-
++kasetloongkim.com++ Forums-viewtopic-* เล่าสู่ฟัง การเกษตรไทย ยุคใหม่ - 6
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - * เล่าสู่ฟัง การเกษตรไทย ยุคใหม่ - 6
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

* เล่าสู่ฟัง การเกษตรไทย ยุคใหม่ - 6

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 11975

ตอบตอบ: 20/02/2026 1:16 pm    ชื่อกระทู้: * เล่าสู่ฟัง การเกษตรไทย ยุคใหม่ - 6 ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

******************************************************************
............................... การเกษตรไทย ยุคใหม่ - 6 ..........................

*******************************************************************

...................... ลู ก ผู้ ช า ย น า ม แ ฝ ง ...... คิ ม ซ า กั ส ส์ .......................

................. A. M A N. C A L L S I G N ... K I M. Z A. G A S S ..............

....................................... มี ดี ต้ อ ง โช ว์ ซิ ( ว ะ ) .......................................


********************************************************************

A MAN CALLSIGN KIM ZA GASS 2

1. ไปราชการลับพิเศษ ไม่ต้องวิ่งเต้น :

อาชีพทหารของไทยที่ถือว่าประสบความสำเร็จ หาใช่เพราะ “ยศขึ้น” อย่างเดียว การได้ไปราชการพิเศษ (ปกติ-รบ) ทุกสาขาก็ถือเป็น “ดีกรี” เสริม/เติม/เพิ่ม/บวก ให้ความเป็นทหารเข้มข้นขึ้น

ทหารอเมริกันไปรบต่างประเทศตามคำสั่ง ต้องไปพร้อมกันทุกคนทั้งหน่วย หน่วยไหนมีคำสั่งให้ไปที่ไหนต้องไปที่นั่นเลือกไม่ได้ เพราะอเมริกัน คือ ตำรวจโลก ยุคนั้นประเทศที่ทหารอเมริกันต้องการไปมากที่สุดตามลำดับ คือ เยอรมัน ญี่ปุ่น ไทย ลาว เวียดนาม ทหารอเมริกันไปรบเยอรมัน ร้องว้าว พอใจ แต่ไปเวียดนามร้อง HELL นรก บอกตายลูกเดียว

ทหารไทย กองทัพไทย ต้องการไปราชการพิเศษ (รบ-ไม่รบ) ต่างประเทศ ในประเทศ ต้องวิ่งเต้นเล่นเส้น ถึงจะต่างหน่วยต่างเหล่าก็ไปได้ ถ้า ผบ.หน่วยต้นสังกัดอนุมัติ

เวลา 7 โมงเช้ากว่านิดหน่อย ลุงคิมออกจากบ้านพัก แฟลต ปตอ. จะไปทำงานปกติที่กองร้อย บนเส้นทางนี้ต้องผ่านบ้านพักนายทหารชั้นผู้ใหญ่ บ้าน พล.อ.จุทัย แสงทวีป ผู้บังคับบัญชาระดับสูง ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ. 309) รับผิดชอบงานข่าวลับ ด้านประเทศลาว ภายไต้การสนับสนุนของ ซีไอเอ. ภารกิจ "ต่อต้าน/บ่อนทำลาย/จารกรรม/วินาศกรรม/โจรกรรม" ต่อคอมมูนิสต์

พล.อ. : (ยืนอยู่ระเบียงบ้าน กำลังแปรงฟัน แปรงสีฟันอยู่ในปาก) .... อื้ยๆ อั้ยๆ อู้ๆ อ้าๆ ?
ลุงคิม : (หยุด ทำความเคารพ วันทยาหัตถ์) .... ครับ

พล.อ. : โอ้ๆ เอ้อๆ เอ๊ะๆ อ๊ะๆ
ลุงคิม : (ก็ยังไม่รู้เรื่อง) .... ครับ

พล.อ. : (พยักหน้าเข้าใจ) .... เอ้อๆ เอ้าๆ
ลุงคิม : (มือลงจากท่าวันทยาหัตถ์) .... ครับ

ออกเดินต่อจนถึงกองร้อยยังไม่รู้เลยว่า ผบ.ศปก.ทบ 309 สั่งการว่าอะไร กระทั่งบ่ายวันรุ่งขึ้น เสธ.พล.ปตอ. เรียกพบ

เสธ. : คุณวิ่งเต้นไปราชการพิเศษ ศปก.ทบ. เหรอ ?
ลุงคิม : ศปก. ศปก.ทบ. คืออะไรครับ

เสธ. : (อ่านกระดาษโน้ต) นี่ไง ผบ.ศปก.ทบ. 309 พล.อ.จุทัย แสงทวีป ท่านฝากโน้ตมา ถึง ผบ.พล.ปตอ. แล้ว ผบ.พล. ให้ผมดำเนินการ งานนี้เขาขอตัวคุณไปราชการพิเศษ
ลุงคิม : (คิด ทบทวนความจำ แล้วเล่าเรื่องความเป็นมา) .... ผมเข้าใจครับ เสธ. เช้าวันก่อนผมผ่านหน้าบ้าน ผอ.ศปก.ทบ. ท่านกำลังแปรงฟังอยู่พอดี ท่านกวักเมืองเรียกผม แล้วท่านก็พูดทั้งๆที่แปรงสีฟันยังอยู่ในปาก ท่านคงพูดเรื่องนี้ แต่ผมฟังไม่รู้เรื่องแล้วก็ไม่ได้ถามซ้ำท่านอีก ก็เท่านี้แหละครับ

เสธ. : (อึ้ง เงียบ) .... เรื่องมันง่ายขนาดนี้เชียวหรือวะ แล้วคุณรู้เรื่องไหมว่า ศปก.ทบ. 309 เขาทำอะไรกันบ้าง
ลุงคิม :ไม่เคยทราบเลยครับ ขนาดชื่อหน่วย ก็เพิ่งทราบนี่แหละครับ

เสธ. เป็นหน่วยข่าวลับ ภารกิจงานด้านลาว ไปทำงานที่นี้แล้วจะได้สิทธิ์พิเศษหลายอย่าง ได้ พ.ส.ร. ด้วย ....คุณอยากไปไหม ?
ลุงคิม : (ยิ้ม ดีใจ ใจเต้นตุ้บๆ ๆๆ) .... ไปครับ ผบ.พล.ท่านจะอนุมัติไหมครับ ?

เสธ. : มันอยู่ที่ผม จะอนุมัติหรือไม่อนุมัติ .... คุณนี่โชคดี หรือฝีมือดีวะ ?
ลุงคิม : ครับ

เสธ. : ตกลง คงต้องอนุมัติ ระดับกองทัพบกระบุตัวมาแบบนี้ ขัดไม่ได้หรอก... ถามหน่อย คุณรู้จัก ผบ.ศปก.ทบ. เป็นการส่วนตัวไหม ?
ลุงคิม : ไม่รู้จักเลยครับ

เสธ. : เอ้... แล้วท่านรู้จักคุณได้ไง ผมละงง เอาละ คุณไปบอกผู้การกรมของคุณให้ท่านรู้เรื่อง พรุ่งนี้คุณไปรายงานตัวได้เลย แล้วคำสั่งส่งตัวจะตามไปทีหลัง อันนี้ ผบ.ศปก.ทบ. ท่านสั่งตรงมา
ลุงคิม : ครับ


2. บ่อนทำลายลาว เผาเมืองปากซัน :
เมืองปากซัน แขวงบริคันไช ตรงข้ามฝั่งโขงกับ อ.บึงกาฬ ประเทศไทย
ที่ อ.บึงกาฬ บก.ข่าวลับ ตั้งอยู่ที่บ้านคุ้มเหนือ ต.บึงกาฬ จ.หนองคาย

ด้วยภารกิจ "ต่อต้าน/บ่อนทำลาย/จารกรรม/วินาศกรรม/โจรกรรม" กำลังจะเริ่มขึ้นเมื่อ “ท้าวคำเกิด สีอินปัน” (คิม ซา กัสส์) หน.หน่วยข่าว เรียก สมช. ปะติกาน ลาวกู้ชาติ ระดับแนวหน้า 4 คน ที่ศูนย์อพยพคนลาว จ.หนองคาย เข้ามารับคำสั่ง

คำเกิด : 4 คนมาครบแล้ว อเมริกามอบหมายมาให้โจมตีเมืองปากซัน พร้อมกับเมืองอื่นๆ อีก 12 เมือง ทั่วประเทศลาว .... ใครไม่พร้อมบ้าง ?
บุนโฮม : เริ่มเมื่อไหร่ครับหัวหน้า

ท้าวคำเกิด : เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ อาวุธ เงิน พร้อมแล้ว
ท้าวแสงโน : มื้อหน้าเลยหัวหน้า

ท้าวคำเกิด : คนอื่นว่าไง
ท้าวบุนตา : พร้อมครับ

ท้าวคำเกิด : คนอื่น
ท้าวสอนดี : อาวุธพร้อม เงินพร้อม คนก็พร้อม

ท้าวคำเกิด : O.K. สั่งการ ท้าวบุนโฮม เป็นหัวหน้า เอาระเบิด ทีเอ็นที. ระเบิด ซีโฟร. ชนวน. นาฬิกา. สายไฟ. อันนี้สำหรับเผาหอศาลากลางเมืองปากซัน วาง 4 จุด 4 ด้าน ตั้งชนวนถ่วงเวลาให้ระเบิดทำลานตอน 6 ทุ่มตรง .... หัวหน้าบุนโฮม ลูกน้องลูกมือทำไหวไหม
ท้าวบุนโฮม : (มองหน้าลูกทีม) .... ไหวครับ

ท้าวคำเกิด : ดี งานนี้ อเมริกาให้เงินค่าแรงงคนละ 2 พัน เดี๋ยวรับไปเลย
ท้าวสอนดี : จ่ายเงินงวดเดียวเลยหรือครับ

ท้าวคำเกิด : เออ แม่นแล้ว หัวหน้าสปอตยังงี้ เจ้าซิสปอตไหม ?
ท้าวบุนตา : สปอตครับ ขอบใจหัวหน้าหลายๆ

3 วันผ่านไป เที่ยงคืนของคืนนั้น ที่บึงกาฬ ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นทางฝั่งเมืองปากซัน 2 ครั้ง กับอีก 3 วัน เสียงวิทยุแห่งประเทศลาวก็ออกข่าว จับประเด็นได้ว่า “.... บักคำเกิด บักลาวขายซาต สบคบกับปติการ ทำการะเบิดเมืองปากซัน ตำรวจเมืองปากซันสามารถจับปติการได้ 4 คน พร้อมอุปกรณ์ทำระบิดครบถ้วน .... ขอให้ประชาชนจงร่วมมือกับรัฐบาลในการรักษาบ้านเมือง...”

ท้าวคำเกิด : (สั่งการ จนท.วิทยุ).... คอมโม ส่ง ว.ไป บก.ใหญ่เลย

3. ล่องโขง งมหอย :
ด้วยคำสั่ง เด็ดขาด/รวดเร็ว จาก ซีไอเอ. เพียงคำว่า “ฆ่า” สำหรับคอมมูนิสต์และพวกพ้อง มิใยว่า เบื้องหน้าเบื้องหลังของเหยื่อสังหารเหล่านั้นจะมีใครที่มีความสัมพันธ์กันลึกซึ้งและเขาจะรู้สึกอย่างไร ? เพียงใด ?

ซีไอเอ. ไม่ใส่ใจเลยว่า ยุทธวิธีนี้จะทำให้เกิดทฤษฎีใหม่ “ตาย 1 เกิดใหม่ 10” นั่นคือ สังหารเหยื่อได้ 1 ราย แต่ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงบริวารจะตามมาแก้แค้นนับ 10 ราย ส่งผลให้กลายเป็น “ศีกยืดเยื้อ” และขยายวงกว้างไปไม่สิ้นสุด

ขึ้นชื่อว่าสงครามทางอาวุธ นอกจากจะไม่มีฝ่ายใดชนะอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแต่เพียงฝ่ายเดียวแล้ว ตรงกันข้าม กลับพบกับความสูญเสียเหมือนๆกัน เท่าๆกัน ไม่วันนี้ก็วันหน้า ไม่ช้าก็เร็ว ไม่คนรุ่นนี้ก็คนรุ่นหน้า

อาทิ ....
สงครามโลกครั้งที่ 1 เยอรมัน กับพันธมิตรยุโรป สูญเสียประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย ฝ่ายและหลายๆแสน เหมือนๆกัน ....

สงครามโลกครั้งที่ 2 เยอรมัน-ญี่ปุ่น กับ อเมริกา-พันธมิตร สูญเสียประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย ฝ่ายและนับล้านคน เหมือนๆกัน ....

สงครามอเมริกา กับ เวียดนาม สูญเสียประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย ฝ่ายและนับแสน เหมือนๆกัน ....

สงครามอเมริกา กับอิรัก สูญเสียประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย ฝ่ายละนับแสน เหมือนๆกัน .... นี่เพียงความสูญเสียผู้คนประชาชนเท่านั้น

ความสูญเสียที่มากมายไม่สามารถนับเป็นตัวเลขได้ คือ ขวัญ กำลังใจ สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ทหารอาชีพด้วย ขวัญ กำลังใจ แม้จะเปี่ยมล้นด้วยคุณธรรม แต่การปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดยังอยู่เหนือกว่า

ศึก ผกค. บริเวณรอยเชื่อมต่อไทยกับลาว คือ ลำน้ำโขง ซีไออ. ในฐานะผู้สนับสนุนทุกกรณีสั่งคำเดียว คือ “ฆ่า” เท่านั้น

หน่วยข่าวลับไทยไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ อย่างสูงแค่ “แยก” เชื้อชาติว่าเป็นใคร โดยว่า ถ้าเป็น ผกค.ไทย ผกค.ลาว ให้ปล่อยไป ลงท้ายจึงเหลือ ผกค.เวียดกง เท่านั้น

สังหารเสร็จแล้วปล่อยลอยไปตามลำน้ำ เรียกว่า “ล่องโขง”
สังหารแบบพิเศษเฉพาะแล้วปล่อยไป ศพไม่ลอยแต่จมอยู่ไต้น้ำ เรียกว่า “งมหอย”

ด้วย “จรรยาบรรณ” ของคนช่างคิดช่างเขียนช่างเล่า ต้องขออภัยผู้อ่านเป็นอย่างสูงที่จะไม่เอ่ยว่า วิธีการฆ่าคนทั้ง 2 วิธี ต่างกันอย่างไร ? ทำอย่างไร ? ด้วยเหตุผลอะไร ? เพราะฆาตกรบางคนอาจเอาไปทำเลียนแบบก็ได้

4. รับม้ง ภูหมาเฒ่า ภูเขาควาย :
COMMO :
หัวหน้าครับ ข่าวด่วนจาก บก.ครับ
หน.ทีม : รับกระดาษเขียนข่าวจาก พนง.วิทยุประจำทีม
“ข่าวสลับสุดยอด...ด่วนที่สุด”
1. ให้ตั้ง ว. ติดต่อตรง 8302. 8308 แล้วช่วยเหลือนำทาง
2. ให้เตรียมรับ ม-63 เมื่อมาถึงฝั่งโขง แล้วช่วยข้ามมา
3. นำ ม-63 ไปส่ง ม-17 ให้เรียบร้อย

หน.ทีม : ถอดรหัสซิวะ
COMMO : ครับ.... 8320 คือ พ.ต.หวัง ไก วื, 8308 พ.ต.หว่าง เซ้ง ว่าง, ม-63 คือม้งจากภูหมาเฒ่า, ม-17 คือศูนย์รับผู้อพบพชาวม้ง บ้านวินัย อ.ปากชม จ.เลย ครับ

หน.ทีม : ข่าววิทยุกับหวัง ไก วื, - หว่าง เซ้ง ว่าง, ยังติดต่อได้ปกติไหม ?
COMMO : ได้ครับ

หน.ทีม : ข่าวครั้งสุดท้าย ว่าไง ?
COMMO : ม้งภูหมาเฒ่า ของหวัง ไก วื. กับม้งภูเขาควาย ของหว่าง เซ้ง ว่าง. กำลังโดนลาวแดงเวียดกงกวาดล้างอย่างหนัก อเมริกาเลยเอาเยลโล่ เรน (ฝนเหลือง) ไปโรยดักทางลาวแดงเวียดกงไม่ให้ตามม้งได้

หน.ทีม : งั้นเหรอ.... ถามหวัง ไก วื. หว่าง เซ้ง ว่าง. รึเปล่าว่า หลบลาวแดงเวียดกงได้ผลไหม ?
COMMO : ถามแล้วครับ ได้ผลครับ ตอนนี้ลาวแดงเวียดกงเปลี่ยนทางไล่ ต้องอ้อมข้ามเมืองเชียวขวาง แล้ววกลงมาทางใต้ทีหลัง คาดว่าไม่น้อยกว่า 2 อาทิตย์ถึงจะตามม้งทัน

หน.ทีม : แล้วหวัง ไก วื. กับหว่าง เซ้ง ว่าง. เขาบอกหรือเปล่าว่ามีแผนจะข้ามโขงตรงจุดไหน ?
COMMO : ข้ามตรงดอนแตง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคายครับ

หน.ทีม : ดอนแตง ดอนของไทยในน้ำโขง เขตหนองคาย .... เอาวะ ยังทัน
COMMO : หวัง ไก วื. บอกว่าต้องเดินทางกลางคืนอย่างเดียว เพราะกลัวลาวแดงจะตรวจการณ์ทางอากาศแล้วเจอน่ะครับ

หน.ทีม : งั้นเหรอ ม้งนี่เก่งเรื่อง รบนอกแบบ รบตอนกลางคืน อยู่แล้ว ว่ามั้ย
COMMO : ครับ

หน.ทีม : ถามซิ จำนวนคน เด็ก ผู้ใหญ่ ผู้ชาย ผู้หญิง คนหนุ่ม คนแก่ คนป่วย อย่างละซักเท่าไหร่ ? เก็บรายละเอียดมาให้หมด
COMMO : ครับ

หน.ทีม : อาวุธ อาหาร มีมากไหม ?
COMMO : ครับ

หน.ทีม : O.K. ตรงนี้เสร็จแล้ว ส่งข่าวไปศูนย์วินัย ให้เตรียมคนผู้ชายหนุ่มไว้ 20 คน อาหาร ยารักษาโรค กับเชือกเส้นใหญ่ๆ ขนาดข้อมือ ต่อกันยาวข้ามแม่โขงได้ เชือกนี่เอาไว้ให้คนเกาะข้ามแม่โขง
COMMO : เตรียมเรือด้วยไหมครับ ?

หน.ทีม : อันนี้เดี๋ยวเราไปยืมชาวบ้านไทยที่ริมโขงก็ได้
COMMO : ครับ

หน.ทีม : ส่งรายละเอียดแผนการปฏิบัติถึง บก. กับขอทราบการปฏิบัติเพิ่มเติมด้วย
COMMO : ครับ.... แจ้งจังหวัด, นปข, ตำรวจน้ำ. ด้วยไหมครับ ?

หน.ทีม : อันนี้เราไม่ต้องแจ้ง แต่ทางหน่วยเหนือจะพิจารณาแจ้งเอง กับถ้าหน่วยเหนือจะให้เราปฏิบัติอะไรเพิ่ม ก็จะแจ้งมาที่เราโดยตรงเลย
COMMO : ครับ

เสียงวิทยุสนามเครื่องหนึ่งดัง ต๊อด ต๊อด ต๊อดต๊อด ฯลฯ ด้วยฝีมือ COMMO พนง.วิทยุเข้ารหัสสัญญาณลับส่งข่าวไป บก.ใหญ่ที่ “ตึกขาว” (ร.13) อ.เมือง อุดรธานี ก่อน จากนั้นตึกขาวจะส่งต่อถึง “ศปก.ทบ.309” (กทม.) อีกทอด ตามระเบียบปฏิบัติประจำ (รปจ.)....

กับเสียงวิทยุสนามอีกเครื่องหนึ่งส่งสัญญาณรหัสตัวเลข 23890 67920 83012 ฯลฯ ด้วยคำพูด สำเนียงภาษาลาว ส่งข่าวถึงศูนย์ข่าวม้งที่ภูเขาควาย ภูหมาเฒ่า ประเทศลาว

ภารกิจใหญ่กำลังเริ่ม ลุงคิมในคราบ “ท้าวคำเกิด สีอินปัน” (ชื่อพรางในงานข่าวลับ) จดๆจ้องๆอยู่หน้าแผนที่สถานการณ์ มาตรส่วน 1 : 50,000 แล้วเขียนสัญลักษณ์ เครื่องหมาย ด้วยดินสอไข สีแดง สีน้ำเงิน สีดำ ตามหลักวิชาการรบ ยุทธการ (ฝอ.3) - การข่าว (ฝอ.2) - กิจการพลเรือน (ฝอ.5)

สิริรวมเวลาได้ 3 วัน 3 คืน ภายใต้เสียงสัญญาณวิทยุ ทั้งรหัสสัญญาณ และรหัสคำพูด ที่ รับ-ส่ง ข่าวกัน

เน้นย้ำ....ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้ งบประมาณ-วัสดุอุปกรณ์ โดยการสนับสนุนของ ซีไอเอ. ยกเว้น “บุคลากร” เท่านั้น ที่ต้องใช้คนของพื้นที่เพื่อความเนียนในงานสายลับ

COMMO : หัวหน้าครับ ม้งส่งข่าวมาแล้วว่า พรุ่งนี้กลุ่ม พ.ต.หว่าง เซ้ง ว่าง ถึงบ้านบอนสวน ห่างจากฝั่งโขงที่ดอนแตง 2 กิโล กับกลุ่ม พ.ต.หวัง ไก วื ถึงบ้านโนนแดง ห่างจากฝั่งโขงที่ดอนแตง 1 กิโล ตอนนี้กำลังรอคำสั่งจากเราให้ข้ามน้ำครับ
หน.ทีม : มีข่าวทหารลาวแดงเวียดกงไหม ?

COMMO : สัญญาดักฟังวิทยุลาวแดงเวียดกง บอกว่าตอนนี้ยังอยู่ที่เชียงขวางครับ
หน.ทีม : เอาวะ งานนี้คงปลอดภัยจากลาวแดงเวียดกงนะ เหลืออยู่แต่ว่า.... เฮ้ยยยย กูสงสัย ม้งอยู่แต่บนภู ม้งว่ายน้ำเป็นเหรอวะ....

