-
++kasetloongkim.com++ Forums-viewtopic-ถาม-ตอบ ปัญหาทางวิทยุ 20 JAN.. * สละก้าวหน้า
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - ถาม-ตอบ ปัญหาทางวิทยุ 20 JAN.. * สละก้าวหน้า
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ถาม-ตอบ ปัญหาทางวิทยุ 20 JAN.. * สละก้าวหน้า

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10583

ตอบตอบ: 20/01/2020 10:27 am    ชื่อกระทู้: ถาม-ตอบ ปัญหาทางวิทยุ 20 JAN.. * สละก้าวหน้า ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรทางรายการวิทยุ 20 JAN
AM 594 เวลา 08.15-09.00 (จันทร์-ศุกร์)
********************************************************************

สวัสดีครับ ท่านผู้ฟังที่เคารพ
กองทัพบกเพื่อประชาชน เสนอรายการสีสันชีวิตไทย วิทยุเพื่อการเกษตร และอาชีพเสริม

ผลิตรายการโดย :
กองกิจการพลเรือน หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก

จุดยืนรายการ :
* เกษตรแบบ อินทรีย์นำ - เคมีเสริม - ตามความเหมาะสม "...?..."
* หัวใจเกษตร ปุ๋ย - ยา - เทคนิค - เทคโนฯ - โอกาส - ตลาด - ต้นทุน
* ปัจจัยพื้นฐาน ดิน - น้ำ - แสงแดด/อุณหภูมิ/ฤดูกาล - สารอาหาร - สายพันธุ์ - โรค
* พร้อมทำเองสอนวิธีทำ พร้อมซื้อสอนวิธีซื้อ

สนับสนุนรายการโดย :
*บ.นิมุติ เอ็นจิเนียริ่ง เครื่องย่อยเศษพืช .... (02) 322-9175-6
http://www.nimut.com/

* ยิบซั่มธรรมชาติ ---- เฟอร์มิกซ์, ธันเดอร์แมกซ์, .... ธาตุรอง/ธาตุเสริม มัลติแชมป์ .... (089) 144-1112
http://www.bkgmax.com/kaset/product.html

กระผม พันโทวีระ ใจหนักแน่น (คิม ซา กัสส์) เป็นผู้ดำเนินรายการ

เช่นเคย รายการเรา 1188 ฝากข้อความ-ฝากคำถาม-ฝากข่าว ที่ (081) 913-4986 โทรศัพท์เข้ารายการคุยกันสดๆ ออกอากาศ สร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน (02) 888-0881 และอินเตอร์เน็ต เกษตรลุงคิมดอทคอม เว้บนี้ ถาม 1 บรรทัด ตอบ 1 หน้า ถนัดช่องทางไหนเลือกช่องทางนั้นตามอัธยาศัย นักรบไม่ว่ากัน THANK YOU ....

----------------------------------------------------------------------------------


จาก : (085) 176-02xx
ข้อความ : น้ำดีตลอดปี ปลูกสละ 15 ไร่ได้ผลตลอด อยากได้เทคโนโลยีสละ....ขอบคุณครับ

จาก : (095) 677-15xx
ข้อความ : ลุงคิม ซื้อสละมากิน สังเกต เมล็ดใหญ่ เนื้อบาง เพราะให้ปุ๋ยผิดสูตรใช่ไหม ...
ตอบ :
- พื้นที่ 15 ไร่ ไม่เล็กไม่ใหญ่ ยังทำอย่างอื่นได้อีกหลากหลาย (เน้นย้ำ....หลากหลาย) อย่าง อาทิ :
* สร้างสระน้ำ 2 ไร่ เลี้ยง ปลา/กบ กระชัง
* แบ่งพื้นที่มา 2 ไร่ ปลูกผัก (กิน ใบ/ต้น/หัว/ฯลฯ) อายุสั้น แจ๊คพ็อต
* แบ่งพื้นที่มา 2 ไร่ ปลูกไม้ดอกแจ๊คพ็อต
* แบ่งพื้นที่มา 2 ไร่ ปลูกสละได้น่าจะปลูกทุเรียนได้ ถ้าปลูกได้แนะนำปลูกทุเรียน หมอนทองออกลูกตลอดปี ระยะชิดพิเศษ ผลผลิตแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม

