-
++kasetloongkim.com++ Forums-viewtopic-.... ซี วิ ด ........ ปิ้ น ปั๊ บ .... (21.337)
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - .... ซี วิ ด ........ ปิ้ น ปั๊ บ .... (21.337)
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

.... ซี วิ ด ........ ปิ้ น ปั๊ บ .... (21.337)

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10355

ตอบตอบ: 15/05/2019 6:16 am    ชื่อกระทู้: .... ซี วิ ด ........ ปิ้ น ปั๊ บ .... (21.337) ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.

******************************************





............................ ซี วิ ด ....... ปี้ น ปั๊ บ ..........................



................. A MAN CALLSIGN KIM ZA GASS ..............






******************************************







.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 21/05/2019 6:03 am, แก้ไขทั้งหมด 8 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10355

ตอบตอบ: 15/05/2019 6:17 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
.... ลำดับเรื่อง ....

1. เกริ่น
2. การศึกษาสายสามัญ
3. การศึกษาสายทหาร
4. ประวัติราชการทหาร
5. ตำแหน่งราชการ

6. เครื่องราชอิสริยาภรณ์
7. ราชการสงคราม
8. ความสามารถเฉพาะตัว
9. ผลงานส่งเสริมการเกษตร
10. รางวัลเกียรติยศ

11. กำเนิดรายการสีสันชีวิตไทย
12. ปรามาส
13. ON AIR วิทยุวันแรก
14. หนังสือ ยิ่งกว่ามหาลัย
15. สึกฤกษ์นเรศวรออกศึก

16. สำคัญที่ใจ
17. แรกงานวิทยุเกษตร
18. ผักปลอดสาร ไม่รู้จักสมุนไพร
19. ชมพู่อั้ยเล็ก
20. สาบเสือ ไม้ 500 ชื่อ

21. มะม่วงขาวนิยม
22. หูชา
23. กล้วยแต่ไม่กล้วย
24. งานส่งเสริมการเกษตร
25. ซื้อ ทุเรียน-ขนุน หน้าฝน

26. ทหารขี้อิจฉา
27. ขายถูกต้อง ได้เงิน+บุญ
28. ขนุนยกลูก ใครซื้อ
29. ข้าว 9 เมล็ด ปลูกได้ 30 ไร่
30. นายให้ไปเรียนเสธ.

31. ปัจจัยพื้นฐานการเกษตร
32. รู้ VS ไม่รู้
33. ส่งเสริมสไตล์ไร่กล้อมแกล้ม
34. มิติเกษตร
35. แพ้/ชนะ ที่โอกาส

36. เกษตร สปปล.
37. ปัญหามีให้แก้ ไม่ใช่มีให้กลุ้ม
38. ต้นทุนเกษตร
39. THAILAND เกษตร (1)

40. THAILAND เกษตร (2)
41. เรียน = รู้..ไม่เรียน = รู้
42. นา-ข้าว vs ข้าว-นา
43. ปุ๋ยอินทรีย์ ข้อดี/ข้อด้อย
44. ปุ๋ยเคมี ข้อดี/ข้อด้อย
45.วารสารเกษตรใหม่

46. เป็นเรื่อง VS ไม่เป็นเรื่อง
47. สมการปุ๋ยเคมี
48. สมการสารสมุนไพร
49. สมการปุ๋ยอินทรีย์
50. ลด-ละ-เลิก สารเคมี

51. ปฏิทิน ลด-ละ-เลิก สารเคมี
52. แนวทางลดต้นทุน
53. ประสิทธิภาพสปริงเกอร์
54. สปริงเกอร์สั่งได้
55. เปรียบเทียบสปริงเกอร์

56. เกษตรโลก
57. แรงบันดาลใจ
58. 1 ปี .... ขาย 1 vs 12 ครั้ง
59. นาข้าว
60. ชาวนา คิดใหม่ทำใหม่

61. ปุ๋ยนาข้าว
62. ข้าวหอมพันธุ์พื้นบ้าน
63. ข้าวพันธุ์ GI.
64. งานส่งเสริมเกษตรในฝัน
65. MADE IN THAILAND

66. โรคมีเชื้อ
67. โรคไม่มีเชื้อ
68. เทคโนฯ เครื่องทุ่นแรง-1
69. เทคโนฯ เครื่องทุ่นแรง-2
70. อินทรีย์-เคมี

71. เกษตร ทีวี.
72. สารเคมียาฆ่าแมลง
73. ขั้นตอนบำรุงไม้ผล
74. บำรุงไม้ผลตามระยะ
75. ตรวจสอบจุลินทรีย์น้ำ

76. รู้ลึกเรื่องปุ๋ย
77. ปุ๋ย-จุลินทรีย์
78. รูปแบบแปลงเกษตร
79. เกษตรพอเพียง
80. เกษตร SMART FARM

81. นวัตกรรมเกษตร
82. ปุ๋ยทางใบ
83. ปุ๋ยทางดิน
84. ลักษณะพืชขาดธาตุอาหาร
85. สารพัดสูตรสารสมุนไพร

86. ตอบโจทย์สารสมุนไพร
87. ขายข้าว 1 แสน เหลือเงิน 40 บาท
88. เกษตรต่างแดน
89. เกษตรเกาหลี
90. เกษตรธรรมชาติ คิวเซ

91. เกษตรเกษตรอิสราเอล
92. เกษตรไต้หวัน
93. เกษตรเกาหลี
94. เกษตรสิงค์โปร์
95. เกษตรมาเลเซีย

96. เกษตรเยอรมัน
97. เกษตรออสเตรเลีย
98. เกษตรอเมริกา
99. เกษตรญี่ปุ่น
100. เกษตร AEC.

101. ปรัชญาเกษตร
102. ใครเป็นครูของลุงคิม ?
103. แคลเซียม โบรอน
104. ปรับ C/N RATIO
105. บัญชีข้างฝา

106. THAILAND เกษตร (3)
107. THAILAND เกษตร (4)
108. THAILAND เกษตร (5)
109. ประสบการณ์สารสมุนไพร
110. ไม่ขายทหาร

111. กำเนิด KIM ZA GASS
112. ไม่เป็น พ.อ.
113. ไปราชการ พัน.นนส.
114. นนส.ป. สวนสนาม
115. ไปราชการลับพิเศษ

116. เผาเมืองปากซัน
117. ล่องโขง งมหอย
118. รับม้ง ภูหมาเฒ่า ภูเขาควาย
119. ผกค.ไทยในลาว
120. ม้งสู่ประเทศที่ 3

121. ผวจ.หนองคาย VS ผวจ.เวียงจันทน์
122. เรือโซเวียตหลุดมาไทย
123. ลาวขอตัวท้าวคำเกิด
124. นักย่อยข่าว
125. ปา เก๊า เย้ากู้ชาติ

126. สายลับ เบอเลอะ เบอเต๋อ
127. สมุนไพรไม่แรง
128. 20 ปี ไม่รวย
129. ศึกร่มเกล้า
130. เป็นเรื่อง VS ไม่เป็นเรื่อง

131. แฟนนิยาย KIM ZA GASS
132. เข็ม ปปร.
133. สายลับ VS หลวงพ่อ
134. สึกฤกษ์นเรศวรออกศึก
135. ประโยชน์จากการอ่าน

136. ทุเรียนนนท์
137. ทุเรียนจันท์
138. ทุเรียนเขาคิชกูฎ
139. ลำไยบ้านทิ

140. นา 2 รุ่น ล้างหนี้ 1 ล้าน เหลือ 2 ล้าน
141. ขายข้าว 1 แสน เหลือ 40 บาท
142. ส่วนลึกของใจ


********************************************************



.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 21/05/2019 1:29 pm, แก้ไขทั้งหมด 12 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10355

ตอบตอบ: 15/05/2019 6:18 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
1. เกริ่น :
เจตนาเขียนหนังสือเล่มนี้ถือหลักภาษิตทหารม้า “มีดีต้องโชว์ซิ (วะ)” เหตุผล ถ้าไม่โชว์แล้วใครจะรู้ ครั้นจะรอว่า มีดีไม่ต้องบอก เดี๋ยวคนรู้เอง น่ะเหรอ ว่ามั้ย สังคมโลกนี้ ทำ 10 อย่าง สำเร็จ 9 อย่าง เงียบ ไม่มีคนพูดถึงหรอก แต่ถ้า พลาด/ล้มเหลว เพียงอย่างเดียว คนพูด พูดซ้ำ ซ้ำแล้วซ้ำอีก พูดจนเสีย

ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ทำไมเราถึงได้เจอะเจออะไรต่อมิอะไรที่ใครเขาไม่เจอเจอะกัน

บันทึก A MAN CALLSIGN KIM ZA GASS เล่มนี้ ไม่ขายแต่แจก ถามว่า แล้วต้องการอะไร ขอบอกจากใจจริงว่า แค่นี้พอแล้ว ไม่เอาคือไม่เอา แต่จะทำต่อจนสิ้นสุดโอกาส ต้องการเพียงจารึกไว้ในแผ่นดินเท่านั้น....

“ลำดับเรื่อง” ไม่ใช่สารบรรณ แต่เป็นหมายเลข “ลำดับหัวข้อเรื่อง” และเรื่องต่างๆ ไม่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องประเภทเดียวกัน ก็เพราะนึกขึ้นได้คนละวัน คนละเวลา เรียกว่า วันไหนเวลาไหนนึกเรื่องอะไรได้ก็เขียนเรื่องนั้น เขียนต่อไปกันไปเรื่อยๆ

ในชีวิตจริงยังมีเรื่องจริงที่สัมผัสกับมืออีกมากเรื่อง บางเรื่องเอามาเขียนไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องประเภทคอขาดบาดตาย เรื่องโกงกินแผ่นดิน เพราะจะกลายเป็นชี้นำ ชี้โพรงให้กระรอก การไม่เขียนน่าจะ (เน้นย้ำ...น่าจะ) เป็นจรรยาบรรณ ของคนเขียน


อัตตะชีวประวัติ
2. การศึกษา สายสามัญ :

- ชั้นประถม 4 ร.ร.ชุบศรวิทยา จากโรงเรียนในค่ายทหาร ร.31 พัน 1 ร.อ. ต.ทะเลชุบศร อ.เมือง จ.ลพบุรี
- ชั้นมัธยมปีที่ 6 ปี 2505 หลักสูตรมัธยมรุ่นสุดท้าย เทียบเท่ามัธยม 3 ปัจจุบัน จาก ร.ร.โคกกะเทียม วิทยาลัย อ.เมือง จ.ลพบุรี


3. การศึกษา สายทหาร :
1. หลักสูตรนักเรียนนายสิบเหล่าทหารปืนใหญ่ รุ่นปี 2507 ศูนย์การทหารปืนใหญ่ ลพบุรี
2. หลักสูตร OJT ทหารสหรัฐ ค่ายแสมสาร สัตหีบ ชลบุรี
3. หลักสูตรระเบิดแสวงเครื่อง และอาวุธนอกแบบประดิษฐ์ ศูนย์สงครามพิเศษ ลพบุรี
4. หลักสูตรปฏิบัติการจิตวิทยา ศูนย์สงครามพิเศษ ลพบุรี
5. หลักสูตรชั้นนายร้อย ศูนย์การทหารปืนใหญ่ ลพบุรี

6. หลักสูตรรักษาความมั่นคงภายใน ศูนย์รักษาความปลอดภัย กทม.
7. หลักสูตรการศึกษาเพื่อความมั่นคงของชาติ กรมยุทธศึกษาทหารบก กทม.
8. หลักสูตรครูการเมือง กรมกิจการพลเรือนทหารบก กทม.
9. หลักสูตรนายทหารแผนที่ปืนใหญ่ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ ลพบุรี
10. หลักสูตรข่าวลับ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก กทม.

11. หลักสูตรข่าวลับ CIA สหรัฐอเมริกา อุดรธานี
12. หลักสูตรครูการเมือง กรมกิจการพลเรือน กองทัพบก กทม.
13. หลักสูตรชั้นนายพัน ศูนย์การทหารปืนใหญ่ ลพบุรี
14. หลักสูตรรบร่วม อากาศ/พื้นดิน กองทัพอากาศ ดอนเมือง กทม.
15. หลักสูตรนายทหารกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือน กองทัพบก กทม.

16. หลักสูตรนายทหารบกอาวุโส ร.ร.เสนาธิการทหารบก กทม.
17. หลักสูตรหลักสูตรการผลิตและนักจัดรายการวิทยุ กรมกิจการพลเรือน กองทัพบก กทม.


4. ประวัติการรับราชการทหาร :
- ปี 2508 ติดยศสิบตรี
- ปี 2508 ติดยศสิบโท
- ปี 2511 ติดยศสิบเอก
- ปี 2513 ติดยศจ่าสิบโท
- ปี 2514 ติดยศจ่าสิบเอก

- ปี 2518 ติดยศร้อยตรี
- ปี 2520 ติดยศร้อยโท
- ปี 2523 ติดยศร้อยเอก
- ปี 2529 ติดยศพันตรี
- ปี 2535 ติดยศพันโท

- ปี 2548 เกษียณราชการ (ด้วยยศพันโท ไม่ได้ยศพันเอก แม้ 1 ปีก่อนเกษียณเพื่อเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล ก็ไม่ได้)


5. ตำแหน่งราชการทหาร :
- พลขับ กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 3 ลพบุรี
- รอง ผบ. หมู่ ปตอ. กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 3 ลพบุรี
- ผบ.หมู่ ปตอ. กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 4 กทม.

- ผบ.หมวด ปตอ. กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 4 กทม.
- รอง ผบ.ร้อย ปตอ. กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 4 กทม.
- นายทหารการข่าว กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 4 กทม.
- นายทหารการข่าว กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยายที่ 2 กทม.
- นายทหารการข่าว ศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบกที่ 1 วังน้อย อยุธยา

- นายทหารประชาสัมพันธ์ หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก กทม.



.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 16/05/2019 7:59 am, แก้ไขทั้งหมด 2 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10355

ตอบตอบ: 16/05/2019 6:23 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.

6. เครื่องราชอิสริยาภรณ์ :
- เหรียญพิทักษ์เสรีชน
- เหรียญชัยสมรภูมิ (เกาหลี)
- เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย
- จตุรภรณ์มงกุฎไทย
- ตริตราภรณ์มงกุฎไทย
- ตริตราภรณ์ช้างเผือก


7. ราชการสงคราม :
- ราชการกองกำลังสหประชาชาติ สงครามเกาหลี
- ปฏิบัติราชการตามแผนป้องกันประเทศ หินล่องกล้า เพชรบูรณ์
- ปฏิบัติราชการตามแผนป้องกันประเทศ นาแก สกลนคร
- ปฏิบัติราชการตามแผนป้องกันประเทศ อรัญประเทศ สระแก้ว
- ปฏิบัติราชการตามแผนป้องกันประเทศ ร่มเกล้า พิษณุโลก
- ปฏิบัติราชการพิเศษ หน่วยข่าวลับ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ. 309)
- ปฏิบัติราชการพิเศษ ทีมสนาม ข่าวลับ ซีไอเอ.


8. ความสามารถเฉพาะตัว :
- หลังจบหลักสูตรนักเรียนนายสิบ รับราชการ 1 ปี สอบแข่งขันไปสงครามเกาหลี ได้ที่ 1 ของหน่วย ได้ที่ 4 ของประเทศ

- กลับจากเกาลีได้ยศสิบเอก ติดยศสิบเอก 2 ปี สอบเลื่อนยศเป็นจ่านายสิบได้ที่ 1 ของหน่วย
- ติดยศจ่าสิบเอก 2 ปี สอบเลื่อนยศเป็นร้อยตรี ได้ที่ 1 ของหน่วย .... รวมระยะเวลารับราชการทหาร จากยศสิบตรี ถึงยศร้อยตรีเพียง 8 ปี

- เป็นครูฝึกนักศึกษาวิชาทหาร 1 รุ่น (ร.ร.เขมาภิรตาราม) แข่งขันการฝึกได้ที่ 1 ของประเทศ
- เป็นครูฝึกนักเรียนนายสิบทหารปืนใหญ่ 2 รุ่น
- เป็นหัวหน้ากองเชียร์ แปรอักษร ชนะเลิศกีฬา ทบ. ทีมนักเรียนนายสิบปืนใหญ่ 2 ปี ทีม พล.ปตอ. 4 ปี

- ทหารสวนสนามสาบาลธง ที่ลพบุรี 37 หน่วย (มากกว่า กทม.) ระหว่างฝึกซ้อม กองอำนวยการฝึกบอกว่า “กองพันนักเรียนนายสิบทหารปืนใหญ่ หน่วยของท่านยังใช้ไม่ได้ ให้ไปฝึกซ้อมมาใหม่....” งานนั้น กลับมา เสธ.กรมนักเรียน สั่งการต่อหน้าแถว มอบหมายให้ ร.ท.วีระ ใจหนักแน่น เป็นผู้ฝึก ทำการฝึกใหม่ทั้งหมด เมื่อถึงวันสวนสนามจริง คราวนี้หน่วยกองพันนักเรียนนายสิบทหารปืนใหญ่ทำได้ดีที่สุดของทั้ง 37 หน่วยในวันนั้น

- นักศึกษาวิชาทหาร (ร.ร.เบญจมบพิตร) ผ่านการฝึกภาคสนามไปแล้ว ย้อนกลับมาขอฝึกซ้ำ บอกว่าสนุกดี ต่อหน้า พล.ต.สุเทพ สีวะรา เสธ.นรด. (ตรวจเยี่ยมการฝึก)

- การได้ไปปฏิบัติราชการพิเศษยังหน่วยต่างๆ ผบ.ของหน่วยนั้น มาขอตัว พ.ท.วีระ ใจหนักแน่น โดยเฉพะ โดยตรงที่หน่วยต้นสังกัด ปตอ.พัน. 4 ทั้งสิ้น

- เป็นนักเขียน นามปากกา คิม ซา กัสส์ เขียนนิยายรายสัปดาห์ นิตยสารสมรภูมิ ประมาณ 10 ปี ปีละ 48 สัปดาห์, เขียนนิยายพ็อคเก็ตบุ๊ค ประมาณ 50 เรื่อง

- เป็นนักเขียน นามปากกา คิม ซา กัสส์ เขียนหนังสือวารสารเกษตรใหม่ ราย 3 เดือน 37 ฉบับ, เขียนหนังสือเกษตรพ๊อคเก็ตบุ๊ค 12 เล่ม .... หนังสือ“หัวใจเกษตรไท” ความหนา 1,000 หน้า ราคาหน้าปก 1,000 บาท พิมพ์ 1,000 เล่ม จำหน่ายหมดใน 3 เดือน

- เป็นนักจัดรายการเกษตรทางวิทยุ
*** วิทยุ พล.ปตอ. กทม.
*** วิทยุมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กทม. (วิทยุ มก.แม่ข่าย ถ่ายทอดเครือข่ายวิทยุ มก.เชียงใหม่, วิทยุ มก. ขอนแก่น, วิทยุ มก. สงขลา)

*** วิทยุกรมส่งเสริมการเกษตร กทม.
*** วิทยุเสียงทหารเรือ (สทร.) ชลบุรี
*** วิทยุเสียงอดิศร สระบุรี (ถ่ายทอดเครือข่ายวิทยุเสียงอดิศร สกลนคร)
*** วิทยุ สวพ.91 กทม. และ
*** วิทยุ อสมท.


