| ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป |
| ผู้ส่ง |
ข้อความ |
kimzagass หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009 ตอบ: 12343
|
ตอบ: 27/06/2026 12:37 am ชื่อกระทู้: * ระเบิดเถิดเทิง ซุปเปอร์. |
|
|
*********************************************
น้ำหมักระเบิดเถิดเทิง ซุปเปอร์. เดอร์ลุกซ์. เอ๊กซ์ตร้า. สเปเชียล.
************ สูตร คิม ซา กัสส์ ****************
*********************************************
* หลักการและเหตุผล :
- ทำแบบภูมิปัญญาพื้นบ้าน แต่มีหลักวิชาการรองรับ ยืนยัน
- จากธรรมชาติ นำมา ต่อยอด/ขยายผล ให้เหนือชั้นขึ้นไปอีก
* กระแสร์ :
- ทั่วโลกยอมรับ
-
* ทำใช้ ทำขาย ทำแจก :
- ทำได้ เพราะไม่ผิดกฎหมาย
- พอใจทั้งสองฝ่าย
- คนซื้อพอใจ เพราะต้นทุนต่ำกว่าทำเอง
* ส่วนผสม :
- กุ้ง. หอย. ปู. ปลา. สาหร่าย. ทะเล สด ใหม่ ยังมีชีวิต
- เลือด ไขกระดูก นม น้ำมะพร้าว
- จุลินทรีย์ ยีสต์ แพลงค์ตอน
- มูลสัตว์
- กลูโคส
-
* วิธีทำ :
1. บด วัสดุส่วนผสมหลัก ตามข้อ 1-4 ที่เป็นของแข็งทั้งหมดทีละอย่างหรือพร้อมกันทุกอย่างก็ได้ บดหลายๆ รอบให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะละเอียดได้ น้ำที่ออกมาอย่าทิ้ง ใช้ทั้งน้ำและกากได้มาแล้วบรรจุลงถังที่ไม่ใช่โลหะ
2. นำ วัสดุส่วนผสมเสริม ที่เป็นของแข็งบดละเอียด อัตรา 1-5 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณวัสดุส่วนผสมหลักใส่ตามลงไป
3. ใส่ กากน้ำตาล พอท่วม.....เพื่อประกันความผิดพลาดที่อาจจะใส่กากน้ำตาลมากเกินไปหรือน้อยเกินไป แนะนำให้ตวง วัสดุส่วนผสม กับ กากน้ำตาล ให้ได้ปริมาณอัตราส่วน 1:1 เสียก่อนจึงใส่ลงถัง
4. ใส่ วัสดุส่วนผสมเสริม ที่เป็นน้ำไม่จำกัดปริมาณเพื่อให้ได้ส่วนผสมเหลวมากๆ
5. ใส่ จุลินทรีย์ มากหรือน้อยไม่จำกัด
6. คนเคล้าให้เข้ากันดี ติด ปั๊มออกซิเจน เพื่อเติมอากาศให้แก่จุลินทรีย์ตลอดเวลา
7. ปิดฝาภาชนะหมักพอหลวม เก็บในร่ม อุณหภูมิห้อง8. ระวังอย่าให้แมลงตอมเพราะจะทำให้เกิดหนอนและอย่าให้มีวัสดุแปลกปลอมลงไป
9. มีของหนักกดวัสดุส่วนผสมให้จมตลอดเวลา
10. หมั่นคนบ่อยๆ เพื่อป้องกันวัสดุส่วนผสมนอนก้น
หมายเหตุ :
- ควบคุมอัตราส่วนของวัสดุส่วนผสมทุกอย่างให้ได้เท่าๆ กัน เพื่อให้ได้ธาตุอาหารเท่าๆ กัน
- วัสดุส่วนผสมที่ได้มาไม่พร้อมกัน โดยได้อย่างไหนมาก่อนให้หมักลงไปก่อนและอย่างไหนได้มาทีหลังให้หมักลงตามหลังนั้น ระยะห่างไม่ควรนานเกิน 1-2 เดือน เพื่อให้กระบวนการย่อยสลายดำเนินไปพร้อมๆ กันซึ่งจะส่งผลให้ได้ธาตุอาหารเท่ากัน
- อัตราส่วนกากน้ำตาลที่ใช้ ถ้าใส่กากน้ำตาลมากเกินอัตราจะทำให้วัสดุส่วนผสมจับตัวแข็งเป็นก้อน แต่ถ้าใส่กากน้ำตาลน้อยจะทำให้วัสดุส่วนผสมบูดเน่า
- อัตราส่วนกากน้ำตาลที่น้อยเกินไปนอกจากจะทำให้จุลินทรีย์มีประโยชน์ไม่เจริญพัฒนาแล้วยังทำให้จุลินทรีย์มีโทษเกิดขึ้นอีกด้วย และอัตราส่วนของกากน้ำตาลที่มากเกินก็ทำให้จุลินทรีย์มีประโยชน์ไม่เจริญพัฒนาและจุลินทรีย์มีโทษเกิดขึ้นได้เช่นกัน
