-
++kasetloongkim.com++ Forums-viewtopic-ถาม-ตอบ ปัญหาทางวิทยุ 5 N0V.... *สารสมุนไพร (13)
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - ถาม-ตอบ ปัญหาทางวิทยุ 5 N0V.... *สารสมุนไพร (13)
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ถาม-ตอบ ปัญหาทางวิทยุ 5 N0V.... *สารสมุนไพร (13)

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10410

ตอบตอบ: 05/11/2019 6:37 am    ชื่อกระทู้: ถาม-ตอบ ปัญหาทางวิทยุ 5 N0V.... *สารสมุนไพร (13) ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรทางรายการวิทยุ 5 N0V
AM 594 เวลา 08.15-09.00 (จันทร์-ศุกร์)
********************************************************************

สวัสดีครับ ท่านผู้ฟังที่เคารพ
กองทัพบกเพื่อประชาชน เสนอรายการสีสันชีวิตไทย วิทยุเพื่อการเกษตร และอาชีพเสริม

ผลิตรายการโดย :
กองกิจการพลเรือน หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก

จุดยืนรายการ :
* เกษตรแบบ อินทรีย์นำ - เคมีเสริม - ตามความเหมาะสม
* หัวใจเกษตร ปุ๋ย - ยา - เทคนิค - เทคโนฯ - โอกาส - ตลาด - ต้นทุน
* ปัจจัยพื้นฐาน ดิน - น้ำ - แสงแดด/อุณหภูมิ/ฤดูกาล - สารอาหาร - สายพันธุ์ - โรค
* พร้อมทำเองสอนวิธีทำ พร้อมซื้อสอนวิธีซื้อ

สนับสนุนรายการโดย :
*บ.นิมุติ เอ็นจิเนียริ่ง เครื่องย่อยเศษพืช .... (02) 322-9175-6
http://www.nimut.com/

* ยิบซั่มธรรมชาติ ---- เฟอร์มิกซ์, ธันเดอร์แมกซ์, .... ธาตุรอง/ธาตุเสริม มัลติแชมป์ .... (089) 144-1112
http://www.bkgmax.com/kaset/product.html


กระผม พันโทวีระ ใจหนักแน่น (คิม ซา กัสส์) เป็นผู้ดำเนินรายการ

เช่นเคย รายการเรา 1188 ฝากข้อความ-ฝากคำถาม-ฝากข่าว ที่ (081) 913-4986 โทรศัพท์เข้ารายการคุยกันสดๆ ออกอากาศ สร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน (02) 888-0881 และอินเตอร์เน็ต เกษตรลุงคิมดอทคอม เว้บนี้ ถาม 1 บรรทัด ตอบ 1 หน้า ถนัดช่องทางไหนเลือกช่องทางนั้นตามอัธยาศัย นักรบไม่ว่ากัน THANK YOU ....

----------------------------------------------------------------------------------


งานสัญจร....
เสาร์แรกของเดือน ไปที่วัดพยัคฆาราม (วัดเสือ) ศรีประจันต์ สุพรรณบุรี ,
เสาร์ที่ 2 ของเดือน ไปที่วัดอัมพวัน (หลวงพ่อโหน่ง) สองพี่น้อง สุพรรณบุรี,
เสาร์ที่ 3 ของเดือน ไปที่วัดท่าตำหนัก ถ.เพชรเกษม (ขาล่อง) ก่อนถึงแยกนครชัยศรี นครปฐม,
เสาร์ที่ 4 ของเดือน ไปที่วัดส้มเกลี้ยง ใกล้โรงกรองประปามหาสวัสดิ์ ถ.วงแหวนตะวันตก กาญจนาภิเษก



เก็บตกงานสัญจร วัดพยัคฆาราม (วัดเสือ) ศรีประจันต์ สุพรรณบุรี :

FACE TO FACE MOUTH TO MOUT :