9. ผลงานส่งเสริมการเกษตร :
- วิทยากรพิเศษ หลักสูตรเกษตรคลื่นลูกใหม่ (NEW WAVEFARMER) โครงการ ไทย-ญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต 10 รุ่น ๆละ 3,000 คน

- เปิดสอนที่ RKK เกษตรทั่วไป 10 ปี (กว่า 10 รุ่น)
- กลุ่ม จนท.เกษตร อ. 6 อำเภอ จังหวัดกาญจนบุรี (70 คน) ด่านมะขามเตี้ย หน.กลุ่ม โดย ผช.เกษตร จ.กาญจนบุรี มาเป็นประธานเปิดงานสัมมนาที่ไร่กล้อมแกล้ม 1 วัน

- ฝึกงาน น.ศ.สาขาเกษตร สถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 9 รุ่น, น.ศ.วิทยาลัยเกษตรกรรมสิงห์บุรี 2 รุ่น

- เรื่องหลัก (จุดขาย) ที่สถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบังต้องการ นศ.ฝีกงาน รู้ คือ สูตรปุ๋ยทางใบ สูตรยาสมุนไพรกำจัดศัตรูพืช สูตรสปริงเกอร์/หม้อปุ๋ย สูตรการจัดสวนระยะชิดพิเศษ

- งานสีสันสัญจร เดินทางไปสอนการทำปุ๋ยน้ำชีวภาพสูตรกล้อมแกล้ม ทั่วประเทศ (ภาคเหนือ อ.เชียงดาว เชียงใหม่, ภาคอิสาน อ.สว่างแดนดิน สกล นคร อ.สิรินธร อุบลราชธานี, ภาคตะวันออก จ.ตราด, ภาคไต้ อ.กุยบุรี ประจวบคีรีขันธ์) ตั้งแต่ ปี 2540-2549

- งานเปิดสอนที่ RKK ทำปุ๋ยน้ำชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง, สอนทำปุ๋ยทางใบ ฮอร์โมนไข่ไทเป, ไบโออิ, ยูเรก้า, หัวโต, ใบโต, แคลเซียม โบรอน, สารสมุนไพร, สปริงเกอร์, หม้อปุ๋ยเวนจูรี่ สอนแบบ LEARNING BY DOING ปี 2550-ปัจจุบัน


10. รางวัลเกียรติยศ :
- โล่เป็นคน “ดี” ศรีเกษตร (อินทรีย์) 2540 จากชมรมเกษตรอินทรีย์แห่งประเทศไทย
- โล่ศิษย์เก่าดีเด่น ร.ร.โคกกะเทียม วิทยาลัย ลพบุรี
- ถ้วยรางวัลชนะเลิศกองเชียร์กีฬา กองทัพบก 5 ปี ติดต่อกัน
- ถ้วยรางวัลชนะเลิศการฝึกนักศึกษาวิชาทหาร 1 ปี




.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 21/05/2019 7:44 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10355

ตอบตอบ: 16/05/2019 6:42 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
11. กำเนิดรายการสีสันชีวิตไทย :
รับคำสั่ง ทำทันที ทำดีที่สุด :
26 มี.ค. 37 เวลา 10 โมงตรง KIM ZA GASS นายทหารยศ พ.ท. ตำแหน่ง น.ประชาสัมพันธ์ ยืนส้นเท้าชิด สองมือชิดข้างขา ท่าตรง ด้วยความเคารพตามแบบธรรมเนียมทหาร รายงานตัวอยู่หน้าโต๊ะทำงาน พล.ท.สำเภา ชูศรี ผบ.นปอ. .... เสียงแรกเรียกชื่อ CALLSING แทนชื่อจริงด้วยความรักและสนิมสนมนำขึ้น บนแววตาที่ยิ้มๆ ว่า

ผบ.นปอ. :
(เงยหน้ามองหน้า KIM ZA GASS ยิ้ม แล้วพูด) เฮ่ยยยย.... คำสั่ง ทบ.ให้หน่วยที่มีสถานีวิทยุ ผลิตรายการแล้วก็ดำเนินรายการเอง ด้วยกำลังพลของหน่วยเอง เวลามีภารกิจสำคัญเร่งด่วนจาก ทบ. จะได้ทำได้ทันที ไม่ต้องไปขอร้องขอแรงนักจัดรายการพลเรือน .... งานนี้ ตำแหน่งนายทหารประชาสัมพันธ์ รับเนื้อๆ
KIM ZA GASS : (มองหน้าตรงผู้บังคับบัญชา เอ่ยเสียงเบาๆ รับคำสั่ง) .... ครับ

ผบ.นปอ. : วันละ 2 เวลา เที่ยงตรง 1 ชั่วโมง กับ 2 ทุ่มตรงอีกครึ่งชั่วโมง
KIM ZA GASS : (เหลือบสายตามองเอกสารบนโต๊ะ แล้วรับคำสั่ง) .... ครับ

ผบ.นปอ. : เริ่มพรุ่งนี้เลยนะ
KIM ZA GASS : (ก้มหน้ามองพื้น แล้วรับคำสั่ง) .... ครับ

ผบ.นปอ. : (ผบ. เอนหลังพิงเก้าอี้ แล้วให้เสียงยิ้มๆ) .... จะทำรายการอะไรล่ะ ?
KIM ZA GASS : (เพราะมั่นใจความเป็นนักเขียน กับอ่านหนังสือสารคดีมาเยอะ เงยหน้าแล้วตอบทันที) .... รายการสารคดีปกิณกะครับ

ผบ.นปอ. : เอาซี่ เริ่มได้เลยนะ เดี๋ยวหัวหน้าฝ่ายรายการจะจัดผังเวลาให้
KIM ZA GASS : (ทำความเคารพแล้วกลับหลังหัน เตรียมเดินกลับไปทางประตูห้อง ทั้งๆ ที่ยังก้มหน้า ใจคิดแต่เรื่องรายการวิทยุ) .... ครับ

ผบ.นปอ. : (ผบ. เรียกซ้ำแล้วสั่งการ น้ำเสียงเปี่ยมด้วยความพอใจ) เฮ้ยยย KIM ZA GASS เดี๋ยว....ทำรายการเกษตรซี่
KIM ZA GASS : (ชัดเจน ทุกคำดังก้องในหู ประสาททุกส่วนตื่นตัว ได้ยินแล้วคิด เกษตร-เกษตร-เกษตร-เกษตร.... เกษตร คือ อะไร ? กระนั้นก็ยังรับคำสั่ง) .... ครับ


12. ปรามาส :
26 มี.ค. 37 เวลาบ่ายโมงตรง KIM ZA GASS ยืนเท้าชิด มือชิดข้างขา ท่าตรง ด้วยความเคารพ ตามแบบธรรมเนียมทหาร อยู่หน้าโต๊ะทำงาน พ.อ.หน.ฝ่ายรายการ สถานีวิทยุ พล.ปตอ. น้ำเสียงที่เรียกชื่อ CALL SIGN แทนชื่อจริงนั้น แฝงด้วยปรามาสแกมเยาะเย้ย ไม่ปรากฏแววตาที่ยิ้มบนใบหน้าเยี่ยงผู้บังคับบัญชาพึงมีต่อผู้ไต้บังคับบัญชา สะท้อนบอกให้เห็นความ “ไม่ชอบขี้หน้า” ชัด

หน.ฝ่ายรายการ : มึงกับกูก็เคยไปรบชายแดนที่อรัญฯ มาด้วยกัน มึงอยากทำรายการวิทยุ ทำไมไม่บอกกูก่อน ข้ามไปบอกนายเลย แล้วกูจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ?
KIM ZA GASS : ขออนุญาตครับ ผมไม่ได้อยากทำรายการวิทยุหรอกครับ แล้วก็ไม่ได้ไปขอทำรายการวิทยุด้วยครับ ผบ.นปอ.ท่านบอกว่า มีคำสั่งกองทัพบก ให้หน่วยที่มีสถานีวิทยุ ผลิตรายการวิทยุเอง แล้วก็ดำเนินรายการเอง ผบ.นปอ.ท่านบอกว่า หน้าที่นี้ตรงกับตำแหน่งของผม ท่านเลยให้ผมรับผิดชอบครับ

หน.ฝ่ายรายการ : (จ้องหน้า KIM ZA GASS เขม็ง ไม่ยิ้ม) .... แล้วมึงเคยทำรายการวิทยุเหรอ ? มึงจะทำได้เหรอ ?
KIM ZA GASS : ไม่เคยครับ

หน.ฝ่ายรายการ : อ้าว .... แล้วมึงรับปาก ผบ. มาทำไม ?
KIM ZA GASS : ผมคิดว่า เมื่อเป็นคำสั่งผู้บังคับบัญชาก็ต้องรับแล้วทำไปก่อน ทำได้คือได้ ทำไม่ได้ก็จะมารายงานท่านว่าทำไม่ได้ครับ

หน.ฝ่ายรายการ : (เงียบ เหลือบสายตามองข้างฝา) .... ก็ได้ กูว่าไม่เกิน 3 วัน มึงก็หมดเรื่องพูด
KIM ZA GASS : ครับ

หน.ฝ่ายรายการ : มึงไม่ได้เรียนเกษตรมา มึงมีความรู้เรื่องเกษตรเหรอ ?
KIM ZA GASS : ครับ ตอนนี้ยังไม่มีครับ

หน.ฝ่ายรายการ : แล้วมึงมีแผนการยังไง ?
KIM ZA GASS : ยังไม่ทราบเลยครับ ขอผมไปดูลาดเลาที่สถานีวิทยุก่อนครับ

หน.ฝ่ายรายการ : ก็ได้ .... ออกไปได้

เมื่อเช้า ตอนเดินออกจากห้อง ผบ.นปอ. สมอง-หัวใจ คิดหนัก เกษตร ! เกษตร ! และเกษตร ! แต่ตอนนี้เดินออกจากห้องหัวหน้าฝ่ายรายการสถานีวิทยุ (ตำแหน่งพิเศษ .... ตำแหนงปกติ หัวหน้าฝ่ายยุทธการและการฝึก หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก) ด้วยคำพูดและแววตาปรามาส

ลูกผู้ชาย CALLSIGN KIM ZA GASS เชิดหน้าหน้ามองเพดาน สมองหัวใจคิด เอาชนะ ! เอาชนะ ! และเอาชนะ ! แว้บหนึ่งแห่งอดีตผุดขึ้นมา คำพูดของ พ.ท.วินิต เทศวิศาล ผบ.ปตอ.พัน 4 ว่า “ .... คนอิจฉา ดีกว่าคนสงสาร อิจฉาเพราะเรามีดีกว่า สงสารเพราะเรามีด้อยกว่า....”


13. ON AIR วิทยุวันแรก :
27 มี.ค. 37 เวลา 10 โมงตรง KIM ZA GASS ในเครื่องแบบปกติ เยื้องกายเข้าสู่สถานีวิทยุ พล. ปตอ. อาคารไม้สักเก่า อายุกว่า 50 ปี สร้างมารุ่นเดียวกันกับบ้านพักนายทหารระดับผู้ใหญ่ และบ้านพัก ร.ท.เจ้าฟ้าประชาธิปรก (ร.7) เมื่อครั้งยังไม่ได้รับการสถาปนาให้เป็นพระมหากษัตริย์

แม้จะรับราชการอยู่ในรั้วเดียวกัน แต่เป็นคนละหน่วย คนละหน้าที่ความรับผิดชอบ จึงไม่มีความจำเป็นต้องเข้ามาในหน่วยนี้ ทันทีที่เข้ามาก็พบกับอัทธาศรัยของทหารเพื่อนรุ่นน้อง นักจัดรายการวิทยุที่เป็นพลเรือน ซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย

ทุกอนูแห่งบรรยากาศในสถานีวิทยุ ท่ามกลางเสียเพลงลูกทุ่งที่กำลังแพร่คลื่นอยู่นั้น หัวใจ KIM ZA GASS เต้นตูมๆ ๆๆ เกษตร-เกษตร เกษตร คือ อะไร ?

ใจลอยสะบัดตัวเองนั่งบนเก้าอี้หน้าห้อง ON AIR ขณะเห็นนักจัดรายการกำลังเจื้อยแจ้วแว่วเสียงเพลงแคนอิสาน มือฉวยได้ น.ส.พ.เดลินิวส์ ข้างตัว แล้วพลิกด้านในด้วยความเคยชินมากกว่าเจาะจงเจตนา ทันใดนั้นก็พบคอลั่มน์การเกษตร ของชมรมเกษตรธรรมชาติ เขียนโดย อ.ดีพร้อม ชัยวงค์เกียรติ แล้วบอกกับตัวเองทันที นี่ไงเกษตร ! นี่แหละเกษตร ! นี่คือเกษตร ! ปากไวกว่าความคิด สั่งเพื่อนรุ่นน้องประจำสถานีวิทยุทันที

“.... เอาหนังสือพิมพ์เก่า ทุกฉบับ ทุกวัน เท่าที่มี มาให้หน่อย...”

ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า น.ส.พ.รายวันอย่าง เดลินิวส์ ไทยรัฐ แนวหน้า มติชน จะมีคอลั่มน์การเกษตรอยู่ในนั้น มากบ้างน้อยบ้างก็ว่ากันไป รวมแล้วกว่า 10 กรอบ

เที่ยงตรง ถึงเวลา ON AIR จนท.ควบคุมเสียงเปิดสวิทช์โชว์สัญญาณไฟ พร้อมกับพยักหน้าให้สัญญาณ “เริ่มได้” .... บอกตามตรงว่า ไม่มีอาการตื่นเต้นหรือประหม่าใดๆ

“....สร้างสันสังคม ส่งเสริมคนดี พัฒนาชีวิตให้มีคุณภาพ....
สวัสดีครับ ท่านผู้ฟังที่เคารพ กองทัพบกเพื่อประชาชน เสนอรายการสีสันชีวิตไทย วิทยุเพื่อการเกษตรและอาชีพเสริม ผลิตรายการโดย กองกิจการพลเรือน หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก....ฯลฯ....”


คำกล่าวนำเข้ารายการร่างไว้ล่วงหน้า จบคำกล่าวนำ หยิบ น.ส.พ.เปิดหน้าคอลั่มน์เกษตรไว้เรียบร้อยแล้ว ด้วยประสบการณ์ตรงจากงาน ปจว.ไม่มีอาการตื่นไมค์ใดๆ ทั้งสิ้น

มือใหม่หัด ON AIR จริงๆ มารู้ทีหลังว่า เสียงพลิกหน้ากระดาษ น.ส.พ. ดังขว้ากๆ ออกอากาศดังไปทั่วประเทศ 1คอลั่มน์ 1เรื่อง 1กรอบ ใช้เวลาอ่านราว 3-5 นาที เบ็ดเสร็จใช้เวลาราวครึ่ง ชม.กว่าๆ เรื่องที่เตรียมไว้อ่านหมดแล้วแต่เวลายังเหลือ ต้องสวมวิญญาณกามนิต (หนุ่ม) เอากรอบเก่ามาอ่านซ้ำกระทั่งหมดเวลา .... ออกจากห้อง ON AIR จนท.ควบคุมเสียงบอก

“.... ผู้พันครับ จบตอนแล้วเปิดเพลงคั่นระหว่างเรื่องก็ได้นี่ครับ...”
“.... ดี ได้ THANK YOU .... กูรู้ละ พรุ่งนี้เอาใหม่ ....”



14. หนังสือ คือ ยิ่งกว่า มหาลัย :
27 มี.ค. 37 เวลาบ่าย 2 โมง KIM ZA GASS ในเครื่องแบบครึ่งท่อน ปรากฏร่างขึ้นที่ “แพร่พิทยา” ถิ่นเก่ามาประจำ ติดตามข่าวแวดวงหนังสือ ร้านขายหนังสือในห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว ด้วยเวลาที่รวดเร็วราวแมลงกระพือปีกก็ได้พบกับ เกษตร เกษตร และเกษตร

ไม้ผล 50 มะ
ผักสวนครัว 30 ผัก
พืชไร่ 20 พืช
ไม้ดอกไม้ประดับ 30 ดอก
ไม้ใช้สอย 20 ต้น

สารพัดนา ......... นาข้าวนาบัวนากะเฉดนาแห้ว
สารพัดเห็ด ........ เห็ดโคนเห็ดนางฟ้าเห็ดเผาะเห็ดหูหนู
สารพัดสัตว์น้ำ ..... กุ้งหอยปูปลากบเต่าจระเข้ตะพาบ
สารพัดสัตว์บก ..... วัวควายไก่เป็ดห่านนกหนูหมูหมาม้าเก้งกวางกระจอกเทศ

จาก พืช-สัตว์-เห็ด สดใหม่จากฟาร์ม .............. สู่ “แปรรูป” สร้างมูลค่าเพิ่ม ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ
จาก รูปแบบภูมิปัญญาพื้นบ้าน .................... สู่ เทคโนโลยีชาวบ้าน และเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์
จาก แนวคิดแบบชาวบ้านๆ ทำแค่พออยู่พอกิน .... สู่ ทำขาย มุ่งเอากำไรเป็นหลัก


ทั้งที่เป็น POCKET BOOK เป็น MAGAZINE น่าสนใจอย่างมาก คือ หนังสือตำราเรียนระดับมหาลัย นี่คือ เกษตรทั้งนั้น แค่วันแรกซื้ออย่างละเล่มๆ สิริรวมแล้วเป็นเงินเกือบ “ครึ่งหมื่น” ต้องพึ่งรถเข็น 4 คัน กับเด็กในห้างเอาของมาส่งที่รถ

อีก 3 วันไปแพร่พิทยาอีกครั้ง ทำ CHECK LIST หนังสือที่มีแล้ว กับหนังสือเล่มที่ยังไม่มี แล้วซื้อมาอีก ก็แค่อย่างละเล่มๆ เหมือนกัน จึงไม่แปลกที่ค่าใช้จ่ายก็ต้องเกือบ “ครึ่งหมื่น” เหมือนกัน

วันแรกครั้งแรกของการออกอากาศเมื่อตอนเที่ยงนั้น สาระน้อยเวลามาก ถึงค่ำวันเดียวกัน ตอนสองทุ่ม เป็นการออกอากาศครั้งที่สอง รู้เลยว่า เวลาน้อยแต่สาระมาก จนท.ควบคุมเสียงปรารถนาดี เตรียมแผ่นเสียงเพลงไว้ กะเปิดแทรกระหว่างห้อข้อเรื่อง ครั้นเอาจริงเข้า จนท.ควบคุมเสียงถึงกับเซ่อกิน เพราะเวลา 1 ชม.ไม่พอให้พูด (อ่าน) บางครั้งบางเรื่องต้องต่อมื้อรุ่งขึ้น ต่อ 2มื้อ ต่อ 3มื้อ

ตั้งแต่ก่อนวันแรกจะ ON AIR เคยถูกปรามาสว่า “.... กูว่าไม่เกิน 3 วัน มึงก็หมดเรื่องพูด...” นั้น ขนาดระหว่างพูดไม่มี “เอ้อ นะครับอ้า - อ้า นะครับเอ้อ” เวลายังไม่พอให้พูดเลย

หนังสือที่เขียนโดย ดร. สอนในมหาลัย เมื่อเราอ่านหนังสือเล่มนั้น ก็เท่ากับเราได้เรียนกับ ดร. ท่านนั้นเช่นกัน .... เรียนในมหาลัย วิชาหนึ่งมี ดร.มาสอนเพียงท่านเดียว แต่เราอ่านหนังสือเรื่องเดียวกันที่เขียนโดย ดร. 10 เล่ม เท่ากับได้เรียนกับ ดร. 10 ท่าน ....






