชียวนาเรื่องจะยาว....


คิดไปคิดมา จริงที่ลุงบอกว่ะ ....ต้นไม้ตาย..หาปลูกใหม่ได้....ผิดใจกัน... มองหน้ากันไม่ติด ยาวนานถึงสิ้นอายุขัย....แทบจะไม่เผาผีกันก็มีให้เห็น...อย่ากระนั้นเลย ไปดูกันดีกว่าว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับกล้วยไม้ของผมอีก.....มันส์พ่ะย่ะค่ะ....




(1)



(2)

(1 – 2) Brassavola Maikai “ Mayumi ” - บร๊าสซาโวล่า ไมไก มายูมิ ต้นนี้ ราคาไม่ถึงร้อย แต่ฟูมฟักรักถนอม กว่าจะออกดอกให้ชื่นใจหลายช่อได้แบบนี้ เฮ้อ หลายเหนื่อย หลายหนับ.....
(ผมเคยบอกไว้แล้วนะว่า ชื่อสายพันธุ์กล้วยไม้พันธุ์ดั้งเดิม ต้องเขียนด้วยตัวเอียง)


(ขอแนะนำน้องมือใหม่ที่อยากหัดปลูกแคทลียา ให้หาซื้อต้นนี้มาปลูก สีชมพูหวาน สวย – แต่ไม่หมวยอึ๋ม เพราะเป็นชื่อญี่ปุ่นผสมฮาวายเอี้ยน ...ออกดอกง่ายมาก ดอกเก่ายังไม่ทันจะโรย ดอกใหม่แทงช่อออกมาแล้ว)





(3) ก่อนไปบางใหญ่เมื่อวันที่ 10 กย. มันแทงช่อดอกออกมา 2 ช่อ ใกล้จะบาน....คิดว่าถ้ากลับจากบางใหญ่ คงจะบานทันให้ชื่นใจ.....18 กย. ดอกบานแล้ว.....แต่สงสัยตะหงิด ๆ ว่า ทำไมดอกชุดนี้ สีมันซีด ๆ ดูพิกล

นี่แหละครับที่บอกว่า เราดูแลเลี้ยงดูของเรามา แค่เห็นดอกสีซีด ก็มีความรู้สึกแปลกแล้วว่า มันต้องมีอะไรผิดปกติ





(4) กระถางนี้ ตั้งใจจะให้แตกกอเต็มกระถาง เวลาออกดอกรอบกระถางจะได้ดูสวย...สำรวจดูว่าทำไมสีซีด

อ้าวเฮ๊ย .. มีรอยตัดแยก เอาปูนทาไว้ (ที่ปลายไม้ชี้)...ไม่มีใคร ทิดพัดแน่นอน.....แบบนี้ต้องขอนิมนต์ เชิญมาเจรจากันหน่อย





(5) ....น้าพัด....มาทำอะไรกับไม้กอนี้ของฉันหรือเปล่า......ดูตรงนี้....เน่าเป็นแถบเลย....
.....ข้าตัดแยกไว้เองแหละ เห็นเอ็งไม่อยู่เลยยังไม่กล้ายก .....

..... 1 แหนด 8, 9, 10 นับหนึ่ง ถึงสิบ ..คำพูดลุงคิมแว่วในหู แต่เสียงมันได้ยินแว่ว ๆ ไกลแสนไกล ...ห้ามทะเลาะกับคนข้างบ้าน.........กรอด ๆๆๆ




(6)



(7)



(8 )

(6 – 8 ) ....น้าพัดนั่งรอแป๊บ จิบ เต๊ ร้อน ๆ ก่อน เดี๋ยวทำอะไรให้ดู ....

ผมยกกระถางนี้ออกมา ....ใช้ทั้งมีดโค้ง มีดขอ กรรไกร ล้วงลึก งัด ตัดฉับ ๆๆๆ ...ยกไอ้ที่เน่าเสียออกมา ลำที่กำลังออกดอกมีหน่อติดด้วย.....ทั้งหมด 8 ลำ

(อุปกรณ์ที่ใช้ อย่าลืม ต้องชุบแอลกอฮอล์ เผาไฟซะก่อนใช้งานด้วย ที่ไม่เขียนบอก เพราะต้องการให้จำเอาไว้เลยว่า กล้วยไม้ในสภาพปกติ ทนทานก็จริง แต่เซลล์หรือเนื้อเยื่อของกล้วยไม้ บอบบาง ว่องไวต่อการติดเชื้อมาก)

...อีลำที่กำลังออกดอก ฉันขอตัดยอดเอาไว้(ผมเอาไว้ทำอะไร เดี๋ยวรู้).. ส่วนลำที่น้าพัดตัดแยกเอาไว้ ฉันยกให้น้าพัดด้วยความนับถือ เอาไปได้เลย ถือว่าฉันให้ตามที่น้าพัดอยากได้..จบแล้วนะ...(ใส่ถุงให้เรียบร้อย)

น้าพัด ยิ้มเจื่อน ๆ ไม่พูดไม่จา หิ้วถุงเดินมุดรั้วต้นอัญชัญกลับออกไป ใจคิดอะไรผมไม่รู้.....