* ปลูกพืช (ล้มลุก ยืนต้น) ต้องการแสงแดดน้อย แซม/แทรก สะละ
* รวมกลุ่มทำ ผลผลิตเพิ่ม (ปริมาณ คุณภาพ) ต้นทุนลด (ปุ๋ย ยา เทคนิค เทคโน โอกาส ตลาด ต้นทุน) อนาคตดี (พันธะสัญญา จองล่วงหน้า)

* ทุกผลผลิต โดยเฉพาะสละ ต้อง ซูพรีม พรีเมียม เกรด เอ. จัมโบ้ โกอินเตอร์ คิวซี คิวอาร์ ขึ้นห้าง ออกนอกฤดู สีสวยสด รสจัดจ้าน ปลอดสารเคมียาฆ่าแมลง ....เชื่อเถอะ ไม่พอขาย..

ลักษณะทางธรรมชาติ :
- เป็นไม้ผลยืนต้นอายุหลายสิบปี สกุลเดียวกันกับระกำ มีลักษณะและนิสัยทางธรรมชาติเหมือนกัน ปลูกได้ทุกพื้นที่ ทุกภาค และทุกฤดูกาล ชอบดินร่วนปนทรายมีอินทรีย์วัตถุมากๆ เจริญเติบโตได้ดีในแปลงปลูกที่พื้นดินมีความชื้นสูง

- ต้นที่สมบูรณ์ได้รับการปฏิบัติบำรุงแบบให้มีสารอาหารกินตลอด 24 ชม.ต่อเนื่องติดต่อกันหลายๆปีจะออกดอกติดผลได้ตลอดปีแบบไม่มีรุ่น

- ในต้นเดียวกันมีทั้งดอกตัวผู้ ดอกตัวเมีย และดอกกระเทย แต่อยู่กันคนละดอก...ดอกตัวผู้กับดอกตัวเมียต่างดอกกันผสมกันได้ดี แต่ดอกกระเทยแม้จะมีทั้งดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกันกลับผสมกันไม่ดี ... ใช้ดอกตัวผู้ระกำมาผสมกับดอกตัวเมียของสละจะทำให้ดอกติดผลดี

- เกสรตัวผู้หรือเกสรตัวเมียอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างไม่สมบูรณ์ เกิดจากขาดสารอาหาร/ฮอร์โมนหรือสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม (อากาศร้อนหรือฝนตกชุก) แล้วผสมกันแล้วพัฒนาเป็นผลจะเป็นผลไม่สมบูรณ์ ไม่โต รูปทรงบิดเบี้ยว

- รสหวานอมเปรี้ยวแต่ความหวานมากกว่าระกำ จึงทำให้ผู้บริโภคที่ไม่ชอบผลไม้เปรี้ยวไม่นิยมแต่ผู้บริโภคในต่างประเทศกลับนิยม

- สละที่ขาดแคลเซียม. จะมีลักษณะอาการปลายผลลีบแหลม และไม่มีเนื้อ แก้ไขด้วยการให้แคลเซียม โบรอน สม่ำเสมอ
- สละต้นอายุมากๆ ลำต้นสูงชะลูดให้ผลผลิตไม่ค่อยดี แก้ไขด้วยการปล่อยให้ลำต้นเอนแล้วมีไม้ค้ำยันป้องกันล้มจะให้ผลผลิตดีเหมือนเดิม

- สละตอบสนองต่อขี้เถ้า โรยบางๆ แล้วรดด้วยน้ำหมักชีวภาพปลาทะเลดีมากๆ แนะนำให้ทำปีละครั้ง
- ไม่ควรตัดแต่งทางใบมากนัก นอกจากทางใบที่แก่หมดสภาพแล้วเท่านั้น หากทางใบโน้มกีดขวางการทำงานควรใช้เชือกไนลอนผูกรวบไว้ ทางใบที่ตัดแล้วควรนำไปปูคลุมรอบโคนต้นโดยคว่ำด้านหนามลงดิน หรือบดละเอียดด้วยเครื่องบดทางสะละเป็นปุ๋ยหมักต่อไป

- สะละอายุได้ประมาณ 1 ปี จะแตกหน่อออกมาจำนวนมาก หากปลูกแบบกอควรเลี้ยงหน่อไว้เพียงหน่อเดียว (2 ต้น ต่อกอรวมทั้งต้นแม่) จะทำให้สะละตกผลเร็ว หลังจากนั้น ค่อยเลี้ยงหน่อเพิ่มขึ้นให้ได้จำนวนต้นตามต้องการ คอยหมั่นตัดแต่งหน่อที่ไม่ต้องการออก