.

กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10355

ตอบตอบ: 17/05/2019 6:11 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
15. สึกฤกษ์นเรศวรออกศึก :
ช่วงอายุเบญจเพส ลุงคิมบวชทดแทนบุญคุณพ่อแม่ที่วัดชีป่าสิตาราม อ.เมือง ลพบุรี บวชเต็มพรรษา ออกพรรษาแล้วอีก 15 วันจึงจะมีกฐิน รับกฐินแล้วเข้าไปหาหลวงพ่อเจ้าอาวาสเพื่อขอฤกษ์สึก บอกหลวงพ่อว่าขอฤกษ์สึกวัน “นเรศวรออกศึก” หลวงพ่อบอกว่า “ต้องรอต่ออีก 15 วัน” และนั่นคือครบ 120 วัน เท่ากับจำนวนวันที่มีสิทธิ์ลาบวชตามระเบียบ ทบ.พอดี

สึกมาแล้วกลับมาทำงานที่ ปตอ.พัน.4 เหมือนเดิม แต่ชีวิตราชการช่วงหลังบวชเข้มข้นดุเดือดต่างจากทหารคนอื่นๆ บ่อยครั้งที่ต้องไปปฏิบัติราชการพิเศษ งานบางอย่าง หลายครั้งต้องเสี่ยงเอาชีวิตเป็นเดิมพัน เช่น งานปราบ ผกค., งานสายลับ แต่ก็รอดมาได้ แคล้วคลาด ทุกครั้ง ทุกภารกิจ ทุกสนามรบ ปลอดภัยไม่มีแม้รอยแมวข่วน

จากสนามรบ-วางปืน สู่แปลงเกษตร-จับจอบ ว่าตั้งแต่ พูดวิทยุ เขียนหนังสือ ถึง ออกสัญจรไปสอนทั่วราชอณาจักรทุก เสาร์-อาทิตย์ โดยไม่มีกำหนดการณ์ล่วงหน้าว่า เสาร์-อาทิตย์ ไหนไปที่ไหน

กระทั่งวันที่ ปุ๋ยน้ำชีวภาพ สูตรกล้อมแกล้ม” พ็อตเก็ตบุ๊คออกวางแผงครั้งแรก งานสีสันสัญจรคราวนั้นไปลงที่ “อนุสาวรีย์สมเด็จพระเนรศวร มหาราช” ดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี ภารกิจครั้งนี้จะบังเอิญหรือด้วยพระบารมี ไม่ทราบ แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็บังเกิด เมื่อประชาชนทั่วไป ผู้ฟังรายการสีสันชีวิตไทยราว 200 คน เข้าแถวตอนเรียงหนึ่งลำดับคิวซื้อหนังสือ “ปุ๋ยน้ำชีวภาพ สูตรกล้อมแกล้ม”

ปล. :
หนังสือที่มีผู้อ่านสนใจ “เข้าคิวซื้อ” มากที่สุดเป็นประวัติการณ์คือ หนังสือ “นายอิน ผู้ปิดทองหลังพระ” วางแผงขายที่ศูนย์การค้าสยาม คิด/วิเคราะห์ ซิว่า พื้นที่ศูนย์การค้าสยามกว้างเท่าไร เมื่อเทียบกับลานหน้าอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

นี่คืออานิสงค์ สึกพระฤกษ์วันนเรศวรออกศึกโดยแท้....สาธุ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ


16. สำคัญที่ใจ :
เหมือนลงสนามแข่งขันโดยไม่ผ่านรอบชิงเหรียญทองแดง เหรียญเงินมาก่อนแต่ลงแข่งรอบ FINAL ชิงเหรียญทองเลย เปรียบดั่งคนไม่ได้เรียนเกษตรมาโดยตรง แล้วมาทำงานส่งเสริมการเกษตรผ่านรายการวิทยุ ที่มีแต่เสียงไม่มีภาพเหมือน ทีวี. โดยมีเกษตรกรผู้ฟังเป็นเป้าหมาย เกษตรกรเขาไม่รู้หรอกว่า ผู้ส่งเสริม เป็นใคร มาจากไหน มีความพร้อมเพียงใด ข้อมูลเรื่องราวที่ออกอากาศไปนั้น ผิด/ถูก-ใช่/ไม่ใช่ เขาไม่รู้ แต่เขาทำตามทันที บางคนประสบความสำเร็จ บางคนล้มเหลว ผู้ส่งเสริมก็แยกไม่ออกอีกว่า ระหว่าง “ความสำเร็จกับความล้มเหลว” อะไรเป็นสาเหตุ

เพราะประวัติชีวิตการทำงานไม่เคยล้มเหลว ทุกอย่างประสบความสำเร็จ แม้ไม่มากก็ถือว่าสำเร็จตามนโยบายที่ ผบ.ชา กำหนด มางานนี้เกษตรกรที่ล้มเหลวเป็นดั่งหนามไผ่ทิ่มแทงใจ หลายครั้งอยากบอก “ศาลา” ขอเลิกแล้วกลับไปนั่งโต๊ะทำงานที่เก่า

พลันเหมือนเสียงคำพูดที่เต็มไปด้วยกำลังใจจาก ผบ.นปอ.สั่งการ “ทำรายการเกษตรซี่ ทำรายการเกษตรซี่....” กับเสียงคำพูดที่เต็มไปด้วยคำปรามาสจาก หน.ฝ่ายรายการ “กูว่า ไม่เกิน 3 วัน มึงก็หมดเรื่องพูด....” สะท้อนเข้ามาในจิตรสำนึกของลูกผู้ชายชาติทหาร

เลือดชายคนนี้มีพ่อเป็นทหาร มีตาเป็นทหาร เรียนชั้นประถมจากโรงเรียนในกรมทหาร เรียนมัธยมจากโรงเรียนใกล้กรมทหาร เรียนจบมัธยมข้ามภูเขาไปเรียนโรงเรียนนายสิบทหารปืนใหญ่ จบโรงเรียนทหารปืนใหญ่ทำงานหน่วย 1 ปี ไปรบเกาหลี กลับจากเกาหลีรบต่อที่หินร่องกล้า รบไปเรื่อยๆกระทั่ง “ศึกร่มเกล้า” เป็นศึกสุดท้าย

คิด/วิเคราะห์ : ไม่มีช่วงใดของชีวิตเกี่ยวข้องกับการเกษตรเลย....
ระหว่างรับราชการทหารมีการศึกษาเพิ่มวิทยฐานะ หลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับประชาชน แล้วประชาชนนั้นเกี่ยวพันกับการเกษตร น่าจะเป็น หลักสูตรปฏิบัติการจิตรวิทยา หลักสูตรความมั่นคงภายใน หลักสูตรนายทหารกิจการพลเรือน

คิด/วิเคราะห์/เปรียบเทียบ : ไม่มีหลักสูตรใดเกี่ยวข้องกับการเกษตรเลย...
คำถามใหม่เกิดขึ้นมา มนุษย์เงินเดือน ทำงานบริษัท โรงงาน ไม่ได้ร่ำเรียนวิชาที่ตรงกับงานที่ทำ แล้วทำไมประสบความสำเร็จอย่างสูงได้....กับคนที่เรียนมาทางทหารแล้วมาทำงานด้านเกษตร จะประสบความสำเร็จงานด้านเกษตรไม่ได้....

ใครก็ตามที่อ่านหนังสือออก ลองไปอ่านหลักการบริหาร 6M เสริมด้วยหลัก SMART FARM แล้ว คิด/วิเคราะห์/เปรียบเทียบ/ประยุกต์ โดยมีเกษตรกรเป็นตัวตั้ง ก็สามารถประสบความสำเร็จในงานเกษตรได้


17. แรกงานวิทยุเกษตร :
จากสโลแกนของตัวเอง รับคำสั่ง-ทำทันที-ทำดีที่สุด ถึงคำสั่ง ผบ.นปอ. ที่ ส่งเสริม/สนับสนุน ให้ผู้ไต้บังคับบัญชาทุกคนทุกระดับชั้นได้ใช้ความสามารถจนเต็มที่ กระทั่งสำเร็จภารกิจ กับ หน.ฝ่ายรายการสถานีวิทยุ ผู้มีอคติหรือไม่ชอบขี้หน้าเป็นต้นทุน เมื่อเข้ามาจับงานนี้แล้วควรเดินหน้าตาม ผบ.นปอ. หรือถอยหลังตาม หน.ฝ่ายรายการ จะเป็นด้วยนิสัยประจำตัว หรือเพราะกรรมเก่าก็สุดแท้ งานนี้ คิดเอง-ทำเอง-ถามเอง-ตอบเอง KIM ZA GASS ตัดสินใจแน่วแน่เลือกเดินหน้าบนเส้นทางเกษตร

ทุกวัน วันละ 24 ชม. ต่อเนื่องอาทิตย์ละ7 วัน ถึงเดือนละ 30 วัน พูดในวิทยุวันละ 2 ชม. เที่ยงค่ำ กับอ่าน อ่าน และอ่าน วันละ 10-15 ชม. ตัดเวลากินขี้ปี้นอนออกเท่านั้น

สัจจะธรรมจากการอ่านที่ไม่อาจปฏิเสธ คือ ยิ่งอ่านมาก ยิ่งรู้น้อย-ยิ่งไม่รู้มาก นั่นคือ รู้แค่ที่อ่าน อ่านกี่เล่มกี่เรื่องก็รู้แค่นั้น แต่เล่มหรือเรื่องที่ยังไม่ได้อ่านก็คือยังไม่รู้ ที่ยังไม่ได้อ่านปริมาณจำนวนมันมากกว่า มากมายมหาศาล นี่คือ LEARNING ALL THE LIFE การเรียนรู้ต้องตลอดชีวิต นั่นเอง

บนความไม่รู้แล้วอยากรู้ จึงเกิดคำถาม ยิ่งอ่านยิ่งเจอคำถาม อาทิ :
หัวใจของการเกษตร .................................. คืออะไร ? อยู่ที่ไหน ?
อาหาร คน-สัตว์-พืช-จุลินทรีย์ ....................... ตัวเดียวกันหรือไม่ ?
คนมีปัจจัย 4 เพื่อการดำรงชีวิต คน-สัตว์-พืช ……... มีกี่ปัจจัย ?
พืชมีวงจรชีวิตการเจริญเติบโตที่แน่นอน ............... อย่างไร ? หรือไม่ ?
ปุ๋ย ..............................……................ มีกี่ชนิด ? กี่ประเภท ? กี่สูตร ? กี่แบบ ?

ปุ๋ยตัวเดียวกันกับพืชเดียวกัน คนหนึ่งใช้ได้ผล คนนึ่งใช้ไม่ได้ผล .... เพราะอะไร ?

ปุ๋ยใส่ลงดิน จุลินทรีย์ใส่ลงดิน .......................... เหมือนกัน หรือต่างกันอย่างไร ?
ทำแล้วขาย ขายแล้วขาดทุน ........................... เพราะอะไร ? แก้ไขอย่างไร ?
ที่พูด พูด และพูด ออกอากาศทุกวัน ๆละ 2 เวลา....... ผู้ฟังรู้เรื่องมั้ย ?
ส่งเสริมทหารกับส่งเสริมเกษตรกร ...................... ต่างกัน/เหมือนกัน ตรงไหน ?
ทุกคำถามมีคำตอบ .................................... อยู่ที่ไหน ?



18. ผักปลอดสาร ไม่รู้จักสมุนไพร :
เหตุเกิดที่ อ.เล็กๆ ตั้งขึ้นใหม่ ชื่อเฉลิมพระเกียรติ ในงานเกษตรอินทรีย์ กลุ่มสีสันชีวิตไทยมีโอกาสไปออกร้านร่วมงานด้วย.... เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า :

ลุงคิม : แม่ค้า เกษตรอินทรีย์ ผักบนแผงนี่ก็ผักอินทรีย์ด้วยใช่ไหม ?
แม่ค้า : ใช่จ้ะ ซื้อผักอะไรล่ะคะ ?

ลุงคิม : ยังไม่ซื้อตอนนี้หรอก ถามหน่อย ผักอินทรีย์ดียังไง ?
แม่ค้า : ดีซิคะ ดีมากด้วย ผักอินทรีย์ คือ ผักที่ไม่ใช้เคมีไงล่ะ

ลุงคิม : เคมี .... สารเคมี หรือปุ๋ยเคมี
แม่ค้า : ทั้งสองอย่างนั่นแหละ

ลุงคิม : อืมมม ไม่ใช้สารเคมี แล้วเอาอะไรกำจัดหนอนแมลง
แม่ค้า : ไม่ต้องกำจัด เพราะในผักอินทรีย์ไม่มีหนอน ไม่มีแมลง

ลุงคิม : อืมมม ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี แล้วใส่อะไรให้ผักมันโตล่ะ
แม่ค้า : ใส่ปุ๋ยคอกนี่แหละ

พลันเสียงแม่ค้าแว่วมาดังลั่น คำพูดศัพท์สำเนียงบ่งบอกยี่ห้อ "แม่ค้าตลาดสด" ของแท้...

แม่ค้า 1 : ผักมึงน่ะ หลอกลวงโลก
แม่ค้า 2 : ลวงโลกยังไง ?

แม่ค้า 1 : ก็กูเห็นมึงฉีดยาเมื่อวานนี้เอง วันนี้เก็บมาขายแล้ว
แม่ค้า 2 : ของมึงก็เหมือนกัน ถามจริง ในตลาดนี้วันนี้แผงไหนไม่ใช้สารเคมีวะ

แม่ค้า 1 : คนอื่นไม่เกี่ยว กูว่าผักมึงคนเดียว
แม่ค้า 2 : โธ่ถัง มันก็เหมือนๆกันทุกแผงนั่นแหละ

จากแม่ค้า 2 คนทะเลาะกันเริ่มลามปามขยายวงไปคนที่ 3 คนที่ 4 ทุกคำพูดล้วนแต่อัปมงคลทั้งนั้น....กลับไปที่บู๊ธทีมงานสีสันชีวิตไทย ตกเย็น แม่ค้าในงานเกษตรอินทรีย์ไปหาแล้วพูดคุยกัน

แม่ค้า : ลุงคะ นี่อะไรคะ ?
ลุงคิม : อ๋อ นั่นหนอนตายหยาก

แม่ค้า : ใช้ทำอะไรคะ ?
ลุงคิม : ทำยาฆ่าหนอน

แม่ค้า : ฆ่าหนอนได้เหรอคะ
ลุงคิม : ได้ซี่ อย่างน้อยก็ฆ่าหนอนในไหปลาร้าได้นั่นแหละ

แม่ค้า : แล้วนี่ล่ะคะ
ลุงคิม : อันนี้เปลือกมังคุด กำจัดเชื้อราได้

แม่ค้า : แล้วนี่ล่ะคะ
ลุงคิม : อันนี้ยาฉุนเราธรรมดาๆนี่แหละ กำจัดเชื้อรา

แม่ค้า : แล้วนี่ล่ะคะ
ลุงคิม : อันนี้หางไหล ฆ่าหนอนดี

แม่ค้า : แล้วนี่ล่ะคะ
ลุงคิม : (มองหน้า ตรวจสอบท่าที) ถามจริง อยากรู้ไปทำไม

แม่ค้า : เพราะไม่รู้ก็อยากรู้น่ะซีคะ
ลุงคิม : ที่นี่ทำเกษตรอินทรีย์ ถามหน่อย ในโลกนี้มีพืชที่ไม่มีศัตรูพืชมาวอแวเลยเหรอ ?

แม่ค้า : (เงี้ยบ อึ้ง)
ลุงคิม : เมื่อคุณไม่ใช้สารเคมีฆ่าแมลง สมุนไพรก็ไม่ได้ใช้แถมยังไม่รู้จักอีกด้วย ลุงคิมว่า โกหกใครก็โกหกไปเถอะ ทำไมต้องโกหกตัวเอง โกหกลูกหลานด้วย ถามหน่อย ทำเกษตร ที่นี่ใครรวยบ้าง มีแต่หนี้ทั้งนั้น ยิ่งทำยิ่งเป็นหนี้ เป็นหนี้ยันลูกยันหลาน

แม่ค้า : (อึ้ง เงียบ)


19. ชมพู่อั้ยเล็ก :
สองพ่อลูกทำสวนชมพู่อยู่หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ บนเนื้อที่ 10 ไร่ อายุต้นชมพู่ 10 ปีขึ้น ให้ผลผลิตปีละครั้ง ทำแบบเดิมๆ ให้ปุ๋ยทางรากสูตรเสมอ ไม่เคยให้ทางใบ .... วันนี้ พ่อกับลูกชายเดินคุยกันตามลำพังอยู่ในสวน

ลูก : พ่อ....หนูว่าเราน่าจะเปลี่ยนวิธีการทำชมพู่บ้างนะ
พ่อ : เปลี่ยนยังไง

ลูก : ก็จากที่เราทำปีละรุ่น เปลี่ยนเป็นทำปีละ 2 รุ่น จากใช้ปุ๋ยสูตรเสมอเปลี่ยนเป็นสูตรตามสั่ง จาก ให้ทางรากทางเดียวก็ให้ทางใบร่วมด้วย กับอีกหลายๆอย่างที่เราทำแบบเดิมๆ เปลี่ยนมาเป็นแบบใหม่บ้าง
พ่อ : (จ้องหน้าลูกชาย) หนูเอาความคิดนี้มาจากไหน ?