....ถ้าผมจะบอกเรื่องนี้กับเจ๊ใหญ่ หรือเจ๊รอง...หรือบอก ปู่ คงเป็นเรื่อง..ยาวววววว..แต่น้าพัดเป็นญาติผู้ใหญ่ฝ่ายพี่น้องข้างแม่(ยาย) ซึ่งก็เหลือแกอยู่คนเดียว ....นึกถึงคำพูดของลุง ...นึกถึงโครงการ ชั่งหัวมัน ของในหลวง.....เรื่องก็จบด้วยความสบายใจ(ของผมเอง)....





(9) หลังจาก(ป่าโดนตัด)แยกต้นที่เน่าออกแล้ว แลดูโล่งไปเลย กระถางนี้กลายเป็นสองกอ...(รอเปลี่ยนกระถางเดือนมีนาฯ)





(10) ลำหน้า ๆ ยังมีอีกตั้งแยะกลัวอะไร......เดี๋ยวพ่นน้ำ พร้อมยากันเชื้อรา อัดฉีดเข้าที่เหง้า ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งซักระยะนึง....คงจะดีขึ้น แต่ โรคเน่าเข้าไส้ จะซึมแทรกไปถึงต้นไหนอีก ยังตอบไม่ได้





(11) ปลายใบแห้งที่โดนเชื่อรา เอาปูนแดงทากันเอาไว้ โชคดีที่ไม่ลุกลามต่อ...ถ้าลามต่อก็ต้องตัดใบทิ้ง......

สิ่งละอัน พันละน้อย หรือเกร็ด เล็ก ๆ น้อย ที่ผมนึกขึ้นได้ ก็บอกไปเรื่อย ๆ นี้ น้อง ๆ อ่านแล้วเก็บ(จด)เป็นข้อมูลเอาไว้นะครับ จะมี หรือไม่มีในตำราผมไม่รู้เหมือนกัน แต่อาศัยเคยทำกับพ่อ และจากที่อาจารย์ท่านบอก...และ บางครั้งก็ถามลุงคิม....





(12) ยอดที่โคนเน่า ที่มีดอกติด ผมตัดเอาไว้ จะทำอะไร





(13) คุณ ๆ และน้อง ๆ เคยเห็นกล้วยไม้ออกดอกในขวดมั๊ยครับ...นี่แหละของจริงที่หาโอกาสดูได้ยาก
เอาทั้งต้นเสียบลงในขวดซุบไก่เลยมีน้ำซุปติดนิดหน่อย ใส่น้ำลงไปเอาต้นเสียบ อยู่ได้อีกนานหลายวัน



ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ว่ากันให้จบชุด เรื่องเน่า ๆ ไปเลย......




(14)



(15)



(16)



(17)



(18 )

(14 – 18 ) 24 กย. ผ่านไป 6 วัน หลังจากที่แก้อาการเน่า โดยการตัดแยก เอาปูนทารอยแผล พ่นยากันเชื้อรา อัดฉีดเข้าที่เหง้า งดให้น้ำ เอาวางในที่ร่ม เหตุการณ์ปกติ...

ยากำจัดเชื้อราที่ผมใช้เป็นกลุ่มเบา ๆ แต่ฤทธิ์แรงกับโรคเน่า (ชื่อสามัญ)คาแบนดาซิม หรือ แคปแทน ก็ได้ครับ ...แคปแทน นี่ยาป้องกันเชื้อรา เก๋ากึ๊ก ใช้กันมา สาม สี่ สิบปีแล้วมั๊ง

ถ้าไม่อยากใช้สารกำจัดเชื้อรา ลองใช้(สูตรคนไม่บ้าไม่กล้าทำ) คือใช้ยาปฎิชีวนะแทนก็ได้ครับ เช่นพวก เท็ตตร้าไซคลิน ผสมน้ำรดครับ

โดยส่วนตัวผมใช้ยาปฎิชีวนะ สำหรับผสมน้ำให้ เป็ด - ไก่ - หมู กิน นำมาผสมใช้รดกล้วยไม้ สามารถควบคุมการเน่าของกล้วยไม้ โดยเฉพาะกลุ่มพวกฟาแลนด์ได้เป็นอย่างดี และค่อนข้างที่จะปลอดภัยครับ
แต่ต้องกะปริมาณที่ใช้ให้พอเหมาะนะครับ


ยาปฏิชีวนะ ป้องกันโรคและเชื้อรา ของดีราคาถูก สวนกล้วยไม้ทุกแห่งเค้าใช้ และต้องใช้ ของดีราคาถูก แต่ได้ผลดีที่สุด.....

แต่... เค้าไม่ใช้แบบ แคปซูล มันแพง เค้าสั่ง หรือ มีเซลล์ มาส่ง ชนิดเป็นผงบรรจุซอง เป็น กิโล ๆ หรือเป็นถุง 25 โล



และที่สำคัญ เคล็ดวิชาลึก แต่ไม่ลับแบบนี้ ไม่มีสวนกล้วยไม้ไหนเค้าบอกคุณหรอกครับ

ผมใช้นิดหน่อย ก็ใช้แบบแคปซูล....แต่ไม่ได้ซื้อ....สถานีอนามัย มีไว้ให้เราใช้บริการ ...เราก๊อใช้ให้เกิดประโยชน์ จริงมั๊ยครับ

.....เป็นไรน้า ไหนมาวัดความดันหน่อยเซ้.....หุ่นแบบนี้ น้ำตาลเพียบ.
.หลังจากผ่านการวัดหลายอย่าง