COMMO : (หัวเราะ) ไม่เป็นไรมั้งครับหัวหน้า ว่ายน้ำไม่เป็นก็เกาะเชือกแทน คงข้ามได้ครับ

เที่ยงตรงของวันนั้น หน.คำเกิด สีอินปัน กับลูกทีม 2 คน พร้อม พีอาร์ซี.25 วิทยุสนามเคลื่อนที่ เดินทางถึงริมโขง เขต อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย มองเห็นดอนกลางลำน้ำห่างจากฝั่งไทยราว 200 ม. ห่างจากฝั่งลาวราว 300 ม. ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ระบุ ดอนนี้ช่วงหน้าแล้ง กว้าง 150 ม. ยาว 480 ม. ไม่มีผู้คนอยู่อาศัย อาจมีบางวันบางครั้งที่ชาวประมงหาปลาแวะพัก

ม้งอพยพ 20 คน ชายหนุ่มล้วนจากศูนย์อพยบ มารอก่อนแล้วตั้งแต่วันวาน พร้อมด้วยเชือกเส้นใหญ่ขนาดข้อมือเด็กกองพะเนิน กับเรือไฟเบอร์เล็กๆ 2 ลำกับพายลำละ 2 อัน

ทั้งหมดทุกอย่าง ทั้งคนทั้งสิ่งของ อยู่ภายใต้การ “พราง” อย่างดี ป้องกันการรู้เห็นจากสายตาภายนอก

ม้งกลุ่มนี้รู้จักกับ หน.คำเกิด สีอินปัน เป็นอย่างดีเป็นทุนเดิมอยู่ก่อนแล้ว

คำเกิด : งานนี้ใครเป็นหัวหน้า
ม้งอพยบ : ผมครับ ผมชื่อ หน่ำ ซา กวง เป็นหัวหน้า

คำเกิด : วางแผนงาน จะเริ่มขึงเชือกตอนไหน เวลาไหน
ม้งหน่ำ : ดอนฝั่งไทยจะเริ่มตอนค่ำ รอให้มืดก่อน วางเชือกทั้งคืนได้เลย เพราะดอนฝั่งไทยตอนกลางคืนไม่มีเรือแล่น .... ดอนฝั่งลาวจะเริ่มวางเชือกตอนก่อนสว่าง เพราะฝังลาวไม่แน่ใจว่าช่วงกลางคืนจะมีเรือแล่นไหม แต่ก่อนสว่างไม่มีเรือแล่นแน่ๆ

คำเกิด : (หัวเราะในลำคอ)....ระหว่างที่คนกำลังเกาะเชือกลอยคออยู่ในน้ำ แล้วมีเรือแล่นมา จะทำยังไง
ม้งหน่ำ : เราจะสั่งเรือหยุดไว้ก่อน เรือชาวบ้านไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นเรือทหารลาวแดงเวียดกง ก็ต้องสู้กัน

คำเกิด : เอางั้นนะ....ทุกคนพร้อมมั้ย ?
ม้งหน่ำ : พร้อมครับ

ถึงกำหนด วัน ว. เวลา น. ก่อนค่ำวันนี้ปฏิบัติการขึงเชือกข้ามโขงฝั่งไทย 4 เส้น ห่างกันเส้นละ 20 ม. ทุกเส้นเสร็จพร้อมใช้งาน กับเมื่อเวลาราว ตี.5 ของวันรุ่งขึ้น ปฏิบัติการขึงเชือกข้ามโขงฝั่งลาว สไตล์เดียวกันกับฝั่งไทยก็เสร็จพร้อมใช้งาน

เวลา 06.00 น.ตามเวลาประเทศลาว เสียง พีอาร์ซี.25 เป็นสำเนียงม้งดังชัดเจน

คำเกิด : ข่าวส่งมาว่าไง
ม้งหน่ำ : ท่านหวัง ไก วื. กับท่านหว่าง เซ้ง ว่าง. ถึงจุดนัดหมายแล้ว ทุกอย่างพร้อม ทุกคนปลอดภัย ครับ

ม้งศูนย์อพยบ 10 คนชุดรับผิดชอบริมโขงฝั่งไทย แบ่งเป็น 2 ชุดเล็ก ชุดหนึ่ง 5 คนประจำแผ่นินริมโขงฝั่งไทย กับ 5 คนประจำริมดอนฝั่งไทย .... ม้งจากศูนย์อีก 10 คนก็แบ่งเป็น 2 ชุดเล็ก ชุดหนึ่ง 5 คนประจำแผ่นดินริมโขงฝั่งลาว กับ 5 คนประจำริมดอนฝั่งลาว

หลังสัญญาณเสียงวิทยุไม่กี่นาที แสงจากพระอาทิตย์ยังไม่เข้ม เพียงแค่มองเห็นรำไรๆ ม้งกลุ่มแรกก็ปรากฏร่างให้เห็นจากแผ่นดินริมโขงฝั่งไทย 5 คนแรกเท่าจำนวนเชือกเกาะเชือกมา 5คนที่สอง 5คนที่สาม ทีสี่ ทีห้า ตามมาเรื่อยๆ .... มือหนึ่งจับเชือก อีกมือหนึ่งจับบ่าคนข้างหน้า บางคนมีเด็กเล็กผูกผ้าไว้ข้างหน้า บางคนผูกไว้ด้านหลัง คนแก่มีคนหนุ่มคอยช่วยจับ ทุกคนเงียบเสียง แต่มีเสียงจากน้ำที่ถูกเท้าเตะกระทุ่มน้ำ เชือกทุกเส้น มีคนเกาะเรียงกันมาติดๆ

ภายใต้สายน้ำที่ไหลเอื่อยๆ ตลอดเวลาตั้งแต่กำเนิดลำน้ำโขง แม้ปฐมภูมิของชนชาติม้งจะว่ายน้ำไม่เป็นก็ไม่มีอุปสรรคมากนัก

ด้วยระยะเวลาไม่เต็ม 1 ชั่วโมง ม้งคนสุดท้าย พ.ต.หวัง ไก วื, พ.ต.หว่าง เซ้ง ว่าง, ก็ขึ้นแผ่นดินฝั่งไทยได้สำเร็จ เรียบร้อย

คำเกิด : ยินดีต้อนรับ ยินดีต้อนรับ ท่านหวัง ไก วื. ท่านหว่าง เซ้ง ว่าง.
หวัง ไก วื : ซำบายดี ขอบใจหลายๆ
หว่าง เซ้ง ว่าง : ซำบายดี ขอบใจหลายๆ

คำเกิด : คนของท่านรอดมาได้ ท่านละกี่คน
หวัง ไก วื : ของข้าเจ้า รอดมา 245 คน คนเฒ่าตกน้ำ ลอยน้ำไป 2 คน
หว่าง เซ้ง ว่าง : ของข้าเจ้า รอดมา 184 คน คนเฒ่าตกน้ำ ลอยน้ำไป 4 คน

คำเกิด : อาวุธ ทรัพย์สินของมีค่า มีอะไรบ้าง
หวัง ไก วื : ของข้าเจ้ามีปืน 24 กระบอก ระเบิด 30 ลูก
หว่าง เซ้ง ว่าง : ของข้าเจ้ามีปืน 20 กระบอก ระเบิด 20 ลูก

คำเกิด : ของพวกนี้ท่านเก็บรักษาไว้เองนะ เพราะอนาคตท่านจะต้องใช้มัน....แล้วทรัพย์สินของมีค่าอย่างอื่นล่ะ ?

พ.ต.ม้ง หน.กลุ่มทั้ง 2 กลุ่ม เหลียวกลับไปส่งภาษาตัวเองต่อลูกกลุ่มว่า ให้ทุกคนนำเครื่องประดับที่ทำด้วยเงิน ที่ติดตัวมา ทุกชิ้น ทุคน มากองรวมกัน ให้เป็นสมบัติของส่วนรวม ม้งลูกกลุ่มให้ความร่วมมือ หยิบสมบัติติดตัวมายื่นส่งให้ด้วยความยินดี

พ.ต.ม้ง ทั้ง 2 คน จัดการรวมเครื่องเงินให้รวมกันเป็น 1 กองก่อน แล้วแบ่งเป็น 2 กอง ท่ามกลางสายตาทุกคน

หวัง ไก วื : หัวหน้า กองนี้มอบให้สำหรับหัวหน้า เป็นสิ่งขอบใจ
หว่าง เซ้ง ว่าง : กองนี้ข้าเจ้าขอเก็บไว้ใช้งานกู้ชาติ

สายตาและน้ำเสียงของม้งหัวหน้าทั้งสองบ่งบอกถึงความจริงใจอย่างชัดแจ้ง สรรพเสียงใดๆ ไม่วี่แววออกมาจากปากม้งลูกกลุ่มแม้แต่แอะเดียว ทุกสายตาจับนิ่งที่ หน.คนไทย

คำเกิด : ท่านหวัง ไก วื. ท่านหว่าง เซ้ง ว่าง. เราเป็นทหารเหมือนกัน เราอยู่บ้านเรา เรามีเงินเดือนกิน ท่านมาอยู่บ้านเรา ท่านไม่มีเงินเดือนกิน แต่ท่านต้องใช้เงิน เราตั้งใจช่วยท่านอย่างแท้จริง เรายังมีภารกิจเพื่อชาติ เพื่อแผ่นดิน เพื่ออุดมการณ์ ที่จะต้องร่วมงานกันต่อไปอีกมาก อีกนาน เพราะฉะนั้นขอให้ท่านเก็บทรัพย์สินของมีค่าทั้งหมดนี้ไว้เองเถิด

หวัง ไก วื : ท่านไม่รับ
หว่าง เซ้ง ว่าง : ท่านไม่เอา

คำเกิด : ถูกต้อง ท่านเก็บไว้เถอะ .... นะพวกเรา เก็บไว้ใช้เถอะ

พ.ต.ม้งทั้ง 2 ท่าน นำเปลี่ยนท่านั่งเดิมเป็นคุกเข่าก่อน พลันม้งลูกกลุ่มทั้งหมดเปลี่ยนท่านั่งเดิมเป็นคุกเข่าตามเหมือนกันหมด เหมือนหัวหน้า แล้วเอ่ยวาจาพร้อมกัน

หวัง ไก วื : ขอบใจหลาย ขอบใจหลายๆ ขอบใจหลายๆ
หว่าง เซ้ง ว่าง : ขอบใจหลาย ขอบใจหลายๆ ขอบใจหลายๆ
ลูกกลุ่ม : ขอบใจหลาย ขอบใจหลายๆ ขอบใจหลายๆ

เที่ยงตรงวันเดียวกันนั้น รถบัสโดยสาร 10 คัน มาถึงตามแผนที่นัดหมายไว้ล่วงหน้า ม้งทั้งหมดได้รับการนำส่งศูนย์อพยบชาวม้ง บ้านวินัย อ.ปากชม จ.เลย ภายใต้การสนับสนุนของ ซีไอเอ. อย่างเรียบร้อยตามวัตถุประสงค์แห่งภารกิจทุกประการ

5. ผกค.ไทยในลาว (ค่ายปากกะดิ่ง ค่ายหางดง) :
COMMO : หัวหน้าครับ มี หขส. จาก 309 ครับ
ลุงคิม : หขส. หขส. (หัวข้อข่าวสาร) ว่ามาเลย

COMMO : ครับ....
พิสูจน์ทราบ ผกค. :
1. ผกค. ค่ายปากกะดิ่ง
2. ผกค. ค่ายหางดง (นาเจริญ)
3. ผกค.ไทย จากนาแก สกลนคร ไปอยู่ที่ไหน
4. รายงานใน 15 พ.ย.

ลุงคิม : อืมมม พิสูจน์ก็ต้องมีรายละเอียน 5W 1H มีเวลา 1 เดือน เอาวะ


แผนงานเริ่มขึ้นจากความทรงจำเดิม ....
“ปากกะดิ่ง” คือพื้นที่ปากแม่น้ำกะดิ่ง ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง ตรงข้ามบ้านบุ่งค้า อ.บึงกาฬ .... ค่ายปากกะดิ่ง คือพื้นที่งานของโซเวียต ที่มาช่วยเหลือลาวสร้างสะพานข้ามแม่น้ำ .... แหล่งข่าว (สายลับ) ฝั่งลาวคือ ท้าวปรารถนา ฝั่งไทยคือ นายทองกวาว

“หางดง” คือที่ตั้งค่ายทหารเวียดนามในลาว ตรงข้ามกับไทยที่บ้านนาเจริญ อ.บึงกาฬ ... แหล่งข่าว (สายลับ) ฝั่งลาวคือท้าวบันชู ฝั่งไทยคือ นายสมพร

สายๆ วันนั้นลุงคิมปรากฏตัวที่บ้านสายลับฝั่งไทย บ้านบุ่งค้า งานนี้ไม่ต้องหว่านล้อมอะไรยุ่งยาก เพราะทำงานกันมานาน เครดิตเรื่องเงินซื้อข่าวเชื่อถือได้ ....พบหน้าสั่งงานได้เลย ทั้งสายลับลาว สายลับไทย

คำเกิด : ทองกวาว ให้ปรารถนาเอารายละเอียด ผกค.ไทย ในค่ายปากกะดิ่ง
ทองกวาว : ละเอียดแค่ไหนครับ

คำเกิด : ชื่อ นามสกุล พื้นความรู้ บ้านเดิมเมืองไทย ความศรัทธาคอมมิวนิสต์ แผนการใช้ชีวิตในอนาคต ญาติพี่น้องในเมืองไทย จำนวน ผกค.ที่เป็นคนไทยในค่าย รัสเซียอบรมเรื่องอะไรบ้าง...ไหวมั้ย ?

ทองกวาว : (หัวเราะ) สบายอยู่แล้ว ผกค.ในค่ายออกไปกินข้าวกับท้าวปรารถนาบ่อยๆ เขารู้จักกันดี

คำเกิด : เฮ่ย ๆๆ ๆๆ แล้วเขารู้หรือเปล่าว่าท้าวปรารถนาเป็นใคร
ทองกวาว : อ๋อออ เรื่องนี้ไม่รู้หรอกครับ ขืนให้รู้ ตำรวจตาแสงจับตัวแน่

คำเกิด : ตำรวจตาแสง ตำรวจประจำตำบล .... เอาวะ เริ่มงานเลยนะ
ทองกวาว : หัวหน้าครับ เรื่องข่าวไม่สำคัญหรอก แต่ท้าวปรารถนาอยากขอความช่วยเหลือจาหัวหน้าครับ

คำเกิด : เรื่องอะไร
ทองกวาว : ท้าวปรารถนาจะขอเอาหมากแหน่ง ข้ามมาแล้วเอาไปส่งที่ปากคาด ซัก 100 กิโล แค่กระสอบเดียวเท่านั้น จะได้ไหมครับ

คำเกิด : เอาเลยทองกวาว หมากแหน่งก็แค่ลูกเร่วธรรมดาๆ เขาเอาไปทำยา ประเทศไทยส่งต่อไปสิงค์โปร์หมด ไม่ใช่ยาเสพติด เอามาซัก 200 กิโลเลยก็ได้ ระวังก็แต่ด่านศุลกากรเท่านั้นแหละ
ทองกวาว : ไม่เป็นไรครับ เรื่องนี้ท้าวปรารถนารู้ดีอยู่แล้ว

คำเกิด : ส่งที่ปากคาดได้ กก.ละเท่าไหร่
ทองกวาว : ที่ตกลงกันก็ 120 บาทครับ

คำเกิด : ราคาเมืองไทย 120 ราคาที่สิงค์โปร์ 1,200 ทำไมราคาต่างกันจังเลยวะ....

เสร็จภารกิจกับสายลับทองกวาว ตกเย็นก่อนค่ำวันเดียวกัน ลุงคิมก็ปรากฏตัวที่ บ้านนาเจริญ อ.บึงกาฬ พบกับแหล่งข่าว (สายลับ) ฝั่งไทยคือนายสมพร

คำเกิด : เดือนนี้เจอกับท้าวบันชูบ้างไหม ?
สมพร : เจอครับ เขามาเมื่อวานนี้เอง นี่เอาข่าวมาส่งด้วย พรุ่งนี้ผมว่าจะเอาไปส่งให้หัวหน้า พอดีหัวหน้ามาผมเลยไม่ต้องไป

รับกระดาษโน้ตเล็กๆ ยับยู่ยี่ แต่ข้างในมีอักษรภาษาลาวชัดเจน .... ทำงานสายลับลาวใช้ชื่อภาษาลาว อ่านหนังสือลาว เขียน/พิมพ์ ภาษาลาว พูดภาษาลาว รู้เรื่องข่าวสารประเทศลาว ประเทศที่เกี่ยวข้องกับลาว .... เหลือบสายตามองแว้บเดียวก็รู้ถึงความเร่งด่วนของข่าวแล้ว

คำเกิด : อยากให้ท้าวบันชูรายละเอียด ผกค.ไทย ในค่ายหางดงให้หน่อย
สมพร : ละเอียดแค่ไหนครับ

คำเกิด : ชื่อ นามสกุล พื้นความรู้ บ้านเดิมเมืองไทย ความศรัทธาคอมมิวนิสต์ แผนการชีวิตในอนาคต ญาติพี่น้องในเมืองไทย จำนวน ผกค.ที่เป็นคนไทยในค่าย ทหารเวียดนามอบรมเรื่องอะไรบ้าง แล้วก็จำนวนทหารเวียดนามที่มีด้วยนะ ...ไหวมั้ย ?
สมพร : ได้ครับ ผมว่ารายละเอียดพวกนี้ ท้าวบันชูเขารู้อยู่แล้ว เพราะเขาเข้าออกเอาอาหารไปส่งให้ทหารเวียดนามในค่ายหางดงประจำ

คำเกิด : ดี เริ่มเลยนะ.... ฝากเงินค่าข่าวงวดนี้ 1,000 บาท ไว้ให้ท้าวบันชูด้วย กับค่าข่าวของสมพร 2,000 บาท
สมพร : ขอบคุณครับ

สรุปรายละเอียดใน หขส. :
ผกค.ไทยในค่ายปากกะดิ่ง :

- จำนวน 12 คน (ชื่อ-นามสกุล...ขอปิดลับ)
- พื้นความรู้ มัธยม 10 คน ปริญญา 2 คน,
- บ้านเดิมเมืองไทย อิสาน 4 คน กลาง 6 คน เหนือ 2 คน
- ความศรัทธาคอมมิวนิสต์ ยึดมั่นแนวเหมา เจ๋อ ตุง
- แผนการใช้ชีวิตในอนาคต เป็นผู้นำชนชั้นกรรมชีพ
- ญาติพี่น้องในเมืองไทย ไม่ทราบ
- จำนวน ผกค.ที่เป็นคนไทยในค่าย 12 คน
- รัสเซียอบรมเรื่องอะไรบ้าง ไม่มีอบรม

ผกค.ไทยในค่ายหางดง :
- จำนวน 6 คน (ชื่อ-นามสกุล...ขอปิดลับ)
- พื้นความรู้ระดับมัธยม
- บ้านเดิมเมืองไทย อิสาน 4 คน กลาง 2 คน
- ความศรัทธาคอมมิวนิสต์ ยึดมั่นแนวเหมา เจ๋อ ตุง
- แผนการใช้ชีวิตในอนาคต เป็นผู้นำชนชั้นกรรมชีพ
- ญาติพี่น้องในเมืองไทย ไม่ทราบ
- จำนวน ผกค.ที่เป็นคนไทยในค่าย 6 คน
- ทหารเวียดนามอบรมเรื่องต่อต้านอเมริกา

คำเกิด : ค่ายหางดงเป็นค่ายทหารเวียดนามโดยเฉพาะ ในค่ายมีทหารเวียดนามรวมทั้งหมดแล้วกี่คน
สมพร : ค่านี้เป็นค่ายใหญ่ มีทหารเวียดนาม 80 คน ทหารลาว 20 คน เท่านั้น

คำเกิด : ไหนว่า มีทหารเวียดนาม 200 กว่าคน นั่งรถมาคันละ 20 คน วันละ 4-5 เที่ยว แล้วทำไมถึงบอกว่ามีแค่ 80 คนล่ะ
สมพร : (หัวเราะ) คืองี้ครับหัวหน้า เวียดนามใช้วิธีลวง เขาบรรทุกทหารเข้ามาที่ค่ายตอนกลางวัน วิ่งมาช้าๆ วิ่งแบบเปิดเผยให้คนเห็น เห็นมากๆด้วย ....

ตกกลางคืนจะให้ทหารแอบนอนหมอบบนรถทำเป็นรถเปล่าวิ่งออกไป ไปไหนไม่รู้ พอสายวันรุ่งขึ้น ทหารชุดนี้จะนั่งรถแบบเปิดเผยให้คนเห็น

คนเห็นไม่รู้อะไรลึกๆ ก็หลงเป็นทหารเวียดนามชุดใหม่ ชุดใหม่มา มาหลายชุด แต่ชุดเก่าไม่เคยออกไปเลย แบบเลยเป็นว่า ทหารเวียดนามมากไงล่ะ

คำเกิด : เล่นกันง่ายๆยังงี้นะมึง
สมพร : เขาเล่นมานานแล้ว หัวหน้าเพิ่งรู้เหรอครับ


6. ม้งสู่ประเทศที่ 3 :
COMMO : หัวหน้าครับ มี หขส. จาก 309 ครับ
ลุงคิม : ว่ามาเลย

COMMO : ครับ....
1. ให้ ม.8320, ม.8308, ม.17, ท.18, อ.75,

(8320 คือ พ.ต.หวัง ไก วื, 8308 คือ พ.ต.หว่าง เซ้ง ว่าง, ม 17 คือ ศูนย์รับผู้อพยพชาวม้ง จ.เลย, ท 18 คือ จนท.ไทย, อ 75 คือ จนท.UNHCR สหประชาชาติ)

2. อ 75 จะไปคัดเลือกม้งอพยบที่ ม 17 ไปประเทศที่ 3
3. อ 75 เอาอาหารไปส่งสำหรับม้งอพยบ
4. ท 18 จะไปสำรวจจำนวนม้งอพยบปัจจุบัน
5. ประสานทางลับ 8320, 8308
6. ประเทศที่ 3 สหรัฐ แคนนาดา ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส
7. รายงานผลเมื่อเสร็จ

สรุปเรื่องประชุมที่น่าสนใจ :
* สหรัฐ แคนนาดา ฝรั่งเศส รับประเทศละ 200 คน มีข้อแม้ 2 ข้อ คือ 1 มีชนชาติเดียวกันเคยอพยพไปอยู่ก่อนแล้ว และ 2 พร้อมทำงานประเภทใช้แรงงาน หรือลูกจ้างทุกสาขาอาชีพ

* ออสเตรเลียรับไม่อั้น สำหรับคนที่พร้อมทำงานด้านการเกษตร ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาล โดยมีหลักเกณฑ์
- ครอบครัวละไม่น้อยกว่า 100 เฮกต้า (1 เฮกต้า = 6.25 ไร่)
- เลือกกิจกรรมเกษตร (นา ไร่ สวน สัตว์เลี้ยง) อย่างเดียวหรือหลายอย่างตามใจชอบ
- รัฐบาลสนับสนุน เครื่องจักรกลการเกษตรทุกอย่าง
- รัฐบาลสนับสนุนแหล่งน้ำและส่งน้ำให้ถึงทุกแปลง
- รัฐบาลสนับสนุกกล้าพันธุ์พืชทุกชนิดตามต้องการ
- รัฐบาลสนับสนุนข้อมูลความรู้และ จนท.ทางวิชาการ และเทคโนโลยีทุรูปแบบ
- รัฐบาลสนับสนุนสหกรณ์รับซื้อผลผลิต
- รัฐบาลสนับสนุนเงินค่าครองชีพจนกว่าจะมีรายได้จากการจำหน่ายผลผลลิต
- อื่นๆ ตามสถานการณ์โลก หรือสภาวะธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลง

หัวหน้า “คำเกิด สีอินปัน” อ่านรายละเอียดที่ อ 75 คือ จนท.UNHCR ออสเตรเลีย ประจำสหประชาชาติ สาขาประเทศไทย มอบให้เพื่อการประสานงานที่ราบรื่น

ด้วยเงื่อนไขในการรับผู้อพยพระหว่าง สหรัฐ-แคนนาดา-ฝรั่งเศส กับออสเตรเลีย ต่างกันอย่างสิ้นเชิงทำให้เกิดอาการสงสัยใคร่รู้

คำเกิด : ทำไมออสเตรเลียถึงยินดีรับผู้อพยพมากมายขนาดนี้
UNHCR : ออสเตรเลียต้องการให้โอกาสชีวิตเขาใหม่

คำเกิด : อืมมม ออสเตรเลียประเทศใหญ่ ใหญ่มาก ระดับทวีป แล้วออสเตรเลียได้อะไรจากงานนี้
UNHCR : ได้ซี่ ได้ทั้งออสเตรเลียและผู้อพยพ ผู้อพยพนอกจากจะได้สิทธิประโยชน์เทียบเท่าประชาชนออสเตรเลีย ยังได้ชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น ในขณะที่ออสเตรเลียได้ประชาชนกลุ่มใหม่สร้างแผ่นดิน
คำเกิด : สร้างแผ่นดิน.... หมายความว่างไง ?

บรรยากาศยามนั้นเงียบกริบ ทุกสายตาจ้องจับที่คู่สนทนา ไทย-ออสซี่ เป็นตาเดียว ด้วยความสนใจ โดยเฉพาะคำถามนี้

UNHCR : หมายความว่า เราให้ผู้อพยพทั้งหมดที่เป็นคนชาติเดียวกัน หรือผู้อพยพชาติอื่นด้วย ถ้ามีนะ ไปอยู่ที่เมืองเพิร์ธด้วยกัน เมืองนี้เป็นทะเลทราย เราจะเปลี่ยนทะเลทรายเป็นป่าไม้ แล้วให้เป็นเมือง เป็นเมืองขนาดใหญ่ที่มีสาธารณูปโภคสมบูรณ์แบบ
คำเกิด : ว้าววว .... ทะเลทราย ป่าทรายเป็นป่าต้นไม้ ถึงวันนี้คืบหน้าไปเท่าไหร่แล้ว

UNHCR : วันนี้มีผู้อพยพจากเวียดนามไต้ไปอยู่แล้วกว่า 10,000 คน ผู้อพยพจากลาวไปแล้วกว่า 2,000 คน
คำเกิด : ได้เมืองขนาดใหญ่หรือยัง ?

UNHCR : ใหญ่ ยอมรับว่าใหญ่มาก
คำเกิด : มีปัญหาไหม ?

UNHCR : ตั้งแต่เริ่มต้นมา ปีนี้เป็นปีที่ 4 ยังไม่เคยมีปัญหาเลย ผู้อพยพทุกคนเรียบร้อยดี
คำเกิด : ที่น่าสนใจอย่างมาก คือ ทะเลทราย ทะเลทรายคือความแห้งแล้ง แล้วออสเตรเลียทำการเกษตรได้หรือ

UNHCR : ได้ ในเมื่อความแห้งแล้ง คือไม่มีน้ำ เราก็ส่งน้ำเข้าไป ส่งไปให้ถึงทุกบ้าน ถึงพืชทุกต้น จุดไหนของพื้นที่นั้นมีน้ำไต้ดินเราก็เจาะสูบขึ้นมาเสริม ปัจจุบันพื้นที่ๆเป็นป่าหายจากความแห้งแล้งแล้ว
คำเกิด : อื้อฮือ ยอมรับ ยอมรับ....แล้วพันธุ์ไม้พันธุ์พืชล่ะ เอามาจากไหน ?