ลูก : รายการวิทยุครับ
พ่อ : (หัวเราะในลำคอ) วิทยุเชื่อไม่ได้หรอก เพระนั่นเขาทำเพื่อโฆษณาปุ๋ยของเขาเท่านั้น

ลูก : แต่เขาบอกก็มีหลักการนะพ่อ บางครั้งเขายังบอกวิธีทำชุมพู่โดยตรงเลย ก็เคย
พ่อ : หนูเชื่อเขาเหรอลูก ?

ลูก : รายการนี้เขาบอกไม่ให้เชื่อ แต่ให้ลองทำลองใช้ก่อนแล้วค่อยเชื่อ เขาบอกให้เชื่อตัวเอง
พ่อ : (คิด .... ใจหนึ่งไม่เชื่อ แต่ใจหนึ่งรักลูกชาย) งั้นเอางี้ พ่อยกให้ 1 ไร่ หนูลองทำตามที่วิทยุบอก หนูทำเองทุกอย่างนะ เอาไหม ?

ลูก : (ยิ้มกว้าง) เอาครับพ่อ

เหมือนลิขิตสวรรค์ ชมพู่บนต้นตอนนั้นเป็นระยะ "บำรุงผล เล็ก-กลาง....ขยายขนาด หยุดเมล็ด สร้างเนื้อ" หลังห่อผลพอดี .... การปฏิบัติของลูกชาย :

บำรุงผล เล็ก-กลาง :
ทางใบ :
ให้ปุ๋ยทางใบยี่ห้อ ไบโอคิง ตามโฆษณาในวิทยุ 2 รอบ สลับด้วย แคลเซียม โบรอน 1 รอบ แต่ละรอบห่างกัน 4 วัน

ทางราก : ใส่ปุ๋ยขี้วัวขี้ไก่แกลบดิบ หญ้าแห้งคลุมทับหนาๆ ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 21-7-14 ต้นละ 1 กก. ตามแผนให้แค่ครั้งเดียวเพราะอายุผลชมพู่เพียง 1-1เดือนครึ่งเท่านั้น ให้น้ำสม่ำเสมอวันเว้นวัน

บำรุงผลก่อนเก็บเกี่ยว :
ทางใบ :
ให้ปุ๋ยเร่งหวานผสมเอง "น้ำ 100 ล. + น้ำส้มสายชู 100 ซีซี. + 0-21-74 (500 กรัม +ธาตุรอง/ธาตุเสริม 250 กรัม" ให้ 2 รอบ สลับด้วยแคลเซียม โบรอน 1 รอบ แต่ละรอบห่างกัน 3 วัน ให้รอบสุดท้ายก่อนเก็บ 3 วัน

ทางราก : เปิดหน้าดินโคนต้น ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 ต้นละ 1/2 กก. ตามแผนให้แค่ครั้งเดียวก่อนเก็บเกี่ยว 7 วัน ใส่ปุ๋ยเคมีแล้วให้น้ำตามเพื่อละลายปุ๋ยแล้วงดน้ำเด็ดขาด

แล้วสัจจะธรรมก็อุบัติขึ้น เป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธ เมื่อเพื่อนบ้านสวนข้างเคียงมาเห็น

เพื่อนบ้าน : โอ้โฮ ชมพู่ไซส์นี้ 2ลูกโล 3ลูกโล เลยนะเนี่ย คุณทำยังไงเนี่ย
พ่อ : (หัวเราะ ) ผมไม่ได้ทำหรอก นี่มันชมพู่อั้ยเล็ก มันเป็นคนทำทั้งหมด มันทำอยู่คนเดียว เพื่อนบ้านกวาดสายตาไปทั่วสวนชมพู่ทั้งแปลงแล้วเห็นความต่างบนความเหมือนชัดเจน โซนนี้ลูกใหญ่ทุกต้น แต่อีกโซนลูกเล็ก เล็กกว่ากันครึ่งต่อครึ่ง

พ่อ : หนูลูก พ่อตัดสินใจแล้ว พ่อยกชมพู่ให้หนูทำทั้งสวนเลย ถ้าหนูจะทำตามรายการวิทยุพ่อไม่ว่า
ลูก : ครับพ่อ


20. สาบเสือ ไม้ 500 ชื่อ :
เล่าสู่ฟัง เรื่องยาฆ่าแมลง :
วันนั้นอยู่ที่ ชมรมสีสันชีวิตไทย สาขาไร่เลิศสรานนท์ บ้านหนองจาน หัวลำ ท่าหลวง ลพบุรี ภารกิจบรรยายเรื่อง การเกษตรแบบ อินทรีย์นำ-เคมีเสริม-ตามความเหมาะสม โดยมีสำปะหลังเป็นพืชนำ วันนั้นมี สมช. กลุ่มไร่เลิศสรานนท์ มารับฟังราว 30 คน

ระหว่างเตรียมการบรรยาย คทาชาย 4 คน นั่งอยู่ใกล้ๆ กำลังถกแถลงเรื่องสาบเสือ แม้ไม่ได้ฟังเสียงมันเข้าหู .... สมมุตินามตามท้องเรื่อง 4 ชาย :

ชาย ก. : นี่แหละสาบเสือ ฆ่าหนอน ฆ่าเชื้อราได้
ชาย ข. : ไม่ใช่ นี่มันเสือหมอบ ไม่ใช่เหรอ ?
ชาย ค. : แถวบ้านผมเรียกฝรั่งรุกที่
ชาย ง. : ทั้งหมดที่ว่ามาไม่ถูกซักคน เขาเรียกบ้านร้าง คิดซี่ ถ้ามันขึ้นรอบบ้านมากๆ คนจะเข้าบ้านไม่ได้ บ้านก็ร้างไง

ชาย ข. : มึงก็ว่าเรื่อยเปื่อย หญ้ามันขึ้นในบ้านก็ถางออกซี่ แล้วบ้านจะร้างได้ไง ?
ชาย ค. : คงไม่แค่นี้หรอกมั้ง หญ้าตัวนี้มาจากเมืองนอกเหมือนฝรั่ง หญ้ามันรุกที่ก็เหมือนฝรั่งรุกที่ ว่ามั้ย

ชาย ข. : แล้วที่ต้นสูงๆ ขึ้นเป็นดงแน่น เสือเข้าไปหลบได้ ไม่เรียกว่าเสือหมอบเหรอ ?
ชาย ก. : ญาติกันอยู่ราชบุรี ที่นั่นเรียกผักคราด รกแน่นมาก ปลูกสำปะหลังไม่ได้เลยแหละ
ชาย ง. : อือว่ะ ญาติที่ชลบุรี บอกว่าที่นั่นเรียกหมาหลง หญ้ามันขึ้นแน่นมาก ขนาดหมาเดินไปเข้าไปแล้วมองไม่เห็นทาง ออกไม่ได้

ชาย ข. : ที่จริง อยู่ที่ไหนน่าจะเรียกชื่อตามที่นั่นนะ
ชาย ง. : งั้นอยู่ที่นี่ พูดกับคนที่นี่เรียกชื่อตามที่นี่ แล้วพูดกับคนที่อื่นล่ะ เขาจะรู้ด้วยไหม ?
ชาย ก. : งั้นก็ต้องเรียกตามที่ ที่คนนั้นอยู่ซี่
ชาย ค. : ว่านะ เรียกอะไรก็ได้ เรียกแล้วขอให้คนที่คุยด้วยรู้เรื่องก็แล้วกัน

4 คนกึ่งคุยกึ่งเถียงกันอยู่เป็นนาน ไม่มีใครถูก ไม่มีใครผิด ต้องพึ่งคนกลาง ... สรุป : ถามลุงดีกว่า :

ลุงคิม : อืมมม ไอ้ตัวนี้ ไร่กล้อมแกล้มเรียก “อั้ยง่องแง่ง” ว่ะ
ชาย ก. ชาย ข. ชาย ค. ชาย ง. : ไอ้ง่องแง่ง .....

ลุงคิม : (กดมือถือ อ่านอินเตอร์เน็ต) เอาน่า มันจะชื่ออะไรก็สุดแท้เถอะนะ ขอแต่ให้บอกกันพูดกันแล้วรู้เรื่องด้วยกัน ก็พอแล้ว เรื่องชื่อเนี่ย ไม่รู้เหรอ คนไทยน่ะเก่งทั้งนั้น รู้มากรู้น้อย รู้จริงรู้ไม่จริง ตั้งชื่อเอาเอง บ้านละชื่อๆ ๆๆ นี่ไงชื่อ หญ้าเสือหมอบ, รำเคย, ผักคราด, บ้านร้าง, ยี่สุ่นเถื่อน, ฝรั่งเหาะ, ฝรั่งรุกที่, หญ้าดอกขาว, หญ้าเมืองวาย, พาทั้ง, หญ้าดงรั้ง, หญ้าพระสิริไอสวรรค์, มุ้งกระต่าย, หญ้าลืมเมือง, หญ้าเลาฮ้าง, สะพัง, หมาหลง, นองเส้งเปรง, ไช้ปู่กุย, หญ้าเมืองฮ้าง, หญ้าเหมือน, หญ้าฝรั่งเศส, เบญจมาศ, เซโพกวย, มนทน, ปวยกีเช่า, เฮียงเจกลั้ง. ตัวเดียวกันทั้งนั้น รึจะชื่อ “ไอ้ห้าร้อยชื่อ” ดีไหม ? ..... เอวัง ก็มีด้วย ประ กา ระ ฉะนี้ .........





.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 18/05/2019 6:21 am, แก้ไขทั้งหมด 2 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10355

ตอบตอบ: 18/05/2019 6:16 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.

21. มะม่วงขาวนิยม :
จาก : (098) 183-49xx
ข้อความ : คุณตาขา คุณพ่อให้ถามว่ามะม่วงไทยพันธุ์อะไรราคาแพงที่สุด ที่บ้านมีที่ว่างอยู่ 4 ไร่ อยากลงมะม่วงค่ะ .... หลานโอ
ตอบ :
- เท่าที่เจอะเจอวันนี้ เห็นมีก็แต่พันธุ์เดียว“ขาวนิยม” ของสวนน้อยรักษา อ.นรินทร์ฯ (089) 695-5871 เท่านั้น จัดงาน ชม/ชิม/ช็อป หน้าสวน กก.ละ 180 บาท ไม่พอขาย

- ศักดิ์ศรีมะม่วงขาวนิยม แชมป์ประเทศไทย 4 ซ้อน ทั้งที่สวนน้อยรักษาส่งประกวดเอง และที่ สมช.ลูกสวนส่งประกวด จนบางปีกรรมการเห็นแล้วบอกเอารางวัลไปเลย ให้มะม่วงพันธุ์อื่นจากสวนอื่นได้โอกาสบ้าง

- มะม่วงขาวนิยม กำเนิดมาจาก เขียวเสวย กับ น้ำดอกไม้ ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อเป็นแม่ วันนี้ต้นแม่จริงๆ อยู่ที่นครชัยศรี นครปฐม ยังมีชีวิตแล้วก็ยังให้ผลผลิตปกติทุกประการ

- เดิมตั้งชื่อว่า “น้ำดอกไม้มัน” ขอจดทะเบียนแล้วไม่ได้ เพราะชื่อไปพ้องกับน้ำดอกไม้ที่มีอยู่ก่อน อ.นรินทร์ฯ จึงตั้งชื่อใหม่ว่า“ขาวนิยม” ซึ่งเป็นนามสกุลของคุณพ่อ แล้วจดทะเบียนสายพันธุ์ได้จนถึงปัจจุบัน

- ขาวนิยมพันธุ์นี้ กินดิบได้เพราะมีเชื้อเขียวเสวย กินสุกได้เพราะมีเชื้อน้ำดอกไม้ กินห่ามก็ดีเพราะมีเชื้อเขียวเสวยกับน้ำดอกไม้

- นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นไปถึงสวนแล้วบอกว่า

“...ทำไมคนไทยจึงคิดว่า คนญี่ปุ่นชอบกินมะม่วงออกเปรี้ยว .... คนญี่ปุ่นก็ชอบมะม่วงหวานเหมือนกัน”
“...ทำไมคนไทยจึงคิดว่า คนญี่ปุ่นชอบมะม่วงไซส์กลางๆ .... คนญี่ปุ่นก็ชอบไซส์ใหญ่ๆเหมือนกัน”


- ว่าแล้ว ญี่ปุ่นซื้อหมด ทั้งเล็กทั้งใหญ่ ราคาว่ากันไปตามขนาด ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ญี่ปุ่นคนนั้นเอาออกจากประเทศไทยแล้วเข้าประเทศญี่ปุ่นได้ยังไง

- สวนน้อยรักษา เป็นสวนยกร่องน้ำหล่อ คุณพ่อสร้างไว้เมื่อ 60-70 ปีที่แล้ว วันนี้เพิ่มเติม“สปริงเกอร์ ลอยฟ้า” เข้าไป ติดตั้งใช้งานมาแล้วกว่า 10 ปี ก็ยังใช้งานได้เหมือนเดิม .... สปริงเกอร์ลอยฟ้าใช้ท่อ พีอี. ขนาดนิ้วครึ่ง พาดกับกิ่งง่ามบนต้น จากต้นแรกตามลำดับไปถึงต้นสุดท้าย ที่ท่อ พีอี ฝังหัวสปริงเกอร์แบบพ่นฝอยเป็นละออง ทุกระยะ 2 ม. รัศมีที่หัวสปริงเกอร์พ่นละอองน้ำออกมา ฟุ้งกระจายครอบคลุมทั่วทรงพุ่ม จากต้นตัวเองฟุ้งต่อไปต้นข้างคัยงได้อีกด้วย

- มะม่วงขาวนิยมที่ไร่กล้อมแกล้ม ไซส์ 8 ขีดน้อยมาก, 1.2 กก.มาก, 1.5-1.8 ประมาณ 25-30% ของผลผลิตทั้งหมด .... งานนี้ไซส์ 1.5-1.8 ขายหมดก่อน บอกแล้วไง “ใหญ่กว่าเป็นต่อ”

- เฉพาะมะม่วงกินดิบไร่กล้อมแกล้มมี ขาวนิยม เขียวใหญ่ เขียวสุพรรณ เขียวเสวยรจนา งามเมืองย่า มันขุนศรี มันศาลายา แก้วลืมคอน ทะวายใหญ่ หนองแซง อาร์ทูอีทู ทุกปีเอามาวางขายหน้าร้าน ชมรมสีสันชีวิตไทย สาขาศาลายา หน้า ม.มหิดล พร้อมกันทุกสายพันธุ์ เราบอกว่า “หนองแซง” อร่อยที่สุด แต่คนซื้อบอกว่า “ขาวนิยม” อร่อยที่สุด ....

งานนี้ต้องตามใจคนซื้อ ว่าแล้วตัดสินใจเปลี่ยนยอดบรรดามะม่วงกินสุก (อกร่องเขียว, อกร่องไทรโยค, อกร่องพิกุลทอง, อกร่องหยาดพิรุณ, น้ำดอกไม้สีทอง, น้ำดอกไม้เบอร์ 4/19, มหาชนก) เก็บไว้อย่างละ 1 ต้น ที่เหลือเปลี่ยนยอดเป็น ขาวนิยม. กับ อาร์ทูอีทู. เปลี่ยนยอดปีเดียว ปีรุ่งขึ้นออกดอกติดลูกแล้ว

- อาร์ทูอีทู คนซื้อบอกว่า มะม่วงพันธุ์นี้มีกลิ่นขี้ไต้ คนขายเฉือนให้ชิมทันที ให้ชิมซ้ำหลายๆครั้ง ชิมจนมั่นใจ เท่านั้นแหละ ซื้อทันที 50 กก. ๆละ 50 บาท ถามว่า เอาไปทำอะไรเยอะแยะ คำตอบก็คือ“เอาไปฝาก” งานนี้คิดง่ายๆ ถ้าของไม่ดีจริง ใครจะกล้าซื้อไปฝากคนอื่น....ผลไม้ไร่กล้อมแกล้มทุกตัวรสจัดจ้าน เป็นผลมาจากการบำรุงด้วย “ธาตุรอง/ธาตุเสริม” ทั้งช่วงมีผลบนต้น ไม่มีผลบนต้น ตลอดปีตลอดชาติ ที่ทำได้ก็เพราะ สปริงกอร์-หม้อปุ๋ยหน้าโซน นั่นแหละ

- เมื่อ 2 ปีก่อน ที่ไร่กล้อมแกล้มจัดงาน “ชม/ชิม/โนช็อป” มะม่วงทุกสายพันธุ์ เก็บมะม่วงทุกสายพันธุ์มาวางบนถาด สายพันธุ์ละ 2-3 ลูก เขียนชื่อบอกเสร็จ แล้วเชิญชวนให้ชิม ชิมทุกสายพันธุ์ ๆละ 1ชิ้น 1คำ ชิมให้รู้รสชาดของแต่ละสายพันธุ์ว่า ดี/ไม่ดี-ต่าง/ไม่ต่าง กันอย่างไร เพื่อว่าเมื่อจะตัดสินใจปลูกมะม่วงบ้าง ปลูกกินปลูกขายก็ว่ากันไป จะได้รู้ว่ามะม่วงพันธุ์อะไรเป็นอย่างไร .... ที่นี่ไม่มีเขียวเสวย ฟ้าลั่น โชคอนันต์ น้ำดอกไม้ เพราะในตลาดมีเยอะแยะแล้ว ไปซื้อกินเองได้

- ไม่น่าเชื่อที่บางคนไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ของการชิมมะม่วง พี่แกเล่นกินสายพันธุ์เดียว กินจริงกินจัง เพราะชอบพันธุ์นั้น ก็เลยไม่รู้ว่าพันธุ์อื่นรสชาดเป็นยังไง .... สงสัย เห็นเป็นมะม่วงฟรีมั้ง