การตัดแต่งทางใบ :
- สะละที่ให้ผลผลิตแล้ว ควรไว้ทางใบ 15-20 ทางใบ
- ไม่ควรตัดแต่งทางใบที่รองรับทะลายผล จนกว่าจะเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว
- ทางใบช่วงที่มีใบตัดแล้วนำมาปูคลุมโคนโดยคว่ำหนามลงดิน ส่วนช่วงโคนที่ไม่มีใบนำไปบดละเอียดด้วยเครื่องบดทางสะละเป็นปุ๋ยหมักต่อไป

การตัดแต่งหน่อและไว้กอ :
- หลังจากเลี้ยงหน่อได้จำนวนต้นที่ต้องการแล้วคอยหมั่นตัดหน่อที่ไม่ต้องการออก ทั้งหน่อข้างต้น (หน่อต๊อก) และหน่อดิน

- เมื่อสะละมีอายุได้ประมาณ 7-8 ปี หรือเมื่อต้นมีความสูงไม่น้อยกว่า 1 เมตร อาจตัดต้นแม่ออกนำไปขยายพันธุ์ เพื่อให้มีช่องว่างตรงกลางกอ จะทำให้ปฏิบัติการดูแลรักษาสะดวกยิ่งขึ้น

การตัดแต่งดอก :
- คานดอกที่ออกมาในระยะก่อน 2 ปี ควรตัดทิ้ง เพราะผลผลิตที่ได้ ในระยะนี้จะไม่มีคุณภาพ
- ตัดแต่งช่อดอกในแต่ละคานให้เหลือปริมาณพอเหมาะกับความสมบูรณ์ต้น โดยสังเกตจากช่อดอกหากสมบูรณ์จะอวบยาว สีแดงเข้ม กาบหุ้มมีสีดำ หรือสีน้ำตาล

การผสมเกสร :
- สะละต้องช่วยผสมเกสร
- ผสมเกสรโดยตัดช่อดอกตัวผู้ของระกำ สะกำ หรือสะละที่ บานแล้วมาเคาะใส่ช่อดอกตัวเมียที่บานแล้ว ประมาณ 50% ของช่อดอกขึ้นไป ให้ละอองเกสรตกลงไปผสมกับเกสรตัวเมีย

- ผสมเกสร โดยใช้เกสรสำเร็จรูปที่เก็บรวบรวมไว้ ผสมกับแป้งทาตัวเด็ก อัตรา 1:10 พ่นบนช่อดอกตัวเมียที่บานแล้ว 80% .... ก่อนนำเกสรสำเร็จรูปไปใช้ ควรทดสอบเปอร์เซ็นต์ความมีชีวิตของละอองเกสรก่อน

- การผสมเกสรสามารถทำได้ตลอดทั้งวัน แต่ในฤดูฝนเมื่อ ผสมแล้วต้องคลุมดอกไว้อย่างน้อย 2

การโยงผล :
- โยงผลตามความเหมาะสมโดยเฉพาะใน ต้นเล็กที่กระปุกผลอยู่ใกล้พื้นดิน

อ้างอิง : กรมส่งเสริมการเกษตร

สายพันธุ์ :
พันธุ์เนินวง :
เป็นพันธุ์สะละที่นิยมปลูกมากที่สุด ขนาดตะโพกหรือลำต้นเล็กกว่าระกำ บริเวณ กาบใบมีสีน้ำตาลทอง ปลายใบยาว หนามของยอดที่ยัง ไม่คลี่มีสีขาว ผลมีรูปร่างยาว หัวท้ายเรียวคล้ายกระสวย หนามผลยาว อ่อนนิ่ม ปลายหนามงอนไปทางท้ายผล เนื้อมีสีเหลืองนวลคล้ายน้ำผึ้ง หนานุ่ม รสชาติหวานหรือหวานอมเปรี้ยว รับประทานแล้วรู้สึกชุ่มคอ กลิ่นหอม เมล็ดเล็ก

