-
++kasetloongkim.com++ Forums-viewtopic-ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรทางวิทยุ 25 OCT * ปัญหานาข้าว
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรทางวิทยุ 25 OCT * ปัญหานาข้าว
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรทางวิทยุ 25 OCT * ปัญหานาข้าว

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10347

ตอบตอบ: 26/10/2018 2:47 pm    ชื่อกระทู้: ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรทางวิทยุ 25 OCT * ปัญหานาข้าว ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรทางรายการวิทยุ 25 OCT
AM 594 เวลา 08.15-09.00 (จันทร์-ศุกร์)
***************************************************************************************

สวัสดีครับ ท่านผู้ฟังที่เคารพ
กองทัพบกเพื่อประชาชน เสนอรายการสีสันชีวิตไทย วิทยุเพื่อการเกษตร และอาชีพเสริม
ผลิตรายการโดยกองกิจการพลเรือน หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก

@@ สนับสนุนรายการโดย ...
http://www.nimut.com/
* บ.นิมุติ เอ็นจิเนียริ่ง เครื่องย่อยเศษพืช (02) 322-9175-6

http://www.bkgmax.com/kaset/product.html
* ยิบซั่มธรรมชาติ เฟอร์มิกซ์, ธันเดอร์พลัส, ธาตุรอง/ธาตุเสริม มัลติแชมป์ (089) 144-1112

http://www.mysuccessagro.com
* บ.มายซัคเซส อะโกร---ปุ๋ยอินทรีย์ ตราคนกับควาย, กาวเหนียวดักแมลง มายฟิกส์, กลิ่นล่อแมลงวันทอง ฟลายแอต,
สารเสริมฤทธิ์สารสมุนไพร ไบโอเจ๊ต, ถังฉีดพ่นรุ่นใหม่ ใช้แบตเตอรี่ (081) 910-5034

* และ ชมรมสีสะนชีวิตไทย วิทยุเพื่อการเกษตรและอาชีพเสริม

กระผม พันโทวีระ ใจหนักแน่น (คิม ซา กัสส์) เป็นผู้ดำเนินรายการ

เช่นเคย รายการเรา 1188 ฝากข้อความ-ฝากคำถาม-ฝากข่าว ที่ (081) 913-4986 โทรศัพท์เข้ารายการคุยกันสดๆ
ออกอากาศ สร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน (02) 888-0881 และอินเตอร์เน็ต เกษตรลุงคิมดอทคอม ถาม 1 บันทัด ตอบ 1 หน้า
ถนัดช่องทางไหนเลือกช่องทางนั้นตามอัธยาศรัย นักรบไม่ว่ากัน THANK YOU....

------------------------------------------------------------------------------------

รวมกลุ่มคำถามเรื่องนาข้าว ....
จาก : (065) 728-15xx
ข้อความ : ลุงคิมเคยเล่าเรื่องชาวนา 3 พ่อแม่ลูกไปกราบของคุณลุงคิมถึงไร่กล้อมแกล้ม ที่ลูกชายบอกว่า
พ่อ นาข้าวเรา ต้นทุนท่วมราคาขายแล้วนะ ลุงคิมครับ ผมทำนาข้าว 20 ไร่ ต้นทุนก็ท่วมราคาขายแล้วเหมือนกัน

จาก :
(093) 115-36xx
ข้อความ : เรียนคุณตาผู้พัน ที่บ้านออมทำนาข้าว 50 ไร่ ได้ข้าวดีทุกปีแต่ไม่รู้ว่าทำไมเป็นหนี้ คุณตาบอกว่า
ขายได้เท่าเดิมแต่ต้นทุนต่ำลงจะได้กำไรเอง อยากให้คุณตาเล่าเรื่องคนทำนาแล้วประสบความสำเร็จให้ฟังอีกครั้ง ออมจะเอา
มาสร้างแรงบันดาลใจ .... ขอบคุณคุณตาผู้พัน จากหลานออม

จาก :
(085) 356-12xx
ข้อความ : ขอบคุณน้ำใจผู้พันที่บอกว่า “ชาวนารอด ประเทศไทยรอด” เพระชาวนาคือเกษตรกร
กลุ่มใหญ่ที่สุดของประเทศ และเกษตรกรคือประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ผมก็เป็นชาวนา แต่เป็นชาวนาที่ปลดหนี้ได้แล้ว ....
ขอบคุณ ขอบคุณผู้พัน ครับผม