- บางคนถามว่า“ขาวนิยม-เขียวใหญ่-เขียวสุพรรณ-เขียวเสวยรจนา-งามเมืองย่า-มันขุนศรี-มันศาลายา-แก้วลืมคอน-ทะวายใหญ่-หนองแซง” เป็นมะม่วงพันธุ์ใหม่เหรอ เพราะไม่เคยได้ยินชื่อ ก็ต้องบอกไปว่าเป็น “พันธุ์เก่าแก่ พันธุ์โบราณ” บางพันธุ์มีแต่ในวังเท่านั้น

- บำรุงมะม่วงพันธุ์โบราณเหล่านี้ให้ได้ เกรด เอ.-จัมโบ้-โกอินเตอร์-ขึ้นห้าง ไซส์ใหญ่กว่าเป็นต่อ ส่งตลาด อตก. เท่าไหร่ก็ไม่พอขาย

บำรุงมะม่วง (บำรุงผล-ขยายขนาด-หยุดเมล็ด-สร้างเนื้อ) :
ทางใบ :
ไบโออิ + ยูเรก้า 412 ให้ 2 รอบ สลับด้วย แคลเซียม โบรอน 1 รอบ ห่างกันรอบละ 7 วัน จัดคิวไว้ให้ทุกวันเสาร์ ....วันดีคืนดี ให้น้ำตาลทางด่วน 1-2 ครั้ง ตลอดอายุผล .... มะม่วง 10 โซน ๆละ 50 ต้น รวม 500 ต้น แรงงานคนเดียว เวลาชั่วโมงเดียว

ทางราก :
ยิบซั่ม ตราคนกับควาย กระดูกป่น ขี้วัวขี้ไก่ ปีละ 2 ครั้ง ตัดหญ้าปล่อยให้แห้งตลอดปี .... ให้น้ำหมักระเบิดเถิดเทิง 21-7-14 เดือนละครั้ง .... ให้ 21-7-14 ต้นละ 4-5 กำมือ ทุก 15 วัน

หมายเหตุ :

- ปีนี้“ไม่ห่อผล” ดูซิจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
- ใช้กับดักแมลงวันทอง (มายฟิกส์ + ฟลายแอต) ทุกวัน
- ใช้กับดักเพลี้ยไฟ (มายฟิกส์) กระจายทั่วทั้งสวน
- ซอยผลออกมากๆ เอาไว้น้อยๆ กะให้ได้ไซส์โลครึ่งมากๆ
- ใช้สารสมุนไพร ไม่ใช้สารเคมียาฆ่าแมลงเด็ดขาด เพื่อลูกค้า



22. หูชา :
เหตุอุบัติที่ชมรมสีสันชีวิตไทย สาขาศาลายา หน้า ม.มหิดล ชายหนุ่มเคยไปซื้อปุ๋ย โดยน้ำส้ม ลูกสาวเป็นคนขาย แต่วันนี้อยากปรึกษา
ชายหนุ่ม : ขอถามหน่อย แคลเซียม โบรอน ซื้อส่วนผสมไปจากที่นี่ ทำแล้วเก็บไว้ได้นานเท่าไหร่ ?
น้ำส้ม : เรื่องนี้น่าจะถามพ่อนะคะ

ชายหนุ่ม : ถามพ่อก็หูชาน่ะซี
น้ำส้ม : หูชา .... แสดงว่าพ่อพูดมาก พูดเยอะ ?

ชายหนุ่ม : ประมาณนั้นนั่นแหละ
น้ำส้ม : พูดมากๆ พูดเยอะๆ ไม่ดีเหรอ เราจะได้รู้เยอะๆ รู้มากๆ

ชายหนุ่ม : มากเกิน เยอะเกิน นั่นแหละหูชา
น้ำส้ม : พูดเยอะแต่เป็นเรื่องเดียวกัน กับพูดเยอะแต่หลายเรื่อง สารพัดเรื่อง มันต่างกันนะ

ชายหนุ่ม : ยากรู้แค่เรื่องเดียว
น้ำส้ม : มันก็ไม่ยากนี่นา เราอยากรู้เรื่องอะไร เราก็ถามแต่เรื่องนั้น เรื่องอื่นไม่ต้องถามซี่

ชายหนุ่ม : เรื่องเกษตรนี่ยากนะ
น้ำส้ม : พ่อเคยบอก เรื่องอะไรที่รู้แล้วจะไม่ยาก อะไรที่ไม่รู้ก็ต้องยากเป็นธรรมดา

ชายหนุ่ม : อย่างแคลเซียม โบรอน นี่ไง หมดอายุเมื่อไหร่ ? จะรู้ได้ยังไง ?
น้ำส้ม : พ่อเขียนไว้ในอินเตอร์เน็ต ให้ดูที่ สี กลิ่น กาก ฝ้า ฟอง ตะกอน ถ้าทุกอย่างยังเหมือนเดิม แสดงว่ายังดีอยู่

ชายหนุ่ม : เท่านี้เหรอ ?.... ขอบคุณครับ
น้ำส้ม : ขอบคุณค่ะ



23. กล้วยแต่ไม่กล้วย :
เมื่อคราวงานสัญจรไปที่ชัยนาท สมช.ผู้ฟังวิทยุ หนุ่มใหญ่ อายุ 50 ต้นๆ มาดแมนเอาจริงเอาจัง เข้ามาปรึกษา
สมช. : ผมมีที่อยู่ 10 ไร่กว่า อยากปลูกกล้วย แต่ไม่มีความรู้ ไม่มีประสบการณ์เรื่องกล้วยเลย
ลุงคิม : กล้วยไข่ กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า กล้วยเล็บมือนาง กล้วยตานี กล้วยเจ้า .... เอากล้วยอะไร ?

สมช. : อยากรู้ทุกกล้วยเลย แต่กล้วยตานีกินไม่ได้นี่ครับ
ลุงคิม : กล้วยตานี เอาใบไปห่อของ เอาต้นไปทำบายศรี ส่วนกล้วยหักมุกเอาลูกไปทำกล้วยเชื่อม กล้วยปิ้ง

สมช. : แล้วกล้วยเจ้า เป็นยังไงครับ ?
ลุงคิม : คือกล้วย 12ต้น 12ราศี ล้อมเป็นวงกลม ใจวงกลมมีจอมปลวก แล้วกล้วยทั้ง 12 ต้นออกเครือพร้อมกัน หรือจะออกทีละต้นๆ เรียงลำดับทีละเดือนก็ได้ ที่แน่ๆ ทุกต้นชี้เครือเข้าหาจอมปลวกเหมือนกันหมด งานนี้เตรียมขอหวย หรือไม่ก็ขายผ้าเขียวผ้าแดง ธูปเทียน ขายแป้ง ซะก็ได้

สมช. : เอางั้นนะผู้พัน
ลุงคิม : เออซิวะ หรือจะทำให้กล้วยนออกเครือแทงทะลุกลางต้น หรือให้ออกเครือที่ยอดทั้งๆที่ยอดด้วน หรือจะทำให้หัวปลีที่ออกมารูปร่างเหมือนหัวพญานาค

สมช. : (งง อ้าปากค้าง ท่าทางเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง) ผมเอากล้วยธรรมดาๆนี่แหละครับ กล้วยเจ้ากล้วยราศีอะไรนั่นไม่เอาหรอก ลุงผู้พันว่ากล้วยไข่ กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า ปลูกเหมือนกันไหมครับ
ลุงคิม : อืมมม บนความต่างมีความเหมือน บนความเหมือนมีความต่าง .... กล้วยเหมือนกันแต่งสายพันธุ์ ดินแปลงเดียวกันแต่หัวแปลงท้ายแปลงต่างกัน เอาเป็นว่า ตอนแรกปลูกกระจายไปก่อน ไร่ละสายพันธุ์ หรือสายพันธุ์ละ 2-3 ก็พอไหว ระยะห่างระหว่างกอ 2 x 2 วา ....

อย่าลืมปรัชญาเกษตร เรารักกล้วย กล้วยรักเราไหม เพราะฉะนั้น เผื่อรักเผื่อเลือกไว้หน่อยก็ดี หาพื้นที่ลงมะเขือหลายๆมะเขือ ลงพริกหลายๆพริก ลงแตงโม แคนตาลูป แทรกไปเถอะอย่างละไร่สองไร่....

แม้แต่ไม้ผลยืนต้น อย่างทุเรียนนี่ก็น่ามองเพราะราคาแพงสุดในบรรดาไม้ผลด้วยกัน หรือจะเตรียมตัววางแผนทำสวนเกษตรเพื่อการท่องเที่ยว สวนท่องเที่ยวต้องมีต้นไม้ .....

ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่า ไม้ยืนต้น ไม้ล้มลุก ต้นอะไรเหมาะกับดินเรา ลงไปก่อน ลงแล้วบำรุงตามปกติ ปีเดียวรู้เรื่องว่าไม้ประเภทไหน O.K.หรือ NO.K. ไม้ไหน O.K. ก็ขยายพื้นที่ ไม้ไหนไม่ O.K. ก็ไม่ปลูก

สมช. : (ยิ้มจืดๆ พยักหน้าช้าๆ ในใจกำลังคิด เกษตรนี่รายละเอียดมากขนาดนี้เชียวหรือ)
ลุงคิม : ไม่ว่าพืชอะไร ถ้าเป็นพืชอย่างเดียวชนิดเดียว ปลูกแล้วขาย ๆ ทำงานทั้งปีได้ขายรอบเดียว อย่างเดียว ขายผลผลิตสดๆ เชื่อเถอะ 100 ปีก็ไม่รวย เผลอๆจนเป็นหนี้ด้วย

สมช. : ใช่ครับ มีคนปลูกกล้วย 20 ไร่ ลงทุกไป 2 แสนกว่า กล้วยโตเริ่มออกเครือน้ำท่วมใหญ่ น้ำขังค้างนาน 3 เดือน ต้นกล้วย 20 ไร่ไม่เหลือซักต้น
ลุงคิม : นั่นเพราะฝีมือธรรมชาติ แล้วเพราะฝีมือคนอีกล่ะ

สมช. : ฝีมือคน ใช่ครับ ไม่มีความรู้เรื่องกล้วย ทำแล้วได้เกรดฟุตบาธ ใส่ปุ๋ยฉีดยาบ้าเลือด ไม่ได้อะไรเลย
ลุงคิม : ใช่ งานนี้เอางี้ ความล้มเหลวที่เกิดจากธรรมชาติ ถือเป็นสภาวะจำยอม เสียคือเสีย แต่เสียแค่ทุนที่จ่ายจริงลงไป ก็จ่ายน้อยๆซี่ จ่ายครึ่งทำเองครึ่งก็ได้....

ส่วนความล้มเหลวที่เกิดจากฝีมือคนปลูก อันนี้แก้ไขด้วยการ ฟัง-คิด-ถาม-เขียน....อ่าน-ดู-ทำ-คิด-วิเคราะห์-เปรียบเทียบ-ฟันธง ทั้งหมดนี้ทำได้ด้วยตัวคนเดียว ตัวเรานี่แหละ ไม้ต้นแรกเริ่มแล้วไม้ต้นต่อๆ ๆๆ ไปก็จะตามมา

สมช. : ครับบบบบ
ลุงคิม : ทำเถอะ ทำแล้วจะรู้เองว่า ถูกผิด ใช่ไม่ใช่ ดีไม่ดี งานนี้คุยได้เต็มปาก กูทำกับมือ มึงอย่างเถียง นี่แหละนักวิจัยชาวบ้านละ สำเร็จขึ้นมาละก็ดอกเตอร์เชียวนะมึง

สมช. : ครับบบบ
ลุงคิม : เฮ่ยยยย ครับๆ น่ะ ตกลงจะปลูกอะไร ?

สมช. : ทุกอย่างที่ผู้พันบอกเลยครับ กับจะหาอย่างอื่นมาทดลองปลูกอีก ปีเดียวก็รู้เรื่อง
ลุงคิม : ลองดู



24. งานส่งเสริมการเกษตร :
อ้างอิง ....
* ธ.ก.ส. เผยผลสำรวจสถานการณ์หนี้สินครัวเรือนเกษตร ครึ่งหลังปี 2561 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1.3% แต่เมื่อเทียบสัดส่วนหนี้ต่อ GDP ปรับตัวลดลง 4.13% ชี้ครัวเรือนเกษตรกรมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1.9% และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 1.1% ด้านหนี้นอกระบบพบลดลงกว่าปีก่อน 18.5%

* เกษตรกรไทยปี 59 เป็นหนี้มากขึ้น ชี้ผลผลิตราคาตก และภัยธรรมชาติเป็นสาเหตุมากที่สุด
* สถานะความเป็นหนี้ของเกษตรกร ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ครัวเรือนเกษตร ส่วนใหญ่ 66% ยังคงพึ่งเงินกู้ยืมจากแหล่งเงินทุนต่างๆ โดยกู้ยืมจาก ธ.ก.ส. เป็นหลัก รองลงมาเป็นสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ เช่น AEON และองค์กรการเงินกึ่งทางการ เช่น สหกรณ์ออมทรัพย์ กองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมือง

นี่คือ ผลงานส่งเสริมการเกษตร อย่างแท้จริง.....

รายการสีสันชีวิตไทย จับงานส่งเสริมการเกษตรตั้งแต่ปี 2537 แบบสัญจรไปสอนถึงบ้าน เปิดสอนที่ไร่กล้อมแกล้ม ทั้งพูด ทั้งทำให้ดู ให้ทำกับมือ ทำรายการวิทยุ เขียนหนังสือทั้งแจกทั้งขาย

ถึงวันนี้ผลงานที่ KIM ZA GASS ทำ ประเมินผลได้ว่า “ล้มเหลว” โดยสิ้นเชิง.... จากจุดนี้จึงอยากถามว่า “ใคร หน่วยงานไหน ส่งเสริมได้สำเร็จบ้าง ?”



25. ซื้อ ทุเรียน-ขนุน หน้าฝน :
ไปแผงขายผลไม้ริมถนน ตามหมู่บ้าน จะซื้อทุเรียน-ขนุน ซึ่งเป็นไม้ผลย่านนั้น เทคนิคการเลือกผลไม้ที่พึงปฏิบัติ คือ :
1. อย่าเพิ่งเดินไปที่แผงขาย ทุเรียน-ขนุน โดยตรงทันที แต่ให้เดินไปที่แผงขายผลไม้อย่างอื่นก่อน วางมาดเหมือนสนใจผลไม้ชนิดนั้น ไม่ได้สนใจ ทุเรียน-ขนุน แม้แต่น้อย

2. ชวนคนขายคุย ย่านนี้ ระยะนี้มีฝนไหม ? ถ้ามีฝน ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ? และอื่นๆที่เกี่ยวกับฝน .... ทั้งนี้ หากทุเรียนแก่จัด ใกล้เก็บ แล้วเจอฝน ความแก่ของผลทุเรียนจะหยุด กลายเป็นผลไม่แก่ทันที ส่วนขนุนแก่จัด ใกล้เก็บ แล้วเจอฝน จะเกิดอาการเมล็ดงอกใน เนื้อมีกลิ่นเหม็น .... ขนุนที่ผลแก่ เจอฝน แล้วไม่เกิดอาการเมล็ดงอกใน มีพันธุ์เดียว คือ พันธุ์ “ทองสุดใจ” เท่านั้น

3. รู้ข้อมูลทางธรรมชาติแล้วจึงตัดสินใจ ซื้อ/ไม่ซื้อ ตามอัธยาศัย
4. วิธีการเลือกที่ดีที่สุด คือ ผ่าดูเนื้อใน



26. ทหารขี้อิจฉา :
ภารกิจจัดรายการวิทยุช่วง 3 ปี เป็นการปฏิบัติภารกิจโดยแท้ ไม่มี SPONSOR ไม่มีรายได้พิเศษใดๆทั้งสิ้น....โดยทฤษฎีถือว่าเป็นการ ประชาสัมพันธ์/แจ้งเกิด รายการ

ขึ้นปีที่ 4 ของการทำรายการ บ.กรีนพลาน่า เข้ามาเป็น SPONSOR โฆษณาปุ๋ยน้ำทางใบ BIO KING โดย บ.กรีนพลาน่า จำกัด จ่ายค่าเวลาสถานีวิทยุเดือนละ 36,000 (ราคานี้สถานีกำหนดเอง ทุกรายการจ่ายค่าเวลาเท่ากันหมด) ค่าผู้ดำเนินรายการเดือนละ 30,000 (ราคานี้ บ.กรีนพลาน่า ตั้งให้เอง) .... 2 ปีแรกของการโฆษณา ได้ผลอย่างมากๆ

ขึ้นปีที่ 6 ของการทำรายหาร บ.กรีนพลาน่า ขยายเครือข่ายโฆษณาทางวิทยุจากสถานีวิทยุ ปตอ. ที่เดียว เพิ่มไปที่ สถานีวิทยุ มก. (กทม. ถ่ายทอดไปเชียงใหม่ ขอนแก่น สงขลา), สถานีวิทยุ สทร. (จันทบุรี), สถานีวิทยุเสียงอดิศร, (สระบุรี, สกลนคร) กับจ่ายค่าผู้ดำเนินรายการอีกสถานีละ 30,000 .... (รวมจ่าย 4 สถานี ๆละ 30,000 = 120,000 ต่อเดือน)

งานนี้นายทหารที่เคยแพ้คิวไปเรียนเสธ. ร้องเรียน เสธ.นปอ.ทบ. (ตำแหน่งพิเศษ ผอ.สถานีวิทยุ พล.ปตอ.) ว่า...