พันธุ์หม้อ : ขนาดตะโพกหรือลำต้นเล็ก และใบมีสีเข้มกว่าพันธุ์เนินวง ข้อทางใบถี่สั้น หนามยาวเล็กและอ่อนกว่าพันธุ์เนินวง ช่อดอกยาว ติดผลง่ายกว่าพันธุ์เนินวง ผลคล้ายระกำ เปลือกผลสีแดงเข้ม เนื้อสีน้ำตาลมีลาย เนื้อหนาแต่ไม่แน่น รสชาติหวาน มีกลิ่นเฉพาะ เมล็ดเล็ก ทนต่อสภาพแสงแดดจัดได้ดีกว่าพันธุ์เนินวง

พันธุ์สุมาลี : เป็นพันธุ์ใหม่ ลักษณะลำต้นคล้ายระกำ ทางใบยาวมีสีเขียวอมเหลือง ใบใหญ่กว้างและปลายใบสั้นกว่าพันธุ์เนินวง หนามของยอดอ่อนที่ยังไม่คลี่มีสีส้มอ่อน คานดอกยาว ช่อดอกใหญ่ ติดผลง่าย ผลมีรูปร่างป้อมสั้น สีเนื้อคล้ายระกำ เนื้อหนากว่าระกำ แต่บางกว่าพันธุ์เนินวง รสชาติหวานมีกลิ่นเฉพาะ เจริญเติบโตเร็วและทนต่อสภาพแสงแดดจัดได้ดีกว่าพันธุ์เนินวง

การขยายพันธุ์ :
แยกหน่อ :
(โตช้า/ให้ผลผลิตช้า/ไม่กลายพันธุ์). เพาะเมล็ด (กลายพันธุ์)
ผ่าเหง้า : (โตเร็ว/ให้ผลผลิตเร็ว/ไม่กลายพันธุ์/นิยมมากที่สุด/ดีที่สุด). โดยการขุดหัวหรือเหง้าต้นกระเทยอายุ 10 ปีขึ้นไป ได้เหง้ามาแล้วผ่าขวางออกเป็นแว่น รูปลิ่ม ที่สันลิ่มมีตาสมบูรณ์ติดอยู่ 1-2 ตา ผ่าเป็นแว่นแล้วนำลงแช่ในไคตินไคโตซานหรือธาตุรอง/ธาตุเสริม 6-12 ชม. นำขึ้นผึ่งลมให้แห้ง ทาด้วยปูนกินหมาก จากนั่นนำไปเพาะในกระบะเพาะ-วัสดุเพาะธรรมดา เก็บในร่มหรือโรงเรือนเพาะชำ ให้น้ำรักษาความชุ่มชื้นสม่ำเสมอ บำรุงเลี้ยงจนได้ใบใหม่ 4-5 ใบ จึงนำลงปลูกในแปลงจริง .... การขุดเหง้าหรือหัวมาผ่าเพื่อขยายพันธุ์แบบนี้ เรียกว่า "ฆ่าแม่เอาลูก" เพราะไม่เหลืออะไรให้ต้นแม่เจริญเติบโตต่อไปได้อีกเลย

เตรียมต้น ตัดแต่งกิ่ง :
ช่วงต้นเล็กไม่ควรตัดกิ่งหรือทาง ปล่อยเลี้ยงไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะต้องอาศัยใบช่วยบังแสงแดด แต่เมื่อต้นใหญ่และอายุมากขึ้นกิ่งหรือทางล่างสุดจะโน้มลงปกดินให้ตัดออกได้ แต่กิ่งหรือทางที่ยังตั้งชี้ขึ้นได้ดีอยู่ให้คงไว้ ใบด้านบนที่ปลายชนหรือเกยทับกันเล็กน้อยนอกจากช่วยคำยันซึ่งกันและกันยามถูกพายุแล้วยังช่วยบังแสงแดดจัดให้ซึ่งกันและกันไม้ให้แดดเผาหน้าดินโคนต้นได้อีกด้วย

ข้อมูล : หนังสือหัวใจเกษตรไท


ขั้นตอนการปฏิบัติบำรุงต่อสละ :
1. ระยะต้นเล็ก - ยังไม่ให้ผลผลิต :
ทางใบ :

- ให้ไบโออิ 25-5-5 + สารสมุนไพร 2 รอบ สลับ แคลเซียม โบรอน 1 รอบ ห่างกันรอบละ 7 วัน ฉีดพ่นพอเปียกใบ 1-2 รอบ