...เป็นไปได้ไง ไม่มีไข้ ความดันปกติ หัวใจเต้นปกติ น้ำตาลปกติ....ไตรกลีเซอรายน์สูงไปนิด อ่อนเค็มลงหน่อยนะ วันนี้เป็นไรมา เดี๋ยวฝากยาไปให้ปู่ด้วยนะ

....อ่อนหวานได้ แต่อ่อนเค็มคงยาก เพราะคนกินเค็ม แต่ใจไม่เค็ม ...วันนี้ที่มาเพราะ ไอ เจ็บคอ (ตอแหล๋ไปเรื่อย) พาราไม่เอา จะเต็มบ้านอยู่แล้ว เออขอยาแก้น้ำมูกกับยาหยอดตา แถมยาธาตุด้วย ...


แค่นี้ก็ได้แล้ว เทตตร้าไซคลิน 10 เม็ด ยาแก้เจ็บคอจากอนามัย ไม่ต้องซื้อ ความแรงอาจจะอ่อนไปหน่อย แต่ก็ใช้ได้


เรื่องแยกกล้วยไม้หน้าฝนแล้วเน่า คงจะจบหมดลงแต่เพียงแค่นี้ คุณออร์คิด คุณ Wildcat ไอ้ตู่ มีปัญหาอะไรถามได้เลย.....แต่ละคน เน่าไปคนละกี่กระถางล่ะ...โส น้า น่า ส่วนคุณ ชมภู เห็นวันนั้นบอกว่า มีแคทอยู่สามสี่ต้น ยังไม่กล้าผ่าแยกเพราะมีน้อยลำ ถือว่าโชคดีไป


คราวนี้ รู้หรือยังล่ะว่า แคทลียา ราชินีแห่งกล้วยไม้ กล้วยไม้ปราบเซียน มันเป็นยังไง ออกดอกก็ยาก ออกซองมาแล้วซองลีบ ผ่าหน้าฝนก็เน่า น้ำมากก็เน่า น้ำน้อยก็เหี่ยว ฯลฯ .....


ถ้าไม่มีอะไรถาม จะได้เดินหน้าต่อ ว่าด้วย ผ่าแคทลียาหน้าฝนแล้วไม่เน่า




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1918

ตอบตอบ: 28/09/2014 9:06 pm    ชื่อกระทู้: กล้วยไม้มือใหม่ - (ตอน 5) วิธีแยกแคทลียาหน้าฝน ไม่เน่า ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม ..คุณชมภู คุณออร์คิด และเพื่อน ๆ สมาชิก


กล้วยไม้มือใหม่ - (ตอน 5) วิธีแยกแคทลียาหน้าฝน ไม่เน่า


จบเรื่องแยกแคทลียาหน้าฝนแล้วเน่า
แต่ถ้ามีความจำเป็นจะต้องผ่าแยกแคทลียาหน้าฝน จะมีวิธีอย่างไรทำให้ไม่เกิดการเน่า ..ของคนอื่น ผมไม่รู้นะ แต่ที่ผมเคยทำ ทำได้ครับ

(1) ไม่รดน้ำ ปล่อยให้ต้นและเครื่องปลูกแห้ง อาจจะดูจังหวะที่ฝนทิ้งช่วงไม่ตกหลายวัน ทางที่ดี ยกกระถางเอาแขวนในที่ร่ม ที่จะไม่ให้โดนฝน ไม่ต้องรดน้ำ

(2) เมื่อต้นและเครื่องปลูกแห้ง ใช้มีดปลายแหลมคม ๆ ตามที่อธิบายมาแล้ว กดลงบริเวณเหง้าที่จะผ่าแยก กรึ๊บเดียวต้องขาด ใช้ยากันเชื้อรา ฉีดเข้าที่เหง้า เอาปูนกินกับหมากทารอยแผลที่ตัด

(3) ปล่อยทิ้งไว้ในร่ม สอง สาม วัน ยังไม่ต้องรดน้ำ ....แคทลียาหรือกล้วยไม้สกุลหวาย อดน้ำอาทิตย์เดียว บางคนปล่อยให้อดน้ำเป็นเดือน ไม่ตายหรอก ....

จากนั้นก็เอาออกแขวนในที่เดิม จะรดน้ำหรือฝนตกก็ไม่เป็นไรแล้ว วิธีการก็มีแค่นี้ ไม่เห็นจะยากตรงไหน......แต่ที่เค้าไม่แยกแคทหน้าฝน ก็เพราะว่า

(ก) นอกจากมันอาจจะเกิดการเน่า แล้ว...