ร้องเรียน : “ผู้พันวีระฯ ไม่ต้องทำงานที่หน่วย ไปทำงานที่สถานีวิทยุได้เงินพิเศษรวยไปเลย”
เสธ.นปอ. (ผอ.สถานีวิทยุ) : “การทำรายการวิทยุก็เป็นงานของหน่วยเหมือนกัน พล.ปตอ. เป็น นขต. (หน่วยขึ้นตรง) ของ นปอ. .... พ.ท.วีระฯ ตำแหน่งโดยตรงคือ ตำแหน่งนายทหารประชาสัมพันธ์ ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่นี่ .... กรณี SPONSOR จ่ายค่าเช่าเวลาถือเป็นรายได้ปกติของสถานี เรื่องนี้ระเบียบกองทัพบกไม่ได้ห้าม .... ส่วนค่าตัวหรือรายได้ของผู้ดำเนินรายการเป็นสิทธิส่วนตัวระหว่าง ผู้ดำเนินรายการ กับ SPONSOR หน่วยหรือสถานีไม่เกี่ยวข้อง.... เรื่องการเป็นนักจัดรายการวิทยุหน่วยไม่ได้จำกัดเฉพาะบุคคล หมายความว่า ใครอยากจัดรายการวิทยุ เสนอความต้องการขึ้นมา ได้ทุกคน”

ร้องเรียน : แล้วคนที่มาจัดรายการ ไม่มี SPONSOR จะทำยังไง ?
เสธ.นปอ. (ผอ.สถานีวิทยุ) : ไม่มีคือไม่มี ไม่มี SPONSOR ก็ทำฟรีไป เพราะเรื่อง SPONSOR นี่ ทุกรายการ สถานีไม่ได้ทำอะไร ผู้จัดรายการหาเองทั้งนั้น

ร้องเรียน : แบบนี้ผมคงทำไม่ได้
เสธ.นปอ. (ผอ.สถานีวิทยุ) : ทำไม เขาทำได้ เราทำไมได้ .... อิจฉาเขาเหรอ ?



.





แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 21/05/2019 7:46 am, แก้ไขทั้งหมด 2 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10355

ตอบตอบ: 19/05/2019 6:29 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
27. ขายถูกต้อง ได้เงิน+บุญ :
ผญ.สนธิฯ อยู่บ้านภูผีโห่ เป็นผู้นำชุมชนที่มีน้ำใจ คติประจำใจว่า “ผู้ใหญ่บ้านรวย ลูกบ้านรวย” ออกเงินกู้ให้ลูกบ้านเอาไปทำการเกษตรโดยเฉพาะ คิดดอกเบี้ยถูกๆ ถูกที่สุดในบรรดาเจ้าหนี้เงินกู้ ลูกหนี้ดีๆบางครั้งไม่เอาดอกเอาแต่ต้น

ผญ.สนธิฯ รู้และเข้าใจดีว่า ต้นทุนทำการเกษตรตัวหนึ่ง ตัวสำคัญ คือ ปุ๋ย ว่าแล้ว ผญ.สนธิฯ ตัดสินใจไปเรียนที่ RKK เรียนวิธีทำปุ๋ย ไบโออิ, ยูเรก้า, ไทเป, แคลเซียม โบรอน, น้ำหมักระเบิดเถิดเทิง สูตรตามชนิดพืช, เรียนแล้วกลับไป “หัดทำ-ฝึกทำ” สร้างประสบการณ์ตรง

ผญ.สนธิฯ เริ่มงานออกเงินกู้ใหม่ ใครกู้เงินแล้วซื้อปุ๋ย ผญ.ไปใช้ ไม่คิดดอกเบี้ย .... ลูกบ้านพอใจ ไม่เสียดอกเบี้ย ปุ๋ยราคาถูกมากๆ สูตรปุ๋ยมาจากผู้พันคิมในรายการวิทยุ เป็นการันตี

นารุ่นแรกได้ผลทันที แม้ผลผลิตที่ได้ไม่มากนักแต่ก็มากกว่าที่เคยทำแบบเก่า (แบบเก่า : ปุ๋ยเคมีไร่ละ 2 กส. ไม่เคยให้ทางใบ) แต่ต้นทุนค่าปุ๋ย ผญ.ต่ำกว่าปุ๋ยร้านค้ามาก ๆๆ ที่สำคัญ ได้เงินใช้หนี้โดยไม่ต้องจ่ายค่าดอก

นารุ่น 2 รุ่น 3 ผลผลิตที่ได้เพิ่มขึ้นจากรุ่นแรก ไม่ใช่แค่ตัวเองคนเดียว ลูกบ้านลูกหนี้คนอื่นๆก็เป็นเช่นนี้ ผลผลิตข้าวที่ได้เพิ่ม (ทั้งปริมาณและคุณภาพ), ต้นทุนลด (จ่ายน้อยลง 200%), อนาคตดี (โรงสีพอใจ สั่งซื้อล่วงหน้า)

ผญ.สนธิฯ แม้จะเสียรายได้จากดอกเบี้ยเงินกู้แต่ได้กำไรจากปุ๋ยแทน ได้มากกว่าด้วย ของแถม คือ ศรัทธา จากลูกบ้านลูกหนี้



28. ขนุนยกลูก ใครซื้อ :
สวนขนุน 20 ไร่ ที่บางละมุง เจ้าของภูมิใจที่เกษตรให้เป็นสวนตัวอย่าง การบริหารจัดการด้านการผลิตตามตำราที่เกษตร สอน/บอก แต่งานนี้มีแต่ ทุกครั้งที่เอาขนุนไปวางขายในตลาด

ลูกค้า : ขายยังไงคะ ?
คนขาย : กิโลละ 20 บาทครับ

ลูกค้า : ลูกนี้กี่กิโลคะ ?
คนขาย : 20 กิโล ครับ

ลูกค้า : โอ้โฮ 20 กิโล กินกี่วันถึงจะหมด ?
คนขาย : น้ำหนักทั้งลูก 20 กิโล แกะเนื้อแล้วจะเหลือ 10 กิโล ครับ

ลูกค้า : 10 กิโล ก็เถอะ กินกี่วันถึงจะหมด ?
คนขาย : กินไม่หมด ใส่ตู้เย็นก็ได้นี่ครับ

ลูกค้า : ขนุนแกะ ใส่ตู้เย็น ค้างคืนแล้วกินไม่อร่อย .... แบ่งขายไหม ขอซื้อที่แกะแล้วซักกิโลเดียวเท่านั้นแหละ
คนขาย : ขอโทษครับ ที่นี่ขายขนุนยกลูกครับ ไม่ได้แกะขาย

ลูกค้า : งั้นก็ไม่ซื้อ ซื้อไปก็กินไม่หมด

ปัญหาตลาดขนุน คือ ไม่มีใครซื้อแบบยกลูกไปกินที่บ้าน แม่ค้าแกะยวงขายปลีกก็รับวันละ 1-2 ลูกเท่านั้น งานนี้ ขนุน 20 ไร่ (รวมกี่ต้นไม่ได้นับ) ถูกโค่นทิ้งทั้งหมด แล้วเตรียมไม้ผลอย่างอื่นแทน
ปล.
ขนุนทั่วไปช่วงผลแก่เจอฝน เมล็ดมักงอกใน กลิ่น/รส ไม่ดี ยกเว้นขนุนพันธุ์ "ทองสุดใจ” ที่ผลแก่แล้วเจอฝนไม่เป็นปัญหา



29. ข้าว 9 เมล็ด ปลูกได้ 30 ไร่ :
"คุณบังอร" อยู่สุพรรณบุรี ได้ข้าวเปลือกไรซ์เบอร์รี่มาจากอาจารย์ที่ ม.เกษตรกำแพงแสน เจ้าของลิขสิทธิ์เมล็ดพันธุ์ จำนวนเพียง 9 เมล็ดเท่านั้น ด้วยความอยากได้ข้าวสายพันธุ์เป็นที่้สุด นำมาเพาะลงในแปลงที่เตรียมไว้ ประคบประหงมอย่างประณีตที่สุด ด้วยแนวทาง อินทรีน์นำ เคมีเสริม ตามความเหมาะสมของต้นข้าว

รุ่นแรกได้เมล็ดพันธุ์มาแล้วขายพันธุ์ต่อเป็นรุ่นที่ 2 จากรุ่นที่ 2 ขยายพันธุ์ต่อเป็นรุ่นที่ 3 คราวนี้ได้เนื้อที่ 30 ไร่ จนเต็มเนื้อที่นาที่มี ถึงวันนี้ทำมาแล้ว 4-5 รอบ

นอกจากนี้ ในเนื้อที่ 30 ไร่ ยังได้จัดแปลงส่วนหนึ่งสำหรับทำเมล็ดพันธุ์โดยเฉพาะด้วยเทคนิคการบำรุง การแยกข้าวปน ทุกขั้นตอนต้องอดทนอย่างที่สุด ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยากหากต้องการทำ .....

วันนี้ คุณบังอรฯ ประสบความสำเร็จอย่างมีคุณธรรม ใครๆขายข้าวปลูกไรซ์เบอร์รี่ ถังละ 1,500-1,700 แต่คุณบังอรฯ ขายถังละ 500 ก็ได้ข้าวเกวียนละ 50,000 แล้ว สบายๆๆ

ไรซ์เบอร์รี่ ล้มตอซัง ประหยัดต้นทุน :
- ทำนาแบบ อินทรีย์นำ เคมีเสริม ตามความเหมาะสมของนาข้าว ยิ่งใช้ปุ๋ยลุงคิม ประจำหลายๆรุ่น จะยิ่งใช้น้อยลง จำนวนครั้งฉีดทางใบน้อยลง ให้ทางดินก็ใส่น้อยลงด้วย อันนี้น่ะจะเป็นเพรา “ดินดีแบบสะสม” กับต้นสมบูรณ์ที่ได้จากดิน ให้ปุ๋ยทางใบน้อยครั้งลงต้นก็ยังงามได้ ออกรวงดี น้ำหนักดี สำคัญที่สุด คือ โรคแมลงไม่วอแววี้ดว้ายกระตู้วูเลย

- ไถกลบฟาง ย่ำเทือกประณีตกำจัดวัชพืชไปในตัว เลิกยาฆ่าหญ้าแต่ใช้วิธีถอนเพราะมีไม่มาก เลิกสารเคมีฆ่าแมลงแต่ใช้สารสมุนไพรแบบเดี่ยวๆ หรือแบบผสมปุ๋ยทางใบ ฉีดบ่อยๆ ฉีดล่วงหน้าก่อนศัตรูพืชมา ถือหลัก กันก่อนแก้ แย่แล้วแก้ไม่ทัน

- หลายๆรุ่นมานี้ เฉพาะต้นทุนค่าปุ๋ย ค่ายาฆ่าแมลง ลดสุดๆ ลดกว่าเดิมหลายเท่าตัวเห็นได้ชัด .... ไม่จ้างแรงงาน ทำเองสองคนผัวเมียเท่านั้น ลงแปลงเดินย่ำลงไปในนาทุกวัน .... ขยันจนน่ากลัว ขยันแล้วรวยใครจะไม่เอา ผิดกับบางคนที่ "ขี้เกียจ" อ้างโน่นอ้างนี่ ไม่มีเวลา ยุ่งยากเสียเวลา ทำไม่เป็น ไม่มีความรู้ ไม่มีใครมาส่งเสริม แบบนี้ก็จง"จน+หนี้" ต่อไปเถอะ

- รู้ดีว่า สายพันธุ์ข้าวไรซ์เบอร์รี่ยังไม่นิ่ง เพราะฉะนั้น ทุกรุ่นทุกรอบที่ปลูก จะแยกข้าวปนโดยการเดินลุยลงไปแล้ว “ถอนทิ้งทั้งกอ” ถอนทุกอย่าง วัชพืช ข้าวสีขาวที่ติดมากับรถเกี่ยว ไรซ์เบอร์รี่เมล็ดสีขาวอมเทา อย่าเสียดาย อย่างก

- รุ่นนี้ทำนาไรซ์เบอร์รี่แบบ “ย่ำตอซัง” ได้ผลชัดเจนมากๆ ประหยัด “ค่าไถ ค่ำย่ำเทือก ค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าดำ ค่าแรง ฯลฯ” ....

วิธีการ :
เกี่ยวข้าวเสร็จ เกลี่ยฟางให้เสมอกัน แล้วใช้ล้อย่ำตอทันที
บริเวณกลางแปลงล้อย่ำทำงานเรียบร้อยดี แต่ตอข้าวริมคันนาล้อย่ำทำงานไม่สะดวก ต้องใช้เครื่องตัดหญ้าช่วยตัดตอแทน ดูแล้วเรียบร้อยดีกว่าย่ำ

(..... คิด/วิเคราะห์/เปรียบเทียบ .... ใช้เครื่องตัดหญ้าแบบเส้นเอ็นดีกว่าวิธีใช้ใบมีดเหล็กหรือวิธีใช้ล้อย่ำ ทั้งนี้ ต้นข้าวจะขาดตอเสมอกันทั่วทั้งแปลง ส่งผลให้การแทงหน่อใหม่ดี....)

หลังย่ำตอ 5-7 วัน หน่อข้าวเริ่มแทงขึ้นมาจากพื้นดิน สำรวจได้ประมาณ 75-80% ทิ้งไว้อีก 3-5 วัน ส่วนที่เหลือเริ่มงอก รวมข้าวงอกมากกว่า 95 % ที่เหลือช่วยเขาโดยแซะข้าวกอข้างเคียงมาดำเสริ

(.... ก่อนย่ำตอไม่ใส่น้ำ ปล่อยให้หน้าดินแห้งเพื่อให้ตอแหลกสลายดี แม้ผิวดินจะแห้งแต่มีน้ำอยู่ไต้ผิวดิน อันเป็นผลพวงมาจากการไถกลบฟางซ้ำหลายๆรุ่น ฟางไต้ดินจึงทำหน้าที่เสมือนฟองน้ำเก็บน้ำไว้ให้ หล่อเลี้ยงตอข้าวยามรอแตกหน่อใหม่ได้....)

- เมื่อมั่นใจ ทั้งหน่อข้าวแตกใหม่ หน่อใหม่ที่ปลูกซ่อม ยืนต้นได้แล้ว สิริรวมระยะเวลาทั้งสิ้นกว่า 10-12 วัน ใครเห็นก็คิดว่า ตอข้าวขาดน้ำนานปานนี้น่าจะตายหมดแล้ว แต่ในความเป็นจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ นอกจากในดินมีฟองน้ำคอยอุ้มน้ำไว้ให้แล้ว ระบบรากที่สมบูรณ์แข็งแรง จากการบำรุงต้นข้าวส่งผลให้ตอข้าวยืนรอแตกหน่อใหม่ได้อย่างไม่สะทกสะท้าน จึงสูบน้ำเข้านา จากนั้นทุกอย่างทุกขั้นตอน ปฏิบัติเหมือนการทำนาปกติ

- ฟางในดินอุ้มน้ำไว้ในเนื้อดินได้นานนับเดือน เป็นน้ำระดับ "ชื้น" งานนี้นอกจากได้น้ำแล้วยังมีจุลินทรีย์ประจำถิ่น +จุลืนทรีย์ที่ใส่ลงไปอีกด้วย

- แปลงข้างๆ เห็นนาแปลงนี้มาตลอด ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ข้าวปลูกมา 9 เมล็ด, การเปลี่ยนจากข้าวสีขาวมาเป็นข้าวสีดำ, การปฏิบัติบำรุง, ทุกอย่างทุกขั้นตอนประจักษ์แจ้งเห็นกับตา จับกับมือ แม้กระทั่งรายได้แต่ละรุ่นก็รู้อยู่แก่ใจ ....

งานนี้นอกจาก ไม่ใส่ใจ-ไม่คิด-ไม่วิเคราะห์-ไม่เปรียบเทียบ กับนาตัวเอง กับนาแปลงอื่นๆ แล้ว ยังค่อนขอดนาๆว่า นาอินทรีย์ไปไม่รอด ข้าวสีดำโรงสีไม่รับซื้อ มาถึงรุ่นนี้ ไรซ์เบอร์รี่ล้มตอซัง ก็ยังค่อนขอดอีกว่า ต้นข้าวไม่ใช่ต้นกล้วยถึงจะเอาหน่อได้ กระทั่งหน่อข้าวขึ้นมาเต็มแปลง เห็นเต็มตาว่านั้นคือต้นข้าว ก็ยังไม่วายสงสัยอีกว่า มันมาได้ยังไง ?

กรอบแห่งความคิด :
คุณภาพเพิ่ม :

- ไม่อยู่ในเกณฑ์ถูกตัดราคา (ปลอม ปน ป่น ไข่ เรื้อ ลีบ)
- ปริมาณเท่ากันแต่ขายได้ราคาสูงกว่า
- ผลิตตามความต้องการของตลาด หรือผู้รับซื้อ (การตลาด นำการผลิต)
- แปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม (ขายส่ง ขายปลีก)
- ปรับ/เปลี่ยน วิธีการปฏิบัติเมื่อสภาพอากาศผิดปกติ เพื่อให้ได้ผลผลิต
- อินทรีย์นำ เคมีเสริม หรือ เคมีนำ อินทรีย์เสริม ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม
- ฯลฯ

ต้นทุนลด :
- เขียนรายการต้นทุนที่เป็นเงิน (เช่า ไถ ย่ำ พันธุ์ หว่าน/ดำ/หยอด ฉีด ปุ๋ย ยา ฯลฯ) ขึ้นมาก่อน ทุกรายการ
- เขียนรายการต้นทุนที่ไม่ได้ซื้อ (ที่ดิน เวลา แรงงานตัวเอง โอกาส ฯลฯ) ขึ้นมาก่อน ทุกรายการ
- ประมาณการตลาดล่วงหน้าราคาขายว่า ขายแล้วจะได้เท่าไหร่
- คิด/วิเคราะห์/เปรียบเทียบ ต้นทุนระหว่างทำเอง 100% กับ ทำเองครึ่งนึ่งซื้อครึ่งนึง
- ลงทุนแก้ปัญหาครั้งเดียว เพื่อป้องกันปัญหาระยะยาว
- ใช้ เทคโนโลยีวิชาการ ผสมผสาน เทคโนโลยีชาวบ้าน
- ฉลาดเลือก ฉลาดซื้อ ฉลาดใช้ ฉลาดวางแผน ฉลาดทำ เพื่อต้นทุนที่ต่ำกว่าแต่ประสิทธิภาพเหนือกว่า
- ใช้เครื่องทุ่นแรง เพื่อประสิทธิภาพประสิทธิผลของเนื้องาน
- ฯลฯ

อนาคตดี :
- ดิน น้ำ ดีขึ้นเรื่อยๆ
- ชื่อเสียง เคดิต
- รวมกลุ่มสร้างผลผลิตเพื่อผู้รับซื้อมั่นใจ
- เปิดตัวเปิดใจรับรู้ข้อมูลทางวิชาการ แล้วต่อยอดขยายผล สำหรับรุ่นหน้า รุ่นต่อๆไป
- ฯลฯ
**** ทฤษฎีนี้ นำไปใช้กับนาข้าวได้ทุกชนิด ทุกสายพันธุ์ ทุกประเทศ ****



30. นายให้ไปเรียนเสธ. :
ที่ บก. นปอ. (กองบัญชาการ หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก...ชั่วคราว) สี่แยกเกียกกาย กทม. ผอ.กพ. (ผู้อำนวยการฝ่ายกำลังพล) ยืนพิงประตูหน้าห้อง กร. (กิจการพลเรือน) พูดคุยตามประสาทหารกับนายสิบฝ่าย กร. เป็นการคุยเพื่อฆ่าเวลามากกว่าหวังผลอะไรซักอย่าง นานเกือบครึ่งชั่วโมง ผอ.กพ. มองไปมุมท้ายห้อง แล้วถามขึ้นลอยๆ

ผอ.กพ. : วีระ .... ไปเรียนเสธ.ไหม ?
ลุงคิม : (เสียงดังฟังชัด ทุกคนในห้องได้ยิน มองไปที่ ผอ.กพ.ก่อน แล้วมองมาที่ลุงคิม เงียบฟัง ไม่พูดอะไร....ลุงคิมตอบทันที) .... ไปครับ

ผอ.กพ. : (ทุกคนในห้องหันขวับไปมอง ผอ.กพ.) O.K. ผบ.ให้คุณวีระฯ ไปเรียนเสธ.รุ่นนี้นะ
ลุงคิม : (ยืนขึ้น ชิดเท้า โค้งทำความเคารพด้วยความเคยชินแล้วตอบ) ครับ....ขอบพระคุณครับ

ผอ.กพ. : แล้วผมจะออกหนังสือส่งตัวให้นะ
ลุงคิม : ครับ....ขอบพระคุณครับ

เหมือนเสร็จภารกิจ ผอ.กพ.หันหลังกลับทันที ไม่สนใจเสียงซุบซิบฮือฮาของลูกน้องในห้อง กร. จากนั้นไม่ถึง 10 นาที เสียงร่ำรือ
ผบ.ให้ผู้พันวีระ ไปเรียนเสธ....
ผบ.ให้ผู้พันวีระ ไปเรียนเสธ....
ผบ.ให้ผู้พันวีระ ไปเรียนเสธ ....