- ฉีดพ่นสารสกัดสมุนไพรทุก 2-3 วัน
ทางราก :
- ใส่ยิบซั่ม ปุ๋ยอินทรีย์ (ขี้วัวขี้ไก่ไข่ แกลบดิบ แห้งเก่าข้ามปี) ครั้งที่ 1 ของรุ่นหรือปีการผลิต ควรวางแผนให้ปีละ 3 ครั้ง (4 เดือน/ครั้ง)

- คลุมโคนต้นด้วยเศษพืชแห้งหนาๆ เต็มพื้นที่บริเวณทรงพุ่ม ล้ำออกไปถึงนอกเขตทรงพุ่ม
- ให้ 25-7-7 (1/2 กก., 1 กก.ต้นใหญ่) /ต้น /เดือน ละลายน้ำรดโคนต้น เขตทรงพุ่ม
- ให้ปุ๋ยน้ำชีวภาพระเบิดเถิดเทิง 30-10-10 (2 ล.) /ไร่ /เดือน รดทั่วแปลงทุกตารางนิ้ว 1-2 เดือน/ครั้ง
- ให้น้ำเปล่า ทุก 3-5 วัน
หมายเหตุ :
- ใส่เศษซากทะลายปาล์มจากโรงงานปาล์มน้ำมัน 2 ปี /ครั้ง

2. ระยะต้นโต-ให้ผลผลิตแล้ว :
ทางใบ :

- ให้สูตรสหประชาติ (ไบโออิ+ไทเป+ยูเรก้า) + สารสมุนไพร 2 รอบ สลับ แคลเซียม โบรอน 1 รอบ ห่างกันรอบละ 7 วัน

- ให้ “น้ำตาลทางด่วน” (กลูโคส) 1-2 เดือนต่อครั้ง
- ฉีดพ่นสารสมุนไพรบ่อยๆ เพื่อกันก่อนแก้
ทางราก :
- ใส่ยิบซั่ม ปุ๋ยอินทรีย์ ขี้วัวขี้ไก่แกลบดิบ หญ้าแห้งใบไม้แห้งคลุมโคนต้นหนาๆ ควรวางแผนให้ปีละ 2 ครั้ง
- ให้ปุ๋ย 8-24-24 สลับเดือนกับ 21-7-14 (1/2 กก.ต้นเล็ก, 1 กก.ต้นใหญ่) /ต้น /เดือน ละลายน้ำรดโคนต้นเขตทรงพุ่ม

- ให้น้ำหมักระเบิดเถิดเทิง 8-24-24 (2 ล.) สลับเดือนกับระเบิดเถิดเทิง 21-7-14 (2 ล.) /เดือน /ไร่
- รดทั่วแปลงทุกตารางนิ้ว
หมายเหตุ :
- ถ้าขาดน้ำต้นจะชะงักการเจริญเติบโตส่งผลให้การออกดอกติดผลไม่ดีเท่าที่ควรอีกด้วย
- ให้ทางใบด้วยไคโตซาน + ธาตุรอง/ธาตุเสริม 2-3 เดือน/ครั้ง จะช่วยบำรุงขยายขนาดผลให้ใหญ่และเนื้อแน่นขึ้น

- ให้แคลเซียม โบรอน. สม่ำเสมอตลอดระยะเวลาที่มีผลผลิตอยู่บนต้นจะช่วยให้ต้นไม่โทรม
เนื่องจากแบกภาระเลี้ยงผลจำนวนมากบนต้น …. การให้แคลเซียม (จากแคลซียม โบรอน และจากยิบซั่ม) ยังช่วยบำรุงเนื้อส่วนปลายผลให้เต็มผล


ศุภชัย นิลวานิช
ปลูกสละแซมในสวนยางพารา และปาล์มน้ำมัน
งานได้ผลบดีของ ลุงห้อม จุนทร์คง