(ข) ข้อนี้สำคัญ คือ หลังจากหมดฝน เข้าสู่หน้าหนาว ชาวสวนเค้าบอกว่า กล้วยไม้มันจะนอนหลับ

ความจริงกล้วยไม้ไม่ได้นอนหลับ เพราะไม่มีการหลับ แต่ความเจริญเติบโตมันช้าลง เมื่อตัดแยกออกมา พอถึงเวลาที่การเจริญติบโตมันช้าลง ทุกอย่างมันก็ช้า เช่น การออกรากก็ช้า การแตกใบก็ช้า ดีไม่ดี กล้วยไม้บางอย่าง จะผลัดใบเพื่อลดการคายน้ำ อันนี้มันเป็นเรื่องของธรรมชาติ ถ้าเจอแบบนี้ จะเอาตรงไหนมาเจริญเติบโต

(ค) เมื่อทุกอย่างมันช้า กล้วยไม้มันก็ต้องปรับตัวเองให้อยู่รอดก่อนโดยเฉพาะลำหลังที่ตัดยกหน้าออกมา การที่จะส่งอาหารไปเลี้ยงลำหน้า มันก็ทำได้ไม่เต็มที่ นอกจากนี้ก่อนปลูกต้องตัดรากเก่าออกบางส่วน รากเก่าก็เหลือน้อย รากใหม่ก็ยังไม่ออก มันอาจไม่ตาย แต่มันจะ กร๋อง แกร๋ง อยู่อย่างนั้น คือไม่ตาย แต่ไม่โต

หมดจากหน้าหนาวเข้าหน้าร้อน ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่...ร้อนก็ร้อน แห้งก็แห้ง รดน้ำไปก็แค่นั้น เพราะรากมันไม่มีจะดูดน้ำ ผ่านทางใบ แว็บเดียวน้ำก็แห้งแล้ว

กล้วยไม้จะตื่นจากนอนหลับ(ตามภาษาชาวบ้าน)ก็ประมาณ ต้นเดือนมีนาคม นั่นแหละ ช่วงตั้งแต่เดือนมีนา ถึงก่อนสงกรานต์เมษา ชาวสวนกล้วยไม้จะต้อรีบตัดแยกกล้วยไม้เพื่อปลูกใหม่

ทีนี้ พอมันตื่นขึ้นก็จะแสวงหาอาหาร พอได้น้ำได้ปุ๋ยมันก็จะเจริญพรวดพราด ออกราก แตกตา ออกใบ ทันตาเห็น

ส่วนต้นที่ตัดแยกเมื่อตอนหน้าฝน ก็อาจจะออกราก แต่ก็แบบ ซังกะตาย กว่าจะโต รอไปเถอะ อีกนานหายอยาก....ลองทำดูก็ได้ ...

...ผมจะมีตัวอย่างให้ดูชม ....เพราะคิดเอาไว้ตั้งแต่ตอนที่ผมทำการทดลองปลูกกล้วยไม้ในขวดพลาสติก(ตามกระทู้ 3631)แล้วว่า ถ้าพูดบอกโดยไม่มีตัวอย่างให้ดู ก็จะเป็นการพูดลอย ๆ อีกอย่าง ผมก็ทดลองของผมด้วยว่าทำอย่างนี้แล้ว ผลออกมามันจะเป็นอย่างไร....บอกได้เลยว่า ตั้งแต่วันโน๊นจนถึงวันนี้ มันไม่ตาย แต่รากยังไม่โผล่ให้เห็นเลย

....ตามไปดูกันตามขั้นตอนครับ




(1)



(2)

(1 – 2) 10 กค.57 เหลืองปากแดงต้นนี้บาน โดดเด่นสีสะดุดตาเสียนี่กะไร





(3) หลังจากดอกโรย ทิดพัดอีกนั่นแหละ มาขอยกหน้าเอาไปปลูก...ยังไม่ทันจะเอ่ยปากให้หรือไม่ แกเอากรรไกรตัดต้นไม้ตัดฉับ ตามรูปรอยลูกศรชี้ หมายเลข 1.....และที่ลูกศรชี้หมายเลข 2 คืออะไร เดี๋ยวรู้ครับ...

..ทิดพัดแกถือว่า เป็นญาติผู้ใหญ่ฝ่ายข้างเจ๊ใหญ่กับเจ๊รอง...ผมก็ไม่อยากจะวอแวเอากะแก คิดเสียว่า ของแค่นี้ไม่มากมายอะไรนักหนา อยากได้ก็เอาไป....ผมยกนิ้วชี้(แต่ไม่ได้ชี้หน้าแกนะครับ)เอาแตะที่จมูกผม บอกแกว่า ..
.ครั้งเดียวนะ รอดคือรอด ตายคือตาย จะไม่มีครั้งที่สอง ….





(4) โปรดสังเกตรอยแผล การใช้กรรไกรตัดต้นไม้ตัด รอบเหง้าจะช้ำ เพราะแรงบีบกดของกรรไกร ดีว่าต้นนี้พอแกตัดผมรีบยกเข้าร่ม อัดฉีดยากันเชื้อรา ทาปูน เลยรอดมาได้ แต่ลำหน้าที่แกยกไป ผมไม่ได้ถามว่า เป็นหรือตาย....





(5) ให้ดูรอยแผลดำตรงลูกชี้ คือรอยดำหมายเลข 2 ในรูปที่ 3 เวลาตัด ทิดพัดเอากรรไกรมาเบียดหรือถูกับลูกกล้วยอ่อนลำนี้ ทำให้เกิดเป็นรอยแผลสีดำ ช้ำ ถ้าไม่ได้ยากันรา หรือเอาเข้าร่ม มีหวังเน่าไปแล้ว





(6) ไหน ๆ ก็ไหน ๆ เมื่อเอาเข้าร่ม และแห้งดีแล้ว ผมก็ผ่าแยก ดูตรงที่ลูกศรชี้ครับ ...ผ่าแล้วปล่อยทิ้งไว้อย่างนี้แหละ อย่าเพิ่งยกออกไปปลูก.เดี๋ยวดีเอง...นี่คือเคล็ดที่ควรรู้เอาไว้ ไม่มีใครบอกคุณหรอกครับ...