กระจายทั่วทั้ง บก.นปอ.

ตามระเบียบการส่งกำลังพลไปเรียน ร.ร.เสนาธิการทหารบก ของหน่วยฯ ช่วงนั้นมีคิวคนที่มีสิทธิ์ไปเรียนก่อนถึงลุงคิม 2 คน นั่นหมายความว่าต้องรอเวลาอีก 2 ปี ลุงคิมจึงจะมีสิทธิ์ไปเรียน

งานนี้คนเสียสิทธิ์ตามคิวโวยทันที : ..... เฮ้ยยยย เล่นเส้นแบบนี้ไม่ยุติธรรมนี่หว่า....
คำตอบจากลูกน้องใน กร. : ........... เส้นหรือไม่เล่นเส้น ไปถาม ผอ.กพ. เอาเอง...

นั่นแหละเสียงโวยจึงเปลี่ยนเป็นเสียงยอมรับผลงานลุงคิมในสายตา ผบ.นปอ.



31. ปัจจัยพื้นฐานการเกษตรด้านพืช :
ดิน น้ำ แสงแดด/อุณหภูมิ/ฤดูกาล สารอาหาร สายพันธุ์ โรค ...........
ตลาด ต้นทุน คุณภาพ ปริมาณ แปรรูป พันธะสัญญา อนาคต ..........
ปุ๋ย ยา เทคนิค เทคโนฯ โอกาส .........................................

หลักบริหาร 6 M
MAN. MONEY. MATERIAL. MATERIAL. MACHINE. MANGEMENT. MORALE.

ข้อมูล
5 W. (WHO WHAT WHEN WHERE WHY) 1 H. (HOW)



32. รู้ VS ไม่รู้ :
แบบ ภูมิปัญญาพื้นบ้าน-มาตรฐานโรงงาน-มีหลักวิชาการ รองรับ/ยืนยัน เกษตรอินทรีย์ๆ ๆๆ ไม่ใช้สารเคมีๆ ก็ให้น่าสงสัยว่า เมื่อไม่ใช้สารเคมีแล้วใช้สารอะไรกำจัดศัตรูพืช

ไม่มีพืชใดในโลกนี้ไม่มีศัตรูพืชประจำตระกูลเผ่าพันธุ์ วันนี้ยังไม่มีเพราะยังไม่มา

พืชกับศัตรูพืช เกิดคู่กันมาตั้งแต่กำเนิดโลก นับล้านปีแล้ว วันนี้ก็ยังอยู่
ไม่น่าเชื่อ เกษตรกรปลูกพืชเป็นอาชีพหลัก เห็นตัว หนอน/แมลง/โรค แต่ไม่รู้จักชื่อ
ไม่รู้วัฏจักรชีวิต เกิด-กิน-แก่-เจ็บ-ตาย-ขยายพันธุ์ ของมัน

สวมวิญญาณนักปราชญ์ สุ-จิ-ปุ-ลิ
“+” อ่าน-ดู-ทำ-ใช้-คิด- วิเคราะห์-เปรียบเทียบ-ฟันธง ....
“X” ทำใช้-ทำขาย-ทำแจก





.





แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 21/05/2019 7:47 am, แก้ไขทั้งหมด 3 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10355

ตอบตอบ: 20/05/2019 6:43 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.

33. ส่งเสริมสไตล์ไร่กล้อมแกล้ม :
* การเกษตรด้านพืชทุกแแบบต้องอยู่บนพื้นฐาน....เกษตรลดต้นทุน-อินทรีย์นำ-เคมีเสริม-ตามความเหมาะสมของพืชแต่ละชนิด-แต่ละปัจจัยพื้นฐาน-แต่ละวัตถุประสงค์

* ต้นทุนลด ทำเอง - ผลผลิตเพิ่ม ปริมาณ คุณภาพ - อนาคตดี เกรด เอ. จองล่วงหน้า
* แปลงภาษาวิชาการเป็นภาษาชาวบ้าน.... ภูมิปัญญาพื้นบ้าน มาตรฐานโรงงาน มีหลักวิชาการรองรับ
* ทำได้ ได้ทำ เพราะอะไร ต่อยอด/ขยายผล ยังไง ....ทำไม่ได้ ไม่ได้ทำ เพราะอะไร ปรับ/แก้ ยังไง

*ผลมาจากเหตุ เหตุทำให้เกิดผล ....... ทำถูกต้อง ได้ถูกต้อง - ทำผิด ได้ผิดผิด
* ปลูกพืชตามใจพืช ไม่ใช่ตามใจคน .... เลิก คิดเอง-ถามเอง-ตอบเอง
* ไม่เอาชนะธรรมชาติ แต่อยู่ร่วมกับธรรมชาติ แสวงประโยชน์จากธรรมชาติ
* ปลูกพืชขายผลผลิต 100 ปี ไม่รวย แต่าขายผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง ปีเดียว "รวย"

* เน้นเน้นเน้น H. (HOW TO) ..... ผ่านผ่าน W. (WHO WHAT WHEN WHERE WHY)

* ให้ปุ๋ยเคมี“ฟันธง” ....สูตรไหน-ทางใบ/ทางราก-กี่วันครั้ง-เสริม/เติม/เพิ่ม/บวก ด้วยอะไร ? เพราะอะไร ?
* ให้ปุ๋ยอินทรีย์ “ฟันธง” .... แห้ง/น้ำ-เสริม/เติม/เพิ่ม/บวก ด้วยอะไร ? เพราะอะไร ?
* ให้ยาสมุนไพร“ฟันธง” .... สูตรไหน ตัวไหน ควบคู่ ไอพีเอ็ม ด้วยอะไร ? เพราะอะไร ?
* ส่งเสริมแบบ “ฟันธง” เจาะลึก ปุ๋ย-ยา-เทคนิค-เทคโนฯ-โอกาส-ตลาด-ต้นทุน .... ยากที่สุด คือ "ตลาด"


* ที่นี่ที่ไหนๆ ไม่มีที่ดีที่สุด ทุกที่มีดีสำหรับตัวเขาเอง มิเช่นนั้นเขาคงอยู่ไม่ได้
เอา "ดี" ของเขามา ปรับ/ประยุกต์/เสริม/เติม/เพิ่ม/บวก/ต่อยอด/ขยายผล ให้ตรงกับของตัวเอง

* ยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป กะรวยคนเดียว/กะรวยกวาข้างบ้าน = จนคนเดียว จนกว่าข้างบ้าน .... กะรวยด้วยกัน = รวยทุกคน รวยทั้งหมู่บ้าน

* มีคนละนิดละหน่อย หันหน้าเข้าหากัน เอามารวมกัน = จะมีมากทุกคน
* กล้าขยัน กล้าคิด กล้าทำ .... คนกล้า = สำเร็จทุกราย
* พฤติกรรม ทัศนคติ ค่านิยม วัฒนธรรม ประเพณี .... แบบเดิม = ไปไม่รอด


34. มิติเกษตร :
มิติ 1 : มูลค่าที่ดินวันนี้ไร่ละแสน ตกทอดเป็นมรดกให้หลานไร่ละล้าน
มิติ 2 : ขายที่ดิน คือ ชีวิต/วงศ์ตระกูล/นามสกุล/ศักดิ์ศรี สูญสิ้นแล้วทุกสิ่งอย่าง
มิติ 3 : ขายที่ใช้หนี้แล้วเช่าที่ตัวเอง อนาคตไม่แน่เพราะเจ้าของคนใหม่จะเอาคืนเมื่อไหร่ไม่รู้
มิติ 4 : สังคมโลกวันนี้ หยุดอยู่กับที่ = ถอยหลัง เพราะคนอื่นก้าวไปข้างหน้า
มิติ 5 : ทำแบบเดิม ทำตามคนที่ล้มเหลว VS ทำแบบใหม่ ทำตามคนที่สำเร็จ

มิติ 6 : เปิดตัว เปิดใจ รับข้อมูล VS ไม่ทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว
มิติ 7 : ไม่รู้ไม่เป็น-ไม่เป็นไม่รู้....เกิดจากอะไร ? เกิดได้ยังไง ? แก้ไขได้ไหม ? แก้ไขยังไง ?
มิติ 8 : ไม่รวยแต่เป็นหนี้...เกิดจากอะไร ? เกิดได้ยังไง ? แก้ไขได้ไหม ? แก้ไขยังไง ?
มิติ 9 : กับดักรายได้ปานกลาง สร้างเองแล้วเข้าไปอยู่เอง
มิติ 10 : ตายแล้วเหลือกระดาษ 1 แผ่น ..... กระดาษแผ่นนั้น โฉนดที่ดิน หรือ สัญญาเงินกู้

มิติ 11 : เพื่อนที่ดีที่สุด คือ คนในกระจก
มิติ 12 : กะรวยด้วยกัน = รวยทุกคน
มิติ 13 : เอาความเก่งที่แต่ละคนมีมารวมกัน = เก่งมากทุกคน
มิติ 14 :

ทำตามคนที่ล้มเหลวจะล้มเหลวยิ่งกว่า เพราะอยากเอาชนะ ไม่ทำตามสมการปุ๋ย/ยา เขาใส่ปุ๋ย 1 เราต้องใส่ 2 เขาฉีดยา 1 เราต้องฉีด 2

ทำตามคนที่สำเร็จจะสำเร็จยิ่งกว่า เพราะเอาแนวเขามา ต่อยอด/ขยายผล ตามสมการปุ๋ย เขาใส่ปุ๋ย 1 เราใส่แค่ครึ่งเดียว แล้วใส่ตัวเสริมประสิทธิภาพปุ๋ยแทน

เขาฉีดยา เราไม่ฉีด แต่ใช้สารธรรมชาติแบบเข้มข้น บ่อยๆ สม่ำเสมอ ตามหลักสมการยา แทน ผลรับที่ได้ คือ ผลผลิตเพิ่ม ต้นทุนลด อนาคตดี


35. แพ้/ชนะ ที่โอกาส :
การเกษตรไทยวันนี้ รัฐบาลช่วย + ตัวเองช่วย = ได้ 2 เด้ง
* รัฐบาลช่วย ให้เงิน * ก.เกษตรช่วย ให้ความรู้
แต่เกษตรกรรับเงินอย่างเดียว าความรู้

ความรู้มาจากใจ เริ่มจาก
สุ. จ. ปุ. ลิ. .... อ่าน. ดู. ทำ. ใช้. .... คิด. วิเคราะห์. เปรียบเทียบ. ต่อยอด. ขยายผล. ฟันธง.


รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม .... รู้อะไรรู้กระจ่างแต่อย่างเดียว แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล
รู้แล้วติดตัวไปตลอดชีวิต ทำเองได้ ถ่ายทอดให้ลูกหลานได้ สอนคนอื่นได้....ความรู้คือศักดิ์ศรี

** ความรู้มาจากการเรียน เรียนในสถานศึกษา เรียนด้วยตัวเองที่บ้าน เรียนในแปลง
** เกษตรเรียนในสถานศึกษา เรียนเรื่องเดียวจากครูสอนคนเดียว จากหนังสือเล่มเดียว ได้รู้แค่นั้น

** เรียนด้วยตัวเองที่บ้าน เรียนเรื่องเดียวกัน จากหนังสือหลายเล่ม ได้รู้มากกว่า
** ความเก่งที่พระเจ้าประทานให้ทุกคนมีเท่าๆกัน แต่ “แพ้/ชนะ” กันที่โอกาส

IQ คือ ฉลาดเฉลียว จากสายเลือด มีใน DNA
EQ คือ มนุษย์สัมพันธ์ จากความมีน้ำใจอัจฉริยะ

อัจฉริยะ คือ ความคิดริเริ่ม ความเฉลียว
อัจฉริยะสร้างเองได้ มาจาก “แรงบันดาลใจ 99% + ความขยัน 1%” นั่นคือ ใครๆ ก็อัจฉริยะได้

EQนำ + IQเสริม ประสบความสำเร็จมากกว่า IQนำ + EQเสริม

“อัจฉริยะ - IQ - EQ” .... เกิดใน “ใจ” มาจาก[[/i] “ใจ”[/i]
พรสวรรค์ 1 พรแสวง 99 ..... เฮง 1 เก่ง 99 [/i]

IQ-EQ ..... พรสวรรค์-พรแสวง .... เฮง-เก่ง ..... ไม่มีขาย



36. เกษตรกร สปปล. :
จากโทรศัพท์ : (085) 459-84xx
ลุงคิม : (สัญญานโทรศัพท์ดังขึ้น) ฮัลโหลคร้าบบบบ.....
ซมซื่น : ลุงคิมซำบายดีเหรอครับ ?

ลุงคิม : ไม่เคยลำบากว่ะ
ซมซื่น : (หัวเราะ) เหมือนเดิมเลยครับ

ลุงคิม :(สำเนียงพูดค่อนไปทางอิสาน แต่ไม่ใช่) นั่นใครพูดวะน่ะ
ซมซื่น : ผมท้าวซมซื่นครับ ลุงคิมจำผมได้ไหม ผมเคยโทรมาคุยกับลุงคิมหลายครั้งแล้ว

ลุงคิม : (ท้าวซมซื่น บ.ปากมี่ เมืองสาระคาม แขวงเวียงจันทน์ ตรงข้าม อ.เชียงคาน จ.เลย)ซมซื่น เป็นคนลาวนี่หว่า นี่โทรมาจากประเทศลาวเลย แม่นบ่อ ?
ซมซื่น : แม่นครับ บ้านปากมี่ เมืองสาระคาม แขวงเวียงจันทน์ จำได้หรือยังครับ ?

ลุงคิม : (ลาวคนนี้พูดไทยได้ชัดเจนมาก ทั่งสำเนียง คำศัพท์.... ภาษาลาวไม่มี ช.ช้าง ต้องใช้ ซ.โซ่ แทน เพราะฉนั้น ซมซื่น ในภาษาไทยก็คือ ชมชื่น นั่นเอง)....เออ จำได้แล้ว ดีใจหลายว่ะซมซื่น เป็นไง ประเทศลาว น้ำท่วม ฝนแล้ง ซำ (เหมือน) ประเทศไทยบ่อ ?
ซมซื่น : ซำกันแหละครับ บางบ่อนท่วม บางบ่อนแล้ง แผ่นดินมันติดกันนี่ครับ

ลุงคิม : ประมาณนั้นว่ะ ซมซื่น.....วันนี้โทรมามีอะไรเล่าสู่กันฟังไหม ?
ซมซื่น : มีครับ มะขามหวานผมเป็นเชื้อราตามใบ ตามกิ่ง ผมใช้สมุนไพรเผ็ดจัดฉีด ผมทำตามที่ลุงคิมบอกในวิทยุนั่นแหละครับ ใช้ได้ผลมากเลย ไม่มีราเหลืออยู่เลย

ลุงคิม : งั้นเหรอ....เดี๋ยว เดี๋ยว เดี่ยว อย่าฟ่าว (รีบร้อน) ฟังรายการวิทยุลุงคิมที่ประเทศลาวเลยใช่ไหม
ซมซื่น : ใช่ครับ

ลุงคิม : เอาวะ ดีนี่หว่า แล้วมีคนอื่นฟังบ้างไหม ?
ซมซื่น : มีครับ แต่ผมฟังทุกวัน เช้าแลง (ค่ำ) เลยครับ

ลุงคิม : โอ.เค. เชื้อราเป็นที่ใบ ที่กิ่ง แล้วที่ฝัก คือเนื้อในมันล่ะ เป็นด้วยหรือเปล่า ?
ซมซื่น : เป็นบ้างครับ แต่ไม่มากครับ

ลุงคิม : เอาละ เชื้อราในฝักไม่มียาอะไรฉีดเข้าไปในเนื้อมันได้ อันนี้เราต้องป้องกันไม่ให้เชื้อราจากข้างนอกเข้าไปข้างในเท่านั้น
ซมซื่น : ทำยังไงครับ ?

ลุงคิม : ให้ถึง แคลเซียม โบรอน.หน่อย ให้บ่อยๆน่ะ แคลเซียม โบรอน.จะไปทำให้ผนังเซลล์ของเปลือกแน่น เชื้อราเข้าไม่ได้เอง
ซมซื่น : โอ ดีจัง เดี๋ยวผมต้องให้บ้างแล้วหละ ..... ลุงคิมครับ มะขามหวานผมเริ่มเปรี้ยวแล้ว ทำยังไงครับ ?