UNHCR : อันนี้ต้องฝากขอบคุณรัฐบาลไทยเป็นอย่างสูง ที่มอบพันธุ์ไม้โดยเฉพาะผลไม้จากประเทศไทยเป็นที่พอใจของผู้อพยพเป็นอย่างมาก แต่น่าเสียดาย....
คำเกิด : เสียดายอะไรเหรอ ?

UNHCR : ต้นไม้ผล ออกผลมาแล้วกินไม่อร่อยเลย ไม่เหมือนผลไม้จากประเทศไทยโดยตรง เพราะโซนภูมิศาสตร์โลกของออสเตรเลียไม่เหมือนของประเทศไทย
คำเกิด : แล้วออสเตรเลียจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ?

UNHCR : ให้ปลูกไม้ผล ผลไม้ของออสเตรเลียแทน
คำเกิด : O.K. GOOD IDEA THANK YOU

7. ผวจ.หนองคาย VS ผวจ.เวียงจันทน์ :
ต้นเหตุของเรื่อง :

วันสงกรานต์ 13 เม.ย. ไทย-ลาว พี่น้องกัน จึงไม่แปลกที่คนไทย 14 คนจากฝั่ง อ.บึงกาฬ จ.หนองคาย จะข้ามโขงไปเยือนเพื่อนลาวที่เมืองปากซัน แขวงบริคันไช การข้ามฟากโขงไปมาหากันระหว่าง 2 เมืองนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดาอยู่แล้ว

แล้วเหตุการณ์ไม่ปกติเยี่ยงธรรมดาก็อุบัติขึ้น เมื่อตำรวจลาวจากเมืองหลวงแขวงวียงจันทน์มาตรวจราชการที่เมืองปากซัน แล้วพบคนไทยทั้ง 14 คน จึงเข้าจับกุมพร้อมตั้งข้อหาลักลอบเข้าประเทศลาวโดยไม่ได้ขออณุญาต

เมืองปากซัน อยู่ตรงข้าม อ.บึงกาฬ .......... ปากซัน-เวียงจันทน์ ใช้เวลาเดินทาง 12 ชม. แขวงเวียงจันทน์ อยู่ตรงข้าม จ.หนองคาย .... บึงกาฬ-หนองคาย ใช้เวลาเดินทาง 3 ชม.

คนไทยที่ถูกจับกุมออกเดินทางจากปากซัน บ่าย 3 โมง ตกกลางคืนต้องแวะกลางทาง กระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้นจึงเดินทางต่อถึงเวียงจันทน์บ่าย 3 โมง แล้วนอนคุกลาว 1 คืน

วันรุ่งขึ้นมีหนังสือด่วนจาก ผวจ.เวียงจันทน์ ผ่าน ผวจ.หนองคาย แจ้งเรื่องคนไทยลักลอบเข้าแผ่นดินลาวโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้กระทรวงต่างประเทศไทยดำเนินการตามแบบกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเร่งด่วน

ทันทีที่ ผวจ.หนองคาย รับทราบ เรียกหาคนขับรถแล้วสั่งการ “ไปรับคุณคำเกิด ที่บึงกาฬ มาหาด่วน...”

ด้วยรถตำรวจมีสัญญาณไฟแว้บๆ บนหลังคา ขณะวิ่งผ่านกลางตลาดมีการเปิดเสียงหวอเป็นครั้งคราว....ถึงจวนผู้ว่าก็พบ ผกก.ตำรวจภูธร รอง ผวจ.ฝ่ายทหาร ผบ.นปข. ผบ.ตร.น้ำ นั่งรออยู่ก่อนแล้ว

ผวจ. : คุณคำเกิด เกิดเรื่องใหญ่เข้าแล้ว
คำเกิด : ขออนุญาตครับ เกิดเรื่องอะไรเหรอครับ ?

ผวจ. : คนไทยเรานี่แหละ ไม่รู้ไปพิศวาสประเทศลาวอะไรมันนักหนา ข้ามไปเที่ยวฝั่งลาวแล้วถูกตำรวจจากเวียงจันทน์จับ
คำเกิด : ครับ

ผวจ. : ทางเวียงจันทน์ขอให้เรารายงานกระทรวงต่างประเทศแล้วให้ดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศ ... ผมไม่อยากให้เรื่องนี้ยาวไปถึงรับรัฐบาล เราน่าจะว่ากันเองระหว่างเมืองกับเมืองได้ .... คุณคำเกิดมีแผนการอะไรไหม ?
คำเกิด : ไม่น่าจะยากนะครับท่าน

ท่ามกลางความเงียบงันนั้น พลันสายตาทุกคู่พุ่งเป้ามาที่อาคันตุกะจากบึงกาฬเป็นตาเดียว รอฟังคำตอบอย่างระทึก

ผวจ. : ว่ามาเลยคุณคำเกิด
คำเกิด : ครับ วันนี้เรามีแม่ของท่านคำเพ้า วงพะจัน ผู้ว่าเวียงจันทน์ มารักษาตัวอยู่ที่ ร.พ.หนองคาย ตอนนี้ให้น้ำเกลือกับอาการยังหนักอยู่ กับญาติผู้ใหญ่จากกรุงเวียงจันทน์มารักษาตัวที่ ร.พ.หนองคายเหมือนกัน อี 4-5 ราย ทั้งหมดนี้ก็เข้าประเทศไทยแค่แจ้งผู้ว่าราชารจังหวัดเท่านั้น ไม่ได้แจ้งหรือขออนุญาตผ่านกระทรวงต่างประเทศ เพราะฉะนั้น ถ้าเราส่งคนป่วยทั้งหมดนี้คืน แล้วให้ส่งมาใหม่ผ่านกระทรวงต่างประเทศก่อน โดยเฉพาะแม่ของผู้ว่าเวียงจันทน์ ดูซิว่าท่านคำเพ้า วงพะจัน จะว่ายังไง

ผวจ. : โอ้โฮ โป๊ะเชะเลยคุณคำเกิด.... เอาโทรศัพท์มาซิ โทรสายตรงหาคำเพ้า วงพะจัน เลย

แล้วการเจรจาแบบไม่ใช่การทูตระหว่างประเทศก็เริ่มขึ้น ด้วยสำเนียงการพูดที่ไม่มธุรสวาจานัก

ผวจ. หนองคาย : ท่านคำเพ้า เรื่องที่ท่านจับคนไทยไปน่ะ ขอเวลาผมดำเนินการหน่อย แต่วันนี้ วันนี้เลยนะ ผมจะส่งแม่ของท่านที่กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาลบาลหนองคาย กับคนป่วยคนอื่นๆที่กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหนองคาย กลับคืนประเทศลาวทั้งหมด ภายในวันนี้เลย
ผจว.เวียงจันทน์ : อย่าฟ่าว อย่าฟาวเด้อ

ผวจ. หนองคาย : ไม่ได้นะท่านคำเพ้า เรื่องนี้ใหญ่ระดับประเทศ ผมต้องรีบทำ
ผวจ.เวียงจันทน์ : อย่าฟ่าว อย่าฟ่าว ทางลาวจะส่งคนไทยคืนเดี๋ยวนี้เลย

ผวจ. หนองคาย : ก็ได้ จะคอย (วางโทรศัพท์) .... คุณคำเกิด ขอบคุณ ขอบคุณ ที่ช่วยทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องเล็กได้.....ขอบคุณจริงๆ
คำเกิด : ขอบคุณครับ


8. เรือลากจูงโซเวียตหลุดลอยมาไทย :
ต้นเหตุของเรื่อง :

ที่ปากแม่น้ำกะดิ่ง (แม่น้ำกะดิ่ง ไหลลงสู่แม่น้ำโขง) เขตเมืองปากซัน แขวงบริคันไช ที่ตั้งค่ายทหารช่าง รัสเซีย ภายใต้โครงการช่วยเหลือประเทศลาว สร้างสะพานข้ามแม่น้ำกะดิ่ง แม่น้ำส่วนนี้กว้าง 100 ม. ลึก 50 ม. สร้างมาแล้ว 4 ปี ปักเสาเข็มได้แค่ 4 ต้น

ระหว่างการก่อสร้างต้องใช้เรือแพขนานยนต์ขนาดใหญ่ บรรทุกได้ตั้งแต่รถยนต์ถึงรถถังในการข้ามลำน้ำ โดยมี จนท.ลาวเป็นผู้ดำเนินการรับผิดชอบ

แล้ววันดีคืนดี (ฝ่ายเรา) วันร้ายคืนร้าย (ฝ่ายลาว) ก็อุบัติขึ้น....

ทองกวาว : หัวหน้าครับ เรือแพขนานยนต์รัสเซีย ที่ฝั่งลาวหลุดมาไทยครับ
คำเกิด : ที่ปากกะดิ่งน่ะเหรอ

ทองกวาว : ใช่ครับ มาเมื่อคืนนี้ตอนซัก 6 ทุ่มครับ
คำเกิด : แล้วทางลาวรัสเซีย จัดการยังไง

ทองกวาว : แพขนานยนต์ลำนี้ใหญ่มาก ขนาดบรรทุกรถถังได้ครั้งละ 4 คัน ทางลาวไม่มีเรือใหญ่ๆมาลากกลับหรอกครับ

คำเกิด : อ้าว แล้วลาวรัสเซียจะทำยังไงล่ะ

ทองกวาว : เดี๋ยวเขาก็จะขอจ้างเรือไทยไปลากครับ
คำเกิด : อืมมม งานนี้ ลาวต้องติดต่อผ่านจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นคนอนุมัติ .... เอาวะ ยังพอมีเวลาทำอะไรเล่นก่อนแหละวะ

ทองกวาว : หัวหน้าจะทำอะไรครับ ? ระเบิดเรือเหรอ ?
คำเกิด : คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอก.... ไป ไปดูด้วยกัน

สั่งการ COMMO ส่งข่าวเบื้อต้นถึง บก. 309 ก่อน รายละเอียดจะส่งตามทีหลัง....

เกือบเที่ยงไปถึงจุดเกิดเหตุ ริมโขงฝั่งไทยมีคนไทยแค่ 2-3 คนยืนมอง คนที่นั่นไม่สนใจเพราะเรื่องทำนองนี้เคยเกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว จนเป็นเรื่องธรรมดา มองข้ามโขงไปฝั่งลาว ที่นั่นไม่มีคนสนใจเลย โดยเฉพาะ จนท.ฝ่ายลาวที่น่าจะคึกคักกว่าที่เป็น นั่นก็เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วอีกนั่นแหละ

แพขนานยนต์ถูกผูกไว้กับเสาผูกเรือริมตลิ่ง นี่คือความหวังดีจากไทยสู่ลาวโดยแท้ การผูกเรือไว้เท่ากับป้องกันเรือไม่ให้ไหลตามน้ำลอยไปไกลกว่านี้

คำเกิด สีอินปัน หน.หน่วยข่าวลับ ชวนทองกวาว สายข่าว กับชาวบ้าน 2-3 คนลงเรือ ไปดูใกล้ๆ ให้เห็นกับตา แล้วงาน “ก่อวินาศกรรม” ก็เริ่มขึ้น

คำเกิด : กวาว.... วานให้ใครไปซื้อน้ำตาลทรายที่ร้านหน้าวัดมาให้ซักกิโลซิ
ทองกวาว : ครับ.... หัวหน้าจะเอามาทำอะไรครับ

หัวหน้าหน่วยข่าวยังไม่ให้คำตอบ แต่กวาดสายตาไปทั่วลำเรือเพื่อค้นหาจุดต่างกับเรือแพขนานยนต์ของไทย กระทั่งเห็นว่า ทุกอย่างเหมือนๆกัน....น้ำตาลทรายที่สั่งมาแล้ว

คำเกิด : กวาว.... เทน้ำตาลทรายลงไปในช่องเติมน้ำมันเครื่อง เทลงไปให้หมดเลย แล้วปิดฝาให้สนิทแน่นอย่างเดิม

ทองกวาว : ใส่ทำไมครับหัวหน้า.....

คำเกิด : เอาน่า ใส่ไปก่อน....บอกใครเอากุญแจเลื่อนมาให้ซักอันซิ....

กุญแจเลื่อนมาแล้ว คนรับคำสั่งฉลาดมาก ในเมื่อไมรู้ว่าจะเอามาทำอะไร จึงหยิบมา 2 ขนาด เล็กกับใหญ่ เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาไปเอาใหม่

คำเกิด : กวาว....ไขน็อต เอาฝาทองเหลือบอกยี่ห้อเรือแพขนานยนต์ลำนี้ออกมา จะส่งไป บก.ใหญ่ นี่คือหลักฐาน....

ภารกิจก่อวินาศกรรมเรือแพขนานยนต์วันนั้นใช้เวลาปฏิบัติการจริงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง

คำเกิด : กวาว.... น้ำตาลทรายนี่แหละจะทำให้เครื่องยนต์ร้อนจัด จนพังทั้งเครื่องเลยเพราะน้ำตาลทรายที่ไปกับน้ำมันหล่อลื่น ถ้าไปถึงเครื่องยนต์ส่วนที่หมุนหรือเคลื่อนที่ เครื่องยนต์ส่วนนั้นจะร้อนจนละลายได้ โดยเฉพาะลูกสูบจะชาร์ฟละลาย นี่แหละฤทธิ์น้ำตาลทรายไทยละ รู้แล้วปิดลับไว้นะ .... ส่งข่าวไปถึงท้าวปรารถนา ให้ติดตามข่าวเรือลำนี้แล้วแจ้งด้วย

ทองกวาว : ครับ

9. ลาวขอตัวท้าวคำเกิด
COMMO : หัวหน้าครับ มี หขส. จาก 309 ครับ
ลุงคิม : ว่ามาเลย

COMMO : ครับ....
1. กำหนดประชุมทีมประจำปี วัน ว. เวลา น.
2. ปัญหา และการแก้ไข ของภารกิจห้วงที่ผ่านมา
3. แผนการปฏิบัติภารกิจในอนาคต
4. เตรียม วัสดุ/อุปกรณ์ หลักฐานการข่าว (ถ้ามี) มายืนยันด้วย
5. ห้ามบุคคลที่ 3 ร่วมเดินทาง บก.
6. ห้ามเดินทางไปที่อื่นก่อนแล้วย้อนมา บก.ทีหลัง
7. แจ้งล่วงหน้ากำหนดเวลาเดินทางถึง บก.
8. ห้ามนำรถทีม หรือรถส่วนตัวเดินทางมา บก.
9. อื่นๆ จะแจ้งหรือไม่แจ้งก็ได้

นาม “ตึกขาว” มิได้หมายถึงอาคารหลังหนึ่งที่มีสีขาวตามชื่อ แต่เป็นอาคาร สังกะสี + เหล็ก สไตล์อเมริกัน ชั้นเดียว สร้างโดย ซีไอเอ. (หน่วยข่าวกรองกลาง Central lntelligence Agency) ที่ตั้งภายในบริเวณ ร.13 อ.เมือง อุดรธานี เป็นสถานที่ทำงานของ “ทหารสายลับ” ที่คัดกรองมาจากกองทัพบกทั่วประเทศ ร่วมกับ “กรมประมวลข่าวกลาง” จนท.ทุกคนต้องเขียนบันทึกการลาออกจากราชการแล้ว เพื่อไม่ให้เป็นหลักฐานการแทรกแซงจากรัฐบาลไทย ทกคนแต่งกายแบบพลเรือน เหมือนประชาชนทั่วไป แต่ สนง.แห่งนี้มีป้อมยาม ที่ป้อมยามมีสารวัตรทหาร (สห.) ในเครื่องแบบประจำตลอด 24 ชม. เป็นที่กังขาของประชานย่านนั้น

ชาวบ้าน : พี่ๆ พี่ทำงานที่นี่เหรอ ?
สายลับ : ใช่

ชาวบ้าน : พี่ทำงานอะไร ? บอกได้ไหม ?
สายลับ : ขายถ่าน....

ชาวบ้าน : ขายถ่าน.... ขายถ่านทุกคนเลยเหรอ ?
สายลับ : ใช่

จากสายลับรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง ทุกชั้นยศ (ภายในส่วนตัว) พูดเหมือนกันเพราะบอกต่อๆกันมา จนกลายเป็นประเพณี แต่ก็ยังเป็นความลับสำหรับประชาชนในละแวกนั้น นี่คือ การ “อำพราง” ที่สายลับทุกคนต้องยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเท่าชีวิตนั่นเอง....(นี่คือเศษเสี้ยวหนึ่งของเรื่องจริงเมื่อ 50 ปีที่แล้ว แม้วันนี้ไม่มีตึกขาวแล้ว แต่ความลับของคนขายถ่านก็ยังเป็นคามลับอยู่....)

ภายในห้องประชุม “กล้า” (ชื่อพราง....ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว รถชนที่ กทม.) หัวหน้าใหญ่โครงการข่าวลับประจำประเทศลาว นั่งตำแหน่งประธานของที่ประชุม มอบหมายให้ “หน.ฝ่ายปฏิบัติการ” (หน่วยปกติ คือ ฝอ.3.... นายทหารยุทธการและการฝึก) เป็นผู้ชี้แจงตามลำดับในแผนการแก่สายลับระดับหัวหน้าทีมทั้ง 32 ทีม ทั้งประเทศ ตั้งแต่ อ.เชียงแสน เชียงราย ถึง อ.โขงเจียม อุบลราชธานี....

ทีมเชียงแสน : ขอรายงานเพิ่มเติมกรณีเรือขนอาวุธพม่าปะทะทหารลาว ที่สามเหลี่ยมทองคำ อาวุธนั้นเป็นของทหารพม่า กะเหรี่ยง ไทยใหญ่ หรือกลุ่มค้ายาเสพติดไทย หรือของใคร

ทีมด่านซ้าย : ขอรายงานเพิ่มเติมกรณีไม้เถื่อน ที่เนิน 1428 ศึกร่มเกล้า ชาติตระการ พิษณุโลก

ทีมบึงกาฬ : คำชมเชยจาก บก. จำนวนข่าวเข้าในรอบปีมากที่สุด...คำชมเชยจาก ซีไอเอ. กรณีภารกิจก่อวินาศกรรม 6 ครั้งประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ .... คำชี้แจงจากกองทัพไทย กรณีทางการลาวขอให้ส่งตัว ท้าวคำเกิด สีอินปัน ชาวลาวอพยอยู่ในไทย ที่ส่งกลุ่มปะติการ (ฝ่ายต่อต้านรัฐบาล) ไปบ่อนทำลายในประเทศลาว กรณีนี้กองทัพบกได้ชี้แจงผ่านกระทรวงการต่างประเทศว่า ท้าวดำเกิด สีอินปัน ไม่ใช่คนไทย จึงไม่สามารถดำเนินการใดๆได้

ทีมโพนแพง : ขอรายงานเพิ่มเติมกรณีการเคลื่อนไหวของเวียดนามอพยพ ขอตัวเลขยืนยันว่า ณ วันนี้มีผู้อพยพใหม่เข้ามาเท่าไหร่

ทีมโขงเจียม : ขอรายงานเพิ่มเติมกรณี ทหารเขมรกลุ่มพอลพต กับทหารเวียดนาม บริเวณที่พื้นที่รอบต่อสามประเทศ ขอยืนยันที่ตั้ง กำลังพล อาวุธ และงบประมาณสนับสนุนการรบ

ทีมนครพนม : ห้ามนำบุคคลภายนอกเข้าทีม แม้แต่ลูกเมียเพื่อนฝูงก็ไม่ได้เพื่อไม่ให้เสียลับ

ทีมน่าน : กรณีส่งตัวลูกทีมกลับหน่วยต้นสังกัด ข้อหาผิดวินัย กรณีนี้ไม่อนุมัติแต่ให้ หน้าทีมไปดำเนินการแก้ไขให้เรียบร้อยแล้วรายงานด้วย

ทีมเชียงของ : ใช้งบพัฒนาสัมพันธ์มากกว่างบการข่าว เทียบกับจำนวนข่าวที่ได้ ถือว่าน้อยมาก ขอให้ปรับปรุงวิธีการบริหารใหม่

งานประชุมประจำปีงวดนั้นจบลงจะเป็นแบบ กร่อย/ตื่นเต้น/ปกติ ไม่มีใครใส่ใจ เพราะนี่คือประเพณีวัฒนธรรมปฏิบัติของทหารอยู่แล้ว แม้ทั้งกว่า 50 คน จะมาจากต่างหน่วย ต่างชั้นยศ ต่างสถาบัน และอื่นๆ ก็ไม่มีปัญหา หัวใจทุกดวงพร้อมรับภารกิจใหม่อยู่เสมอ และนี่คือ สายเลือด จิตร วิญญาณ และปณิธาน ของลูกผู้ชาย ชายชาติทหาร


10. นักย่อยข่าว
หลังการประชุมประจำปีเสร็จสิ้น เหล่าสายลับ ซีไอเอ. หลายคน หลายคู่คุยกันด้วยความสนิทสนมส่วนตัว โอกาสนั้น หน.ทีมบึงกาฬ คำเกิด สีอินปัน กับ หน.ทีมด่านซ้าย บุนโฮม แสงโสม นั่งจิบเบียร์เบาๆคุยกันที่มุมห้องสมโมสร

บุนโฮม : เฮ้ย คำเกิด ถามจริง เพื่อนทำข่าวยังไงถึงข่าวเยอะจนได้ที่ 1 ทั้งรอบ 3 เดือน รอบ 6 เดือน นี่รอบปีก็ยังได้อีกด้วย
คำเกิด : อ้าววว เพื่อนต้องออกไปหาข่าวซี่ อย่ารอให้ข่าวมันเข้ามาหา ถึงจะได้ข่าวมาทำ

บุนโฮม : พูดง่ายทำยากว่ะ ใจคอจะให้สายข่าวไปกินไปนอนที่แหล่งข่าวเลยเหรอ
คำเกิด : เฮ่ยยย ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก อย่าลืมซิว่า แหล่งข่าวที่เป็นคน คนมีชีวิต ต้องเกิด กิน แก่ เจ็บ ตาย ขยายพันธุ์ ต้องไปต้องมา ต้องทำต้องไม่ทำ อะไรๆก็เป็นข่าวได้ทั้งนั้น

บุนโฮม : (ตีหน่าคิ้วย่น) ยกตัวอย่างซิเพื่อน เอาอย่างที่เพื่อนทำนั่นแหละ
คำเกิด : O.K. งานดักฟังข่าววิทยุทหารลาว ทหารเวียดนาม ยังทำได้ดีไหม ?

บุนโฮม : ก็ดี ไม่มีปัญหา
คำเกิด : เอ้า.... เราเริ่มจับหน่วยทหารที่เข้ามาวางกำลังตรงไหนก่อนก็ได้ ทั้งทหารลาว ทหารเวียดนาม วันนี้มันมา อีกวันสองวันรุ่งขึ้นมันก็ต้องเดินทางไปที่นั่นที่นี่ ไปเที่ยว ไปลาดตระเวน หรือปฏิบัติภารกิจอะไรซักอย่าง เพราะหน่วยเหนือของมันคงไม่ปล่อยทหารนอนเฉยๆหรอก ว่ามั้ย

บุนโฮม : เออ อันนี้เข้าใจ
คำเกิด : เราก็มาอ่านแผนในแผนที่ซี่ว่า รอบๆจุดทั้งตั้งตรงนั้นมีหมู่บ้านไหม มีตลาดไหม มีสี่แยกสามแยกใหญ่ไหม หรือว่ามีจุดยุทธศาสตร์สำคัญๆไหม

บุนโฮม : แล้วไง
คำเกิด : เราก็อาจจะสั่งแหล่งข่าวให้ไปดักดูซักครั้งนึง หรือถอดรหัสลับในข่าวดักฟัง หรือสอบถามคนลาวที่ข้ามมาเมืองไทย ว่าเคยเห็นทหารหน่วยนี้ไหม ทำได้ทั้งนั้น อันนี้จะทำให้เรารู้วงรอบในการปฏิบัติภารกิจของทหารหน่วยนั้นอีกด้วย

บุนโฮม : นี่มันข่าวเดานี่นา ไม่ใช่ข่าวกรอง
คำเกิด : แต่มันก็จริงไม่ใช่เหรอ การที่จะเอาแต่ข่าว ก-1 คนรายงานไปเห็นมากับตา กับ เอ-1 เหตุการณ์เกิดขึ้นต่อหน้าเลยน่ะ มันไม่มีหรอก

บุนโฮม : แบบนี้ก็ได้ทีละหลายๆข่าวน่ะซี
คำเกิด : แน่นอน ยิ่งทหารหน่วยไหนอยู่นาน การเคลื่อนไหวการปฏิบัติการย่อมมีมากตาม แถมมีข่าวความเคลื่อนไหวจากหน่วยเหนือ จากหน่วยอื่น ข่าวประชาชน ข่าวการเมือง ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวน้ำไหลไฟดับ ข่าวข่มขืน ข่าวอย่างอื่นตามมาอีกเยอะแยะ นั่นใช่ข่าวไหมล่ะ

บุนโฮม : อือว่ะ
คำเกิด : เอาน่า ถ้าอ่านเกมส์ออกนะเพื่อน ทหาร 1 หน่วย ปักหลักนาน 1 เดือน เอาไปเลย จำนวนทหาร คูนด้วย 10 ขี้คร้าน COMMO จะเคาะส่งข่าวไม่ทันซะอีกแน่ะ

บุนโฮม : งั้นกลับไปคราวนี้กูเอาบ้างวะ
คำเกิด : ก็น่าจะเอามาตั้งนานแล้ว ไม่ใช่เหรอ ?