สมช. 10 : หั่นหัวกลอย ยางถูก มือ-แขน-ตัว เป็นผื่นคันทั้งตัว แก้ยังไง.... คำตอบ : วิธีแก้ ไม่รู้ รู้แต่วิธีป้องกัน สวมถุงพลาสติก ทั้งมือจับหัวกลอย มือที่จับมีดหั่น หั่นค่อยๆระวังยางกระเด็นได้ชิ้นกลอยหั่นแล้วก็ต้องระวังไม่ให้โดนตัวอีก.... นอกจากกลอยแล้ว ตัวเลือกอื่นมีไหม หางไหล หนอนตายหยาก สะเดา มันแกว ซาก พวกนี้ฆ่าหนอนโดยเฉพาะทั้งนั้น .... วิธีทำก็สำคัญ ทำแบบไหน วิธีไหน ถึงจะได้ตัวยาสารออกฤทธิ์แรงๆ วิธีใช้ก็สำคัญ “สมการยาสมุนไพร” ไง

สมช. 11 : อยากให้ทำสมุนไพรสูตรเฉพาะพร้อมใช้.... คำตอบ : ใจเย็น ที่ไม่ทำเพราะอยากให้ทำเอง สารพัดสูตรเลือกทำเอา ข้อมูลเรื่องสูตรก็อยู่ในเวบ ในหนังสือหัวใจเกษตรไท นี่แหละก็มีคนทำนะ ใช้ได้ผลด้วยซี...

สมช. 12 : ข่าว ทีวี. ที่นราธิวาส โรคราใบจุดแล้วร่วงยางพารา ไม่ใช่แอนแทร็คโนส แต่เป็นโรคตัวใหม่ มาจากอินโดเนเซีย มันมาได้ยังไง.... คำตอบ : นานแล้ว รายงานจากนาซา อเมริกา พบแบคทีเรียในเมฆ ทำให้สงสัยว่า สภาพแวดล้อมแบบขี้เมฆ แบคทีเรีย สิ่งมีชีวิตอยู่ได้ยังไง กระทั่งวันนี้มีรายงานว่า แบคทีเรีย สัตว์เซลล์เดียว ดำรงชีวิตอยู่ในอากาศได้ แม้ว่าระหว่างที่ยังอยู่ในอากาศนั้นจะไม่มีการขยายพันธุ์ ครั้นเมื่อแบคทีเรียชนิดนั้นเข้าถึงพื้นที่สภาพแวดล้อมเหมาะได้ก็จะเจริญเติบโตขยายเผ่าพันธุ์ได้เอง .... แบคทีเรียเชื้อโรคใบจุดในยางพาราก็อีหรอบเดียวกัน แบคทีเรียตัวนี้กำลังระบาดหนักอยู่ที่อินโดเนเซีย แล้วปลิวลมลอยมากับอากาศ ข้ามสิงค์โปร ข้ามมาเลเซีย มาถึงนราธิ วาส แล้วขยายเผ่าพันธุ์ได้ เป็นธรรมดา แบบนี้มันจะไปเชียงราย บึงกาฬ ได้ไหม ....

แบคทีเรีย รา ไวรัส เป็นสัตว์เซลล์เดียว มีวัฏจักร เกิด-กิน-แก่-เจ็บ-ตาย-ขยายพันธุ์ ....
การเอาชนะเชื้อโรค 2 ช่องทาง คือ ใช้สาร (อินทรีย์/เคมี) กับ บำรุงต้นสร้างความสมบูรณ์ เกิดเป็นภูมิต้านทานใจตัวเอง

บ่น :
ทีวี. หนอนในชะอม เกษตรกรใช้ หางไหล-หนอนตายหยาก-ซาก ทำสารสมุนไพร วิธีทำ หมักแช่ในน้ำ +กากน้ำตาล +จุลินทรีย์ พด.7 ไม่มีรายละเอียดอื่นๆ ก็ว่าไป .... วิธีใช้ ใส่ถังหิ้ว ใช้กระบวยตัดสาดไปที่ยอดสะเดา ใน ทีวี.โชว์ภาพตัวหนอนชะอม (ตัดต่อ) ตักสาดโชว์ครั้งเดียวแล้วเลิก.... ที่น่าสงสัยอย่างมากๆ ๆๆ ....

*** ทำไมไม่ใส่ถังเป้สะพายฉีดพ่น ฉีดพ่นให้ทั่วทั้งแปลง
*** ในแปลงชะอมมีสปริงเกอร์ ทำไม่ปล่อยไปกับน้ำสปริงเกอร์
*** ทำไมไม่จับศัตรูพืชอื่นๆ ประจำตระกูลชะอมมานำเสนอ
*** นี่ไหมที่บอกว่า มีแต่ W. ไม่มี H.