ลุงคิม : อันนี้ไม่ยาก มะขามหวานต้องใช้ปุ๋ยตัวท้ายมากๆ เพื่อเร่งหวาน เพราะฉนั้น ตั้งแต่เป็นฝักให้ใส่ปุ๋ยทางดินสูตร 8-24-24 ไปเลย ใส่ซักต้นละ 2-3 กำมือต่อต้นต่อเดือน ใส่ขี้ไก่ ขี้ค้างคาวเสริมนิดหน่อยก็ดี ซมซื่น : ครับลุง ใส่ 8-24-24 แล้วฝักมันจะโตได้ไหมครับ ?

ลุงคิม : เราก็ให้ทางใบซี่ 21-7-14 สลับกับแม็กเนเซียม-สังกะสี แล้วก็แคลเซียม โบรอน. นั่นแหละให้ไปเถอะ ให้ได้ซักสูตรละครั้งต่อเดือนก็พอ
ซมซื่น : ครับลุง

ลุงคิม : เฮ่ย ซมซื่น ที่บอกนี่จื่อ (จำ) ได้เหรอ ?
ซมซื่น : ได้ครับลุง ผมจดไว้แล้ว

ลุงคิม : เก่งนี่หว่า....
ซมซื่น : ลุงครับ ผมอ่านหนังสือลุงทุกวันเลย

ลุงคิม : หนังสืออะไร เอามาจากไหน อ่านภาษาไทยนะ ?
ซมซื่น : ครับ หนังสือเกษตรใหม่ ไม้ผลแนวหน้า สูตรฟันธง ญาติผลทำงานอยู่กรุงเทพ เขาซื้อมาฝากครับ

ลุงคิม : นั่นมันหนังสือเก่ามากแล้วนะ
ซมซื่น : ไม่เก่าครับ เรื่องข้างในยังทันสมัยอยู่เลย ผมลองทำลองใช้แล้ว ได้ผลดีมากเลยครับ

ลุงคิม : เอางั้นนะ ไงๆดูแลคนข้างบ้านด้วยนะ
ซมซื่น : ดูครับ ผมทำแล้วแบ่งให้เขาเอาไปใช้ สมุนไพรกำจัดเชื้อราใช้กับผักดีมากเลย เขายอมรับกันทุกคนเลยครับ

ลุงคิม :อืมมม ทำกำจัดเชื้อราแล้ว ทำกำจัดหนอนแมลงด้วยซิวะ
ซมซื่น : สมุนไพรขมใช่ไหมลุง ?

ลุงคิม : นั่นแหละ เป๊ะเลย ในเมืองไทยหลายคนใช้แล้วได้ผลดีว่ะ
ซมซื่น : ผมจะลองครับ ประเทศลาวมีสมุนไพรขมๆ เยอะเลย

ลุงคิม : ดี ไม่ลองไม่รู้ ว่ามั้ย
ซมซื่น : ใช่ครับ....วันนี้ขอแค่นี้ก่อนนะครับ แล้วผมจะโทรมาใหม่



.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 21/05/2019 6:00 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10355

ตอบตอบ: 21/05/2019 5:59 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.


37. ปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่ใช่มีให้กลุ้ม :
สมช. ผ-ม. : ( 2 คน สามีภรรยา) ผู้พันครับ ผมมาจากปทุมธานี ฟังรายการวิทยุผู้พันมานาน ตอนนี้ทำนา 20 ไร่ ปีนี้น้ำท่วม เกี่ยวแล้วได้ข้าวแค่ 12 เกวียน คิดว่าปีหน้าคงไม่มีปัญหาเรื่องน้ำอีก เมื่อก่อนเคยได้ 20-22 เกวียน ได้ข้าวขนาดนี้แต่ราคาไม่ได้ดีขึ้น แถมถูกลงๆ ซะอีก แบบนี้คงต้องพึ่งผู้พันแล้วแหละครับ....

ระหว่างฟังโจทย์ก็คิดไป คิดหาคำตอบให้ว่าปัญหาจริงๆ อยู่ตรงไหน
เก่งแค่คิด คิดในใจ พูดไม่ได้ กลัวโดนชก :

- ชาวประมงพื้นบ้านที่ปัตตานี บอกจับปลาได้ปีละ 220 วันไม่พอกิน ขอจับตลอดปี.... ไม่ได้คิดเลยว่า ที่เขาให้จับแค่นั้นเพื่อให้ปลามีเวลาโต มีโอกาสขยายพันธุ์ จะได้มีปลาให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้จับกันบ้าง .... จับปลาทะเล จับปลาทะเล ทำไม่คิดเลี้ยงปลาในทะเล
* ในทะเลสาบสงขลาเขาเลี้ยงปลากะพงเต็มไปหมด.....
* ในทะเลภูเก็ตเขาเลี้ยงหอยมุกเต็มไปหมด....
* ในทะเลสมุทรสาคร สมุทรสงคราม เขาเลี้ยงหอยแมลงภู่ หอยแครง เต็มไปหมด....
* ในมหาสมุทรแปซิฟิกเขาเลี้ยงปลาทูน่าในตาข่ายขนาด 2-3 ตร.กม. หลาย 10 ตาข่าย จับปลาทูน่านับ 1,000 ตัว ส่งขายที่ญี่ปุ่นตัวละ 100,000 ยูเอส ดอลลาร์...

- ชาวสวนยางพารา ชาวสวนปาล์มน้ำมัน เกษตรเชิงเดี่ยว แบ่งที่ปลูกยางพารา ปาล์มน้ำมัน แค่ 3-4-5 ไร่ มาปลูกพืชอย่างอื่นเสริม ทำเกษตรผสมผสาน ทำรายได้มากกว่ายางพารา ปาล์มน้ำมันทั้งสวน ก็มีให้เห็น แถวๆบ้านตัวเองนั่นแหละ

- ปลูกผักอายุนานบนคันนา ปรับคันนากว้าง 3 ม., ตะไคร้ ข่า พริกขี้หนูหอม มะเขือพวง รายได้มากกว่าข้าวบนเนื้อที่ไร่ต่อไร

- ตัวอย่างชาวนาที่พิจิตร ขายที่มรดกฝ่ายผัวไม่พอใช้หนี้ ผัววางแผนจะขายที่ดินมรดกฝ่ายเมียอีก ฝ่ายเมียกับลูกชายไม่ยอม ว่าแล้วเมียกับลูกชายปลูกผักสวนครัวบนคันนา เอาผักไปขายที่ตลาดนัดจร ท่ามกลางเสียคัดค้านเยาะเย้ยจากฝ่ายผัว เมียกับลูกชายไม่สนใจ เอาผักไปขาย ขาย ขาย แค่ปี 2ปี ได้เงินจากขายผักให้ผัวเอาใช้หนี้จนหมดแล้ว งานนี้ฝ่ายผัวเงียบกริบกริ๊บ

- ตัวอย่างชาวนาริมถนนสายมอเตอร์เวย์ ปลูกตะไคร้ ข่า บนคันนา เก็บผลผลิตขายปีได้ละ 3-4 รอบ บางปีบางช่วงเจอแจ๊คพ็อต ข่าอ่อน กก.ละ 80 บาท ปีนั้นเลยรวย สรุปงานนี้ ตะไคร้ ข่า รวยกว่าข้าวก็แล้วกัน

- นาข้าวสลับถั่วไร่ ในรอบปีทำนาข้าว 2 รอบ ปลูกพืชไร่ 1 รอบ (ถั่วเขียว/เหลือง/แดง/ดำ/ขาว/งา/ทานตะวัน .... งา ราคาแพงกว่าถั่ว)

ปลูกข้าวให้ได้เงินดีต้อง ขายข้าวปลูก, ขายข้าวตามสัญญาคนรับซื้อ, ปลูกข้าวสีเป็นข้าวพร้อมหุง (ข้าวฮาง กก.ละร้อย 1 เกวียน 1 ล้าน) สุดยอดข้าว คือ น้ำมันรำ/จมูกข้าว แค็ปซูล

- ปลูกเผือกริมคันนา นาข้าวริมถนนบรมราชชนนี ปลูกเผือกน้ำอยู่กับนาข้าว ริมคันนา บำรุงเผือกทางใบเพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนต้นข้าว ปุ๋ยบำรุงเผือก ใบโออิ 5-10-40 ยืนพื้น ได้แค่ไหนเอาแค่นั้น เชื่อเถอะ ดีกว่าบำรุงเผือกด้วย 8-24-24 อายุ 4 เดือนเก็บ ได้หัวละ 4 ขีด....เสียเวลา

- ทำนาข้าว ขายข้าวขาดทุน โทษโรงสีให้ราคาต่ำ แต่ไม่เคยดูเลยว่าต้นทุนสูงเพราะอะไร ? ค่าอะไร ? เช่น ค่าปุ๋ย, ค่ายา, ค่าดินเสื่อม, ค่าเมล็ดพันธุ์, ค่าคุณภาพข้าว, ค่าโอกาส, ค่าแรง, ค่าเวลา, ค่าพื้นที่, ฯลฯ

- นายกสมาคมฯ เสนอแนะให้ข้าวเปลือก ตันละ 15,000 ชาวนาจึงจะอยู่ได้ เพราะต้นทุนนาข้าวตกไร่ละ 8,000 เกมส์นี้คิดดู เดิมโรงสีรับซื้อข้าวเปลือกตันละ 8,000 แล้วสีเป็นข้าวสารพร้อมหุงตก กก.ละ 30 คนกินพออยู่ได้ แต่ถ้าโรงสีลงทุนจ่ายค่าข้าวเปลือกตันละ 15,000 แล้วสีเป็นข้าวสารพร้อมหุงจะมิตก กก.ละ 100 หรอกรึ ฉะนี้จะเดือดร้อนกันทั่วประเทศไหม ? ทั้งๆที่ ในความเป็นจริง ต้นทุนนาข้าวตกไร่ละ 3,000 เท่านั้น คิดดู ....

-อาจารย์เศรษฐศาสตร์จุฬาฯ : ทำนาข้าวรายได้ดีที่สุดเพราะเศรษฐศาสตร์การลงต่ำสุด แต่รายได้สูงสุด เมื่อเทียบกับพืชชนิดอื่นๆ .... ทำนาข้าวมิใช่เพียงขายข้าวให้โรงสีเท่านั้น แต่ต้องมองไปที่ “แปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม” มีหลักการตลาดอย่างเหมาะสม


38. เกษตรอินทรีย์ช้า : :
คำว่า “ช้า” หมายถึง อายุเก็บเกี่ยวนานขึ้น เช่น ผักอายุเก็บเกี่ยว 30 วัน เก็บเกี่ยวได้เมื่อ 40 วัน ไม้ผลอายุเก็บเกี่ยว 120 วัน เก็บเกี่ยวได้เมื่อ 150 วัน เหตุการณ์กรณีนี้จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อ ปัจจัยพื้นฐาน ดิน-น้ำ-แสงแดด/อุณหภูมิ/ฤดูกาล-สารอาหาร-สายพันธุ์-โรค ปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งไม่ถูกต้องไม่เหมาะสมต่อพืชอย่างร้ายแรง

ปัจจัยพัฒนาการของพืช บนพื้นฐานสมการปุ๋ย (อินทรีย์-เคมี .... ชีวะ-สังเคราะห์) หากมีหลักการ “บริหาร/จัดการ” อย่างถูกต้อง เหมาะสม สม่ำเสมอ เชื่อได้ว่า นอกจากอัตราพัฒนาการ (โต) จะเร็วขึ้น เร็วกว่าตามธรรมชาติแล้ว ยังได้ “คุณภาพ ปริมาณ” เพิ่มขึ้นตามมาอีกด้วย

สารอาหารอินทรีย์ แท้จริงก็คือ สารอาหารสำหรับพืชแต่อยู่ในสถานะอินทรีย์ ซึ่งประสิทธิภาพประสิทธิผลจะบังเกิดต่อพืชได้สมบูรณ์แบบก็ต่อเมื่อ พืชนั้นมีความสมบูรณ์รองรับ ความสมบูรณ์มาจากปัจจัยพื้นฐาน เหมาะสม/ถูกต้อง เป็นต้นทุนรองรับ



39. THAILAND ประเทศเกษตร 1 :
การศึกษาสาขาเกษตรระดับ มัธยม อุดมศึกษา ปริญญาตรีโทเอก ไม่มีหลักสูตรการ “ทำ” ปุ๋ย
ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยเคมี ชนิด/ประเภท-ทางใบ/ทางราก ฯลฯ (ภาคปฏิบัติ-พิศดาร) ทั้งๆ ที่จำเป็นต้องใช้

นอกจากไม่มีหลักสูตรสอนแล้วยังไม่แนะให้ไปหาแหล่งเรียนรู้ด้วยตัวเองอีกด้วย นร.-นศ. จบไปแล้ว ไม่คิด/คิดไม่เป็น ไม่คิดที่จะทำเอง คิดแต่ซื้อ ที่ซื้อก็ซื้อตามโฆษณา

คนทำปุ๋ยขายทุกวันนี้ ทำได้ทำเป็นเพราะ “ประสบการณ์ตรง” ของตัวเอง

ห้ามใช้สารเคมีกำจัดวัดพืช ......... แล้ว ใช้/ทำ อะไรแทน
ห้ามใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ....... แล้ว ใช้/ทำ อะไรแทน
ห้ามใช้ปุ๋ยเคมี ...................... แล้ว ใช้/ทำ อะไรแทน



40. THAILAND ประเทศเกษตร 2 :
วิชาการเกษตร :
วิชา ได้จาก อาจารย์ ............. ประสบการณ์ ได้จาก เกษตรกร
ความรู้ ได้จาก อาจารย์ .......... ความคิด ได้จาก เกษตรกร
หลักสูตรการเกษตรของไทย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” (ประสบการณ์) โดย.....

ในหลักสูตร“มีเวลา” สำหรับประสบการณ์ โดนเชิญเกษตรกรที่ สำเร็จ/ล้มเหลว มาเล่าประสบการณ์ตรงให้ นักเรียน/น.ศ. ฟังในหรือนอกเวลาเรียน แล้ว คิด/วิเคราะห์ ทุกมิติ

ในหลักสูตร “มีเวลา” สำหรับประสบการณ์ โดยให้ นักเรียน/น.ศ. ลงพื้นที่จริงของเกษตรกร แล้ว คิด/วิเคราะห์...ปัญหา/การแก้ปัญหา ในแต่ละแปลงเกษตรอย่างมีหลักการและเหตุผล

ในหลักสูตร“มีเวลา” สำหรับประสบการณ์ โดยให้ นักเรียน/น.ศ. สำรวจแปลงเกษตรของ พ่อแม่ญาติพี่น้อง ตัวเอง แล้ว คิด/วิเคราะห์...ปัญหา/การแก้ปัญหา ในแต่ละแปลงเกษตรอย่างมีหลักการและเหตุผล

ในหลักสูตร“มีเวลา” สำหรับประสบการณ์ โดยให้ นักเรียน/น.ศ. ศึกษาระบบการเกษตรของต่างประเทศแล้ว คิด/วิเคราะห์/เปรียบเทียบ กับระบบการเกษตรของไทยอย่างมีหลักการและเหตุผล

ในหลักสูตร“มีเวลา” สำหรับประสบการณ์ โดยให้ นักเรียน/น.ศ. ทำโครงการเกษตรของตัวเองที่บ้านของตัวเอง เพื่อให้พ่อแม่พี่น้องเพื่อนบ้าน รู้และใช้เป็นแนวทาง


41. เรียน = รู้....ไม่เรียน = รู้ :
คนเรียนสูง แต่ไม่ได้เรียนสาขาเกษตร จึงไม่มีความรู้เรื่องเกษตร .... เป็นธรรมดา
คนเรียนน้อย แถมไม่ได้เรียนเกษตรด้วย จึงไม่มีความรู้เรื่องเกษตร....เป็นธรรมดา เหมือนกัน

ทั้งคนที่เรียนสูง คนที่เรียนน้อย ไม่ได้เรียนสาขาเกษตรเหมือนๆกัน จึงไม่มีความรู้เรื่องเกษตร
ครั้นอ่านหนังสือเกษตร อ่านๆๆ เรียนรู้ด้วยตัวเองก็มีความรู้เรื่องเกษตรได้ เป็นธรรมดา อีกนั่นแหละ

ฟัง คิด ถาม เขียน ....... อ่าน ดู ทำ ใช้ คิด วิเคราะห์ เปรียบเทียบ
รัฐบาลช่วย ให้เงิน ....... ก.เกษตรช่วย ให้ความรู้

แต่เกษตรกรรับเงินอย่างเดียว ไม่รับสิ่งที่เรียกว่าความรู้
ที่จริง รัฐบาลช่วย + ช่วยตัวเอง = 2 เด้ง ยกกำลังสอง

รัฐบาลช่วย ให้ราคาสินค้าเกษตรจากฟาร์มแพงๆ พ่อค้าคนกลางรับซื้อมาราคาแพงๆ ก็ต้องขายแพงๆ แบบนี้ คนกิน/ผู้บริโภค ก็ต้องซื้อแพงด้วยน่ะซี ว่ามั้ย

ขายแล้วได้กำไรน้อย อ้างว่าต้นทุนสูงแต่ไม่เคยมีใครถามเลยว่า"ต้นทุนค่าอะไร ? ลดได้ไหม ?"
ทำไมรัฐบาลไม่ “ส่งเสริม/ให้ความรู้” แก่เกษตรกรในการ “บริหาร/จัดการ” ต้นทุนการผลิต ทำยังไงให้ ผลผลิตเพิ่ม-ต้นทุนลด-อนาคตดี

นักส่งเสริมการเกษตร “บอก/พูด” แต่ ปัญหา 5 W. ไม่ “พูด/บอก” ถึงสาเหตุ วิธีการแก้ไข
นักส่งเสริมการเกษตร วันนี้ทำงานแบบ “เชิงรับ” (PASSIVE) รอให้ปัญหา เกิด/เข้ามาหา มากกว่า“เชิงรุก” (ACTIVE) เข้าหาปัญหาก่อนปัญหาเกิด หรือ ป้องกันก่อนแก้ไข

นักส่งเสริมการเกษตร อินทรีย์ ออร์แกนิค ฯลฯ แนะนำการใช้สารเคมีสารพัดอย่างถูกวิธี แต่ไม่แนะนำ ไอพีเอ็ม.
นักส่งเสริมการเกษตร “แนะนำ/สอน/บอก” เกษตรกรให้เรียกร้องความช่วยเหลือจากรัฐบาล แต่ไม่“บอก/สอน/นำ” ให้ช่วยตัวเอง



42. นา-ข้าว vs ข้าว-นา :




...... มีอีกกกกก .....





.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©