บุนโฮม : อืมมม ว่ะ
คำเกิด : มึงจะไปอินังขังขอบอะไรกับ ซีไอเอ. อเมริกานัก มัยไม่ใช่พ่อเรานี่หว่า....

11. ปา เก๊า เย้ากู้ชาติ
COMMO : หัวหน้าครับ มี หขส. จาก 309 ครับ
ลุงคิม : ว่ามาเลย

COMMO : ครับ....
ขอให้ส่งข้อมูล กกต. กลุ่มปา เกา เฮ่อ. และยืนยันความน่าเชื่อถือ ....
1. พิกัดที่ตั้งฝั่งลาว
2. ลักษณะภูมิประเทศที่ตั้ง
3. ที่ตั้งทหารลาว
4. จำนวน กตต. ในฐาน และนอกฐาน
5. พื้นที่ปฏิบัติการในลาว
6. จำนวนและท่าทีประชาชนที่สนับสนุน
7. การกวาดล้างจากฝ่ายรัฐบาล
8. ความต้องการการสนับสนุนจากนอกประเทศ
9. แผนการในอนาคตของกลุ่ม
10. ขีดความสามารถของกลุ่มนี้

ลุงคิม : (อ่านซ้ำข้อความยืนยันความน่าเชื่อถือ 2-3 รอบ)....โอ้โฮเฮ้ย ซีไอเอ.นี่ใช้กูคุ้มเลยนี่หว่า
COMMO : หมายความว่าไงครับหัวหน้า

ลุงคิม : จะหมายความว่าไงซะอีกล่ะ รายละเอียดยืนยันข่าวระดับนี้ ต้อง ก1 เอ1 เลยนะมึง

COMMO : (ทวนคำตอบ ก1 รายงานข่าวด้วยตัวเอง เอ1 สัมผัสข่าวด้วยตัวเอง)....หัวหน้าจะทำยังไงต่อครับ
ลุงคิม : คงต้องข้ามไปฝั่งลาวแหละวะ ไม่งั้นเราจะพิสูจน์ยืนยันความน่าเชื่อถือระดับ ก1 เอ1 ได้ไง

COMMO : (ลูกทีม 2 คน เข้ามาร่วมฟังด้วย).... เสี่ยงนะหัวหน้า ถ้าลาวจับได้ละก็เรื่องใหญ่รับโลกแน่
ลุงคิม : อืมมม เรื่องนี้ขอไปคุยกับปา เกา เฮ่อ. ก่อนนะ

ต้นเหตุของเรื่อง :
บ้านคนอยู่อาศัย สร้างโดย ซีไอเอ. หน่วยข่าวลับจากอเมริกา ปฏิบัติภารกิจต่อต้านคอมมิวนิสต์สายเหนือ บ้านใหญ่ขนาด 20 ห้อง ตั้งอยู่บนลาดเอียงริมน้ำโขง มีที่จอดรถรับได้ 10 คัน บนบกพื้นราบ

พื้นเดิมคือ “บ้านหัวเวียง” หมู่บ้านหนึ่งในเขตเทศบาล อ.เชียงของ เชียงราย ความที่มีหลากหลายหน่วยราชการ อาทิ ตชด. ทหาร. กอ.รมน. หน่วยข่าวกรอง. ฯลฯ เข้าออกเพื่อประสานงาน จึงถูกขนานนามว่า “ค่ายหัวเวียง” ฉะนี้

ปีนั้น พ.ศ.นั้น จนท.ซีไอเอ. จากอเมริกา คนหนุ่ม ชื่อ มร.บิลล์ พูดภาษาไทยเหนือ ภาษาไทยภูเขาได้หลายเผ่า ชื่อพรางงานข่าวลับภาษาไทยว่า “สุบิน”

คำเกิด : บิน มึงนี่เก่งนะ พูดภาษาชาวเขาได้ตั้งหลายภาษา
บิลล์ : THANK YOU

คำเกิด : แต่พูดภาษาคนไม่รู้เรื่อง
บิลล์ : (ตีหน้างง) .... ภาษาคนพูดยังไง

คำเกิด : นี่แหละที่ว่าไม่รู้เรื่องละ....งานส่งข้าวสาร กตต. (กลุ่มต่อต้าน) งวดหน้าแล้วก็ต่อๆไปทุกงวดด้วย เอาข้าวสารลงที่บ้านนี้กระสอบนึง เสบียงอย่างอื่น ปลากระป๋อง เนื้อกระป๋อง อย่างละลัง โอ.เค.ไหม ?
บิลล์ : ไม่ โอ.เค. เพราะภาษาคนไม่รู้เรื่อง.... O.K. ?

คำเกิด : NO .... กูไม่ได้เอาไว้กินเองแต่จะเอาไปให้ กตต.เย้า กลุ่มปา เกา เฮ่อ ในศูนย์อพยพกิน
บิลล์ : O.K. อันนี้รู้เรื่อง .... จัดให้

ค่ายหัวเวียงอยู่ตรงข้ามเมือห้วยซาย แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว กับที่ตั้งทหารลาว “ค่ายสิบ” มีทหารลาวประจำการ 1 กองร้อย (30 คน)

บ้านหาดไคร้ ชายหาดริมโขง แหล่งจับปลาบึกที่มีชื่อเสียง

คำสาบ....คราพระเจ้าชัยเชษฐาธิราช กษัตริย์ลาว เสด็จเยือนไทยเพื่อเจริญสัมพันธไมตรี แล้วถูกฝ่ายกบฏยึดอำนาจ พระเจ้าชัยเชษฐาธิราชเสด็จกลับลาวไม่ได้ จึงลี้ภัยอยู่ในประเทศไทย ได้สร้างพระธาตุศรีสองรักษ์ อ.ด่านซ้าย เลย เป็นสักขีพยาน กับสาปแช่งไว้ว่า

@ “ให้ลาวเจริญรุ่งเรืองแค่ช้างกระพือหู งูแลบลิ้น” .... หลักฐานพยานยืนยันเรื่องนี้ไม่ปรากฏ
@ “ให้ไทยซาว ให้ลาวได้ 1” .... หลักฐานพยานยืนยัน คือ ประมงไทยกับประมงลาวร่วมจับปลาบึกที่บ้านหาดไคร้ด้วยกัน เมื่อไทยจับปลาบึกได้ 20 ตัวแล้วลาวจึงจะจับได้ 1 ตัว เป็นเยี่ยงนี้เสมอมากระทั่งปัจจุบัน (ปีที่ทำงานสายลับ)....

ที่ศูนย์อพยพ อ.เชียงของ เชียงราย เป็นแหล่งรับผู้หนีภัยสงครามจากลาวเตรียมลี้ภัยไปประเทศที่ 3 ภายไต้การสนับสนุนของ ซีไอเอ. .... ลาวภูเขาเผ่าเย้า เป็นกลุ่มใหญ่สุดในจำนวนผู้อพยพทั้งหมด โดยท้าวปา เกา เฮ่อ เป็น หน.ใหญ่

คำเกิด : (ทักทายก่อนด้วยความสนิมสนม)....ซำบายดี ปา เก๊า.
ปา เกา เฮ่อ : ซำบายดีหัวหน้า อาทิตย์ก่อน ฝรั่งหัวหน้าบิน.มาที่นี่

คำเกิด : (หน.กลุ่มม้งรายงาน ม้งระดับรอง 3-4 คนเข้ามาสมทบ) .... เขาว่าไงบ้าง
ปา เกา เฮ่อ : ฝรั่งหัวหน้าบิน.บอกให้รายงานกลุ่มม้งกู้ชาติ แล้วจะให้เงินกับอาวุธสนับสนุน

คำเกิด : (ปา เกา เฮ่อ. ยื่นกระดาษบันทึกตัวหนังสือภาษาลาวส่งให้ อ่านดูแว้บเดียวก็รู้ว่าเป็นเรื่องเดียวกันกับใน หขส.) ....ก็ดีนะปา เกา. แล้วจะทำยังไงต่อไปล่ะ
ปา เกา เฮ่อ : ฝรั่งหัวหน้าบิน. ต้องการความจริงทั้งหมด ต้องมีหลักฐานด้วย...

คำเกิด : หลักฐาน.... หลักฐานอะไรบ้าง
ปา เกา เฮ่อ : (ปา เกา เฮ่อ. ยกมือพนมไหว้ รอง หน.อีก 3 คนไหว้ตาม) .... หัวหน้าครับ อนาคตของเผ่าม้ง ประเทศลาว ต้องฝากไว้กับหัวหน้า ช่วยพิสูจน์ยืนยันความจริงของม้งกู้ชาติ

คำเกิด : พิสูจน์ ยืนยัน .... ทำยังไง
ปา เกา เฮ่อ : หัวหน้าต้องข้ามไปประเทศลาว ไปดูให้เห็นกับตาแล้วมาบอกฝรั่งหัวหน้าบิน. แบบนี้เท่านั้นที่ฝรั่งหัวหน้าบินจะเชื่อ

คำเกิด : อันนี้ปา เกา. คิดเอง หรือฝรั่งหัวหน้าบินคิดให้
ปา เกา เฮ่อ : ปา เกา. คิดเอง

คำเกิด : (สูดลมหายใจเข้าปอดลึก).... เปา เกา. เรื่องมันไม่ง่ายอย่างที่คิดนะ งานนี้ถ้าทหารลาวจับได้ เรื่องใหญ่เชียว
ปา เกา เฮ่อ : จับหัวหน้าไม่ได้หรอก ถ้าหัวหน้าถูกจับ ปา เกา.ขอตายแทน

คำเกิด : เฮ่ยยยย มันตายแทนกันได้ที่ไหน อย่างดีก็ตายทั้งสองคน
ปา เกา เฮ่อ : ไม่ตายครับหัวหน้า ม้งจะคุ้มกันหัวหน้าด้วยชีวิต หัวหน้าอยู่ตรงไหน ตรงนั้นจะมีม้งล้อมรอบอย่างน้อย 50 คน หัวหน้านอนที่ไหน จะมีม้งล้อมรอบบ้านหัวหน้า 100 คน ถ้าทหารลาวเข้ามา ม้งจะเข้าหาทหารลาว เอาชีวิตแลกกับทหารลาวทันที .... ขอสาบาลว่า ทุกคนจะยอมตายแทนหัวหน้า

คำเกิด : (คิดอยู่นาน)....O.K. งั้นขอรายละเอียดงานนี้ซิ
ปา เกา เฮ่อ : ตกลงครับหัวหน้า เราจะขึ้นฝั่งแม่โขงไปลาวที่ทางไต้ของเมืองห้วยซาย 20 กิโล ขึ้นฝั่งไปแล้วเดินทางต่อ 20 กิโล เดินทางกลางคืนแค่ครึ่งคืนก็ถึง กับตลอดเส้นทางเดินทางตั้งแต่ริมแม่โขงจนถึงบ้านม้ง จะมีม้งกู้ชาติรักษาเส้นทางให้ด้วย

คำเกิด : เส้นทางที่ไป ผ่านหมู่บ้านไหม
ปา เกา เฮ่อ : ไม่มีครับหัวหน้า เส้นทางในป่าทั้งหมด ป่าพื้นนี้ม้งเดินมาตั้งแต่เกิดแล้ว ทุกคนชำนาญมาก

คำเกิด : พอไหววะ ปา เกา. ออกเดินทางเมื่อไหร่ดีล่ะ ...
ปา เกา เฮ่อ : (ได้ยินคำนี้ ม้งหัวหน้า กับม้งรอง ยกมือไหว้ท่วมหัวด้วยความรู้สึกขอบคุณ).... แล้วแต่หัวหน้า

คำเกิด : ขอเวลาเตรียมตัวเตรียมใจ 3 วัน เอาวันเดือนมืดก็แล้วกัน
ปา เกา เฮ่อ : ครับ

แล้ว THE LONGEST DAY วันพันธมิตรยกพลขึ้นบกที่หาดนอร์มังดี เยอรมัน ตรงกับวันกระบวนการกู้ชาติลาวข้ามโขงพอดีราวพระเจ้าลิขิต ทันทีที่เท้าพ้นพื้นน้ำริมโขงเหยียบลงพื้นดินก็รู้ทันที่ว่านั่นคือเชิงเขา จากตีนเขาไต่สูง สูงขึ้นเรื่อยๆ ๆๆ กระทั่งถึงยอดเขา ทุกย่างก้าวไปอย่างไม่รีบร้อน ปา เกา เฮ่อ. หัวหน้าม้ง เดินประกบหัวหน้าหน่วยข่าวลับ คอยตรวจสอบสัญญาณกับรองหัวหน้าถึงม้งอารักขาตลอดเวลา เส้นทางเดินจากเขายอดแรกไปตามสันเขาถึงยอดต่อๆไป

แม้จะเป็นแค่ทางเดินเท้าแต่ราบเรียบ บ่งบอกว่า เส้นทางสันเขาเส้นนี้มีคนใช้สัญจรอยู่ประจำ การเดินทางค่ำคืนนั้น หัวหน้าม้งสั่งหยุด หยุดแล้วเดิน แล้วตรวจสอบความแน่ใจจากหน่วยอารักขาทุกระยะ 1 กิโล

ตี.4 บรรลุที่หมาย ม้งระดับรองหัวหน้า 4 คน แยกย้ายไปตรวจพื้นที่ด้านที่ได้รับมอบ เพื่อกำกับกำลังม้งอารักขาตามจุดที่วางแผนไว้อย่างเคร่งครัด บรรยากาศยามนั้นเงียบยิ่งกว่าป่าช้า

รุ่งเช้า แสงสว่างโพล้เพล้ๆ เริ่มมองเห็นหน้ากันชัดเจน ตรงนั้นเป็นบ้านไม้ไผ่ ยกพื้นสูงระดับหัวเข่า หลังคามุงหญ้าแฝก พื้นไว้กระดาน ทั้งหลังมีห้องเดียวโล่ง ไม่มีห้องน้ำ ไม่มีห้องครัว

ในบ้าน ณ เวลานี้มีเพียง ปา เกา เฮ่อ. หัวหน้าม้งกู้ชาติ รองหัวหน้าม้ง 2 คน กับท้าวคำเกิด. หัวหน้าข่าวลับเท่านั้น นั่งคุยกันอยู่เงียบๆ แต่จริงจังเกี่ยวกับข้อมูลพิสูจน์ยืนยันที่ ซีไอเอ. ต้องการ จนกระทั่งค่ำ

ปา เกา เฮ่อ : หัวหน้า คืนนี้หัวหน้านอนบ้านนี้ ผมจะไปนอนบ้านหลังโน้น .... หัวหน้า ปา เกา. ขอตอบแทนหัวหน้า คืนนี้จะมีผู้สาวมาให้หัวเลือก 3 คน หัวหน้าเลือก 1 คน แล้ววันพรุ่งนี้กับวันต่อไปก็จะมีมาให้เลือกอีก
คำเกิด : (คิ้วย่น ไม่ค่อยเข้าใจนัก) .... ก็ลองดู

แล้วคำตอบก็มาเมื่อเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน หัวหน้าข่าวลับอยู่คนเดียวในบ้าน แม้ไม่มีแสงสว่างจากตะเกียงหรือเทียนไข แม้จะมืดสลัวแต่ก็พอเห็นลางๆว่า ผู้หญิงสาว 3 คนเข้ามาหา แล้วนั่งเรียงกันอยู่ข้างหน้า

สาวม้ง : ท่านปา เกา. สั่งให้มา แล้วให้ท่านเลือก 1 คน
คำเกิด : อ๋ออออ เข้าใจแล้ว เอางี้ทั้ง 3 คนกลับไปเถอะนะ เราไม่เอาหรอก...

สาวม้ง : ไม่ได้ ท่านปา เกา. สั่ง
คำเกิด : ตอนนั้นท่านปา เกา.สั่งให้มา แต่ตอนนี้เราสั่งให้ไป เจ้าจะทำตามคำสั่งใคร...
สาวม้ง : คำสั่งท่านค่ะ...

ม้ง 3 สาว คุกเข่า สองมือยันพื้น แล้วโค้งตัวก้มหัวลงสัมผัสพื้น แสดงการเคารพอย่างสุดซึ้ง พร้อมกับเอ่ยวาจาภาษาม้งเบาๆ แปลว่าอะไรไม่รู้

คืนนั้นเหตุการณ์ปติ หัวหน้าข่าวลับหลับสบาย เช้าวันรุ่งขึ้นพบหน้า ปา เกา เฮ่อ. ก็ไม่ได้ปริปากพูดเรื่องส่งคืนสาวม้ง... ตกคืนที่ 2 ปา เกา เฮ่อ. ต้อนรับอย่างเดิม

สาวม้ง : ท่านปา เกา. สั่งให้มา แล้วให้ท่านเลือก 1 คน
คำเกิด : (ม้งวันนี้สาวกว่าเมื่อวาน) .... ทั้ง 3 คนกลับไปเถอะนะ เราไม่เอาหรอก

สาวม้ง : ไม่ได้ค่ะ ท่านปา เกา. สั่ง
คำเกิด : ตอนมาท่านปา เกา. สั่งให้มา มาแล้วเราสั่งให้ไป เจ้าจะทำตามคำสั่งใคร

สาวม้ง : คำสั่งท่านค่ะ...

ตกคืนที่ 3 ปา เกา เฮ่อ. ต้อนรับอย่างเดิม

สาวม้ง : ท่านปา เกา. สั่งให้มา แล้วให้ท่านเลือก 1 คน
คำเกิด : (ม้งวันนี้สาวกว่าวันแรก แต่แก่กว่าวันวาน) .... ทั้ง 3 คนกลับไปเถอะนะ เราไม่เอาหรอก

สาวม้ง : ไม่ได้ค่ะ ท่านปา เกา. สั่ง
คำเกิด : ตอนมาท่านปา เกา.สั่งให้มา มาแล้วเราสั่งให้ไป เจ้าจะทำตามคำสั่งใคร

สาวม้ง : คำสั่งท่านค่ะ

ภารกิจเสร็จสิ้นบรรลุวัตถุประสงค์ทุกประการ กระทั่งเดินทางกลับถึงศูนย์รับผู้อพยพ ที่ประเทศไทย ปา เกา เฮ่อ. เพิ่งถึงบางอ้อว่า สาวบรรณาการทั้ง 3 นั้น หัวหน้าข่าวลับปฏิเสธโดยสิ้นเชิง

ปา เกา เฮ่อ : ปา เกา. ขอบใจหัวหน้าหลายๆ หัวหน้าเป็นคนดีหลายๆ ขอให้หัวหน้าเจริญหลายๆ


12. หัวหน้า เบอเลอะ-เบอเต๋อ :
เชียงของ อ.เล็กๆ ห่างจากตัวจังหวัดเชียงรายกว่า 100 กม. ทั้งอำเภอมีร้านอาหารระดับ 5 ดาว รับแขก “VVIP” ได้เพียงร้านเดียว ตั้งอยู่ริมแม่น้ำใหญ่

เย็นวันนี้เช่นเดียวกับวันก่อนที่ทางร้านมีโอกาสรับแขก เด็กเสิร์ฟถือจานอาหารเดินวนไปรอบร้าน แต่เลือกโต๊ะวางอาหารไม่ได้ ต้องกลับเข้าไปหาแคชเชียร์ ผู้จัดการใหญ่เห็น...สงสัย

ผจก. : อีนาง ทำไมไม่เอาอาหารไปเสิร์ฟ
เด็กเสิร์ฟ : เสิร์ฟใครคะผู้จัดการ
ผจก. : เสิร์ฟโต๊ะหัวหน้า

เด็กเสิร์ฟถือจานอาหารเดินออกไปอีกครั้ง เดินจนรอบร้านครบทั้ง 20-30 โต๊ะ แต่หาโต๊ะหัวหน้าไม่เจอจึงกลับเข้ามาหาผู้จัดการ

เด็กเสิร์ฟ : ผู้จัดการคะ เสิร์ฟโต๊ะหัวหน้าไหนคะ
ผจก. : หัวหน้าก็หัวหน้าซิวะ จะหัวอะไรอีกล่ะ
เด็กเสิร์ฟ : หัวหน้าเต็มร้านเลยค่ะ หัวหน้าคนไหนคะ

ผู้จัดการเกิดอาการงง เดินออกมาสำรวจหน้าร้านแล้วอุทาน

ผจก. : อุแม่เจ้า....หัวหน้าข่าว หัวหน้าตำรวจ หัวหน้า ตชด. หัวหน้า นปข. หัวหน้าป่าไม้ หัวหน้าศุลกากร หัวหน้า ตม. หัวหน้าตำรวจน้ำ หัวหน้าด่านสัตว์ หัวหน้าอนามัย ... จะอี้มันหัวหน้าเบอเลอะ เบอเต๋อ เน้อออออ


13. สอนสายลับ ซีไอเอ.
...ใครเป็นใคร ในงานข่าวลับ....

หน่วยข่าวลับ :
- กรมการข่าว กองทัพบก คือ หน่วยข่าวกองทางทหาร (ขกท.ทบ.)
- สำนักนายกรัฐมนตรี คือ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.)

กำลังพล :
- ทบ. : จากทุก นขต.ทบ.ช่วยราชการ ทุกเหล่า ทุกชั้นยศ.... เป็นทหารประจำการ เขียนใบลาออกจากราชการแล้วกลายเป็นบุคคลพลเรือน เพื่อว่าเมื่อถูก ตปท.จับ จะไม่ถูกข้อหา "ทหารแทรกแซงกิจการ" ประเทศอื่น
- สขช. : ข้าราชการพลเรือนในสังกัด

ภารกิจ :
จารกรรม ก่อวินาศกรรม บ่อนทำลาย หาข่าวลับ ทุกชนิดต่อระบอบคอมมูนิสต์

การสนับสนุน :
- ปฏิบัติภารกิจ : งบประมาณทุก ชนิด/ประเภท จาก ซีไอเอ. สหรัฐ อเมริกา
- สิทธิพิเศษ : ได้เงินเพิ่มพิเศษจากการช่วยรบ (พ.ส.ร.) รายเดือน และวันรับราชการทวีคูณ จาก ทบ.ไทย

การฝึกอบรม :
- เบื้องต้น : กทม. (หน่วยลับ กทม. โดยคณะครูจาก สขช. และ ขกท.ทบ.)
- เบื้องสูง : บก.ข่าวลับ (ตึกขาว อุดรธานี โดยผู้มีประสบการณ์ตรงจากทีมสนาม และ อเมริกัน CIA USA)

ของจริง :
- นักเรียนข่าวลับ 60 ท่าน คัดกรองจากหน่วย ทบ. ทั่วประเทศ สมัครใจ เขียนใบลาออกเรียบร้อยตามระเบียบ ยศสูงสุด พ.อ. (เป็น หน.นร.) ยศน้อยสุด ส.อ. .... ตำแหน่งตาม ชกท. (ความชำนาญการทหาร) ที่น่าสนใจสุด คือ ร.อ.อศจ. (อนุศาสนาจารย์) ผู้ทำหน้าที่ทางศาสนา (เฉพาะพุทธ) ประจำหน่วย .... มหาก็เป็นสายลับได้

- ผู้ทำหน้าที่ครูวิชา "ประสบการณ์ตรงจากทีมสนาม" วันนั้น 4 ท่าน ยศ พ.ต.- พ.ท. วุฒิทางหารจบ รร.จปร. ผ่านหลักสูตร รร.เสนาธิการทหารบกมาแล้ว 3 ท่าน กับ 1 คน คือ "คำเกิด สีอินปัน" ยศ.ร.อ. วุฒิทางทหารจบ รร.นนส.ป. ผ่านหลักสูตรทางทหารเพียง ผบ.ร้อย เท่านั้น .... ยังไม่ถึงขั้นหลักสูตร ผบ.พัน, หลักสูตรเสนาธิการทหารบก

- ได้เบี้ยเลี้ยงพิเศษค่าอบรม ชม.ละ 2,000 ภารกิจนี้ให้คนละ 2 ชม.