จาก : (099) 820-62xx
ข้อความ : เมื่อรู้ว่าสมุนไพรคนที่สารออกฤทธิ์แรง ทำไมไม่ทำสมุนไพรพืชสัตว์ให้แรงแบบสมุนไพรคน....
ตอบ : ถามคนที่ส่งเสริมการเกษตรด้านพืช การเกษตรด้านเลี้ยงสัตว์...

จาก : (084) 723-94xx
ข้อความ : ขอสูตรเพิ่มกลิ่นสมุนไพร....
ตอบ : ใส่กลิ่นสังเคราะห์ที่ใช้ในงานอะโรม่าสำหรับคน เท่าที่รู้ บ.ตงฮวด จัดจำหน่าย ...

จาก : (089) 628-01xx
ข้อความ : สะดำไทย 111 หายไปไหน....
ตอบ : ถามไปที่ บ.สะเดาไทย คุณชาตรี จำปาเงิน...

รอบรู้เรื่องโรค :
- เชื้อโรคพืชในดินเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติเมื่อสภาพแวดล้อม (ดิน-น้ำ) มีความเป็นกรดจัด หรือด่างจัด และเชื้อโรคในดินจะดำรงชีวิตอยู่ไม่ได้เลยหรือตายไปเองเมื่อสภาพแวดล้อม (ดิน-น้ำ) เป็นกลาง

- การใส่สารเคมีกำจัดเชื้อโรคลงไปในดิน เมื่อใส่ลงไปเชื้อโรคในดินก็ตายได้ในทันที ครั้นสารเคมีนั้นหมดฤทธิ์ เชื้อโรคชุดใหม่ก็จะเกิดขึ้นมาแทน "เกิดใหม่ใส่อีก-เกิดอีกก็ใส่ใหม่อีก" เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ เรียกว่า ใส่ทีก็ตายไปที ตายแล้วก็เกิดใหม่ขึ้นมาแทน สาเหตุที่เชื้อชุดใหม่เกิดขึ้นมาแทนได้ทุกครั้งก็เพราะ "ดินยังเป็นกรด หรือด่างจัด" อยู่นั่นเอง ในเมื่อสารเคมีที่ใส่ลงไปในดินส่วนใหญ่หรือเกือบทุกตัวมีสถานะเป็นกรด มีเพียงบางตัวหรือส่วนน้อยเท่าที่นั้นที่เป็นด่าง เมื่อใส่สารที่เป็นกรดลงไป จากดินที่เป็นกรดอยู่ก่อนแล้วจึงเท่ากับเพิ่มความเป็นกรดให้กับดินหนักขึ้นไปอีก หรือดินที่เคยเป็นด่างอยู่แล้ว เมื่อใส่สารที่เป็นด่างเพิ่มลงไป จึงกลายเป็นเพิ่มความเป็นด่างของดินให้หนักยิ่งขึ้น .... ปุ๋ยเคมีทางราก ทุกตัวทุกสูตรมีสถานะเป็นกรด การใส่ปุ๋ยเคมีลงไปมากๆ บ่อยๆ ย่อมเกิดการ “สะสม” อยู่ในเนื้อดินเนื่องจากพืชนำไปใช้ไม่หมด เมื่อดินเป็นกรดจึงเกิดเชื้อโรคในดินเป็นธรรมดา

- เชื้อโรคในดินเข้าสู่ลำต้นแล้ว ส่งผลให้เกิดอาการยางไหล เถาแตก ใบเหี่ยว ยอดกุด ต้นโทรม แคระแกร็น ดอกผลไม่สมบูรณ์

- เชื้อโรคที่เข้าทำลายส่วนต่างๆของพืชที่อยู่เหนือดินนั้น เป็นเชื้อโรคที่เกิดจากดินทั้งสิ้น จากเชื้อในดินเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะเจริญพัฒนาแตกตัวเป็นสปอร์ล่องลอยไปตามอากาศ เมื่อเกาะยึดส่วนของพืชได้ก็จะซึมแทรกเข้าสู่เนื้อพืชนั้น .... เชื้อบางตัวอาศัยอยู่กับหยดน้ำฝน (เรียกว่า ราน้ำฝน หรือแอนแทร็คโนส) หรือหยดน้ำค้าง (เรียกว่า ราน้ำค้าง) ซึ่งทั้งน้ำค้างและน้ำฝนต่างก็มีสถานะเป็นกรดอ่อนๆ เมื่อหยดน้ำฝนหรือหยาดน้ำค้างแห้ง เชื้อโรคเหล่านั้นก็จะซึมแทรกเข้าสู่ภายในสรีระของพืชต่อไป