เพราะถ้ายกไปปลูกก็มีหวัง พอเจอหนาว เข้าร้อน ไม่ตาย แต่ไม่โต...ถ้าอยู่อย่างนี้ มันจะมีอะไรเกิดขึ้น......ปดูกัน





(7) หลังจากผ่าแล้วทิ้งเอาไว้ ปล่อยให้อดน้ำ เพียงแค่ พ่นน้ำให้พอชื้น ๆ ...

...โดยธรรมชาติแล้ว ทุกชีวิตย่อมกลัวตาย ต้นไม้ก็เช่นกัน เมื่อมันกลัวตาย ก่อนตาย มันจะแพร่พันธุ์ เมื่อมันได้ความชื้น มันก็แตกหน่อซีครับ คราวนี้แตกออกมา 4 หน่อ เมื่อถึงเวลาที่จะยกไปปลูก ผมก็จะได้ เหลืองปากแดงจากต้นนี้ 4 กระถาง ..มันสะใจมั๊ยน้องงงงงง





(8 ) คุณ WildCat เคยถามไว้ว่า ลำหลังของต้นที่ยกหน้าไปปลูก มันจะแตกหน่อหรือไม่ จากรูปนี้ตรงลูกศรชี้ คุณ แคท และน้อง ๆ ดู และจำ นะครับ ถ้า ตา ที่จะแตกหน่อมีลักษณะ โปน (เค้าเรียกว่า ตาโปน)แบบนี้ รับประกันได้ว่า จะแตกหน่อเป็นลำหน้าใหม่แน่นอน …

ผมอธิบายเป็นได้แค่ภาษาชาวบ้านง่าย ๆ แบบนี้แหละครับ ดูรูปประกอบไปด้วย อาจจะพอเข้าใจ สงสัย ถาม ก็แล้วกัน





(9) ผมทำแบบบ้า ๆ ไม่เหมือนชาวบ้าน ผมตัดแคทต้นนี้แบบเสี่ยงตาย ตายคือตาย รอดคือรอด... (ให้หายแค้นที่ถูกทิดพัดยกหน้า พูดไม่ออก) ดูจากลูกศรชี้ คือ ตัดทีเดียว แยก 2 กอเลย ปรากฏว่า เหง้าที่ตัดชุดหลังแตกหน่อทางด้านขวามือ





(10) ลำหน้าที่ตัดแยก แตกหน่อออกมา ซ้าย ขวา 2 หน่อ บอกตามตรงว่างานนี้ทำด้วยความ สะใจ แต่มันเกิด ฟลุ๊ค ครับ....





(11) กระถางนี้มันแตกหน่อจนล้นกระถาง ..... เลยจากรอยที่ผมผ่าแยกออกมา มันกอดกันแน่นแบบนี้ จะตัดแยกก็กลัวจะเน่า เลยปล่อยทิ้งเอาไว้ก่อน ปล่อยให้ผ่านการนอนหลับไปซะก่อนค่อยแยก ค่อยยก ...ให้สัเกต รากของแคทลียาจะไม่ห้อยย้อยออกนอกกระถาง แต่จะขดรวมกันอยู่ในกระถาง

ความจริงผมอยากให้มันแตกหน่อมีลำหน้าเยอะ ๆ เวลาออกดอก มันจะเหลืองปากแดงรอบกระถาง มันจะสวยซักแค่ไหน ได้หน่อใหม่มา 4 หน่อก็แยะแล้วนา ..........ทิดพัดแกเคยเดินมาดู

....เอ็งทำได้ยังไง....ใช้อะไรทำ ....มันถึงแตกหน่อแบบนี้
....ใช้มือทำจ้า......





(12)



(13)

(12 – 13) ควีนสิริกิตติ์ ผมซื้อที่เชียงใหม่ เอาขึ้นไปแขวนที่ปาย ได้สองปีกว่า มันแตกกอดีจริง ๆ ผมเลยแยกเอามาปลูกที่นครปฐม ปลูกในกาบมะพร้าว แขวนไว้แบบนี้ เริ่มปลูกเมื่อปลายเดือนเมษา พร้อมกับกล้วยไม้ทดลองในกระทู้ 3631 การเจริญเติบโตดีพอสมควร แต่สู้ที่ปายไม่ได้ เนื่องจากอากาศเย็นไม่พอ ไม้ต้นนี้ชอบอากาศเย็นครับ




(14)



(15)

(14 – 15) มีซองดอกออกมา จะซองจริง หรือซองหลอก น่าสงสัย เพราะนานเป็นเดือนแล้ว ไม่แห้ง ธรรมดาถ้าเป็นซองหลอก ไม่ถึงเดือนก็แห้งไปแล้ว





(17) ดอกแคทลียา ควีนสิริกิตติ์ ครับ





(18 ) แคทลียาไม่เหมือนกล้วยไม้สกุลหวาย ....ต้นเน่า หน่อเก่าเน่า(ลูกศรสีน้ำเงิน) ฉีดยากันรา กันเน่า พอแผลแห้ง ต้นแห้ง อาจจะแตกหน่อใหม่จากตาบนสุดเป็นต้นใหม่ได้ (ลูกศรสีแดง) การแตกหน่อของกล้วยไม้สกุลหวายในลักษณะนี้ บางคนเรียกว่า การแตกตะเกียง ถ้าปล่อยเอาไว้โดยไม่ตัดแยก ก็จะแตกหน่อเป็นลำหน้าใหม่.....