ในสวนยางพาราและปาล์มน้ำมันมีเนื้อที่ว่างระหว่างต้นและแถวมาก และส่วนใหญ่ทิ้งไว้เฉยๆ ปล่อยให้วัชพืชขึ้นเต็มพื้นที่ แต่สำหรับสวนยางพาราและปาล์มน้ำมันของ ลุงห้อม และ ป้าแผ่ว จันทร์คง อยู่บ้านเลขที่ 13 หมู่ 8 ตำบลตะกุกใต้ กิ่งอำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี โทร. (06) 267-1919 ไม่ได้ปล่อยพื้นที่ว่างเหมือนกับสวนทั่วๆ ไป กล่าวคือ ลุงและป้าได้นำสะละสายน้ำผึ้งมาทดลองปลูกระหว่างแถวของสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน แม้ว่าเริ่มดำเนินการมาได้เพียง 3 ปี เท่านั้น แต่ปรากฏว่าได้ผลดีมาก ทั้งยางพาราและปาล์มน้ำมันไม่มีแนวโน้มว่าผลผลิตลดลง ส่วนสะละนั้นให้ผลค่อนข้างดีเช่นกัน

ลุงห้อม และป้าแผ่ว มีเนื้อที่ปลูกยางพารา 10 ไร่ และปาล์มน้ำมัน 80 ไร่
"เดิมนั้นผมมีสวนยางมากกว่าปาล์มน้ำมัน แต่เมื่อยางราคาตกก็โค่นทิ้งแล้วหันไปปลูกปาล์ม ซึ่งตอนนี้พืชทั้ง 2 ชนิด ราคารับซื้อค่อนข้างสูง ทำรายได้ให้ผมเยอะมาก แต่ผมก็ยังดิ้นรนเสาะหาอาชีพใหม่มาเสริม เนื่องจากทั้งยางและปาล์มราคารับมีขึ้นและลดตลอด เป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน ผมจึงทดลองปลูกสะละเสริมไปด้วย เกิดวันไหนราคาลดลง สะละที่ปลูกเสริมไว้อาจทำรายได้เข้ามาจุนเจือได้อีกทางหนึ่งด้วย" ลุงห้อม กล่าว

สะละสายพันธุ์นำเข้า 8 ลูก ต่อกิโลกรัม
"ผมคิดอยู่ตลอดว่า เรามีพื้นที่ว่างระหว่างแถวของยางและปาล์ม ควรจะหาพืชชนิดไหนมาปลูกแซมดี ที่สุดความคิดมาอยู่ที่สะละ เนื่องจากพืชตระกูลนี้ โดยเฉพาะระกำชอบแสงรำไรและอยู่อาศัยในสวนยางได้ จึงได้เสาะหาพืชตระกูลนี้มาปลูก ช่วงแรกๆ คิดจะซื้อสะละพันธุ์เนินวงมาปลูกเหมือนกัน แต่เมื่อเช็กไปเช็กมาสะละพันธุ์นี้ยังมีจุดด้อยอยู่ จึงเสาะหาพันธุ์ๆ ใหม่มาปลูกดีกว่า" ลุงห้อม กล่าว

เขาเสาะหาสายพันธุ์สะละที่มีคุณภาพมาปลูกอยู่ค่อนข้างนาน ก็ยังไม่พบ จึงได้สอบถามเพื่อนชาวมาเลเชียดูว่า มีสะละสายพันธุ์ดีๆ จำหน่ายหรือไม่

ไม่กี่วันหลังจากสอบถามไป เพื่อนชาวมาเลเซียก็ติดต่อกลับมาว่า ที่ประเทศมาเลเซียมีสะละสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้น รสชาติ หวาน หอม และผลใหญ่มาก

"ผมจึงทดลองซื้อมาปลูก 540 ต้น ในราคาต้นละ 230 บาท โดยปลูกแซมในสวนยางและปาล์ม นอกจากนี้ ทดลองปลูกในพื้นที่ว่างเปล่าข้างบ้านด้วย ปรากฏว่า มันให้ผลไม่แตกต่างกันเลย"

เขาบอกว่า สะละพันธุใหม่ที่นำมาปลูกนี้ใช้ระยะเพียง 1 ปีครึ่ง ออกดอกผสมเกสรกันแล้ว หลังจากนั้นอีก 6 เดือน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตออกจำหน่ายได้เลย

"ปีนี้ผลผลิตสะละหลังจากแจกจ่ายเพื่อนๆ บ้านและกินเองแล้ว ยังเหลือไว้อีก 300 กิโลกรัม ทดลองขายราคาสูงถึง 200 บาท ต่อกิโลกรัม ก็มีคนเข้ามาอุดหนุนกันมาก จนสินค้าหมดเกลี้ยงในเวลารวดเร็ว และมีการสั่งจองล่วงหน้าด้วย เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่ารสชาติของสะละสายพันธุ์นี้ หวาน และหอมมากกว่าสายพันธุ์เดิมๆ มาก อีกทั้งผลผลิตที่ได้ก็ใหญ่ด้วย คือ ประมาณ 8 ลูก ต่อกิโลกรัม" ลุงห้อม กล่าว