สาระเรื่อง "ประสบการณ์ตรงจากทีมสนาม" ที่บรรยาย :
* ภารกิจข่าวลับนี้ถือระดับ กองทัพบก, ประเทศ, โลก, แต่สายลับที่รับผิดชอบระดับ ร.อ. เท่านั้น
* หน่วยงานราชการในพื้นที่ที่ต้องประสานงาน ได้แก่ ผวจ. นอภ. กำนัน. ผญบ. นปข. ตร.น้ำ, ตร.ภูธร, ตร.ตชด, ตม. ศูนย์อพยพ, เมื่องานข่าวลับไม่สามารถสั่งการโดยตรงได้ ที่สำคัญคุณเป็นแค่ ร.อ.เทานั้น จึงต้องใช้หลักมนุษย์สัมพันธ์ แบบ "ยกมือไหว้ หลอกใช้ท่าน" เท่านั้น

* งานข่าวจะบรรลุภารกิจได้ต้อง "เงิน" อันดับ 1 นันคือ ต้องการข่าวอะไรสามารถซื้อได้ด้วยเงิน เงินสดๆ เทานั้น เริ่มจากซื้อใจก่อนแล้วเขาก็จะไปเอาข่าวมาให้เราเอง

* งบประมาณประจำทีม 35,000/เดือน แบ่งเป็น ค่าเช่าบ้าน/น้ำ/ไฟ สนง., ค่าสายลับ, ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง, ค่าพัฒนาสัมพันธ์ .... หะแรกดูเหมือนมาก แต่ถ้าต้องการบรรลุภารกิจจริงๆ ตอบได้เลยว่า "ไม่พอ" (หน่วยเหนือไทยกินเงินทอน หรือ ซีไอเอ.ขี้เหนียว กันแน่)

* กับ นปข.ในฐานะทหารด้วยกัน .... สายลับ ทบ.ได้ข่าวมา รายงานหน่วยเหนือ ศปก.ทบ.แล้ว 3 วัน แบ่งข่าวนั้นให้ นปข. รายงานหน่วยเหนือ ศปก.ทร. ด้วย ผลคือ นปข.เป็นหน่วยรายงานข่าวลับ (การทหาร การเมือง เศรษฐกิจ เทคโนโลยี สังคมจิตรวิทยา ไสยศาสตร์) ได้มากที่สุดโดยไม่ต้องเสียงบประมาณ .... งานนี้ นปข.ให้น้ำมันรถเต็มถังทุกครั้งที่เอาข่าวไปส่ง 1เดือนส่งข่าว 4ครั้ง นับว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

* วันดีคืนดี ปชช.ลาว ข้ามโขงมาหา ขอหนังสือเดินทางไปศูนย์อพยพลาวที่ ปากชม จ.เลย .... เรื่องมีอยู่ว่า

ญาติพี่น้องที่อพยพไปอยู่อเมริกาก่อนแล้ว ส่งเงินมาให้ ผ่านธนาคารไทยในประเทศไทย วงเงิน 50,00 .... เงินนี้ถ้าส่งผ่านธนาคารประเทศลาว จะถูกรัฐบาลยึดทั้งหมด ได้หนังสืออนุญาตเดินทางไปแล้ว รับเงินมาแล้ว ก่อนข้ามโขงกลับฝั่งลาวต้องมาแจ้งอีกครั้ง มิเช่นนั้น อาจถูก จนท.ไทย จับกุมได้
งานนี้เข้าภารกิจ "บ่อนทำลายเศรษฐกิจ" เป๊ะ .... กระซิบดังๆ นัดหมาย หน่วยงานในแม่น้ำโขง เริ่มยุทธการ "งมหอย" ให้เรียบร้อย เงิน 50,000 ที่ได้มา หารสอง

* ร.ต.ต. บอกว่า "หัวหน้าครับ ดาวดวงนี้ ผมซื้อมา 1 แสน ผมขอล่องควายลาวมาฝั่งไทย เอาทุนคืนซัก 2-3 รอบ ได้ไหมครับ" ....

ตอบทันทีแบบไม่ต้องคิด นี่คือ พัฒนาสัมพันธ์อย่างดี "ได้ ตามสบาย คุณรับผิดชอบเองนะ วันไหนจะล่องควายทางไต้ บอกผม ผมจะไปทางเหนือ วันไหนคุณจะล่องควายทางเหนือ บอกผม ผมจะไปทางใต้ ดีไหม"

ร.ต.ต.ดีใจถึงขนาดยกมือไหว้ท่วมหัว.... แล้วบอกต่อ "ควายกับไม้ซุง โอเค. เอาควายลาวมาเยอะๆ จะได้ไม่ต้องฆ่าควายไทย เอาไม้ซุงลาวมาเยอะๆ จะได้ไม่ต้องตัดไม้ไทย แต่ถ้าเป็นอาวุธกับยาเสพติด อันนี้ไม่เอาด้วยนะ...."

* ผลงานข่าว รอบ 3 เดือน, รอบ 6 เดือน, รอบปี ได้ที่ 1 ทุกรอบ ในจำนวน 24 ทีม ทั่วประเทศจากเหนือสุด เชียงแสน ถึงอิสานไต้ เขมราช ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ... ได้ข่าวมากเพราะซื้อ (จ่ายสด) มากนั่นเอง

เวลาบรรยาย 2 ชม.หมด โดยที่ยังไม่ได้ตอบคำถามที่ช๊อตโน้ตขึ้นเลยแม้แต่คำถามเดียว งานนี้ หน.นร. รับปากจะเรียน หน.ตึกขาว ขอเพิ่มเวลาบรรยายพร้อมเบี้ยเลี้ยงค่าบรรยายด้วย

ผลคือ ลูกผู้ชายสายลับ "คำเกิด สีอินปัน" ตอบคำถามสายลับรุ่นน้องถึงประเด็น "วิชาการ กับ ปฏิบัติจริง" ความเหมือนบนความต่าง หรือ ความต่างบนความเหมือน เป็นอย่างไร

มีข่าว ทำอย่างไร ?
ไม่มีข่าว ทำอย่างไร ?
ข่าวจริง ตรวจสอบอย่างไร ?
ข่าวลวง ตรวจสอบอย่างไร ?
สร้างข่าว ทำอย่างไร ?
แหล่งข่าว เลี้ยงยังไง ?
ต่อหน่วยข่าวต่างหน่วย ทำอย่างไร ?
ปฏิบัติราชการพิเศษ ครบกำหนดแล้วอยู่ต่อ ต่อได้หลายปี ทำอย่างไร ?
ฯลฯ

HAPPY ENDING :
ภารกิจนี้รวมเวลาปฏิบัติการ 4 ชม.
เบี้ยเลี้ยงค่าบรรยาย ชม.ละ 2,000
รวมแล้วได้ 8,000

THANK YOU CIA จงเจริญญญญญญ

14. ผกค.ไทย ไม่เอาลัทธิคอมมูนิสต์ :
เกริ่น :

* ทฤษฎี DOMINO (ล้มตามกัน) เกิดที่อเมริกา แต่มาตายเมืองไทย ....
- ลัทธิคอมมูนิสต์ขยายอิทธิพลเข้าเอเซีย ตะวันออกเฉียงใต้ เริ่มจากเวียดนามเหนือ ขยายมาเวียดนามใต้ ต่อมาเขมร และลาว แล้วจะต่อมาไทย ไปมาเลเซีย สิงค์โปร์ อินโดเนเซีย ตามลำดับ .... สหรัฐ อเมริกา ร่วมกับพันธมิตร ปักหลักต่อต้านที่เวียดนามใต้ ลงท้าย อเมริกา พันธมิตรแพ้ .... คอมมูนิสต์ชนะ ยึดครองมาถึงลาว เขมร ....

- คอมมูนิสต์ขยายผลเข้าไทยแต่ไม่สำเร็จทั้งๆที่ไม่มีสหรัฐ อเมริกา และพันธมิตร ช่วยเหลือ ลงท้ายคอมมูนิสต์แพ้ ส่งผลไปถึงมาเลเซีย สิงค์โปร์ อินโดเนเซีย รอดด้วย

* QUALITY CONTROL (QC ระบบควบคุมคุณภาพ) เกิดที่อเมริกา โตที่ญี่ปุ่น แต่มาตายเมืองไทย ....
- ประเทศไทยโดย ทอ., ปูนซิเมต์ไทย, จัดงานระดมมันสมองจากกำลังพล บุคคลากร ทุกระดับ ตั้งแต่ล่างสุดถึงสูงสุด (มันสมองมนุษย์มิได้จำกัดที่ ตำแหน่ง/ชั้นยศ) เพื่อพัฒนาหน่วยงาน ทุก 6 เดือน เป็นเว่า 5 ปีติดต่อกัน....

- ปฏิบัติการนี้ สำเร็จ/ล้มเหลว กรณีปูนซิเมนต์ไทย ไมทราบ .... แต่ ทอ.ไม่สำเร็จเพราะ คนยศน้อยเก่งกว่าคนยศสูงกว่าไม่ได้ ถ้าเก่งกว่าเรียกว่า OFF SIDE ไม่มี PUT THE RIGHT MAN ON THE RIGHT JOB

- ลงท้ายทั้งทฤษฎี DOMINO และระบบ QC ก็สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทย

* ระบบ/ระบอบ คอมมูนิสต์กับไทยแลนค์ :
- วันที่คอมมูนิสต์ลาว นำโดย ท้าวไกสอน พมวิหาน มีชัยชนะในลาว เหล่าคอมมูนิสต์ไทย (ผกค.) พากันยินดีปรีดาโห่ฮิ้วไปด้วย แล้วงานพบปะระหว่าง สมช.คอมมูนิสต์ลาว กับ สมช.คอมมูนิสต์ไทย ก็เริ่มขึ้นบนผืนแผ่นดินไทย

สมช.คอมมูนิสต์ลาว : ซำบายดีสหาย
สมช.คอมมูนิสต์ไทย : สวัสดีเพื่อน

สมช.คอมมูนิสต์ลาว :ประเทศลาวปฏิวัติประชาชนเรียบร้อยแล้ว ดีหลายๆ
สมช.คอมมูนิสต์ไทย : ดีหลายๆ ดียังไงบ้างล่ะสหาย

สมช.คอมมูนิสต์ลาว : ดีที่ทุกคนเท่าเทียมกันหมด คนยศสูงยศต่ำ คนเรียนมากเรียนน้อย คนเรียนในประเทศเรียนต่างประเทศ คนรวยคนจน รัฐมนตรีถึงขอทาน ทุกคนเท่ากันหมด
สมช.คอมมูนิสต์ไทย : (หน้านิ่ว คิ้วย่น คิด) เท่ากันได้ไง ธรรมชาติความสามารถของคนไม่เท่ากัน คนเป็นรัฐมนตรีมีรายได้เท่ากับขอทาน คนรวยมีเงินคนจนไม่มีเงินแล้วเท่ากันได้ไง .... เป็นไปได้ไง

สมช.คอมมูนิสต์ลาว : เป็นไปได้สหาย วันนี้ที่ดิน วัวควาย บักหุ่ง บักเขือ บนต้นในบ้านเป็นของรัฐทั้งหมด นี่คือ ทุกคนเท่าเทียมกัน
สมช.คอมมูนิสต์ไทย : หา.... เท่าเทียมกัน บนความไม่มีอะไรเลยเนี่ยนะ

สมช.คอมมูนิสต์ลาว : แม่นแล่วสหาย นี่คือความเท่าเทียมกันของประชาชน
สมช.คอมมูนิสต์ไทย : เท่าเทียมกัน เท่าเทียมกัน แต่ไม่มีอะไรเลย ต้นบักหุ่ง ต้นบักเขือเป็นของรัฐ ที่ดินก็เป็นของรัฐ รัฐยึดหมด ยังงั้นเหรอ ?

สมช.คอมมูนิสต์ลาว : แม่นแล่วสหาย
สมช.คอมมูนิสต์ไทย : เหลียวกลับมาหาเพื่อนในวงคุย ใช้เท้าเขี่ย AK-47 ออกไปจากตัว แล้วว่า....
- ความเท่าเทียมกัน คือ ความไม่มีอะไรเลย
- แบบนี้ประชาชนตาดำๆ คนจน คนชั้นล่าง จะมีอะไร
- รัฐบาลยึดทรัพย์สิน ทุกอย่าง ทุกชนิด แล้วประชาชนเหลืออะไรเป็นของส่วนตัว
- ที่เราสู้รบอยู่นี้ ทุกอย่างทำเพื่อประชาชน คิดว่า เป็นคอมมูนิสต์แล้วชีวิตจะดีขึ้น แต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่นี่หว่า .... ว่ามั้ย พวกเรา สหายไทย

สมช.คอมมูนิสต์ไทย :หลังเปลี่ยนการปกครองเป็นแบบคอมนิสต์แล้ว ประชาชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้นไหม ?
สมช.คอมมูนิสต์ลาว : ยังไม่ดีหรอกสหาย เพราะเป็นระยะเริ่มต้น

สมช.คอมมูนิสต์ไทย : เดาได้ไหมว่าอนาคตจะป็นอย่างไร ?
สมช.คอมมูนิสต์ลาว :อนาคตคงไม่ดีนัก เพราะประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรยังยึดติดระบบนายทุนตะวันตก ไม่รับระบบกรรมาชีพ

สมช.คอมมูนิสต์ไทย : ระบบกรรมาชีพเป็นยังไง ?
สมช.คอมมูนิสต์ลาว : คือ ประชาชนเป็นผู้ใช้แรงงานผลิต ผลผลิตที่ได้ทั้งหมดเป็นของรัฐ แล้วรัฐแบ่งปันผลประโยชน์นั้นให้เท่าเทียมกันทุกคนเอง

สมช.คอมมูนิสต์ไทย : หา... เป็นของรัฐทั้งหมด ประชาชนผู้ผลิตได้แค่แบ่งปันเท่านั้น
สมช.คอมมูนิสต์ลาว : ถูกต้อง สหาย

สมช.คอมมูนิสต์ไทย : แบบนี้ คนขยันคนขี้เกียจ คนมีความรู้คนไม่มีคามรู้ คนลงทุนคนไม่ลงทุน อะไรๆที่แตกต่างกันแต่ได้รับเท่ากัน นี่มันไม่ยุติธรรมนะ
สมช.คอมมูนิสต์ลาว : แต่มันเป็นนโยบายของพรรครัฐบาลคอมมูนิสต์

สมช.คอมมูนิสต์ไทย : แบบนี้ ไทยไม่เอาดีกว่า
สมช.คอมมูนิสต์ลาว : แล้วสหายจะทำยังไงต่อไป

สมช.คอมมูนิสต์ไทย : ไม่เอาคอมมูนิสต์ไง .... (ยืนขึ้น แหงนฟองฟ้า ยกมือพนมเหนือหัว) คอมมูนิสต์ยึดทรัพย์สมบัติประชาชนแบบนี้ไม่เอาแน่ กลับบ้านกันเถอะพวกเรา

เสียงคนหนึ่งแว่วมา : กลับตอนนี้ถูกราชการจับนะ
เสียงอีกคนแว่วมา : ไม่ต้องกลัว ไม่จับ เพราะนโยบาย 66/23 ออกมาแล้ว
อีกคนแว่วมา : พวกเรากลับบ้านได้ ไปรายงานตัวกับทหารแล้วเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยไง
คนแว่วมา : เผลอๆ คนที่ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของส่วนตัว อาจจะได้ที่ทำกินพร้อมเอกสารสิทธิ์ด้วยนะ

งานนี้การที่อดีต ผกค. ทิ้งอาวุธ ทิ้งอุดมการณ์คอมมูนิสต์อยางสิ้นเยื่่อใย ออกจากป่าแล้วกลับบ้าน ถือเป็นผลความสำเร็จมาจาก นโยบาย 66/23 หรือ บทเรียนจากลัมธิคอมมูนิสต์ กันแน่

15. ขุมทรัพย์โอปารู
ประวัติศาสตร์สงคราม :

สืบเนืองจาก ลาว-เขมร เมืองขึ้นฝรั่งเศส เจ้าอาณานิคมใจแคบ ถือหลักในการปกครองประเทศเมืองขึ้นให้ ยากจน+โง่ ต่างจากอังกฤษ เจ้าอาณานิคมใจกว้างที่ถือหลักในการปกครองประเทศเมืองขึ้นให้ ร่ำรวย+ฉลาด

ฝรั่งเศสยึดเวียดนาม ลาว เขมร เป็นเมืองขึ้น แต่ไม่ยึดไทยเพราะเกรงใจพระเจ้าซาร์ แห่งรัสเซีย กับสัญญาแบ่งผลประโยชน์กับอังกฤษ ถึงกระนั้นฝรั่งเศสก็ยังตอดเล็กตอดน้อยเอาดินแดนไทย เช่น ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง (หลวงพระบาง ไชยะบุรี) ในลาว กับเมืองพระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณ ปัญหาชานแดนระหว่าง ไทย-ลาว ไทย-เขมร เป็นผลจากฝรั่งเศสไม่จัดการให้เรียบร้อย หรือเจตนาวางยาให้ประเทศย่านนี้ขัดแย้งกันต่อ หลังจากฝรั่งเศสถอนตัวออกไปแล้ว

ประวัติศาสตร์ขุมทรัพย์ :
คราวที่ฝรั่งเศสแพ้ จำเป็นจำใจถอนกำลังออกจากเขมร ได้ฉวยโอกาสลักทรัพย์เจ้าเมืองพระตะบอง จนหมดพระคลัง บรรทุกหลังช้างมาทางแผ่นดินไทยแล้วจะเดินทางต่อไปประเทศฝรั่งเศส ทั้งนี้เพราะฝรั่งเศสไม่สามารถเดินทางในแผ่นดินเขมรได้ เนื่องจากทหารเขมรกวาดล้างฝรั่งเศส

คาราวานช้าง 20 เชือก ช้างจ่าโขลงชื่อ “คาชา” หัวหน้ากองคาราวานชื่อ “นาตรัย” มีฝรั่งเศสควบคุมมาด้วย 4 คน ขี่ม้าพร้อมอาวุธ

ถึงแผ่นดินไทย ชายแดนไทย-เขมร ฝรั่งเศสสั่งให้คาราวานช้างทุกเชือกสั่งช้างให้เดินเข้าไปในถ้ำเพื่อจะซ่อนสมบัติที่ขนมาทั้งหมด เมื่อช้างทั้งโขลงเข้าไปในถ้ำจนหมดทุกเชือกแล้ว ฝรั่งเศสกดระเบิดทำลายถ้ำ ปิดปากถ้ำ ให้ทั้งช้างและคนตายในถ้ำทั้งหมด เพื่อปิดเรื่องขุมทรัพย์ให้เป็นความลับนั่นเอง

แน่ใจว่า ถ้ำถูกทำลายปิดสนิทแล้ว ฝรั่งเศสจึงเดินทางต่อเข้ามาในแผ่นดินไทย แล้วเดินทางต่อไปจนถึงประเทศฝรั่งเศสได้

ที่มาแต่ไม่มีที่ไป :
ท้าวคำเกิด สีอินปัน พูดคุยกับผู้เฒ่าเขมรอายุ 100 กว่า ชื่อ “นาตรัย” ด้วยความชราแม้ซุ่มเสียงจะแผ่วเบา ความทรงจำบางครั้งเหมือนเลอะเลือน พูดจาภาษาเขมรปนไทย แต่ทั้งหมดพอจับใจความสำคัญได้

ท.คำเกิด : พ่อเฒ่า ถามหน่อย ฝรั่งเศสมันระเบิดถ้ำ พ่อเฒ่าก็อยู่ในนั้น แล้วพ่อเฒ่าออกมาได้ยังไง ?
นาตรัย : ช้างคาชานี่แหละ มันใช้ทั้งงา ทั้งงวง ใช้หัว ใช้เท้า ทั้งงัดทั้งขุดดิน บังเอิญดินที่ระเบิดใหม่ยังไม่แข็ง ยังไม่แน่น เลยงัดได้ง่ายๆ

ท.คำเกิด : วันนี้คาชาไปอยู่ที่ไหน ?
นาตรัย : ตายแล้ว ตายเมื่อซัก 10 ปีมาแล้ว

ท.คำเกิด : แล้วช้างกับคนอื่นๆ ไม่รอดออกมาเลยเหรอ ?
นาตรัย : ไม่รอดเลย เพราะทั้งหมดอยู่ลึกมาก ลึกถึงก้นถ้ำ ลึกเกือบ 50 วา

ท.คำเกิด : พ่อเฒ่ายังจำถ้ำฝังสมบัตินั่นได้ไหม ?
นาตรัย : ถ้ำนั้นออกจากเมืองพระตะบองมาแผ่นดินไทย เดินทาง 40 วัน ทางเดินในป่าลึกเจตนาไม่ให้ผู้คนเห็น ได้ยินฝรั่งเศสมันพูดกัน มันเรียกถ้ำนั้นว่า “โอปารู”

ท.คำเกิด : โอปารู ....โอปารู .... โอปารูแปลว่าอะไร พ่อเฒ่ารู้ไหม ?...
นาตรัย : ไม่รู้หรอก ไม่ใช่ภาษาเขมร

ท.คำเกิด : หลังจากฝรั่งเศสออกจากเขมรไปแล้ว พ่อเฒ่าเคยย้อนไปที่ถ้ำนั้นอีกไหม ?
นาตรัย : เคย เคยไปครั้งนึงตอนยังหนุ่มๆ แล้วไม่เคยไปอีกเลย

ท.คำเกิด : ถ้างั้น วันนี้สมบัติเจ้าเมืองพระตะบองก็ยังคงอยู่ในถ้ำนั้น ว่ามั้ย ?
นาตรัย : ไม่รู้ อาจจะมีคนมือดี ตาดี หาเจอก็ได้ เพราะนานหลายสิบปีแล้ว

ท.คำเกิด : โอ.เค. พ่อเฒ่า ขอบคุณมากๆ
นาตรัย : ขอบคุณครับ


16. สายลับซ้อน
ท้าวคำเกิด สีอินปัน หัวหน้าบ้านไต้ ในตลาดบึงกาฬ ก่อนค่ำวันนี้นั่งคนเดียวอยู่ในร้านก๋วยเตี๋ยวริมโขง พลันสาวใหญ่รู้เผินว่าเป็นช่างเสริมสวยในตลาดเข้ามา
สาวใหญ่ : (ยิ้มเต็มหน้าเข้ามาหา) ซำบายดี ท้าวคำเกิด
ท.คำเกิด : (งง ท่าทางบุคลิกคนไทย 100% แต่ทักทายเป็นภาษาลาว แถมรู้ชื่อด้วย) ซำบายดีครับ

สาวใหญ่ : มาคนเดียวเหรอคะ
ท.คำเกิด : ครับ สั่งก๋วยเตี๋ยวทานไหมครับ

สาวใหญ่ : (หัวเราะ) ท้าวคำเกิดเลี้ยงนะ
ท.คำเกิด : ยินดีครับ

สาวใหญ่ : (มองผมบนหัว) ท้าวคำเกิดผมยาวสวยจัง ว่างๆไปสระผมที่ร้านซิคะ รับรองบริการอย่างดีเลยค่ะ
ท.คำเกิด : (สายลับ ซีไอเอ.ด้านลาว อย่างหนึ่งที่เหมือนกัน คือ ผมยาวปะบ่า, ใส่แว่นเลย์แบน ปลอม, ใส่ยีนส์แรงเลอร์ ปลอม, ใส่แตะ ตชด. ตราช้างดาว...) ขอบคุณลวงหน้าครับ

สาวใหญ่ : ท้าวคำเกิดออกทำงานทุกวันเลยเหรอคะ
ท.คำเกิด : (งง รู้เรื่องงานได้ไง ผู้หญิงคนนี้คือใครกันแน่) ครับ

ภารกิจพัฒนาสัมพันธ์วันนั้นดำเนินไปด้วยดี กระทั่งกลายเป็นความสนิทสนมคุ้นเคย งานนี้รู้แล้วว่าสาวใหญ่ช่างเสริมสวยอาวุโสอายุมากกว่าจึงแต่งตั้งให้เป็น “พี่สาว” แล้วคบหาสมาคมกันด้วยความสัมพันธ์อันดี

งานประชุมทีมที่ บก.ใหญ่รอบเดือนนั้น ฝ่าย เสธ. ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายกำลังพล เข้ามาหาแล้วทักทาย

หน.กำลังพล : ท้าวคำเกิด สีอินปัน หัวหน้าบ้านไต้ บึงกาฬ ยินดีด้วยนะ เดี่ยวนี้มีช่างเสริมสวยประจำตัว
ท.คำเกิด : (งงอีก ช่างเสริมสวย น่าจะเป็นสาวใหญ่เจ้าของร้านเสริมสวยคนนั้น แล้วมันเกี่ยวข้องกับ หน.ฝ่ายกำลังได้ไง) ครับ

หน.กำลังพล : ได้ข่าวออกทีมลงพื้นที่ทุกวันเลยเหรอ ?
ท.คำเกิด : (รู้เรื่องงานเราได้ไง) ครับ

หน.กำลังพล : ระวังครูกับนักร้อง รถไฟชนกันนะ
ท.คำเกิด : (หมายถึงครู ร.ร.บึงกาฬ กับนักร้องคาเฟ่ริมโขง รู้เรื่องนี้ได้ไง) ครับ

ลึกๆเบื้องหลังส่วนตัวของ หน.ฝ่ายกำลังพล คือ นายทหารยศพันโท ฝ่าย เสธ. สังกัดกองทัพภาคที่ 3 แล้วมารู้เรื่องราวที่เป็นส่วนตัวของเราได้ก็น่าจะเป็นเพราะสาวใหญ่ร้านเสริมสวยแน่นอน สงสัยอย่างมาก คือ ช่างเสริมสวยคนนี้เป็นแค่ “กื๊ก” หรือคู่ชีวิตของจริง เพื่อจะได้วางตัวเราถูก กับป้องกันเรื่องลับส่วนตัวไม่ให้ล่วงรู้มาถึง บก.