จาก :
(067) 199-03xx
ข้อความ : อยากให้คุณลุงพูดเรื่องนาข้าว นาข้าว และนาข้าวมากมาก มากมาก มากมาก พูด
แบบปลูกฝังความจำกันเลย นาผมปีนี้ ถ้าสวรรค์ไม่โหด คงได้กำไรปลดหนี้ได้ครับ....ขอบคุณ จากชาวนา นครสวรรค์

ตอบ :

ปัญหาเหล่านี้ คำถามเก่า คนถามใหม่ ย้อนไปดูคำตอบเก่าเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว คำตอบนั้นยังใช้ได้ เพราะข้าวก็คือข้าว

นาข้าว นาข้าว และนาข้าว :
รูปแบบนาข้าว :

นาที่ลุ่ม นาที่ดอน นาขั้นบันได นาข้าวแบบประณีต นาข้าวแบบเหมาจ่าย นาข้าวปีละ 1 รุ่น นาข้าวปีละ 2 รุ่น
นาข้าวปีละ 3 รุ่น นาข้าวปีละ 4 รุ่น นาสำรวย นาข้าวแบบไม่พึ่งพาปุ๋ยเคมี นาข้าวไบโอไดนามิค นาข้าวแอโรบิก
นาข้าวเลยตามเลย นาล้มตอซัง นาดำเครื่อง นาดำมือ นาโยน นาหยอด .... ถึงวันนี้พอจะสรุปได้ว่า นาข้าว
ประหยัดต้นทุนที่สุด คือ นาหยอดล้มตอซัง

มิติใหม่แห่งนาข้าว :
หลักการและเหตุผล :

ข้าวคือข้าว ต้นข้าวคือพืช พืชคือพืช หนีไม่พ้น....

**** ดิน-น้ำ-แสงแดด/อุณหภูมิ/ฤดูกาล-สารอาหาร-สายพันธุ์-โรค
**** ปุ๋ย ยา เทคโน โอกาส ตลาด ต้นทุน

ปุ๋ย คือ ธาตุอาหารสำหรับพืช ในการเพาะปลูกเมื่อคิดจะปฏิเสธสารอาหารที่เรียกว่า “ปุ๋ยเคมี” ก็ต้องหาสารอาหาร
ที่เป็นปุ๋ยอย่างอื่นมาแทน เพราะพืชมีความจำเป็นต้องได้สารอาหารเพื่อการพัฒนาตัวเอง ในปุ๋ยเคมีมีสารอาหารอะไร ในปุ๋ย
ที่จะมาแทนก็จะต้องมีสารอาหารตัวนั้น ครบถ้วนทุกตัวและในปริมาณที่พอเพียงด้วย ตามหลักวิชาการหรือทฤษฎี เราสามารถ
รู้ได้ว่าต้นข้าวตั้งแต่เริ่มปลูกถึงเก็บเกี่ยว จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยในปริมาณเท่าใดเพื่อการเจริญเติบโต ด้วยวิธีตรวจวิเคราะห์ใน
ห้องปฏิบัติการ (LAB) ทางเคมีเท่านั้น แต่เนื่องจากในทางปฏิบัติจริง การตรวจวิเคราะห์เป็นสิ่งยุ่งยากมากเกินกว่าที่ชาวนา
จะเข้าถึงได้ เพราะทุกขั้นตอนต้องพึ่งพาระบบราชการเป็นหลัก