ถ้าเป็นแคทลียา เกิดการเน่าที่ลำต้น จะลามถึงเหง้า หรือเน่าจากเหง้าขึ้นลำต้นหรือลำลูกกล้วย หมดสิทธิ์ที่จะแตกเป็นต้นใหม่ ตายลูกเดียว เพราะเหง้าของแคทลียาคือต้น ส่วนลำลูกกล้วยคือก้านใบ




(19)



(20)

(19 – 20) กล้วยไม้สกุลหวาย จากต้นเล็ก ๆ หรือหน่อใหม่ ดูใบงาม ๆ ก็ชื่นใจ แต่ไม่ใช่สื่งที่ต้องการตามความมุ่งหวัง





(21) สิ่งที่มุ่งหวังของคนปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ นอกจากดูต้นเจริญเติบโต แข็งแรง สวยงามแล้ว สิ่งสุดท้ายคือสิ่งนี้ ....ดอกกล้วยไม้ครับ ถ้าเป็นต้นใหม่เลี้ยงจากจ้นเล็ก ๆ ช่อดอกช่อแรกคือการที่ต้องคอยลุ้นว่าจะออกมาเป็นฉันใด ความสุขมันอยู่ตรงที่การรอคอยนี่แหละครับ.....

คุยเรื่องแคทลียา เอาหวายมาแทรก เป็นการอ้างอิงครับ

มาถึงตรงนี้ คุณ ชมภู คุณออร์คิด คุณแคท ไอ้ตู่ ไอ้หริ่ง อ่านภาษาชาวบ้าน ๆ แล้วพอจะรู้เรื่องมั๊ยครับ จะถามอะไรก็ถาม ก่อนจะเดินหน้าต่อ





(22) รูปนี้ เก็บตก ฝากมาให้ดูกันเล่นเพลิน ๆ

ขอให้โชคดีที่ผ่าแคทลียาหน้าฝนแล้วไม่เน่า .....ถ้าจะถามว่า รูปนี้จากที่ไหน.......จากเว็ป Kasetloongkim.com ครับ.


เรื่อง แคทลียา ไม้ปราบเซียน ยังไม่จบนะคร๊าบบบ

.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Chompoo
สาวดอง
สาวดอง


เข้าร่วมเมื่อ: 31/07/2014
ตอบ: 39

ตอบตอบ: 29/09/2014 6:49 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับคุณลุง น้าทิดแดง พี่ตู่ คุณ Orchid และเพื่อน ๆ


ผมยังไม่มีประสบการณ์ ยังไม่มีปัญหาจะถาม ขอติดตามอ่าน และรวบรวมข้อมูล พิมพ์ เก็บไว้อ่านเพื่อศึกษาไปเรื่อย ๆ ก่อนครับ....

แต่อยากทราบว่า ต้นที่รอดจากการเน่า และน้าทิดเอาปลูกไว้(ตามรูป) ยังปกติดีอยู่หรือไม่ครับ





ถ้าผมปลูกแล้วมันออกดอกแบบในรูป 22 วัน ๆ ไม่ต้องไปไหน คงเพลินอยู่ตรงนี้นะครับ....

ขอบคุณครับ


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1918

ตอบตอบ: 01/10/2014 10:27 pm    ชื่อกระทู้: กล้วยไม้มือใหม่ - (ตอน 6) แคทลียาที่รอดตายจากการเน่า ? ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม ..คุณชมภู คุณออร์คิด และเพื่อน ๆ สมาชิก


กล้วยไม้มือใหม่ - (ตอน 6) แคทลียาที่รอดตายจากการเน่า ?


คุณชมภู ถาม.-

อยากทราบว่า ต้นที่รอดจากการเน่า และน้าทิดเอาปลูกไว้(ตามรูป) ยังปกติดีอยู่หรือไม่ไปดูกันดีกว่าครับ

ผมขอย้อนให้ดูรูปที่ 14 (ผมยกมาเป็นรูปที่ 1)






(1) ผมเอาต้นที่รอดจากการเน่า ปลูกไว้สองต้นเมื่อ 18 สค.57....ต้นหนึ่งคือต้นนี้ เหลือลำเดี่ยว มีหน่ออ่อน 2 หน่อ ตอนที่เอาลงปลูก เสี่ยงดวงว่า รอดคือรอด ตายคือตาย




(2)



(3)

(2 – 3) หลังจากเอาไว้ในที่ร่ม แห้ง พ่นน้ำพอชื้น ๆ ...มาถึงวันที่ 30 สค.57 ผ่านไป 12 วัน หน่อ 2 หน่อของต้นลำเดี่ยว เจริญเติบโตอย่างเห็นได้ชัด .

เดี๋ยวจะหาว่า โฆษณาเชียร์ปุ๋ยลุงคิม แต่มันเป็นจริง......ต้องขอบคุณ ไบโออิ + ยูแรก้า + สมุนไพร + ยากันรา + เทตตร้าไซคลิน โดยการผสมแบบเจือจางชนิดที่เรียกว่า วันเบา ๆ ก็ใช้ของเบา ๆ ....