เสร็จภารกิจประชุมทีมที่ บก.ใหญ่ เดินทางกลับบ้านทีมงานที่บึงกาฬ เว้นวรรคเกือบเดือนจึงมีโอกาสพบสาวใหญ่ชงเสริมสวย

สาวใหญ่ : คุณคำเกิดหายไปนานเลยนะคะ
ท.คำเกิด : ครับ ช่วงนี้งานเยอะมากเลยครับ

สาวใหญ่ : เป็นความลับไหม เล่าให้ฟังหน่อยซิคะ
ท.คำเกิด : อืมมม ถ้าจะลับก็ลับกับข้าศึกนั่นแหละครับ แต่กับพวกเรากันเองไม่ลับหรอกครับ

สาวใหญ่ : น่าสนุกนะคะ
ท.คำเกิด : ทำงานจะสนุกได้ไงครับ

เกมส์นี้รู้แล้วว่า อะไรๆที่เราทำลงไปถึงหู หน.ฝ่ายกำลังพลที่ บก.ใหญ่แน่ เพราะฉะนั้นต้องให้รู้เฉพาะเรื่องงานแท้ๆเท่านั้น ส่วนเรื่องที่จะเป็นผลเสียต่อหน้าที่การงานต้องไม่ให้รู้เด็ดขาด เพราะนี่คือ “สายลับซ้อนสายลับ” นั่นเอง

17. สังหาร KGB
COMMO : หัวหน้าครับ มี หขส. จาก 309 ครับ
หัวหน้า : ว่ามาเลย

COMMO : ครับ...
1. ดับสูญ KGB 148 กับ 269 ให้เรียบร้อย
2. พื้นที่เคลื่อนไหว เวียงจันทน์ ติดต่อ เชียงขวาง
3. เบิกงบพิเศษเฉพาะ
4. ส่งหลักฐานภาพถ่าย
5. หลีกเลี่ยงบุคคลภายนอกเกี่ยวข้อง
6. รายงานแผนและความพร้อม

นี่คือ CIA ภารกิจจารกรรม ก่อวินาศกรรม บ่อนทำลาย หาข่าวลับ ทุกชนิดต่อระบอบคอมมิวนิสต์ โดยเฉพาะ KGB สายลับโซเวียตที่เคลื่อนไหวใน
ดินแดนลาว .... สายวันนั้น ท้าวคำเกิด สีอินปัน ปรากฏร่างท่ามกลางลาวอพยพในนาม กตต. (กลุ่มต่อต้านรัฐบาลคอมมิวนิสต์ลาว) เพื่อวางแผนงาน

คำเกิด : หมู่เฮา....มีคำสั่งพิเศษจาก CIA ให้สังหาร KGB 2 คน ในเขตเวียงจันทน์ เชียงขวาง พื้นที่นี้ใครชำนาญ ต้องการ 4 คน
หน.กตต. : กตต.ที่นี่เป็นคนพื้นนี้อยู่แล้ว ชำนาญพื้นที่ทุกคน

คำเกิด : ดี ดีมาก พรุ่งนี้จะเอาปืนยาวติดกล้องเล็ง กระสุนเจาะเกราะ กระสุนระเบิดแก๊สพิษ
กล้องถ่ายรูป วิทยุส่งทางไกล กับเงินค่าเหนื่อยคนละ 5,000 บาทมาให้ .... O.K. ไหม
หน.กตต. : ขอเพิ่มคนเป็น 8 คนได้ไหมครับ

คำเกิด : เอางั้นเหรอ ได้ เตรียมคนได้เลย
หน.กตต. : ขอบใจหลายครับ

ทีม กตต. ทั้ง 8 พร้อมอาวุธครบมือตามแผน ลงเรือพายข้ามโขงจากฝั่งบึงกาฬของไทย ไปฝั่งปากซันของลาวแล้วเดินเท้าต่อ การเคลื่อนย้ายเคลื่อนไหวทุกชนิดทำได้เพียงเวลากลางคืนเท่านั้น เพื่อปิดลับการพบเห็นจากประชาชน และ จนท.รัฐ .... ลุวันที่ 10 ของการเคลื่อนย้าย เสียงเรียกวิทยุดังขึ้น

หน.กตต. : หัวหน้าครับ หน่วยสังหารถึงจุดวางตัวแล้วครับ
คำเกิด : จุดวางตัว หมายความว่าไง รู้ได้ไงว่าศัตรูจะมา ถ้าศัตรูไม่มาก็ไม่ใช่จุดวางตัวนะ

หน.กตต. : แม่นแล้วหัวหน้า ชุดสังหารหาข่าวหลอกถามชาวบ้านแล้วรู้วา KGB โซเวียต เดินทางใช้เส้นทางนี้ประจำ เมื่อ 3 วันที่แล้ว KGB เดินทางไปเชียงขวาง คิดว่าอีก 3 วันจะต้องเดินทางกลับเวียงจันทน์
คำเกิด : จุดซุ่มทั้ง 2 จุด ตกลงกันดีแล้วนะว่า ใครเป็นมือสังหารก่อน ใครเป็นมือซ้ำ

เสียง หน.กตต. พูดคุยถามตอบทางวิทยุกับ กตต.ในพื้นที่เป็นภาษาลาว ชัดเจน เข้าใจโดยไม่ต้องแปลเป็นภาษาไทย .... แล้วการรอเวลาสังหารก็สิ้นสุดลง

หน.กตต. : หัวหน้าครับ KGB มาแล้วครับ เป็นรถเก๋ง 2 คัน วิ่งตามกันมา วิ่งไม่เร็ว วิ่งห่างกัน 100 ม. ถ้าพร้อมแล้วลงมือเลยนะครับ
คำเกิด : O.K. ปฏิบัติการได้เลย

สิ้นเสียง หน.กตต. สั่งการ สักครู่เสียงวิทยุดังขึ้น สุ้มเสียงลีลาพูดในวิทยุเป็นการรายงานผลมากกว่ารายงานถามตอบ

รถนำถูกยิงยางหน้าก่อน ยางหลังถูกยิงซ้ำ รถจอด
รถตามถูกยิงยางหน้า ยางระเบิด รถจอด

KGB ทั้ง 2 คันลงจากรถ สำรวจยาง เหมือนรู้ว่าถูกยิง
KGB กวาดสายตาซ้ายขวาคนหาต้นตอยางรถถูกยิง

มือสังหารยิงซ้ำที่ร่าง KGB ด้วยกระสุนแก๊สพิษ เผื่อพลาด ถ้าคนไม่ถูกคมกระสุนก็โดนแก๊สพิษตายได้
มือสังหารยิงซ้ำ จับเป้าที่ร่างคนโดยตรง KGB

มือสังหารเปลี่ยนเป็นกระสุนระเบิด แล้วเล็งตรงไปที่รถทั้งคัน กระสุนระเบิดชนิด “กระทบระเบิด” กว่า 10 นัดต่อคันทำงานได้ผลเดินคาด รถเก๋งทั้ง 2 คนเกิดอาการไฟไหม้ครอบทั้งคัน

ทั้ง 4 KGB จากรถทั้ง 2 คัน ใช้มือกุมคอหอยตัวเอง ร่างกายบิดเบี้ยว บ่งบอกอาการเจ็บปวดเนื่องจากขาดอากาศหายใจ

มือสังหาร กตต. ผละจากที่กำบัง ถือปืนเดินย่างสามขุมด้วยความมั่นใจ เข้าหาร่างเป้าหมายทั้งๆที่ยังดิ้นทุรนทุรายอยู่ .... มือสังหารเปลี่ยนหน้าที่เป็น “ตากล้อง” หวังเก็บหลังฐานภาพถ่าย

หน.กตต. : เรียบร้อยแล้วครับหัวหน้า....
คำเกิด : ดีมาก งานนี้ได้ผลเกินคาด

หน.กตต. : ซีไอเอ. คงพอใจนะครับ
คำเกิด : งั้นมั้ง....


1. ไปราชการลับพิเศษ ไม่ต้องวิ่งเต้น :


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 26/02/2026 5:10 am, แก้ไขทั้งหมด 40 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 11975

ตอบตอบ: 22/02/2026 7:52 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)


A MAN CALLSIGN KIM ZA GASS 1
(ท.ทหารอดทน ธ.ธงคนนิยม)
เกริ่นกล่าว :
ภาษิตทหารม้าบอกกว่า “มีดีต้องโชว์ซิ (วะ)” เหตุผล ถ้าไม่โชว์แล้วใครจะรู้ การที่จะรอว่า มีดีไม่ต้องบอก เดี๋ยวคนรู้เอง คงไม่ใช่ เพราะ โลกวันนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทำ 10 อย่าง สำเร็จ 9 อย่าง เงียบ ไม่มีคนพูดถึง แต่ถ้าล้มเหลวเพียงอย่างเดียวคนพูดจนเสีย
ของดีที่โชว์คือของจริงของแท้ บอกกล่าวกันทำนองเพื่อ “สอน” ให้คนรุ่นใหม่ คิด/วิเคราะห์/เปรียบเทียบ แล้วมุ่งมั่น “เราก็ทำได้” ....
คนเราไม่มีใครเก่งกว่าใคร แต่คนเรา แพ้/ชนะ กันที่โอกาส

1. พ.ศ. 2505 เป็นคนเรียนไม่เก่ง :
หลักสูตรมัธยม 6 รุ่นสุดท้าย (โคกกะเทียม วิทยาลัย ลพบุรี) = มัธยม 3 ปัจจุบัน
ครู : วิชาภาษาอังกฤษ เธอได้ TOP
ลุงคิม : ครับ

ครู : วิชาคณิตศาสตร์ เธอได้ที่บ๊วย
ลุงคิม : ที่บ๊วย ก็น่าจะแค่ศูนย์ ทำไมติดลบครับ

ครู : โจทย์เธอก็ลอกผิด .... สมุดการบ้านวิชาภาษาอังกฤษนี่เธอไปลอกของใครมา ?
ลุงคิม : ที่นี่มีของใครให้ลอกบ้างล่ะครับ ?

ครู : อืมมม คนเก่งกับไม่เก่ง อยู่ในตัวคนเดียวกันได้ไง....
(ครูบัณฑิต จุฑาเกตุ ร.ร.โคกกะเทียมวิทยาลัย ลพบุรี)

2. พ.ศ. 2507 สอบเข้างาน :[/color]
สอบเข้า ร.ร.พลตำรวจนครบาล รับ 350 คน ได้ที่ 77
สอบเข้า นนส. (นักเรียนนายสิบ หลักสูตร 1 ปี) ลพบุรี รับ 79 คน ได้ที่ 77
ลงท้ายพ่อบอก ลูกทหารต้องเอาทหารซี่ !
------------------------------------------------------------------------------

3. สอบไปรบเกาหลี :
พ.ศ. 2508 จบ ร.ร. นนส. ได้ยศสิบตรี
พ.ศ. 2508 ยศสิบโท สอบไปรบเกาหลีได้ที่ 1 ของหน่วย ได้ที่ 4 ของประเทศ
------------------------------------------------------------------------------

4. ย้ายตัวเองใน 6 ชม. :
พ.ศ. 2510 ขอย้ายจาก ปตอ.พัน.3 ลพบุรี ไป ปตอ.พัน. 4 กทม. ลพบุรี
อนุมัติ 9 โมงเช้า รายงานหน่วยใหม่ กทม. ตัวบ่าย 3 โมง ....
--------------------------------------------------------------------------------

5. พ.ศ. 2514 กลับจากเรียนระเบิดทำลาย ค่ายอเมริกัน แสมสาร สัตหีบ :
ฝอ.3 : ตอนไป มึงสอบได้ที่ 1
ลุงคิม : ครับ

ฝอ.3 : ตอนไป มึงสอบได้ที่ 1
ลุงคิม : ครับ

ฝอ.3 : ตอนไป มึงสอบได้ที่ 1
ลุงคิม : ครับ

ฝอ.3 :
ตกลงมึงเก่งหรือไม่เก่ง กันแน่วะ
(ร.อ.สำภา ชูศรี ฝอ.3 ปตอ.2 พัน 4)
-----------------------------------------------------------------------------------

6. พ.ศ. 2516
คนอิจฉา ดีกว่าคนสงสาร
คนอิจฉา เพราะเรามีดีกว่าเขา
คนสงสาร เพราะเราด้อยกว่าเขา
(พ.ท. สุรพันธุ์ พุ่มแก้ว ผบ.ปตอ.พัน 1 รอ. 2518)
---------------------------------------------------------------------------------

7. สอบเลื่อนยศ :
พ.ศ. 2516 สอบเลื่อนยศสิบเอกเป็นจ่า ......... สอบ 420 คน ได้ที่ 2
พ.ศ. 2518 สอบสอบเลื่อนยศจ่า เป็น ร.ต. .... สอบ 350 คน ได้ที่ 1
ครองยศนายสิบ 6 ปี ครองยศจ่า 2 ปี (ถือว่าอายุราชการน้อยมาก)
รวมรับราชการ 8 ปี ได้ยศ ร.ต. (= เรียน จปร. ตก 1 ปี)
พ.ศ.ใหม่ แก้ระเบียบอายุราชการเฉพาะเป็น "จ่า" อย่างเดียวไม่น้อยกว่า 8 ปี จึงมีสิทธิ์สอบเลื่อนยศ
-------------------------------------------------------------------------------
8. ไม่ขายทหาร :
เมื่อพลทหารณรงค์ ลิ้มชุณหนุกูล จบจากการฝึกเบื้องต้น ศูนย์ฝึกทหารใหม่ เป็นพลทหารประจำการสมบูรณ์แบบ ขึ้นสังกัดกองร้อยที่ 1 ปตอ.2 พัน.4โดยลุงคิม ยศร้อยโท เป็น รอง ผบ.ร้อย .... ที่ บก.ร้อย วันนั้น พลทหารณรงค์ฯ เข้ามาหา....

พลทหาร : รองครับ ผมอยากกลับไปอยู่บ้านครับ-
รอง ผบ.ร้อย : กลับไปอยู่บ้าน....กลับไปได้ไง ในเมื่อมึงมาเป็นทหาร มึงต้องอยู่ที่กองร้อยไม่ใช่เหรอ ?

พลทหาร : ใช่ครับ แต่ผมขอสมัครใจเป็นทหารรับใช้รอง ผมจะกลับไปอยู่บ้าน แล้วให้รองรับเบี้ยเลี้ยงเงินเดือนผมทั้งหมดเลยครับ
รอง ผบ.ร้อย : อ๋ออออ เข้าใจละ นี่เขาเรียกว่า “ขายทหาร” โว้ย คืองี้ อย่างมึงนี่ถือว่ายังเหลือเวลาเป็นทหารเกณฑ์อีก 2 ปีเต็ม มึงต้องจ่ายเงินสด 2 หมื่น แล้วให้เบี้ยเลี้ยงเงินเดือนของมึงทุกเดือน จนกว่าจะปลดประจำการ ไม่ใช่เหรอ ?

พลทหาร : ใช่ครับ ผมรู้ครับ
รอง ผบ.ร้อย : มึงรู้มาจากไหน ?

พลทหาร : ลูกพี่ลูกน้องกันบอก เขาทำมาแล้วครับ.... รอง ตกลงไหมครับ ?
รอง ผบ.ร้อย : มึงกลับไปบ้าน กลับไปทำอะไร ทำไมไม่หาประสบการณ์ชีวิตทหารบ้าง

พลทหาร : ผมมีงานสำคัญครับ
รอง ผบ.ร้อย : งานสำคัญ งานอะไร ? ความลับไหม ? บอกได้ไหม ?

พลทหาร : ไม่ใช่ความลับหรอกครับ คือว่า บ้านผมเป็นสำนักพิมพ์ ทำหนังสือวารสารขาย พี่ชายผมโดยคดีล้มละลาย ผมจะไปตามทวงหนี้ตามเอเย่นต์ร้านขายหนังสือทั่วประเทศให้พี่ชายครับ
รอง ผบ.ร้อย : (อืมมม คิด... เพื่อตัวเอง ขึ้นชื่อว่าเงิน ใครๆ ก็อยากได้ ขายทหาร ขายทหาร นายทหารสัญญาบัตรหลายคนทำ ทุกคนอยู่สบายดี กับ เพื่อศักดิ์ศรีลูกผู้ชาติทหาร เอาอย่างไหน) .... เรื่องนี้ด่วนไหม ?

พลทหาร : ยิ่งเร็วยิ่งดีครับ เพราะเอเย่นต์ไม่ได้ส่งเงินมาร่วม 3 เดือนแล้วครับ
รอง ผบ.ร้อย : พ่อแม่พี่น้องว่าไงบ้าง ?

พลทหาร : ทุกคนฝากอนาคตครอบครัวไว้กับรองคนเดียวครับ
รอง ผบ.ร้อย : ยังงั้นเชียวเหรอ ?

พลทหาร : จริงๆ ครับรอง ให้พี่ชายผมมาช่วยพูด เอาเงินมาจ่ายด้วยก็ได้ครับ
รอง ผบ.ร้อย : อย่าเพิ่ง อย่าใจร้อน นี่เที่ยงแล้ว ไปกินข้าวที่โรงเลี้ยงก่อน กลับมาแล้วมาคุยกันใหม่ ขอเวลากูคิดอีกนิดว่ะ

พลทหาร : ครับ
เกือบบ่าย 3 โมงของวันนั้น ลุงคิมกลับมาที่โต๊ะทำงาน เห็นพลทหารณรงค์ฯ รออยู่หน้าห้องจึงเรียกให้เข้าไปคุยต่อในห้องรอง ผบ.ร้อย
รอง ผบ.ร้อย : (พูดช้าๆ ชัดๆ เสียไม่ดังนัก) ... รงค์ฯ กูคิดได้แล้ว กูจะให้โอกาสมีงกลับไปกู้ฐานะให้ครอบครัว เงินสด 2 หมื่นไม่ต้องมาจ่าย เบี้ยเลี้ยงเงินเดือนประจำเดือนเป็นเบี้ยเลี้ยงบุคคล รับเต็มๆ ไม่หักค่าอาหารทุกเดือน อันนี้มึงต้องมารับเอง รับแล้วเอาไปเลย กูไม่เอา กับต้องมารายงานด้วยว่า แต่ละเดือนไปทำอะไรที่ไหน ? สำเร็จหรือไม่สำเร็จแค่ไหน ? อย่างไร ? ด้วย
พลทหาร : รองครับ ผมอยากให้เงินรอง ทั้งเงินก้อน เงินเบี้ยเลี้ยง ส่วนที่จะให้ผมมารายงานตัวทุกเดือนนั้น ผมมาได้ครับ

รอง ผบ.ร้อย : อืมมม บอกไม่เอาก็ไม่เอาซิวะ
พลทหาร : รองครับ.....

รอง ผบ.ร้อย : เอาละ ไม่ต้องพูดมาก เดี๋ยวกูจะบอก ผบ.ร้อย แล้วก็จะให้จ่ากองร้อย ดำเนินการเลย

พลทหาร : ครับ.....

----------------------------------------------------------
9. กำเนิด คิม ซา กัสส์ :
หลังอนุมัติพลทหารณรงค์ ลิ้มชุณหนุกูล เป็นทหารประจำตัวแล้ว ราว 1 เดือน ลุงคิมไปที่สำนักพิมพ์ชุณหสาส์น วารสารสมภูมิ ที่นั่นญาติพี่น้องของพลทหารณรงค์ฯ พร้อมหน้ากันมาต้อนรับ ด้วยสีหน้าแววตา ตลอดจนน้ำเสียงบ่งบอกถึงความ “ขอบคุณ” อย่างจริงใจ ชัดเจน แสดงว่า ภารกิจที่ทำแก่เขานั้นถูกต้องและพอใจ

ที่ห้องรับแขก ได้รับเกียรติให้เป็นไข่แดงนั่งหัวโต๊ะ กลางโต๊ะมีวารสารของสำหนักพิมพ์ อาทิ สมรภูมิ เทคนิคแต่งรถ รวมแพทย์ การ์ตูน พ็อคเก็ตบุ๊ค รอบโต๊ะมีคุณชาญ ลิ้มชุณหนุกูล ผู้จัดการใหญ่ (พี่ใหญ่ของบริษัท), คุณสมพงษ์ นนท์อาสา หน.บรรณาธิการ สมรภูมิ, ผช.บรรณาธิการ, นักข่าว กับคนที่เกี่ยวข้อง 3-4-5 คน ยกเว้นพลทหารณรงค์ฯ เพราะไปทำงาน ตจว. ด้วยบรรยากาศอบอุ่น เชื่อมั่น


ผจก. : ณรงค์ฯ บอกว่า ผู้หมวดเคยไปรบที่สงครามเกาหลีมาแล้ว
ลุงคิม : อ๋อออ เคยไปเมื่อซัก 10 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเป็นนายสิบ ยศสิบโท

ผจก. : สงครามเกาหลี รบหนักไหมครับ ?
ลุงคิม : ตอนที่รุ่นผมไปนี่เขาหยุดรบแล้ว แต่รุ่นก่อนๆละก็รบหนักแน่ ขนาดกองร้อยทหารไทย กองร้อยทหารอเมริกา กองร้อยทหารเกาหลี ละลายตายกันทั้งกองร้อยก็เคย

ผจก. : ขนาดนั้นเชียวเหรอครับ ?
ลุงคิม : ครับ อย่างกองร้อยทหารไทยที่พ็อคช็อป 1 กองร้อย 120 คน เจอทหารเกาหลีเหนือ 1 กองพัน 1,200 คน แลกชีวิตกัน 1 ต่อ 1 แล้วเราจะเหลืออะไร

ผจก. : โอ้โฮ เห็นภาพเลยผู้หมวด
ลุงคิม : แม้แต่กองร้อยทหารอเมริกัน กำลัง 300 คน รถถัง 50 คัน โดนทหารเกาหลีเหนือ สนธิกำลังกับทหารจีนแผ่นดินใหญ่ 3,000 คน รถถัง 200 คัน ปืนใหญ่ 2 ฐาน 24 กระบอก งานนั้นขนาดอเมริกันใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดโจมตีฐานปืนใหญ่ ฐานรถถัง ก็ยังคุ้มกันพวกตัวเองไม่ได้ ลงท้ายทหารอเมริกันตายละลายทั้งกองร้อย ไม่เหลือแม้แต่คนเดียว

ผจก. : โอ้โฮ
ลุงคิม : ทหารไทยที่หมู่บ้านอารีดัง ที่เพลงไทยคุณเพ็ญศรี พุ่มชูศรี ร้อง โอ้อารีดัง ก่อนยังเคยชื่นบาน ทุกคืนวันรื่นรมย์สมใจ .... อยู่มาไม่นานก็มีทหารไทย มิตรเมืองไกลต่างแดน แคว้นฉันอยู่ เขามาเพื่อชาติเพื่อริราชศัตรู .... อะไรประมาณนี้ ที่นั่นทหารไปไปช่วยพัฒนาหมู่บ้าน ป้องกันเกาหลีเหนือ คอมมิวนิสต์เข้ามาแทรกแซง ที่หมู่บ้านนี้สร้างความประทับใจระหว่างคนเกาหลีกับทหารไทยเป็นอย่างมาก

ผจก. : สมัยนั้นมีทหารจากประเทศอื่นไปรบด้วยไหมครับ?
ลุงคิม : มีครับ เท่าที่เคยเห็นหน้ากันก็มี อังกฤษ ฟิลิปปินส์ แคนนาดา ออสเตรเลีย เอธิโอเปีย .... อังกฤษนี่ไม่ใช้กำลังทหารของตัวเองโดยตรง แต่ใช้กำลังทหารอาสาสมัครจากประเทศเนปาล อาณานิคมเก่า พวกนี้ถือว่าเป็นทหารอังกฤษ กินเงินเดือนอังกฤษ เป็นหน่วยกล้าตาย ทำตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่เป็นทหารอังกฤษโดยเฉพาะเท่านั้น