หวาน หอม ใหญ่ คือคุณสมบัติพิเศษของสะละสายพันธุ์นี้ มิแปลกที่สามารถจำหน่ายได้ราคาสูงถึง 200 บาท ต่อกิโลกรัม

สะละดังกล่าวลุงห้อมตั้งชื่อพันธุ์ว่า สะละน้ำผึ้งไวท์ ตามคุณสมบัติพิเศษ หวาน หอม ใหญ่ นอกจากนี้ สีของผลยังเป็นสีขาวน่ารับประทานด้วย

ขยายพันธุ์ขายและปลูกเอง
"ตอนนี้ผมได้ขยายพันธุ์ โดยการนำเมล็ดพันธุ์มาเพาะไว้ในถุงจำนวนมากเลย จุดประสงค์ทั้งขายพันธุ์และปลูกเอง ซึ่งขณะนี้ได้นำต้นพันธุ์สะละที่ขยายพันธุ์ได้ไปปลูกระหว่างแถวปาล์มและยางหลายแปลงแล้ว อีกสัก 1-2 ปี คงจะมีผลผลิตออกวางขายตามท้องตลาด และราคาอาจจะลดลงบ้างเล็กน้อยตามปริมาณที่ผลิตได้" ลุงห้อม กล่าว

เมล็ดพันธุ์ที่เขามาขยายพันธุ์นั้น ได้จากต้นพันธุ์ที่ปลูกเอาไว้ โดยนำเมล็ดพันธุ์ที่ยังไม่แก่จัดหรือรสชาติอมเปรี้ยว อมหวาน มาขยายพันธุ์ในถุงเพาะชำ ภายในโรงเรือนที่มีซาแรนพรางแสงแดด

"ผมเคยนำเมล็ดพันธุ์ที่แก่จัดมาขยายพันธุ์ปรากฏว่าเสียหายเกือบทั้งหมด เพราะว่าไม่มีรากออกมา แต่เมื่อนำเมล็ดพันธุ์ที่ยังไม่สุกหรือแก่มากนักมาขยายพันธุ์ พบว่า ออกรากได้ดี และเสียหายน้อยไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเอง"

ดินที่ใช้เพาะขยายพันธุ์เป็นดินปลวกผสมกับแกลบ
สำหรับขั้นตอนการขยายพันธุ์นั้น ลุงห้อม บอกว่า เมื่อเตรียมวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ พร้อมแล้ว นำเมล็ดสะละมาแช่น้ำไว้ 2 วัน จากนั้นนำไปฝังดินอีก 15 วัน รดน้ำให้ชุ่มอยู่ตลอด เมล็ดสะละจะออกรากยาว แล้วนำมาปลูกในถุงเพาะชำอีก 4 เดือน หรือจนกว่าแตกใบประมาณ 4 ใบ จากนั้นก็นำไปปลูกได้เลย

"ธรรมชาติของสะละพันธุ์นี้จะแตกใบเดือนละ 1 ใบ และหลังจากปลูกได้ 1 ปีครึ่ง ก็ออกดอกและอีก 6 เดือน ต่อมาก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว ซึ่งถือว่าเป็นผลไม้ที่คืนทุนได้เร็วทีเดียว" ลุงห้อม กล่าว

ปลูกง่าย เจริญเติบโตดี
สละนอกจากเป็นพืชให้ผลผลิตเร็วแล้ว ยังเจริญเติบโตได้ดีในทุกๆ สภาพพื้นที่ด้วย แต่ในการปลูกช่วงแรกๆ จำเป็นต้องรดน้ำบ้าง เพื่อให้รากยึดดินได้เร็วขึ้น

"ผมจะปลูกสะละในช่วงฤดูฝน เพราะว่าไม่ต้องเสียเวลาและแรงงานมารดน้ำ ส่วนใหญ่รดน้ำครั้งเดียวในวันปลูก จากนั้นก็จะปล่อยให้ธรรมชาติเลี้ยง ยกเว้นช่วงฝนหยุดตกหลายวัน อาจจะเสียเวลาตักน้ำไปรดบ้าง แต่หลัง 6 เดือนไปแล้ว ไม่ต้องดูแลอะไรให้มากเลย ปล่อยให้ธรรมชาติเลี้ยงอย่างเดียว"