(4)



(5)

(4 – 5) ส่วนเจ้าสองลำ ที่คิดว่าน่าจะรอด แต่อาการเน่ามันฝังใน แบบที่เรียกว่า เน่าเข้าไส้ ยาเอาไม่อยู่ มันเกิดการเน่า ต้องถอนทิ้ง






(6) อีกอนี้ก็โดนยกหน้าไปเหมือนกัน ตรงรอยปูนแดงตามลูกศรสีแดงชี้ .
..เมื่อถูกยกหน้าไป ผมก็ตัดแยก ตรงรอยลูกศรสีน้ำเงิน คิดว่า อย่างน้อยถ้าลำหลังมันจะเน่า ก็ดีกว่าจะปล่อยให้มันเน่าทั้งหมด ตัดแยกแล้วเอาเข้าร่ม ปล่อยทิ้งให้แห้ง
......พ่นน้ำ ให้ปุ๋ยแบบสูตร บางเบา ตามข้างบน ช่วยเอาไว้




(7)



(8 )



(9)



(10)

(7 – 10) ปรากฏว่า เจ้าลำหน้าสุดมันแทงรากอ่อนออกมา ใสปิ๊ง เลยแหละ...แบบนี้ รอดแน่ ๆ ถ้าลำหลังมันจะเน่า ก็จะมาสิ้นสุดตรงรอยที่ตัดแยก .

..แต่ผมคงไม่ปล่อยให้เน่ามาถึงตรงนั้น ...พอเห็นว่ามันเน่า ก็ตัดยกที่เน่าออก เอายาฉีดพ่นเอาไว้ .....พอถึงเดือน มีนา ค่อยเปลี่ยนเครื่องปลูกใหม่....

ผมก็ตอบคุณชมภู หมดแล้วนะครับ สงสัยอะไร ตรงไหน ถามได้เลย ....ตอบได้เท่าที่รู้ละครับ

.......มีสมาชิกหลังไมค์ ถามถึงกล้วยไม้ทดลอง กระถางหมายเลข 5 ที่เจ๊ใหญ่แกขอเอาไว้ กับที่ใช้ปากขวดเป็นภาชนะปลูกที่เหลืออยู่ 1 อัน รวมไปถึงกล้วยไม้ที่ปลูกในกาบมะพร้าวทรงเรือใบ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง......ก็ลองไปดูกันครับ





(11) ผมเอาตะเกียงหวาย ปลูกลงปากขวดพลาสติกเอาไว้ ปลูกพร้อมกับตอนที่เริ่มปลูกกล้วยไม้ทดลอง วัสดุปลูกคือ มะพร้าวสับ จนถึงวันนี้ เพิ่งจะแตกลำหน้าออกมา มีรากเริ่มเดินแล้วครับ ต้องคอยดูต่อไปว่า รากมันจะไปทางไหน.......




(12)



(13)

(12 – 13) กล้วยไม้หวายตัดดอก เอียสกุล ในกระถาง เบอร์ 5 และในกาบมะพร้าวทรงเรือใบ เจริญเติบโตดีอยู่ครับ





(14) ช่อดอกที่ 1 เพิ่งตัดไปไม่นาน ช่อที่ 2 กำลังแทงช่อออกมา





(15) ต้นนี้ ออกไปแล้ว 2 ช่อ กำลังแทงช่อที่ 3





(16) ช่อที่ 1 ตัดไปแล้ว ช่อที่ 2 ยาวกำลังติดดอก





(17) ช่อที่ 1 ตัดไป ช่อที่ 2 ออกมายาวแล้ว.....กรุณาสังเกต ราก ของกล้วยไม้สกุลหวาย ในกระถางที่แขวนด้านหลัง รากมันจะยาวออกนอกกระถาง เป็นส่วนใหญ่....ผมมาคิดถึงกล้วยไม้ที่ปลูกด้วยปากขวดพลาสติก เมื่อมันเจริญโตขึ้น รากมันจะออกทางไหน คงต้องเปลี่ยนกระถางใหม่ละครับ





(18 ) ดอกเก่าตัดออกไป ช่อดอกใหม่ยังไม่โผล่.....แบบนี้เรียกว่า อั้นดอก




(19)



(20)

(19 – 20) หวายดอกขาว - ไม้ตัดดอกช่อนี้บานมาได้เกือบเดือน เริ่มจะโรยแล้ว ช่อดอกเก่ายังอยู่ ช่อดอกใหม่แทงโผล่มาให้เห็นแล้ว ..

..ลักษณะหวายตัดดอกที่ดีต้องแบบนี้แหละครับ ช่อดอกใหม่เริ่มบาน ตัดช่อดอกออก ช่อดอกใหม่จะแทงออกมา




(21)



(22)



(23)



(24)

(21 – 24) เอื้องเงิน กล้วยไม้ไทยลูกผสม ออกดอกไม่ยอมหยุดเหมือนกัน ดอกเก่าไป ดอกใหม่แทงออกมา




(25)



(26)

(25 – 26) ต้นนี้เป็นกล้วยไม้เก่าแก่ หวายคิง มรดกจากพ่อ ดอกเล็ก สีแดงเข้ม จุ๋มจิ๋มน่ารัก ช่อยาว ออกดอกตลอด อนุรักษ์ เอาไว้เป็นที่ระลึก....อยู่ที่ไอ้ตู่อีกกอนึงครับ เห็นบอกว่า ออกดอกเป็นบ้าเป็นหลัง ผมแขวนเอาไว้ร่มไปหน่อย ดอกเลยไม่ดกเท่าที่ควร




(27)



(28 )

(27 – 28 ) ต้นนี้ก็ดอกเล็ก เป็นไม้กอ ออกดอกเป็นบ้าเป็นหลังเหมือนกัน...