ความเป็นจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ คือ ในระบบราชการนั้น “นโยบาย” กับ “การปฏิบัติ” มักจะสวนทางกันอยู่เสมอ
ปุ๋ยเคมีในกระสอบที่เป็นสารอาหารของต้นข้าวมีเพียง “ธาตุหลัก” เท่านั้น ในขณะที่ต้นข้าวยังต้องการ ธาตุรอง. ธาตุเสริม.
และฮอร์โมน. ซึ่งปุ๋ยเคมีในกระสอบไม่มีธาตุอาหารเหล่านี้ หรือมีแต่ไม่มากเนื่องจากบริษัทผู้ผลิตใส่เติมให้แต่ก็ต้องจ่ายเงินซื้อแพง
ขึ้น ในต้นพืชในแปลงนา ได้แก่ ฟาง. หญ้า. วัชพืช. ซึ่งพืชเหล่านี้เคยได้อาศัยปุ๋ยของต้นข้าวไปพัฒนาตัวเอง เมื่อไถกลบ
แล้วเน่าสลายก็จะกลายเป็นปุ๋ย เรียกว่า “ปุ๋ยอินทรีย์ หรือ ปุ๋ยพืชสด” ปุ๋ยเหล่านี้ถือเป็นสารอาหารพืชชนิดหนึ่ง เรียกว่า
“อินทรีย์สาร หรือ สารอินทรีย์” ซึ่งนอกจากใช้เป็นปุ๋ยสำหรับต้นข้าวโดยตรงได้แล้ว ยังช่วยปรับปรุงสภาพโครงสร้างดิน
และจุลินทรีย์ อีกด้วย

นาข้าวเนื้อที่ 1 ไร่ ได้ผลผลิต 100 ถัง ฟางที่เหลือเมื่อนำมาตรวจวิเคราะห์หาปริมาณธาตุอาหารแล้วพบว่ามี...
ไนโตรเจน 32 กก.
ฟอสฟอรัส 22 กก.
โปแตสเซียม 8 กก.
แคลเซียม 14 กก.
แม็กเนเซียม 6 กก.
กำมะถัน 2 กก.
ซิลิก้า 13 กก.
ธาตุอาหารต่างๆที่กล่าวรวมกันติดไปกับเมล็ดเพียง 2 กก.เท่านั้น
(ที่มา : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

ในปุ๋ยน้ำชีวภาพสำเร็จรูปพร้อมใช้งาน มีส่วนผสม 2 ประเภท ได้แก่ ส่วนผสมที่เป็นสารอินทรีย์ที่ได้จากกระบวนการ
ย่อยสลาย “ปลาทะเล. ไขกระดูก. เลือด. มูลค้างคาว. นม. น้ำมะพร้าว. ฮิวมิค แอซิด. จุลินทรีย์. อะมิโนโปรตีน.
ฮอร์โมนธรรมชาติ. สารท็อกซิค.” กับส่วนผสมที่เป็นสารอาหารจากปุ๋ยเคมีประกอบด้วย “ธาตุหลัก. ธาตุรอง.
ธาตุเสริม. ฮอร์โมนวิทยาศาสตร์” ซึ่งได้ใส่เติมเพิ่มลงไปก่อนใช้งาน เพื่อชดเชยปริมาณสารอาหารในสาร
อินทรีย์ซึ่งอาจจะมีน้อยให้พอเพียงต่อความต้องการที่แท้จริงของต้นข้าว ต้นข้าวก็เหมือนกับพืชอายุสั้นฤดูกาลเดียวอื่นๆ

จากประสบการณ์ตรงที่เคยพบว่าพืชประเภทนี้ต้องการสารอาหารกลุ่มปุ๋ยเคมีเพียง 1 ใน 10 ของอัตราที่เกษตรกรนิยมใช้
ต้นข้าวก็เหมือนกับพืชทั่วๆไปที่รับสารอาหารได้ 2 ทาง คือ ปากใบและปลายราก การได้รับสารอาหารแบบ “ครั้งละน้อยๆ
แต่บ่อยครั้ง สม่ำเสมอ” น่าจะชดเชยปริมาณปุ๋ยเคมีที่ลดลงได้ กอร์ปกับช่วงที่ต้นข้าวกำลังเจริญเติบโตในแต่ละระยะนั้น
ลักษณะทางสรีระวิทยาพืช (ต้นข้าว) จะบ่งบอกว่าปริมาณสารอาหารหรือปุ๋ยทางดินเพียงพอหรือไม่ หากไม่พอก็สามารถ
เติมเพิ่มภายหลังได้ นาข้าวแบบนาดำด้วยรถดำนานอกจากจะให้ผลผลิตทั้งคุณภาพและปริมาณสูงกว่านาหว่าน (หว่านด้วยมือ
หรือหว่านด้วยเครื่องพ่นเมล็ด..... ข้อมูลเก่า ปัจจุบันดำนาแบบใช้เครื่องหยอด เครื่องใช้คนลาก ควายลาก รถไถเดินตาม
ลาก ได้ทั้งนั้น ใช่เมล็ดพันธุ์แค่ 2 กก./ไร่) แล้ว ต้นข้าวที่ขึ้นห่างๆ การปฏิบัติบำรุงและการป้องกันโรคและแมลงยังง่าย
ประหยัดเวลา และแรงงานอีกด้วย

เป้าหมายทำนาข้าว เพื่อ....