สำหรับขั้นตอนการปลูกนั้นเขาจะขุดหลุมกว้าง 1 เมตร ยาว 1 เมตร และลึก 1 เมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก ขี้ไก่หรือขี้วัว จากนั้นนำหน้าดินถมทับลงไป นำต้นสะละลงปลูก โดยแหวกหน้าดินให้เท่ากับดินในถุงเพาะชำ แล้วโรยปุ๋ยคอกรอบโคนต้นอีกครั้ง ปลูกเสร็จรดน้ำเล็กน้อย และทุกๆ 3 เดือน จะนำปุ๋ยคอกมาโรยบริเวณโคนต้น เพื่อเพิ่มธาตุอาหาร ส่งผลให้ต้นสะละเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว

"ผมจะปลูกสะละระหว่างแถวของต้นยางหรือปาล์ม โดยห่างกันแต่ละต้นประมาณ 3 เมตร ซึ่งเป็นระยะที่ค่อนข้างเหมาะสม ไม่ชิดหรือห่างเกินไป" ลุงห้อม กล่าว

ช่วยผสมเกสร เพื่อเพิ่มผลิต
หลังปลูกสะละได้ 1 ปีครึ่งแล้ว สะละตัวเมียออกดอก ตัวผู้ก็ออกเกสร หากปล่อยให้ผสมพันธุ์กันเองหรือใช้แบบธรรมชาติมันจะให้ผลผลิตค่อนข้างน้อย เนื่องจากแมลงที่นำพาเกสรมาผสมกับดอกตัวเมียมีปริมาณน้อย อีกทั้งสายพันธุ์ที่ซื้อมาจากประเทศมาเลเซียส่วนใหญ่เป็นตัวเมียเสียมากกว่า

"เราจะไม่ปล่อยให้มันผสมกันเอง เพราะว่าไม่ทั่วถึง และอาจส่งผลให้ผลผลิตออกจำนวนน้อย ทุกเช้าผมจะชวนภรรยาออกไปเช็กความสมบูรณ์ดอก หากว่ามีดอกเริ่มบาน เราก็นำเกสรตัวผู้ที่เก็บไว้ไปป้ายติด โดยใช้พู่กันวาดรูปเป็นอุปกรณ์นำเกสรสัมผัสดอก จากนั้นหาใบตองมาปิด เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งไม่พึงประสงค์ไปรบกวน"

ลุงห้อม บอกว่า ตอนนี้เรามีต้นพันธุ์ตัวผู้ประมาณ 10 ต้น เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมาก แต่ก็เพียงพอ หากใช้วิธีการดังกล่าว

"นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของผมเท่านั้น เราต้องศึกษากันอีกมาก เพราะว่าที่ผ่านมาผมไม่มีความรู้ด้านนี้เลย ลองผิด ลองถูกมาตลอด อาศัยเราใจสู้ ขยัน และรู้จักสังเกต ทำให้มีวันนี้ได้"

3 ปีที่ทดลองปลูกสะละ เขาบอกว่า ประสบความสำเร็จระดับหนึ่งเท่านั้นเอง เนื่องจากเรายังไม่รู้ข้อมูลหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นผลผลิตหรือค่าใช้จ่ายต่อต้นเท่าไร และระยะเวลาที่ให้ผลเต็มที่เมื่อไร เรารู้เพียงแต่ว่าปลูกแซมในสวนยางและปาล์มได้ และมีรสชาติ หวาน หอม ผลผลิตใหญ่ นอกจากนี้ เป็นที่ต้องการของตลาดหรือผู้บริโภคด้วย

"นับจากนี้ไปผมจะศึกษาลงลึกให้ได้ เพื่อที่จะมีคำตอบให้กับผู้สนใจได้ทุกๆ เรื่อง" ลุงห้อม กล่าวทิ้งท้าย

ที่มา :
http://www.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=0508151047&srcday=2004/10/15&search=no
http://www.news.cedis.or.th/detail.php?id=1757&lang=en&group_id=1

------------------------------------------------------------------------------------


.

กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©