ผจก. : ตอนนั้นเกาหลีเหนือบุกเกาหลีไต้ บุกได้ไกลแค่ไหน หมายถึง ยึดเกาหลีไต้ได้ไหม ?
ลุงคิม : เกือบได้นะ ขนาดเกาหลีเหนือบุกถึงชานกรุงโซล เมืองหลวงเลยแหละ ตอนนั้นแม็คอาร์เธอร์ นายพล 4 ดาว ผบ.ทหารอเมริกัน ส่งทหารจากทะเลขึ้นบกเกาหลีเหนือ เหนือเส้นขนาน 38 เส้นแบ่งเขตเกาหลีเหนือเกาหลีไต้ วางแผนตัดพื้นที่ขวางประเทศเกาหลีเหนือเกาหลีไต้ แล้วระดมกำลังทั้งทางบก ทางอากาศ ป้องกันกำลังเสริมจากจีน กับปล่อยเดี่ยวทหารเกาหลีเหนือที่ยังอยู่ในเกาหลีไต้

ผจก. : ได้ผลไหมครับ ?
ลุงคิม : จะว่าได้ผลก็ได้ผลนะ เพราะเกาหลีเหนือถอนกำลังกลับกันหมด ที่จริงตอนนั้น แม็คอาร์เธอร์เสนอแผนใช้ระเบิดปรมณูโจมตีเกาหลีเหนือแบบโจมตีญี่ปุ่นที่ฮิโรชิมา นางาซากิ ด้วย แต่ประธานาธิบดีไม่อนุมัติ แถมปลดนายพลแม็คอาร์เธอร์ แล้วเรียกกลับประเทศด้วย

ผจก. : อันนี้เพิ่งรู้ว่านายพลแม็คอาร์เธอร์มีแผนนี้
ลุงคิม : แม็คอาณ์เธอร์นี่ ไม่ใช่มีประวัติผลงานการรบแค่ที่เกาหลีประเทศเดียวนะ ที่ฟิลิปปินส์ก็ไม่เบาเหมือนกัน ที่ฟิลิปปินส์นั่นรบกับญี่ปุ่น

คุณสมพงษ์ นนท์อาสา นิ่งฟังอยู่นาน พลันวิญญาณคนหนุ่ม ตำแหน่งบรรณาธิการวารสารสมรภูมิ ปะทุขึ้น จึงถามขึ้นมา

บก. : สมัยผู้หมวด ตอนนั้นมีประวัติการสู้รบแบบจังๆ เลยไหมครับ ?
ลุงคิม : สมัยผม รุ่นผม กองร้อยอิสระ (เกาหลี) ผลัด 19 มันยุติการรบแล้ว การรบจริงๆ ชนิดเลือดอาบสนามรบเลยน่ะ ประมาณผลัดที่ 4 หรือผลัดที่ 5 หลังจากนั้นมาเป็นแค่ตรึงกำลังกันธรรมดาๆ ระหว่างกำลังทหารสหประชาชาติ ฝ่ายโลกเสรี กับกำลังทหารฝ่ายคอมมิวนิสต์ เท่านั้น

บก. : ผู้หมวดมีข้อมูลการรบเป็นจุดๆ หรือเป็นฉากๆ ไหมครับ ?
ลุงคิม : ก็พอมีนะ แม้ว่าเราไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จริง แต่เรารู้เรื่องจริงจากบันทึกประวัติศาสตร์ทางทหาร ประกอบกับได้ไปสัมผัสกับสถานที่จริงๆ อันนี้ก็พอจะเล่าสู่กันฟังได้

บก. : ผู้หมวดเล่ามาอีกซิครับ
ลุงคิม : เอางั้นเลยเหรอ ....ที่จริงเกาหลีนี่ไม่ใช่สนุกแต่รบอย่างเดียวนะ ที่รบก็รบกันไป ที่ไม่รบก็ไม่ต้องรบ

บก. : อ้าววว ไม่รบแล้วทำอะไรล่ะครับ ?
ลุงคิม : ก็ กินเหล้า-เมียเช่า-เข้าบาร์-ค้าตลาดมืด ซีครับ

ผจก. : น่าสนใจทั้งนั้นเลย

วันนั้นคุยกันถึงเที่ยง คุยกันแบบไม่พักเวลา มื้อเที่ยงกินก๋วยเตี๋ยวบนโต๊ะที่คุยกันนั้น บางครั้งเล่าเรื่องทั้งๆที่ยังเคี้ยวลูกชิ้นอยู่ในปาก จำได้ว่าเล่าเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับสงครามเกาหลีกว่า 10เรื่อง 10ตอน 10ฉาก .... สมควรเวลาจึงขอตัวลากลับ

กลับมาแล้ 3-4 วัน ผจก. ขอเชิญไปที่บริษัทอีกครั้ง มีเรื่องสำคัญขอคุยด้วย

ผจก. : ผู้หมวดครับ ที่เราคุยกันเมื่อวันก่อน คุณสมพงษฯ อัดเทปไว้ คิดว่าจะถอดเทปเอามาพิมพ์ลงในวารสารสมรภูมิ เรื่อง สงครามเกาหลี แต่ถอดเป็นข้อความออกมาแล้วเนื้อเรื่องไม่ต่อกัน บางทีโดดไปโดดมา คนถอดเทปจับจุดไม่ถูก ทาง บก.อยากให้ผู้หมวดถอดข้อความในเทป หรือเขียนขึ้นมาใหม่เลย เป็นตอนๆ เอาลงวารสาร อันนี้ทางเรามีค่าเหนื่อยเป็นค่าเขียนให้ด้วยนะครับ
ลุงคิม : (ได้ยินคำว่า “ค่าเหนื่อย” เท่านั้น กำลังใจทันที).... ได้ครับ จะลองดู ขอเวลาซักระยะหนึ่งก่อน เพราะยังไม่รู้ว่าจะทำได้แค่ไหน ดีหรือไม่ดีก็ยังไม่รู้

ผจก. : ไม่รีบร้อนครับผู้หมวด
ลุงคิม : (มองหน้า บก.) .... มีคำแนะนำไหมครับ คุณ บก.

บก. : ผมคิดว่า ผู้หมวดทำได้ครับ เท่าที่ฟังลีลาเรื่องราวแล้ว ใช้ได้เลยครับ
ลุงคิม : เอาวะ คุณสมพงษ์ฯ คุณชาญฯ จะลองดู ไม่ลองไม่รู้ ว่ามั้ย

ราว 2 อาทิตย์ ย้อนกลับไปสำนักพิมพ์อีกครั้ง พร้อมกับเปเปอร์ถอดข้อความ “สงครามเกาหลี” 4


ตอน ตอน ละ 5 หน้า กระดาษพิมพ์ เอ.4 ยื่นให้บรรณาธิการ ประมาณ 15 นาที คุณสมพงษ์ฯ อ่านแค่ตอนแรกจบกับทั้งๆ ที่อีก 3 ตอนยังไม่ได้อ่าน ยิ้มกว้าง ให้คำตอบ

บก. : ใช่เลยครับผู้หมวด
ลุงคิม : หา.... ยั่งงี้น่ะเหรอ ที่วารสารต้องการ

ผจก. : ใช่ครับ สนุกครับ ทุกตอนเห็นภาพ.....ผู้หมวดครับ ขอนามปากกา ด้วยครับ
ลุงคิม : (คิด....นามปาก นามปาก)... ก็ได้ งั้นเอาชื่อ “คิม ซา กัสส์” ก็แล้วกัน

บก. : ได้ครับ ชื่อนี้มีที่มา หรือมีความหมายเฉพาะไหมครับ
ลุงคิม : ชื่อนี้เป็นชื่อนักร้องผู้ชายเกาหลี สุรพล สมบัติเจริญ เคยเอาทำนองเพลงของเขามาแปลงเป็นภาษาไทยร้อง จำชื่อเพลงไม่ได้ แต่ชื่อนักร้องคนนี้ทหารไทยที่เคยไปรบเกาหลี รู้จักดี

บก. : ได้ครับ ดีครับ เห็นด้วยครับ
ลุงคิม : เฮ่ ! สมพงษ์ .... นี่ผมเป็นนักเขียนแล้ว นามปากกา คิม ซา กัสส์ ........ เย่ !

------------------------------------------------------------
10. ไม่เป็น พ.อ. :
ครองยศพันโท (พ.ท.) ตำแหน่งนายทหารประชาสัมพันธ์ (น.ปชส.) สังกัดกองกิจการพลเรือน (กกร.) หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก (นปอ.ทบ.) เต็มขั้นแล้วยังเหลือเวลารับราชการอีกกว่า 10 ปี จึงเกษียณ
เวลาอายุรับราชการที่เหลือ หากยังรับราชการอยู่ เงินเดือนไม่ขึ้น ยศไม่ขึ้น เรียกว่า "ขั้นทะลุ" ได้ก็แค่อายุวันรับราชการเอาไปคิดบำเน็จบำนาญเท่านั้น บางคนจึงลาออก เอาบำเน็จบำนาญ กับเอาเวลาชีวิตไปประกอบอาชีพอิสระ
กับคนที่ "ขั้นทะลุ" แล้วไม่ลาออกแต่อยู่ต่อเพราะ เพื่อศักดิ์ศรี ไม่มีอาชีพอิสระ มีอาชีพเสริม .... กรณี พ.ท.คิม ซา กัสส์ ไม่ลาออกเพราะ ได้ทำงานตามตำแหน่งทางราชการ (น.ปชส.) และมีรายได้จากงานที่ทำ (รายการวิทยุ) นั้น
ทำรายการวิทยุ หน่วยมีรายได้จากค่าเวลาสถานีวิทยุ (สปอนเซอร์ จ่าย) ผู้ดำเนินรายการได้ค่าตัว (สปอนเซอร์ จ่าย) .... สรุป : ได้ทั้งเงิน ทั้งกล่อง
กำลังพลที่กำเนิดมาจากนักเรียนนายสิบ (นนส.) ในหน่วยกำลังรบหลักสามารถครองยศได้ถึงพันเอก (พ.อ.) เพียง 2 ตำแหน่ง คือ นายทหารสารบรรณ กับนายทหารฝ่ายปลัดบัญชี เท่านั้น ซึ่งทั้งสองตำแหน่งนี้ต้องมีประสบการณ์ในการทำงานมาตั้งแต่เป็นนายสิบ นั่นหมายความว่า พ.ท.คิม ซา กัสส์. หมดโอกาสที่จะได้ยศพันเอกจากหน่วยนี้ .... หากต้องการไต่ยศขึ้นไปเป็นพันเอกก็ต้องย้ายไปอยู่หน่วยสนับสนุนการรบ หรือหน่วยบริการช่วยรบ นั่นคือ ย้ายตัวเองไปอยู่ กองบัญชาการทหารสูงสุด (บก.ทหารสูงสุด) หรือกระทรวงกลาโหม (กห.) เท่านั้น
ตอนนั้นเพื่อนนายทหารที่ไต่ชั้นยศตั้งแต่นายสิบจนขึ้นเป็นร้อยตรีพร้อมกันแล้วย้ายไปอยู่หน่วยอื่นกระทั่งได้ยศพันตรี จากนั้นขอย้ายตัวเองไปอยู่กองบัญชาการทหารสูงสุดกระทั่งได้ยศ พ.ท. .... ในขณะที่ คิม ซา กัสส์ อยู่หน่วยเดิม ที่ตั้งเดิม ไต่ชั้นยศจนถึงพันโทได้เหมือนกัน
โอกาสชีวิตทหารยังมี เมื่อครั้ง พล.อ.สำเภา ชูศรี เป็น ผบ.ทหารสูงสุด ได้พบกับอดีตเพื่อนนายทหารนั้น ด้วยความที่รู้ว่าเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน กับด้วยความรักและความผูกพันที่เคยร่วมงานกัน ผบ.ทหารสูงสุด ถามถึง คิม ซา กัสส์ ชวนไปอยู่ บก.ทหารสูงสุด แล้วจะได้ยศพันเอก.
คิม ซา กัสส์ คิด/วิเคราะห์/เปรียบเทียบ .... ย้ายไปอยู่ บก.สูงสุด ได้เป็น พ.อ. ตำแหน่งอะไรก็ว่าไป แต่ที่ใหม่ไม่มีงาน “วิทยุ” ให้ทำ งานนี้จึงเท่ากับ “มีแต่ยศไม่มีจะยัด ไม่ได้ยัดแล้วยึกยัก พวกนี้....แย่”
เป็นพันเอก ได้เงินเดือนเพิ่มเดือนละ 500 แน่นอน....เป็นพันโท อยู่หน่วยเดิม ตำแหน่งเดิม เงินเดือนเดิม แต่ได้เงินจากจัดรายการวิทยุ .... มหาศาล :
วิทยุ พล.ปตอ. (กทม. รายการสด) เดือนละ 30,000 ...................... สปอนเซอร์จ่าย)
วิทยุยานเกราะ (กทม. เทปคลาสเซ็ต) เดือนละ 30,000 .................. สปอนเซอร์จ่าย
วิทยุเสียงอดิศร (สระบุรี. เทปคลาสเซ็ต) เดือนละ 30,000 ............ สปอนเซอร์จ่าย
วิทยุ สทร.(จันทบุรี. รายการสด) เดือนละ 30,000 ......................... สปอนเซอร์จ่าย
วิทยุ มก.(กทม. ถ่ายทอดไปเชียงใหม่ ขอนก่น สงขลา. เทปคลาสเซ็ต) เดือนละ 30,000 ........ สปอนเซอร์จ่าย
รวม 30,000 x 5 = ? /เดือน.... /4 ปี = ? ......... ไมรู้ ตกคณิตศาสตร์

รายการจิตอาสา :
วิทยุ อสมท. อาทิตย์ละ 1 วัน รายการสด .................. ฟรี
วิทยุจราจร สวพ.91 อาทิตย์ละ 1 วัน รายการสด ...... ฟรี
งานอดิเรก :
สัญจรไปสอนเกษตรกร (เฉพาะวันเสาร์) 4 ครั้งๆ ละ 20,000 (เดือนละ 80,000-สปอนเซอร์จ่าย )
กำไรจากขายหนังสือเกษตร วารสารฉบับละ 30,000
กำไรจากขายหนังสือเกษตร POCKET BOOK ฉบับละ 50,000-100,000
นาน 10 ปี รวม = ? ......... ไมรู้ ตกคณิตศาสตร์

ทำงานคนเดียว รับเงินคนเดียว :
- เนื้อหาในหนังสือได้มาจาก ข้อมูลที่ใช้ออกอากาศประจำวัน
- ทำเทป ไม่เอ่ย วัน ว. เวลา น., ไม่เอ่ยชื่อสถานี,
- เรื่องเดียวกันออกอากาศพร้อมกันได้ทุกสถานี
- เนื้อหา เรื่องเดียวกัน สปอนเซอร์เดียวกัน ดีเจ.คนเดียวกัน
- มีห้องบันทึกเสียงส่วนตัวที่บ้าน (ราคา 10,000)
- บันทึกคลาสเซ็ทได้ครั้งละ 10-20 ม้วน
- ทำงานบันทึกเทป 1 ครั้ง ออกอากาศได้ 7 วัน วันละม้วน
- ส่งเทปทาง ปณ. อาทิตย์ละครั้ง
- สถานีวิทยุเสียงอดิศร สระบุรี ส่งเทปไปออกอากาศที่เครือข่ายสกลนคร เพราะเวลาที่นั่นว่าง (ได้โฆษณา ฟรี)
---------------------------------------
11. ไปราชการพิเศษ พัน.นนส.
ยามนั้นยศร้อยโท ทำหน้าที่ รอง หน.ศูนย์ฝึกทหารใหม่ ปตอ.พัน.4 .... ตำแหน่ง รองหน.ศูนย์ฯ แต่งานที่ทำจริงๆเป็น หน.ศูนย์ฯ .... ตำแหน่งเป็น หน.ไม่ได้เพราะตัวเองกำเนิดมาจาก รร.นนส.
ขณะตรวจการฝึกทหารใหม่ในสนามอยู่นั้น พ.ต.ธนวัฒน์ ชั้นบุญ นายทหารยุทธการและการฝึก (ฝอ.3) ปตอ.พัน.4 เดินคู่กับนายทหารจากต่างหน่วย ท่าทางสนิมสนมกัน ตรงรี่เข้ามาหา

ฝอ. 3 : (ทักทายเรียกชื่อจริง) เฮย นี่ พ.ท.วันชัยฯ เสธ. (เสนาธิการ) กรมนักเรียน จาก รร.ป. (โรงเรียนทหารปืนใหญ่ ค่ายพหลโยธินท ลพบุรี)
รท.คิมฯ : (ชิดเท้าดังเป๊ะ วันทยาหัตถ์ ทำเคารพแข็งแรง ทั้ง 2 ท่าน) ครับ

ฝอ. 3 : งานเข้าว่ะ ตอนนี้ รร.ป.ขยายหลักสูตรฝึกนักเรียนนายสิบเพิ่มเป็น 9 กองร้อย ต้องขอยืมตัวนายทหารเหลาน ป. จากทั่วประเทศ 18 คน ตอนนี้ได้แล้ว 17 คน หน่วยเขาส่งมาเอง
รท.คิมฯ : ครับ

ฝอ. 3 : ที่เหลืออีก 1 คน เสธ.กรมนักเรียน ท่านเจาะจงเอามึงว่ะ ขนาดลงทุนมาขอตัวด้วยตัวเองเลยนะมึง
รท.คิมฯ : (ยิ้มจืดๆ เสียงแผ่วๆ) ครับ

ฝอ. 3 : นี่เพราะฝีมือการฝึกของมึงนี่แหละ กิติศัพท์ไปไกลว่ะ
รท.คิมฯ : (ก็ยังไม่เข้าใจ) ครับ

ฝอ. 3 : ขัดข้องไหม .... วันจันทร์หน้ารายงานตัวที่หน่วยใหม่เลยนะ
รท.คิมฯ : ขออนุญาติครับ ช่ายราชการงานนี้ไปนานไหมครับ ?

ฝอ. 3 : อันนี้ต้องถามหน่วยใหม่เอาเองว่ะ
รท.คิมฯ : (มองหน้า เสธ.กรมนักเรียน) ครับ....

เสธ.กรมฯ : (เสธ.ชิงตอบ) หลักสูตรเร่งรัด โครงการจริงๆ 4 รุ่นๆ ละ 6 เดือน ก็น่าจะรวม 2 ปีนะ
รท.คิมฯ : ครับ

เสธ.กรมฯ : (ยิ้มนำ แล้วถาม) ขัดข้องไหม ?
รท.คิมฯ : ไม่ขัดข้องครับ

เสธ.กรมฯ : ภารกิจนี้มีเบี้ยเลี้ยงพิเศษด้วยนะ หรือจะย้ายขาดไปอยู่ กรมนักเรียนก็ได้นะ ทีนั่นตำแหน่งไกล อย่างคุณนี่ต่อไปถึง พันตรี. พันโท. สบายเลย
รท.คิมฯ : ขอบคุณครับ

ฝอ.3 : เอาวะ งานนี้เดี๋ยวกูบอกผู้พันเองนะ
รท.คิมฯ : ครับ ขอบคุณครับ
-------------------------------------------------------------------------------
1. พ.ศ. 2505 เป็นคนเรียนไม่เก่ง :
2. พ.ศ. 2507 สอบเข้างาน :
3. สอบไปรบเกาหลี :
4. ย้ายตัวเองใน 6 ชม. :
5. พ.ศ. 2514 กลับจากเรียนระเบิดทำลาย ค่ายอเมริกัน แสมสาร สัตหีบ :
6. พ.ศ. 2516
7. สอบเลื่อนยศ :
8. ไม่ขายทหาร :
9. กำเนิด คิม ซา กัสส์ :
10. ไม่เป็น พ.อ. :
11. ไปราชการพิเศษ พัน.นนส.
12. นนส.ป. สวนสนามสาบาลธง ลพบุรี :
พ.ศ.นั้น กองทัพไทย (บก-เรือ-อากาศ) ถือวันที่ 8 พ.ย. เป็นวันกองทัพไทย เพื่อรำลึกถึงวันที่พระองค์ดำ สมเด็จพระนเรศวร มหาราช ทรงชนช้างเจ้าพระยาไชยานุภาพ ( เจ้าพระยาปราบหงสาวดี หรือพลายภูเขาทอง หรือพลายมิ่งเมือง) ชนะช้างพลายพัทธกอของพระมหาอุปราชาพระมหาอุปราช แห่งพม่า ....
พ.ศ.ปัจจุบันเปลี่ยนวันกองทัพไทยเป็นวันที่ 25 ม.ค. ....
กองทัพไทย (บก-เรือ-อากาศ) ทั่วราชอาณาจักรจัดพิธีสวนสนามสาบาลธง
กองทัพไทยพื้นที่ กทม. จัดพิธีที่ลานพระบรมรูปทรงม้า รวม 3 เหล่าทัพ 31 หน่วย โดยนับจากจำนวนธงชัยเฉลิมพล
กองทัพไทยพื้นที่ลพบุรี จัดพิธีที่สนามม้า ค่ายสมเด็จพระนารายณ์ มหาราช รวม 2 เหล่าทัพ คือ บก. กับอากาศ (อากาศมีหน่วยเดียว คือ บน.2) รวม 38 หน่วย โดยนับจากจำนวนธงชัยเฉลิมพล ...
กองพันนักเรียนนายสิบ ทหารปืนใหญ่ ไม่มีธงชัยฯ ประจำหน่วย
ก่อนวันจริงสาบาลธง 8 พ.ย. จะต้องซ้อม ณ พื้นที่จริง 3 ครั้ง เป็นซ้อมย่อย 1 ครั้ง ซ้อมใหญ่ 2 ครั้ง ถือปฏิบัติมานาน .... เสร็จงานซ้อมย่อยครั้งแรก ผู้ควบคุมการฝึกซ้อมส่วนรวมสรุปผลการฝึก ประกาศออกอากาศดังทั่วสนาม
“....กองพันนักเรียนนายสิบทหารปืนใหญ่ หน่วยของท่านยังใช้ไม่ได้ ขอให้ไปฝึกซ้อมใหม่....”
“.... กองร้อยที่ 1 กองพันทหารปืนใหญ่ 101 ดีแล้ว แต่กองร้อยที่ 2 ยังใช้ไม่ได้ ให้ไปฝึกซ้อม
มาใหม่....”
กรณีกองร้อยที่ 1 ของกองพันทหารปืนใหญ่ 101 คือกำลังพลปกติของหน่วยนั้น แต่กอง
ร้อยที่ 2 เป็นกำลังพลที่ขอยืมตัวชั่วคราวจากกองพันนักเรียนนายสิบทหารปืนใหญ่ เนื่องจากกำลังพลปกติของหน่วยไม่พอ เพราะต้องปฏิบัติราชการออกชายแดน
กองพันนักเรียนนายสิบทหารปืนใหญ่ ทั้ง 2 กองร้อย คือกำลังพลปกติทั้งสิ้นของหน่วยตัวเอง .... กลับถึงที่ตั้งปกติ เสธ.กรมนักเรียน เรียกนายทหารระดับ ผบ.ร้อย, รอง ผบ.ร้อย ทั้ง 9 กองร้อย ประชุมด่วนกลางสนามหน้ากองพัน แล้วถามถึงแนวทางแก้ปัญหา เริ่มจาก รอง ผบ.ร้อย 3 ร.ท. คิม ซา กัสส์ เป็นคนแรก
เสธ.กรม. : (มองหน้านิ่ง ไม่เอ่ยชื่อแต่ถาม) คุณฝึกทหารใหม่ประจำ เสนอวิธีแก้ปัญหานี้ซิ
รอง คิม ฯ : (จากท่ายืนตามระเบียบพัก แยกขา มือไขว้หลังเป็นชิดเท้าตรง ยกมือวันทยหัตถ์ แสดงความเคารพ) ขออนุญาตครับ ผมอาวุโสน้อย ขออนุญาตเสธ.ถามคนที่อาวุโสสูงกว่าก่อนครับ....ขออนุญาตครับ