- เชื้อโรคพืชมี 3 กลุ่มใหญ่ๆ ประกอบด้วย "รา - แบคทีเรีย - ไวรัส" เป็นหลัก
- ลักษณะหรืออาการพืชที่ถูก "เชื้อรา" ทำลาย บริเวณกลางแผลจะแห้ง ไม่มีกลิ่น ขอบแผลฉ่ำเล็ก น้อยแผลจะลุกลามขยายจากเดิมจนมีขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมกับเกิดแผลใหม่ทั้งบริเวณใกล้ เคียงและห่างออกไป .... เชื้อตัวนี้มักเกิดเองจากดินที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสม

- ลักษณะหรืออาการพืชที่ถูก "เชื้อแบคทีเรีย" เข้าทำลาย บริเวณกลางแผลจะเปียกฉ่ำเละ และมีกลิ่นเหม็น แผลจะลุกลามขยายจากแผลเดิมจนมีขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมกับเกิดแผลใหม่ทั้งบริเวณใกล้เคียงและห่างออกไป .... เชื้อตัวนี้มักเกิดเองจากดินที่สภาพแวดล้อมเหมาะสม

- ลักษณะหรืออาการพืชที่ถูก "เชื้อไวรัส" เข้าทำลาย บริเวณถูกทำลายจะลายด่าง ขาวซีดเป็นทางยาวตามความยาวของส่วนของพืช หรือไม่มีรูปทรงที่แน่นอน ขึ้นอยู่กับลักษณะของพืชส่วนที่เชื้อเข้าทำลาย .... เชื้อตัวนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากพันธุ์กรรม กับบางส่วนมีแมลงเป็นพาหะ

- เชื้อโรคพืชมักเข้าทำลายแล้วขยายเผ่าพันธุ์ตามส่วนของพืชที่เป็นร่มเงา มีความชื้นสูง และ เชื้อมักไม่ชอบแสงแดดหรือบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง .... เชื้อตัวนี้มักไม่เกิดจากดิน

- เชื้อโรคพืชหลายตัวที่ยังไม่มีสารเคมีชนิดใดกำจัดได้ เช่น โรคตายพรายกล้วย. โรคใบแก้วส้ม.โรคยางไหล. โรคใบด่างมะละกอ. โรคใบขาวอ้อย. โรคกระเจี๊ยบใบด่าง.โรคเถาแตก. ฯลฯ .... เชื้อโรคเหล่านี้มิได้เกิดเฉพาะในพืชที่กล่าวถึงเท่านั้น ยังสามารถเกิดกับพืชอื่นๆ ได้อีกด้วย

-โรคมีเชื้อ หมายถึง ตัวเชื้อ (เป็นสิ่งมีชีวิต สัตว์เซลล์เดียว) ดำรงชีวิตอยู่ในพืช (ทำลายพืช) มองเห็นได้ด้วยกล่องจุลทรรศน์

- โรคไม่มีเชื้อ หมายถึง พืชมีลักษณะอาการเหมือนเป็นโรคที่เกิดจาก รา-แบคทีเรีย-ไวรัสแต่ในความเป็นจริงนั้นเกิดจากการ "ขาดสารอาหาร" ซึ่งการแก้ไขย่อมแตกต่างจากโรคที่มีเชื้ออย่างแน่นอน

- ทั้งโรคมีเชื้อและไม่มีเชื้อจะไม่สามารถทำลายพืชได้ หรือทำลายได้แต่เพียงเล็กน้อยไม่ถึงระดับ "สูญ เสียทางเศรษฐกิจ" หากพืชมีสมบูรณ์แข็งแรงแล้วเกิดเป็นภูมิต้านทานสู้กับเชื้อโรคเหล่านั้นได้

โรคมีเชื้อ .... คือ เชื้อที่มีตัวตน มองเห็นได้ด้วยกล้องจุลทรรศน์ หรือสายตาเปล่า
โรคไม่มีเชื้อ ..... คือ โรคขาดสารอาหาร สภาพแวดล้อม (ปัจจัยพื้นฐานเพื่อการเพาะปลูก) ไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต

----------------------------------------------------------------------------------




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©