- ในกากน้ำตาลใหม่มีสารเป็นพิษต่อพืช 16 ชนิด เมื่อให้ทางใบต่อเนื่องติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ จะทำให้ใบลาย ใบมีขนาดเล็กลงและต้นโทรมได้ นอกจากนี้กากน้ำตาลใหม่ยังเป็นอาหารอย่างดีสำหรับเชื้อรา (เข้าทำลายใบ ดอก ผล ต้น) หลายชนิดอีกด้วยวิธีการดับพิษในกากน้ำตาลสามารถทำได้โดยหมักปุ๋ยน้ำชีวภาพนานข้ามปีเพื่อให้จุลินทรีย์ย่อยสลายสารพิษนั้นหรือต้มกากน้ำตาลให้เดือดก่อนใช้ในการหมัก......หากใช้ทั้ง 2 วิธีนี้แล้วยังเกิดปัญหาแก่ต้นพืชอีกก็ต้องยกเลิกการให้ทางใบแล้วให้ทางรากอย่างเดียว
- ถ้าไม่มีกากน้ำตาลสามารถใช้น้ำตาลอื่นๆ เช่น น้ำตาลทรายแดง. น้ำตาลทรายขาว.น้ำตาลปี๊บ. น้ำอ้อย อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างๆ ละเท่ากันแทนได้ แต่ต้องใช้ในอัตรามากกว่ากากน้ำตาล 7 เท่าจึงจะได้ความหวานเข้มข้นเท่ากากน้ำตาล......การนำน้ำตาลอื่นๆ มาเคี่ยวจนเป็นน้ำเชื่อมเพื่อเพิ่มความหวานจนหวานจัดแล้วใช้แทนกากน้ำตาลได้เช่นกัน
- ในการหมักปุ๋ยน้ำชีวภาพไม่ควรใช้กลูโคส (ผงหรือน้ำ) เนื่องจากมีความหวานน้อยกว่ากากน้ำตาล จะทำให้เกิดการบูดเน่าแล้วแก้ไขไม่ได้
- ใส่วัสดุส่วนผสม ½ หรือ ¾ ของความจุภาชนะหมัก เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับอากาศหมุนเวียนดี และสะดวกต่อการคน
- หมักในภาชนะขนาดเล็ก ปากกว้าง จะช่วยให้กระบวนการหมักดีกว่าหมักในภาชนะขนาดใหญ่ปากแคบ
- วัสดุส่วนผสมที่ผ่านการบดละเอียดเหลวหรือเหลวมากๆ กระบวนการหมักจะดี มีประสิทธิภาพและใช้การได้เร็วกว่าวัสดุส่วนผสมชิ้นหยาบๆ และส่วนผสมที่ข้นมากๆ
- ปุ๋ยน้ำชีวภาพกล้อมแกล้มไม่มีการใส่ น้ำเปล่า เด็ดขาด เพราะในน้ำเปล่าไม่มีธาตุอาหารพืช หากต้องการให้วัสดุส่วนผสมเหลวมากๆ ให้ใส่วัสดุส่วนผสมเสริมที่เป็นน้ำ เช่น น้ำมะพร้าว นมสด หรือจากพืชอวบน้ำ เช่น แตงโม แตงกวา ไชเท้า ฟัก ให้มากขึ้นหรือจนกว่าจะเหลวตามต้องการ
- ไม่ใส่ปุ๋ยเคมีหรือฮอร์โมนวิทยาศาสตร์ใดๆ ในระหว่างการหมักทั้งสิ้น เพราะจะทำให้ได้ธาตุอาหารพืชจากปุ๋ยเคมีนั้นเพียงสูตรเดียว หรือได้ฮอร์โมนพืชเพียงชนิดเดียวแต่ให้ใส่ก่อนใช้งานจริงซึ่งจะทำให้สามารถเลือกสูตรปุ๋ยเคมีและฮอร์โมนพืชได้ตรงตามความต้องการของพืช
- วัสดุส่วนผสมที่อายุการหมักสั้น (น้อยกว่า 6 เดือน) มีความเป็นกรดจัดมาก (2.0-3.0)หมักนาน 6 เดือน -1 ปี มีความเป็นกรด (4.0-5.0) และหมักนานข้ามปีมีความเป็นกรดอ่อนๆ(5.0-6.0) โดยประมาณ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของวัสดุส่วนผสม โดยส่วนผสมที่เป็นซากสัตว์จะเป็นกรดมากกว่าวัสดุส่วนผสมที่เป็นพืช
- ธาตุอาหารพืชจากปุ๋ยน้ำชีวภาพที่อายุหมักนาน 3 เดือนจะได้แต่ธาตุอาหารหลัก....อายุการหมักนาน 6 เดือนจะได้ธาตุหลัก ธาตุรอง และฮอร์โมน....อายุการหมักนาน 9 เดือนจะได้ธาตุหลัก ธาตุรอง ธาตุเสริม ฮอร์โมน และอื่นๆ เพิ่มขึ้นอีกวัสดุส่วนผสมที่หมักกับกากน้ำตาลหรือน้ำตาลอื่นๆ ด้วยระยะเวลาการหมักเพียง 1 สัปดาห์ -1 เดือน นั้นจุลินทรีย์ยังไม่สามารถแปรสภาพ (ย่อยสลาย) วัสดุส่วนผสมให้ธาตุอาหารพืชออกมาได้ เมื่อนำไปใช้จึงได้เพียงประโยชน์จากกากน้ำตาลหรือตัวเสริมเปล่าๆ เท่านั้นเอง
* ปชส. :
-
-
.
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 06/07/2026 5:28 am, แก้ไขทั้งหมด 27 ครั้ง |
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
kimzagass หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009 ตอบ: 12343
|
ตอบ: 29/06/2026 11:12 pm ชื่อกระทู้: |
|
|
| .. |
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
|