เสธ.กรม. : (ยิ้มมุมปาก พยักหน้าช้าๆ ยอมรับ) ก็ได้ งั้นเริ่มจาก ร้อย1 ก่อนเลย
ผบ.ร้อย 1 : (จากท่ายืนตามระเบียบพัก แยกขา มือไขว้หลังเป็นชิดเท้าตรง ยกมือวันทยหัตถ์ แสดงความเคารพ) .... ฝึกให้หนักกว่านี้ครับ....
ผบ.ร้อย 2 : (จากท่ายืนตามระเบียบพัก แยกขา มือไขว้หลังเป็นชิดเท้าตรง ยกมือวันทยหัตถ์ แสดงความเคารพ) ..... ฝึกให้หนักกว่านี้ครับ....
ผบ.ร้อย 3 : (จากท่ายืนตามระเบียบพัก แยกขา มือไขว้หลังเป็นชิดเท้าตรง ยกมือวันทยหัตถ์ แสดงความเคารพ) .... ฝึกให้หนักกว่านี้ครับ....
ผบ.ร้อย 4 : (จากท่ายืนตามระเบียบพัก แยกขา มือไขว้หลังเป็นชิดเท้าตรง ยกมือวันทยหัตถ์ แสดงความเคารพ) .... ฝึกให้หนักกว่านี้ครับ....
ผบ.ร้อย 5 : (จากท่ายืนตามระเบียบพัก แยกขา มือไขว้หลังเป็นชิดเท้าตรง ยกมือวันทยหัตถ์ แสดงความเคารพ) .... ฝึกให้หนักกว่านี้ครับ....
เสธ.กรม. : อีก 4 กองร้อยก็คงเหมือนกัน ฝึกให้หนักกว่านี้ เอาเป็นว่า ภารกิจนี้ผมรับเป็นผู้ฝึกเองแล้วขอ รอง.ร้อย 3 รอง คิม ซา กัสส์. เป็นผู้ช่วย ...ขอบคุณ ทั้งหมดแยกย้ายไปพักได้

เสธ.กรม. สีหน้าค่อนข้างเครียด เดินรี่ตรงมาที่ คิม ซา กัสส์. ท่ามกลางสายตานายทหารรุ่นพี่ (บางคนรุ่นพ่อ) จ้องมองเป็นตาเดียว แล้วพูดเสียงดังฟังชัด

เสธ.กรม. : คิม ซา กัสส์. ผมขอให้คุณรับภารกิจนี้ ทุกอย่างตามสไตล์คุณได้เลย ผมเชื่อฝีมือคุณ....
รอง คิม ฯ : (ยิ้มจืดๆ) ครับ ขอบคุณครับ
เสธ.กรม. : คุณจะเริ่มเมื่อไหร่ล่ะ
รอง คิม ฯ : วันนี้เลยครับ
เสธ.กรม. : เอาเลย

นักเรียนนายสิบชุดสวนสนามสาบาลธง 2 กองร้อย ๆละ 144 นาย รวม 288 นาย ถูกสั่งให้มารวมกัน .... รอง คิม ซา กัสส์. สั่งการทันที
“ทั้ง 2 กองร้อย จัดแถว ตอนเรียง 6 .... จัดแถว”
“นิ่ง”
“วิ่ง - หน้า - วิ่ง”

“ระวัง ระวัง .... นับ”
“1 ---- 2 ---- 3 ---- 4 ----”
“1 -- 2 -- 3 -- 4 --”
“1 - 2 - 3 - 4 - 1 - 2 - 3- 4”
“เอี้ยยยยย....”
ทิดฉึ่ง อย่ามาดึงของข้อย ....... ของข้อย บ่แม่นไข่จิ๊กเจี้ยม
ข้อยเป็นคน จั๊กกะเดียม .......... ไข่จิ๊กเจี้ยม มันบ่แม่นของข้อย

“นับ - ก้าว...”
“1 - 2”
“ต่อ - ไป”
“3 - 4 --- 1 - 2 - 3 - 4 - 1”
“เอี้ยยยยย.....”
มดแดง แฝงพวงมะม่วง ..... แสนเป็นห่วง โอ้เจ้ามดแดง
จีบกันไป จีบกันมา ............. อดยัดห่า ทำตาแดง

“ระวัง ระวัง .... นับ”
“1 ---- 2 ---- 3 ---- 4 ----”
“1 -- 2 -- 3 -- 4 --”
“1 - 2 - 3 - 4 - 1 - 2 - 3- 4”
“เอี้ยยยยยย.....”
ชีวิตแม่ยาย ตายแล้วไม่เผา
หากใครเผาเข้า ถือว่าบ่อนทำลาย

ทั้ง 288 เสียงวันนี้ดูเหมือนจะดังกว่าทุกครั้งที่เคยวิ่ง กวาดสายตามองเท้า มือ หน้าตับ แถงตรงคอคนหน้า เสียงพูดเสียงเท้าพร้อมเพรียงกันดีมาก ....
ทั้งหมด รอง คิม ซา กัสส์. คุมแถวนำวิ่งคนเดียว จากหน้ากองพันนักเรียนนายสิบ ผ่าน ป.พัน.31 ผ่าน ป.พล.มา. ผ่าน ปตอ.พัน. 3 รอบใหญ่รวม 3 กม. แถววิ่งกลับมาที่สนามหน้ากองพันอย่างเดิม

“ปรี๊ดดดดด....หมอบ”

รอง คิม ซา กัสส์. เป่านกหวีดแล้วสั่งการ ดังชัด นักเรียนนายสิบในแถว 288 คน ย่อตัวแล้วพุ่งตัวลงพื้นหมอบอย่างรวดเร็ว พร้อมเพรียง บางบอกถึงความเต็มใจปฏิบัติตามคำสั่ง .... รอง คิม ซา กัสส์. สั่งต่อ....

“กลิ้งซ้าย ..... กลิ้งซ้าย....กลิ้งซ้าย....”

ครบ 3 รอบแล้วเปลี่ยนคำสั่ง
“กลิ้งขวา.... กลิ้งขวา....กลิ้งขวา....

ครบ 3 รอบแล้วเปลี่ยนคำสั่ง
“กลิ้งซ้าย ..... กลิ้งซ้าย....กลิ้งซ้าย....”
“กลิ้งขวา.... กลิ้งขวา....กลิ้งขวา....
“กลิ้งซ้าย ..... กลิ้งซ้าย....กลิ้งซ้าย....”
“กลิ้งขวา.... กลิ้งขวา....กลิ้งขวา....

การปฏิบัติตามคำสั่ง พร้อมเพียง แข็งแรง ดีมาก สะท้อนถึงวินัยปฏิบัติตามคำสั่ง .... เสธ.กรม เดินเข้ามาใกล้

รอง คิม ฯ : ขออนุญาตครับ เสธ.มีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ ?
เสธ.กรม. : ไม่มี คุณว่าไปเลย .... รู้สึกว่า นักเรียนเราตั้งใจปฏิบัติตามคำสั่งดีมากเลยนะ

วันทยหัตถ์ทำความเคารพแล้วหันไปสั่งการนักเรียนนายสิบในแถวต่อ....

รอง คิม ฯ : นักเรียน....ตามสบาย พัก....

นักเรียนนายสิบ ทั้ง 2 กองร้อย 288 คน ร้อง “เอี้ยยยยย...” พร้อมกัน แล้วจัดการปัดมือ ปัดดินปัดฝุ่นตามเนื้อตัว ปัดให้ตัวเองแล้วปัดด้านหลังให้เพื่อนด้วย

เสธ.กรม. : เกมส์ต่อไปเล่นอะไรอีก
รอง คิม ฯ : ครับ.... เสธ.ครับ ขออนุญาตเรียนขออนุมัติ คือ ปัญหาของนักเรียนเราที่ฝึกมา แต่ละกองร้อย ฝึกคนละสไตล์กัน บางกองร้อยมือมาข้างหน้าเสมอหัวเข็มขัด บางกองร้อยสูงกว่าหัวเข็มขัด บางกองร้อยมือแกว่งไปข้างหลังแบบฟันขาด บางกองร้อยมือแกว่งไปข้างหลังแบบโยน
บางกองร้อยเตะเท้าไปข้างหน้ายกสูงมากๆ บางกองร้อยเตะเท้าไปข้างหน้ายกสูงแค่คืบเดียว ที่จริง
ทุกแบบที่แต่ละกองร้อยปฏิบัติถือว่าถูกต้องทั้งนั้น เพราะในระเบียบฝึกไม่ได้จำกัดแบบใดแบบหนึ่งโดยเฉพาะ แต่เราเอาทุกแบบของทุกกองร้อยซึ่งต่างกันอยู่แล้วเอามารวมกันก็เลยกลายเป็นไม่เหมือนกัน หรือต่างกัน โดยปริยายครับ

เสธ.กรม. : ใช่ คิม ซา กัสส์. 9 กองร้อย 9 แบบ 9 อย่าง เอามารวมกันก็เลยกลายเป็น 9 เละ ไงล่ะ
รอง คิม ฯ : เสธ.สั่งการด้วยครับ จะให้ผมเอาแบบไหนครับ
เสธ.กรม. : ผมก็ตามใจคุณอีกนั่นแหละ เอาเป็นว่า ผมมอบอำนาจให้กับคุณ
รอง คิม ฯ : ครับ ขอบคุณครับ

กำลังพลสวนสนาม 2 กองร้อย 288 คน พร้อมอีกครั้ง ขณะนั่งตามสบายบนพื้น

รอง คิม ฯ : นักเรียน....
นักเรียน : เอี้ยยยย....
รอง คิม ฯ : สู้ ไหม สู้
นักเรียน : สู้ สู้

รอง คิม ฯ : สู้ แค่ ไหน
นักเรียน : สู้แค่ตาย.....เอี้ยยยย

รอง คิม ฯ : ขอบคุณนักเรียนทุกคน ศึกนี้ใหญ่หลวงนัก .... “กองพันนักเรียนนายสิบทหารปืนใหญ่ หน่วยของท่านยังใช้ไม่ได้ ขอให้ไปฝึกซ้อมมาใหม่....”
ท่าทางที่ทุกคนเงียบ บางคนก้มหน้ามองพื้น บางคนเชิดหน้ามองฟ้า บ่งบอกว่า “จำคำตำ
หนิ” นี้ได้ และนี่คือความพร้อมสำหรับ ปรับปรุงแก้ไข .... แล้วสั่งการต่อ ด้วยน้ำเสียงเอาจริงเอาจัง

“การเดินสวนสนามต่อไปนี้เอาแบบเดียว .... มือ มาข้างหน้าเสมอหัวเข็มขัด ห่างหัวเข็มขัด 1 ฝ่ามือ ข้อมือเหยียดตรง นิ้วทั้ง 5 เรียงชิดติดกัน .... มือ แกว่งไปข้างหลังแบบฟันขาด เฉียงข้างลำตัว 45 องศา ข้อศอแขนเหยียดตรง .... เท้า เตะข้างหน้า ปลายเท้างุ้ม สูงจากพื้นครึ่งศอกแขน...”

รอง คิม ฯ : “นักเรียน ลุก .... จัดแถว เตรียมสวนสนาม”
นักเรียน : “เอี้ยยยย”

รอง คิม ฯ : “ให้เวลา 10 นาที ฝึกซ้อมตัวเอง เอาตามที่ครูบอก .... ทราบบบบบ”
นักเรียน : “ทราบ”

เสธ.กรม เดินเข้าไปหานักเรียน ลึกๆต้องการเป็นกำลังใจมากกว่าเข้าไปสอน ขณะที่นักเรียน
นายสิบต่างพร้อมใจ ตั้งใจ ฝึกซ้อมตัวเองอย่างตั้งอกตั้งใจ รอเวลากระทั่ง เสธ.กรม ตรวจแถวครบ การฝึกขั้นต่อไปจึงเริ่มขึ้นด้วยแถวตอนเรียง 12

รอง คิม ฯ : “จัดแถวเตรียมสวนสนาม....จัดแถว”
นักเรียน : “เอี้ยยยย”

รอง คิม ฯ : “สวนสนาม หน้า-เดิน”

แถวสวนสนามซ้อมเดินเปล่า ไม่มีดนตรีดุริยางค์กำกับจังหวะ เสียงผู้ฝึกตอกย้ำ

“มือข้างหน้าหัวเข็มขัด ห่างฝ่ามือ .....
มือข้างหลังฟันขาด 45 องศา ....
เท้าสูงครึ่งศอก ปลายเท้างุ้ม ....
หน้าตับซ้ายขวา คอตรงคอ ....
หนักเข้าไว้ อึ๊บ อึ๊บ ....”

ตอกย้ำซ้ำแล้วซ้ำอีก งานนี้นักเรียนตั้งใจดีมากๆ เดินรอบแรก ต่อรอบ 2 สั่งหยุด แล้วฝึกซ้อมมือเปล่า เตะเท้าเปล่า 5-10 นาทีพอหายเหนื่อยแล้วเดินใหม่
ฝึกซ้ำ เดิน ซ้อมมือเปล่า เตะเท่าเปล่า
ฝึกซ้ำ เดิน ซ้อมมือเปล่า เตะเท่าเปล่า
ทำซ้ำ เช้า 4-5 รอบ บ่าย 4-5 รอบ
ทำซ้ำได้ 3 วัน แล้ววันซ้อมใหญ่สวนสนามก็มาถึง ผลการซ้อมไม่ปรากฏคำตำหนิจากผู้ควบคุมการฝึกแม้แต่น้อย .... แล้ววันจริงก็มาถึง
มะรืนคือวันจริง จากครูฝึกทหารใหม่ กทม. สู่ครูฝึกนักเรียนนายสิบ ลพบุรี จะมีอะไรจารึกไว้ในแผ่นดิน ภาพแห่งความทรงจำหนึ่งแว้บขึ้นมาบนความรู้สึก ด้วยจิตรวิญญาณของชายชาตินักรบ
ลานสวนสนาม กทม. เป็นคอนกรีต พื้นรองเท้าคอมแบ็ตของทหารตอกด้วยเหล็กเกือกม้า เวลาเดินจะมีเสียงดังชัดเจน
แต่ แต่ แต่ลานสวนสนาม ลพบุรี เป็นพื้นดิน ดินแท้ๆ แห้งๆ แม้พื้นรองเท้าคอมแบ็ตของทหารจะตอกด้วยเหล็กเกือกม้า ใหญ่ หนา ซักแค่ไหน เวลาเดินก็ไม่มีเสียงดังออกมา
ทหารอากาศ บน.2 ลพบุรี โชว์อ๊อฟด้วยการเตะเท้าสูง ฟันมือขาด
ทหารบก นักเรียนนายสิบทหารปืนใหญ่ โชว์อ๊อฟอะไรดี.... คิดออกแล้ว
แล้ววันจริงก็มาถึง นักรบนักเรียนนายสิบ 288 นาย รวมพลอยู่หน้า บก.พัน. รูปแถวตอนเรียง 12 .... เสธ.กรม. คู่ รอง คิม ซา กัสส์. ยืนคู่กันบนโต๊ะสูง หน้าแถวทหาร

รอง คิม ฯ : (เครื่องแบบสวนสนามสนาม คาดกระบี่ ติดปืนพก) นักเรียน .... ทหารอากาศ เตะเท้าสูง ฟันมือขาด ....
ของเรา เตะเท้าไม่สูง เอาแค่ครึ่งศอกแต่สูงเท่ากัน ฟันมือขาดเหมือนทหารอากาศ ....
แต่ งานนี้มีแต่ ไอ้ 2 แถวตรงกลาง ยาวไป 10 คน รวมเป็น 20 คน (ชี้มือกำกับ กับสั่งให้ยกมือ รับทราบ) เออ ! 20 คนนี้มีหน้าที่ เตะฝุ่น งัดฝุ่น ใช้เท้างัดฝุ่นขึ้นมา แล้วให้ 200 คน ตบเท้า ตบแรงๆ ตบให้เต็มที่ๆสุด ตบให้ฝุ่นตลบฟุ้งไปทั่วทั้งสนาม ให้ได้ .....

ซ้ำ ..... ทหารอากาศ เตะเท้าสูง ฟันมือขาด ....
ของเรา เตะเท้าไม่สูง เอาแค่ครึ่งศอกแต่สูงเท่ากัน ฟันมือขาดเหมือนทหารอากาศ ....
แต่ งานนี้มีแต่ ไอ้ 2 แถวตรงกลาง ยาวไป 10 คน รวมเป็น 20 คน (ชี้มือกำกับ กับสั่งให้ยก
มือ รับทราบ) เออ ! 20 คนนี้มีหน้าที่ เตะฝุ่น งัดฝุ่น ใช้เท้างัดฝุ่นขึ้นมา แล้วให้ 200 คน ตบเท้า ตบแรงๆ ตบให้เต็มที่ๆสุด ตบให้ฝุ่นตลบฟุ้งไปทั่วทั้งสนาม ให้ได้ ..... ทราบ !

นักเรียน : (ตอบพร้อมกันทั้ง 288 คน) ..... “ทราบ”

สนามแข่งม้าเปลี่ยนสถานะเป็นลานสวนสนามสาบาลธงของหน่วยทหารพื้นที่ จ.ลพบุรี ไปโดยปริยาย รอบสนามมีประชาชนล้อมมุงดูชิดขอบสนาม ห่างจากแถวทหารที่เดินสวนสนามเพียง 2-3 ก้าว ทุกสายตาของประชาชนพอใจ ปลื้มใจ กับเหล่านักรบของชาติในลานสวนสนามเป็นล้นพ้น แม้แสงแดดช่วงบ่าย 3 โมงจะแผดกล้าร้อนเพียงก็หาได้ระย่อไม่ ....
ทหารหน่วยแรกเริ่มออกเดินสวนสนาม ต่อด้วยหน่วยที่ 2 - 3 - 4 - 5 ตามลำดับ ดุริยางค์บรรเลงเพลงมาร์ชกองทัพบก สร้างความคึกคักปลุกเร้ากลายเป็นความขลัง
กองพันนักเรียนนายสิบทหารปืนใหญ่เป็นหน่วยสุดท้ายของหน่วยทหารบกด้วยกัน แล้วตามด้วยทหารอากาศ บน.2 เป็นหน่วยสุดท้ายของทั้งหมด

รอง คิม ฯ : (เดินนำที่หัวแถว ส่งเสียงแทรกเสียงดุริยางค์ กำชับนักเรียน) งัดๆ งัดๆ งัดฝุ่น งัดขึ้นมา งัดขึ้นมา....

ไม่มีเสียงใดๆขานตอบจากในแถว แต่รู้ด้วยจิตรสำนึกว่า ยุทธวิธีสวนสนามงัดฝุ่น เริ่มสำแดงเดชออกมา คราวนี้รู้จากที่เห็นกับตา เมื่อประชาชนที่เกาะสนามส่งเสียง ฮือฮา แย่งกันถอยออกจากขอบสนามถึงขนาดล้มทับกัน เพราะฝุ่นที่นักเรียนนายสิบ 20 คนกลางงัดขึ้นมา แล้วถูกนักเรียนนายสิบอีก 200 ตบเท้าส่งฝุ่นฟุ้งกระจาย ตลบอบอวลคลุมแถวประชาชนข้างขอบสนาม
ฝุ่นแท้ๆ ฟุ้งกระจายตั้งแต่หัวแถวไปถึงท้ายแถวทหาร ออกไปสู่กลุ่มประชาชนข้างสนามเหมือนฝุ่นดาวหางไม่ผิดเพี้ยน
ประธานในพิธี นายทหารระดับสูง บนพลับพลาแท่นรับการเคารพ มือขวาทำวันทยหัตถ์
รับการเคารพ ถึงกับหลับตาปี๋เพราะกลัวฝุ่นเข้าตา แต่ยังปักหลักยืนนิ่งเพื่อความศักดิ์สิทธิ์ของพิธี ส่วนนายทหารบนพลับพลาระดับรองลงมาบางท่านทนฝุ่นไม่ไหวถึงกับหลบไปอยู่หลังพลับพลา
ไม่มีเสียงใดตำหนิใดทั้งสิ้น บนความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวของทหารนักเรียนนายสิบทหารปืนใหญ่หน่วยนี้ที่สร้างฝุ่นไล่คน แต่กลับสร้างความพึงพอใจแก้ผู้พบเห็น ทั้งผู้บังคับบัญชาและประชาชน จนกลบรัศมีทหารอากาศที่เคยเลื่องลืออย่างสิ้นเชิง
กลับถึงหน่วยวันนั้น ตกค่ำหน่วยได้จัดพิธีเลี้ยงรับขวัญทหารที่สวนสนาม (ระเบียบทั่วกองทัพบก) ในสนามหน้ากองพัน ผบ.กรมนักเรียน ร่วมกับนายทหารระดับสูง ประกาศบนเวที

ผบ.กรม : ทราบว่าความสำเร็จครั้งนี้เป็นความคิดความสามารถของครูฝึกทหารใหม่ ปตอ.พัน. 4 ช่วยราชการ กองร้อยที่ 3 กองพันนักเรียนนายสิบของเรา กรมนักเรียนขอขอบคุณ ขอขอบ
คุณอย่างจริงใจ สำหรับ ร้อยโท คิม ซา กัสส์....

ตามแบบธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติของทหาร การที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงสุดของหน่วย
จะมากล่าวชมกันต่อหน้ากำลังพลทั้งหมดเยี่ยงนี้ไม่ค่อยหรือไม่เคยมี ถ้าจะมีก็เป็นแค่การกล่าวชมเชยกันในที่ประชุมระดับหน่วยเท่านั้น
----------------------------------------------------------
14. อยู่ พัน.นนส. ต่อ ได้ ร.อ.
15. เชียร์รีดเดอร์ กีฬา ทบ.
16. นศ.รด. ขอฝึกซ้ำ
17. นศ.รด. สอบตก
18. แชมป์ฝึก รด.
20. ศปก.ทบ. 315
21. ว. สั่งการทหารพราน
22.
23.
24.

25. นนส.ป. สวนสนามสาบาลธง ลพบุรี
26. นนส.ป. สอบตกวิชาแผนที่ ป.
27. อยู่ พัน.นนส.ต่อ ได้ ร.อ.

32. งบฝึกศึกษา ครั้งแรก ปตอ. 2
33. เข้าเรียนหลักสูตร ร.ร. เสธ. ทบ.
34. ห้องอาหารที่โรงแรมสิงค์โปร์
35. ร่มเกล้า ศึกสุดท้าย
36. งานไล่ชาวบ้านบุกรุกที่ทหาร ที่วังน้อย
37.ขอย้ายไปอยู่ ร.ร. กร. ทบ.ไม่ได้ เพราะคอปืน
38.พฤษภาทมิฬขอตัว (กระจกฝ้า พล.ท.อุธาน สนิทวงค์, พล.ธงชัย ชูสกุล, พล.อ.บัญชร ชวาลย์ศิลป์)
39. เคอร์ฟิว (ด่านกักครูสาว ด่านโรคจู๋ ด่านอาชีวะ)
40. ฝึก ปภอ. งบ 2 ล. ใช้ 2 แสน
41. เก่งเกิน


50. เกาะเก้าอี้ถึง 30 ก.ย.
51. คนอิจฉา ดีกว่าคนสงสาร
52. ฝึก ปภอ. (F 5 ตก) งบ 2ล้าน ใช้ 2แสน
53. ฝึก รด. ธรรมศาสตร์
54. ฝึก รด. วัดเขมา
55. พฤษภาทมิฬ ขอตัว
56. ผู้แทนพฤษภาทมิฬ ไปตอบคำภามมวลชน
57. พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์
58. HYPARK หลักสี่
59. HYPARK สนามหลวง
60. ศิษย์เก่าทมยันตี ฯ
61. รับงานระดับ พล.อ.
62. ฝอ.2, 3, 5, ครูฝึก รด., ฝึกทหาร ร.1
63. บำเหน็จ 1½ ขั้น โควต้าพิเศษ
64. ภารกิจวังน้อย
65. เคลื่อนย้าย M.42
66. อะไหล่ M-42
67. กล้องเล็ก M-16
68. กล่องเก็บปลอก M-16
69. ศึกร่มเกล้า (เนิน 1428)
70. ภูถ้ำพระ เขาวง กาฬสินธุ์

11. ไม่รู้แม้แต่ถาม
12. นักวิจัยชาวบ้าน
13. ข่าวเกษตร ทีวี.
14. ซื้อทุเรียน ขนุน หน้าฝน
15. หัวใจเกษตร
16. เกษตรแจ๊คพ็อต
17. ขายถูกต้อง ได้เงิน+บุญ
18. ธรรมชาติไม่มีตัวเลข
19. ปรัชญาการเกษตร
20. ไม่รู้แม้แต่คำถาม
21. ยากง่าย อยู่ที่ใจ
22. คิด วิเคราะห์ เปรียบเทียบ ฟันธง
23. พระสอนเกษตรดีที่สุด
24. นายก VS เกษตร
25. กะรวยคนเดียว จนคนเดียว
26. คนบ้าไม่มีหนี้ คนดีหนี้เต็มบ้าน
27. เชื่อมึงก็เป็นหนี้เหมือนมึง น่ะซี
28. แถวนี้ไม่มีใครทำ
29. เกษตรอินทรีย์ ผช.ผบ.ทบ.
30. ซีพีเอฟ.
31. มูลนิธิปิดทองหลังพระ
32. NATO
33. 5W 1H
34. กระดาษเปื้อนหมึก
35.
36.
37.
38
39
40.

-------------------------------------------------------------
.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©