ก็คงจะจบเรื่องการปรับ C / N Ratio ตามด้วยเรื่องแยกแคทลียาหน้าฝนแล้วเน่า …..

เรื่องต่อไปคงขอคั่นรายการด้วยเรื่อง กล้วยไม้ฝากเลี้ยง ของป้าห่าน กับของคุณบุญซื่อ รวมไปถึงกล้วยไม้ฝากเลี้ยงของน้อง ๆ และเรื่องจิปาถะ แบบว่า เรื่อยเปื่อย คุยสบาย ๆ ตามสไตล์ของผมก็แล้วกัน เหมือนที่ผมคุยกับคุณชมภู นั่นแหละ.......นึกอะไรได้ก็ว่าไปเรื่อย ....





.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1918

ตอบตอบ: 09/10/2014 1:01 am    ชื่อกระทู้: กล้วยไม้ป้าห่าน ออกดอกแล้วจ้า ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม ป้าห่าน คุณชมภู คุณออร์คิด และเพื่อน ๆสมาชิก


กล้วยไม้สำหรับผู้เริ่มต้น - ตอน กล้วยไม้ฝากเลี้ยง


เอื้องดอกมะขาม จากป้าห่าน....ออกดอกแล้วจร้า



ผมขออนุญาตคุณ Chompoo สลับฉาก คั่นรายการนิดนึงครับ.......เนื่องจากกล้วยไม้ที่ป้าห่าน ให้ผมมา มันออกดอกเป็นกล้วยไม้ป่า สกุลหวาย (เรื่องเดิมอยู่ในกระทู้ 3631ครับ) .....ไปดูกันครับ





(1) 29 พค.57 ผมได้รับกล้วยไม้จากป้าห่าน หลายอย่าง....มีหวายต้นนี้ติดมาด้วย....เนื่องจากยังไม่มีดอก ผมก็ไม่รู้ว่ามันเป็นหวายอะไร ให้มาก็ปลูกเอาไว้





(2) 1 มิย57 ผมเอาปลูกโดยมัดติดกับท่อนไม้ จับแขวนเอาไว้ รดน้ำพ่นยา ฉีดปุ๋ย......





(3) ต่อ ๆ มา รากก็เริ่มเดินเกาะท่อนไม้





(4) 19 กันยา 57 มองไปมองมา อ้าว ช่อดอกนี่หว่า....ออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะเนี่ย.....เนื่องจากต้นยังไม่โตเต็มที่ ช่อดอกเลยสั้น......





(5) ช่อดอกโตวันโตคืน ใกล้จะบานแล้ว.....สีจะเป็นยังไงหว่า




(6)



(7)

(6 – 7) ดอกกำลังเริ่มบาน




(8 )



(9)

(8 – 9) ลักษณะสีสันของดอก คล้ายดอกมะขาม กล้วยไม้ต้นนี้จึงเรียกชื่อว่า เอื้องดอกมะขาม





(10) เปรียบเทียบดอก กัลป์ เหรียญ 5 บาท





(11) ดอกของ เอื้องดอกมะขามครับ



ตามข้อมูล ท่านว่าไว้ดังนี้.-

ชื่อไทย เอื้องดอกมะขาม

ชื่อวิทยาศาสตร์ Dendrobium delacourii Guillaumin

ชื่ออื่น/ชื่อท้องถิ่น เอื้องข้าวเหนียวลิง เอื้องดอกขาม เอื้องมะขามลำเทียนหิน กล้วยไม้ตะโก

ลักษณะทั่วไป กล้วยไม้อิงอาศัย

• ลำต้น ลำลูกกล้วยรูปทรงกระบอก หรือเป็นลำรูปไข่แกมรูปรี เส้นผ่านศูนย์กลาง 1 ซม. สูง 7-10 ซม.

• ใบ รูปหอก แผ่นใบบาง กว้าง 1.5 ซม. ยาว 7-9 ซม. จำนวน 3-5 ใบ

• ดอก ออกเป็นช่อใกล้ปลายยอด จำนวน 10-20 ดอก กลีบเลี้ยงและกลีบดอกสีเขียวแกมเหลือง กลีบปากสีเหลืองและมีขีดสีน้ำตาล ขอบกลีบมีปุ่มปมขนาดเล็กทั่วไป สีสันคล้ายดอกมะขาม

แหล่งที่พบ ตามป่าผลัดใบหรือป่าดิบแล้ง ทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันตก

ฤดูออกดอก เดือนเมษายน-มิถุนายน



ข้อมูลจาก
http://www.agri.ubu.ac.th/research_web/total_orchid/line=23.html




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, 4, 5, 6  ถัดไป
หน้า 2 จากทั้งหมด 6

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©