1. ขายพันธุ์ข้าวปลูกให้แก่ชาวนาแปลงใกล้เคียง
2. สีเป็นข้าวกล้องบรรจุถุง
3. สีเป็นข้าวกล้องแล้วแปรรูปเป็นน้ำกาบา
4. ขายให้โรงสีเป็นข้าวอินทรีย์

ภายใต้สภาพโครงสร้างดินดี ตามสเป็คกรมพัฒนาที่ดินกำหนด จำนวนปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไปในดินให้แก่พืชแต่ละครั้งนั้นต้นพืช
สามารถนำไปใช้ได้จริงเพียง 4 ใน 10 ส่วนเท่านั้น ซึ่งเท่ากับเหลือตกค้างอยู่ในเนื้อดิน 6 ใน 10 ส่วน ของทุกครั้งที่ใส่ปุ๋ยลงไป

การใส่ปุ๋ยเคมีลงไปในเนื้อดินทุกปี ต่อเนื่องหลายๆปี จึงเท่ากับได้มีปุ๋ยเคมีส่วนหนึ่งเหลืออยู่ในเนื้อดินแล้ว ปุ๋ยส่วนนี้พร้อม
ให้ต้นข้าวนำไปใช้งานได้อยู่แล้ว จัดทำปฏิทินการปฏิบัติบำรุงต่อต้นข้าวระยะต่างๆ แล้วปฏิบัติตามปฏิทินอย่างเคร่งครัด
เตรียมอุปกรณ์เครื่องมือในการควบคุมน้ำให้พร้อมใช้อยู่เสมอ จัดทำบัญชีฟาร์ม ส่วนที่ซื้อ. ส่วนที่ทำเอง (ต้นทุน).
ค่าแรง (จ้าง). ค่าแรง (ทำเอง). ฯลฯ

ข้อสังเกต....ผู้จำหน่ายปุ๋ยเคมีมักอ้างว่า “ปุ๋ยเคมีช่วยเพิ่มผลผลิต” แต่ในแปลงนาข้าวแห่งหนึ่ง ใส่ปุ๋ยเคมี 10 กก./
ไร่/รุ่น ได้ผลผลิต 100 ถัง ในขณะที่แปลงข้างเคียงใส่ปุ๋ย 50 กก./ไร่/รุ่น ซึ่งใส่มากกว่า 5 เท่า กลับได้ผล
ผลิตเท่ากัน....

ข้อสงสัยก็คือ ในเมื่อใส่ปุ๋ยเคมีมากกว่า 5 เท่า แล้วทำไมจึงไม่ได้ผลผลิต 500 ถัง....ในขณะเดียวกัน ผู้จำหน่าย
ปุ๋ยเคมีมักไม่กล่าวถึง “หลักธรรมชาติ” ว่าด้วยเรื่อง ปุ๋ยเดิมเหลือตกค้างในดิน. การปรับปรุงบำรุงดินเพื่อให้ดิน
ตอบสนองต่อปุ๋ยเคมี. การเพิ่มธาตุรอง. ธาตุเสริม. ฮอร์โมน. และอื่นๆ เพื่อให้ต้นข้าวได้รับธาตุอาหารครบถ้วนที่สุด.

สรุป :

1. ลดสารอาหารจากปุ๋ยเคมี (ธาตุหลัก) ทางดิน แล้วเพิ่มด้วยสารอาหารจากปุ๋ยน้ำชีวภาพสูตรเลือกสรรวัสดุ
ส่วนผสมพิเศษ

2. เพิ่มปุ๋ย (ธาตุหลัก-ธาตุรอง-ธาตุเสริม-ฮอร์โมน) ทางใบ
3. ปรับช่วงการให้โดยให้ทางใบ ทุก 5-7 วัน

---------------------------------------------------------------------------------


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©